"อืม! พวกนั้นเป็ใครจากสำนักไหนกัน วิชาเคลื่อนที่ไม่เลวเลย รวดเร็วฉับไวแถมยังหายตัวได้ด้วย!" เ้าอ้วนในปากยังมีไก่ชิ้นใหญ่พูดตุ้ยๆออกมา
"จากที่ดูเครื่องแบบหน้าตาและของที่ค้นตัวได้ น่าจะเป็สำนักภูติพเนจร สำนักที่เก่งกาจเื่หลบหลีกเป็อันดับหนึ่ง และเป็สำนักที่รับจ้างฆ่าคน
พวกเขาขึ้นชื่อเื่ชั่วร้ายมาก ทุกคนที่เข้าสู่สำนักล้วนถูกฝึกมาเพื่อเป็นักฆ่า หากเห็นว่าโอกาสสำเร็จน้อยจะถอยทันที แต่หากพบว่ามีโอกาสสำเร็จมาก พวกมันจะทุ่มทุกอย่างเพื่อฆ่าเหยื่อทันที
แถมทุกคนจะมียาพิษอยู่ในร่างกายที่หากกระตุ้นจะทำให้ชีพจรหยุดเต้นเสียชีวิตทันที ทำให้ความลับหลุดออกมาน้อยมาก
และครั้งนี้พวกเราน่าจะเจอพวกปลายแถวทำให้ไม่ได้เก่งกาจและมีประสบการณ์มากนัก" ฟู่คงมินเล่าประวัติคร่าวๆให้ทั้งสามฟัง
อดทำให้ทั้งสามกลืนน้ำลายไม่ได้ ต้องถูกฝึกมาแบบไหนที่หากตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แล้วจะกล้าฆ่าตัวตาย แค่คิดก็ขนลุกแล้ว!
...
เช้าตรู่..
ทั้งสี่เตรียมความพร้อมเสร็จสิ้นและออกเดินทางทันที ครั้งนี้ดูจากแผนที่พวกเขากำลังจะมุ่งหน้าไปทางเหนือของป่าอสูร
พวกเขาทั้งสี่ออกเดินทางไม่รู้เหน็ดเหนื่อย ตลอดระยะเวลาที่เดินทาง พยายามหลบหลีกการต่อสู้ให้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็คนหรือสัตว์อสูร
จนกระทั่งดวงตะวันอยู่กลางหัว พวกเขาจึงตัดสินใจหยุดพักใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่สูงเสียดฟ้าต้นหนึ่ง
"ตอนนี้เราอยู่ประมาณครึ่งทาง หากเดินทางอีกสองสามวันคาดว่าจะถึงแดนเหนือของป่าอสูรอย่างแท้จริง" ฟู่คงมินเปิดแผนที่ดูและกล่าวขึ้น
"อืม พักซักหน่อยแล้วเดินทางต่อ ถ้าเป็ดั่งที่ฟู่คงมินบอก ถึงเย็นพวกเราคงใกล้ขึ้นประมาณหนึ่งแล้วละ อีกอย่างเวลาในการอยู่แดนโบราณก็น้อยลงทุกที ฟู่คงมินยังไม่ได้สมบัติตามเป้าเลย
ควรจะรีบกันซักหน่อย" เฟยเทียนพูดขึ้น
"ไม่เป็ไรๆ เื่นั้นข้าไม่สนใจนักหรอกได้หรือไม่ได้ หาได้สำคัญอย่าได้ลำบากพวกเ้าเลย" ฟู่คงมินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดขึ้นทันที เขากลัวว่าจะเป็ภาระให้ทุกคนต้องทำงานหนัก
"ไม่เป็อะไรละ เ้าช่วยชีวิตเราไว้ในตอนที่ถูกดักปล้น เื่แค่หาสมบัติช่วยเทียบกันไม่ติดเลย อีกอย่างพวกเราเป็สหายกันนี่นา!" เ้าอ้วนพูดและยิ้มก่อนจะสะกิดเ้าผอม
"ใช่ๆๆ! เพื่อนกันแค่นี้ไม่ได้มากอะไรเลย" เ้าผอมพยักหน้าหงึกๆ
"ฮ่าฮ่า! พวกเ้านี่ก็นะ เอาเถอะก็เป็อย่างที่ทั้งคนนั้นว่าแหละ แค่สมบัติไม่ใช่เื่ยากลำบากใจนักหรอก เราเป็สหายกันไม่ใช่หรอ?" เฟยเทียนยิ้ม
"ขอบคุณพวกเ้ามากจริงๆ" ฟู่คงมินฉีกยิ้มกว้าง ภายในใจเขาประทับใจมากและยังคงสัญญากับตัวเองว่าชีวิตนี้จะไม่มีทางทิ้งและทรยศสหายทั้งสามคนนี้ของเขา
แถมตาเขายังแดงขึ้นหน่อยๆ
"อะไรกัน! ฟู่คงมินผู้แข็งแกร่งเราจะร้องไห้เหมือนเด็กขี้แงหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า!" จู่ๆบรรยากาศซึ้งๆก็ดับวูบลง เมื่อเ้าอ้วนพูดและหัวเราะขึ้นมา
"ร้องไห้!? ใครกันร้องไห้! ร้องกับตูดเ้าย่ะสิ!" ฟู่คงมินหุบยิ้มและถลึงตาทำท่าทางจะต่อยเ้าอ้วน
ทำให้ทั้งสี่คนหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
...
"เอาละเราพักกันพอประมาณไปกันเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันการเอา" เฟยเทียนลุกขึ้นและบิดี้เี
"ไป!" ทั้งสี่ออกวิ่งสู่แดนเหนือทันที
แต่ขณะพวกเขาวิ่งไปได้ราวสิบกว่าลี้ จู่ๆก็มีคลื่นพลังเบาบางกระจายตามตัวพวกเขา โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปต่ออย่างไม่หยุดยั้ง
บนยอดไม้
"ผู้มาใหม่ทั้งสี่เอ๋ย.. แดนโบราณน่ะไม่ใช่สถานที่จะวิ่งเล่นได้ง่ายๆหรอกนะ หากผ่านด่านเขาวงกตนี้ไปได้ ก็ค่อยว่ากันแล้วกัน หากไม่ได้ก็โทษโชคชะตาเสียเถิด ฮ่าฮ่า!!.." เสียงหัวเราะอันหน้ากลัวดังขึ้น
ใบหน้าที่สะท้อนกับแสงตะวัน ทำให้หน้าที่ขาวผิดปกติเกินคนเผยออกมา
เขาแต่งกายเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่ร่างกายและใบหน้ากลับขาวดั่งสีขาวที่ใช้วาดรูป
หากพบเจอตอนกลางคืนไม่ว่าเก่งกาจแค่ไหนก็ต้องมีสับตีนแตกบ้างละ!
...
"ข้างหน้ามีวานรั์อยู่!" ฟู่คงมินที่นำหน้าอยู่ยกมือขึ้นเป็สัญญาณว่าให้หยุดลงและะโบอกว่าข้างหน้ามีอะไรอยู่
"พวกเราหลบออกไปด้านข้างดีหรือไม่?" เ้าผอมหม่ากล่าวขึ้น
"อืม! เอาเช่นนั้นเถอะ การปะทะกับวานรั์เสียงดังและสูญเสียพลังงานไม่ใช่น้อย หลบไปก่อนจะดีที่สุด" เฟยเทียนพยักหน้าเห็นด้วย
ทั้งสี่มุ่งหน้าอ้อมไปทางขวา พวกเขาเดินทางมาอีกระยะหนึ่ง ก็ถูกฟู่คงมินให้สัญญาณมือสั่งให้หยุดอีก
"เราเจอวานรั์อีกแล้ว!"
"ทำเหมือนเดิม!" โดยไม่ต้องรอให้ทุกคนพูดให้มากความเฟยเทียนกล่าวขึ้นทันที
ทุกคนก็พยักหน้าเชิงเห็นด้วยครั้งนี้พวกเขาหลบฉากไปทางซ้ายและยังคงซิกแซกไปมา แถมยังเดินทางอย่างรวดเร็ว
เพื่อไปให้ทันก่อนตะวันจะตกดิน
..
"พวกเราเจอมันอีกแล้ว!" เสียงฟู่คงมินฉงนมาก
ทำให้ทั้งสี่ชะงัก
"ข้าว่ามันเริ่มแปลกๆแล้ว.." เฟยเทียนกล่าวเสียงเบา แต่ในป่าที่เงียบเหงายามเย็นเช่นนี้เสียงเบาๆพวกเขาก็ได้ยิน!
"หรือพวกเราติดอยู่ในค่ายกล?" เ้าอ้วนแสดงความกังวลออกมาเต็มใบหน้า ทำให้เ้าผอมเริ่มตระหนก
"อย่าตื่นใ หากเราเข้าสู่ค่ายกลของศัตรูป่านนี้เราจะยังรอดอยู่หรอ? พวกมันจะเสียเวลาให้เราวิ่งเล่นทำไม? แค่พลังงานเล็กน้อยทำสำหรับการวิ่งไม่ได้ช่วยลดอะไรเลย
พวกมัันที่สามารถทำค่ายกลที่ทำให้พวกเราเข้ามาโดยไม่ผิดสังเกตุแต่แรก จะต้องทำเช่นนั้นด้วยหรอ? นี่ชัดแล้วว่าพวกเราเข้าสู่โบราณสถานบางแห่ง หรือเขาวงกตโดยไม่ได้ตั้งใจ
มีแต่ต้องหาช่องโหว่และออกไปหรืออีกทางหนึ่งที่ข้าคิดว่าคือทางออกคือ ล้มเ้าวานรั์ตัวนั้น" เฟยเทียนวิเคราะห์ได้เฉียบแหลม เขารวบรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันและอธิบายให้ทุกคนฟัง
"สิ่งที่เ้าพูดมีความเป็ได้ที่สูงมาก ข้าว่าต่อไปพวกเราต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิมเสียแล้ว" ฟู่คงมินพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอย่างแรง
"งั้นพวกเราจะโจมตีเ้าวานรั์นั้นเลยมั้ย?" เ้าอ้วนหันมาหาทั้งสอง
"ไม่ ในเมื่อติดอยู่ในเขาวงกตภาพลวงตานี่ เราควรหาทางออกอื่นก่อนที่จะเปิดฉากโจมตีมัน และหากจะทำการโจมตีจริงๆควรเตรียมพร้อมให้มากกว่านี้
เอาเช่นนี้แล้วกัน ข้าจะทำรอยบากขนาดใหญ่ไว้ตรงจุดนี้ เพื่อเป็สัญลักษณ์ให้เข้าใจโดยทั่วกันว่าคือจุดรวมพล
เราจะแบ่งกันเป็สองทีมข้ากับเ้าอ้วน เ้าผอมกับฟู่คงมิน ไปทางซ้ายและขวาคนละทาง สำรวจป่าโดยรอบและกลับมารายงานสถานการณ์เมื่อตะวันตกดิน
หากใครไม่กลับว่าก่อนค่ำจะไม่มีการตามหาจนกว่าจะเช้า! เพื่อป้องกันการพลัดหลง!"
เฟยเทียนมองหน้าทุกคนเชิงว่า ตกลงหรือไม่?
"ตกลง เอาตามที่เ้าว่า" ทุกคนเห็นด้วยและแบ่งทีมกันก่อนจะแยกกันไป
เ้าอ้วนกับเฟยเทียนก็พุ่งสู่ทางขวาของป่า
"เ้าว่าป่าแห่งนี้เงียบเกินไปหรือไม่? ปกติมันควรจะมีเสียงนก แมลงอะไรพวกนั้นด้วยสิ ป่านี้ไม่ปกติมากๆ" เ้าอ้วนพูดกับเฟยเทียน
"ถูกต้องโดยปกติหากป่าเงียบสงบอย่างน่าผิดแปลกแสดงให้เห็นว่า มีบางสิ่งที่มีอำนาจสะกดข่มพวกมันเข้าใกล้แถบนี้
ข้าว่าน่าจะเป็เ้าวานรตัวนั้นหรือไม่ก็ผู้ควบคุมเขาวงกตลวงตาแห่งนี้ " เฟยเทียนตอบตามความจริง
"ข้าอยากออกจากที่นี่ใจจะขาด รู้สึกสยิวยังไม่รู้ บรื๋ออ" เ้าอ้วนทำท่าทางขนลุกและมุ่งตรงต่อไป
เฟยเทียนพยายามสำรวจโดยรอบอย่างละเอียด พวกเขาไม่ได้เร่งรีบเพื่อเป็การได้ข้อมูลมากที่สุดและเป็ประโยชน์
ทุกอย่างเหมือนปกติมากคล้ายป่าทั่วไปเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ผิดปกติคือ แม้แต่สิ่งมีชีวิตสักตัวนอกจากวานรั์ตัวนั้น เฟยเทียนก็ไม่เห็นอีกเลย!
นี่มันแปลก! แปลกยิ่งกว่าแปลก! มันตอกย้ำความคิดที่ว่าที่นี่ถูกครอบด้วยค่ายกล!
ทั้งสองคน ตรวจตราและจดจำจนถึงเย็นจึงกลับทางเก่าที่ทำสัญลักษณ์ตามต้นไม้ไว้ จนมาถึงจุดเดิม
พวกเขานั่งรอซักพักก็เห็นทั้งสองคนกลับมาจึงวางใจได้
"พวกเ้าได้อะไรมาบ้าง?" เฟยเทียนถามขึ้นทันทีที่พวกเขานั่งลง
"เ้าไม่คิดจะให้พวกข้าพักเลยหรือยังไง? เฮ้อ! มันปกติมาก สิงสาราสัตว์เต็มไปหมด พวกข้าต้องหลบหลีกหลายครั้งกว่าจะพ้น
แถมยังไปเจอแม่น้ำจุดหนึ่ง จึงตักใส่กระบอกไม้ไผ่มาให้พวกเ้าด้วย กินสิ!" เ้าผอมโยนกระบอกไม้ไผ่สองกระบอกให้เฟยเทียนและเ้าอ้วน
"ฮิฮิ! เฟยเทียนเ้ารู้มั้ยข้าเจออะไร? ข้าเจอทางออก!" จู่ๆฟู่คงมินก็โพล่งขึ้น
"ทางออก!!?" เ้าอ้วนตาโต ไม่คิดว่าสหายตนจะหาทางออกเจอรวดเร็วขนาดนี้
"ใช่! ฮิฮิทางออกอยู่ห่างจากที่นี่ราวสามสิบลี้ มันเป็เหมือนถ้ำเก่าแก่อะไรซักอย่าง ที่ข้าคิดว่าเป็ทางออกเพราะว่า พอเข้าสู่ถ้ำนั้นข้างบนมีแสงสะท้อนออกมา เป็แดดแรง
ในฟ้ามืดขนาดนี้จะมีแดดแรงได้ยังไง?! นั้นทำให้ข้าเชื่อว่ามันคือทางออก พวกเราไปกันเลยหรือไม่?!" ฟู่คงมินและเ้าผอมทำท่าจะลุกขึ้น
"ไม่หรอก วันนี้พวกเราเหนื่อยมามาก พักผ่อนก่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางก็ไม่สาย" เฟยเทียนยังไม่ได้ดื่มน้ำที่ทั้งสองเอามาให้เขาทำตีเนียนวางไว้เงียบๆ
ส่วนเ้าอ้วนก็พอจะมีสมองบ้างเมื่อเห็นเฟยเทียนไม่กินมันที่พึ่งกินไปอึกหนึ่งก็ทำท่าทางตีเนียนก่อนจะวางลง
ทั้งเ้าผอมและฟู่คงมินดูเหมือนจะมีเสี้ยวแห่งความผิดหวังแสดงออกมาจากสายตา แต่ก็เก็บงำไปทันที
และทำตัวตามปกติ
"เอาละๆ วันนี้ข้าเหนื่อยมาก ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ" เฟยเทียนพูดขึ้นและยันตัวขึ้นยืนก่อนจะบอกลาทั้งสามทะยานไปต้นไม้ต้นหนึ่งและนอนหลับตาลง
ส่วนเ้าอ้วนก็ไหลเป็น้ำคุยกับทั้งสองอยู่ซักพักก็ปลีกตัวออกไปนั่งบำเพ็ญ ส่วนทั้งสองเมื่อเห็นสหายจากไปทำกิจธุระตัวเอง พวกเขาก็แยกย้ายกันไปเช่นกัน
....
ขอบคุณที่อ่านครับ