ในการประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่รอบแรกมีผู้เข้าแข่งขันกว่าห้าร้อยคนเมื่อจบการแข่งขันรอบแรกมีผู้สอบผ่านเกือบสองร้อยชีวิตซึ่งจะต้องเข้าร่วมการชิงชัยในรอบสองที่จะมีขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า แม้หยางฉินเทียนเกือบจะตกรอบแรกแต่ทักษะเต๋าของเขาได้ช่วยชีวิตไว้ทันท่วงทีหยางจินเป่าก็ได้อานิสงส์จากเถาวัลย์เ่าั้และผ่านรอบแรกพร้อมกับลูกพี่ของตน
“เหมือนเ้าจะต้องจ่ายข้าวันนี้ส่วนหนึ่งนะ”หยางฉินเทียนเดินเข้าไปหาหยางไถ่โป๋ความหยิ่งผยองที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ได้หายไปหมดสิ้นเพราะผลลัพธ์ไม่ได้เป็อย่างเขาคิด และเลวร้ายเกินกว่าที่เขาได้จินตนาการไว้มาก
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะไปหาเ้าคืนนี้”
เขาพูดจบก็แหวกฝูงชนเดินออกไปนอกหมู่บ้าน
“ลูกพี่ เราจะทำอะไรต่อจากนี้”
หยางจินเป่าเห็นหยางไถ่โป๋เดินไปนอกหมู่บ้านจึงเกรงว่าลูกหนี้จะหลบหนีไปกับเงินที่ค้างชำระ
“ไม่ต้องกังวลหรอกชีวิตของหยางไถ่โป๋มีค่ามากกว่ายี่สิบล้านหลงเฉียนแน่นอน ให้เวลาเขารวบรวมสักนิดอย่างไรเสียคืนนี้เขาต้องมา ในระหว่างนี้ข้าจะฝึกวิชารอไปก่อน”
หยางจินเป่าผงกศีรษะและเดินตามหยางฉินเทียนไป
หลังจากนั้นห้าชั่วยาม หยางไถ่โป๋ก็มาถึง
“เชิญนั่ง” หยางฉินเทียนกล่าวขึ้นเมื่อชายชุดเขียวเดินเข้ามาในห้องเขานั่งลงแล้วยื่นแหวนมิติให้โดยไม่พูดอะไรเมื่อตรวจดูแล้วข้างในมีเงินครบยี่สิบล้านไม่ขาดไม่เกิน
“ข้ามีข้อเสนอ” หยางไถ่โป๋หยิบป้ายทองคำออกมามันประดับด้วยลวดลายัอันวิจิตร ตรงกลางมีตัวอักษรสีแดงวาวราวกับทับทิมว่า “ิญญา”(魄) ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็ตัวอักษรสีเงินว่า “โลหะ” (锭)
“นี่คือสมบัติประจำตระกูลของข้า”
“มันคืออะไร?”
“มันคือป้ายิญญา ข้าขโมยมันมาเมื่อสามวันก่อนเพราะได้ยินว่ามันสามารถเพิ่มพลังแก่ผู้ใช้ได้หลายส่วน เพียงแต่ยังไม่มีใครรู้วิธีใช้มันในเมื่อข้าจะต้องเข้าแข่งขันในงานประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่จึงเป็เื่ที่ดีหากสามารถเจอความลับของป้ายิญญานี้ได้แต่ทว่าฟ้าคงลิขิตแล้วว่าเป็ไปไม่ได้”
“แล้วเ้าจะนำมาใช้หนี้แทนส่วนที่เหลืออย่างนั้นรึ?”
“เปล่า ข้าแค่้าเวลาแม้ของวิเศษนี้จะมีค่ามากกว่าร้อยล้านหลงเฉียน แต่เมื่อไม่มีใครค้นพบวิธีการใช้งานมันก็ไม่ต่างกับที่ทับกระดาษ ข้าจึงมิอาจนำมาใช้หนี้ได้”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ขณะนี้ในห้องมีเพียงสามคนเท่านั้นหยางฉินเทียนและหยางจินเป่ากำลังฟังอย่างตั้งใจว่าสิ่งที่เขากำลังจะพูดคืออะไร
“ข้า้าเลื่อนการใช้หนี้จากเจ็ดวันเป็สิบปีและป้ายิญญานี้ถือเป็สิ่งทดแทนสำหรับเงื่อนไขที่ข้าร้องขอ”
“จินเป่า เ้าคิดว่ายังไง”หยางฉินเทียนหันไปถามลูกน้องคนสนิท แม้ว่าหยางจินเป่าจะทะเล้น แต่ความรู้ก็ใช่ย่อยใน่เวลาที่เอาจริงเอาจัง เขาถือว่าเป็ผู้คงแก่เรียนคนหนึ่งเลยทีเดียว
“ข้าเคยได้ยินเื่นี้มานานป้ายิญญานี้ถือว่าเป็สมบัติของตระกูลไถ่จริงและมีค่าพอที่จะให้ปรับปรุงเงื่อนไขในสัญญาโลหิตแต่ทว่า...เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็ของจริง?”
“หากเ้าสามารถกำหนดไว้ในสัญญาโลหิตก็จะสามารถพิสูจน์ได้ว่ามันเป็ของแท้” หยางไถ่โป๋ตอบโดยไม่ลังเล
“ถ้าเช่นนั้นถือว่าตกลงข้าจะแก้ไขสัญญาว่าเ้าได้ชดใช้มาแล้วยี่สิบล้าน รวมแหวนมิติแล้วเป็ยี่สิบห้าล้านส่วนที่เหลือร้อยล้านหลงเฉียนมีกำหนดต้องชำระภายใน 10 ปีนับั้แ่วันนี้”
คู่สัญญาหยดเืลงไปในสัญญาโลหิตที่ปรับปรุงใหม่เพียงเท่านี้หยางไถ่โป๋ก็ยืดอายุได้ไปอีกสิบปีแต่ทว่าหากตระกูลไถ่รู้ว่าสมบัติชิ้นนี้หายไปจะเกิดอะไรขึ้น?
แม้ปัญหาจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้แต่หยางฉินเทียนก็ไม่ได้กังวลเพราะในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่าเขาต้องไม่เป็ต้นเหตุให้ตระกูลฉินได้รับอันตรายในเมื่อหยางไถ่โป๋กล้าเอาสมบัติมาต่อรองเช่นนี้ เขาต้องมีแผนรับมือ
ในวันรุ่งขึ้นหยางไถ่โป๋เดินทางไปโรงเตี๊ยมตามที่นัดไว้กับหยางสงป้าแม้ตระกูลสงมักจะฉวยโอกาสจากผู้ที่เดือดร้อนแต่ธุรกิจหลักของตระกูลนี้ก็คือโรงเตี๊ยม เหตุนี้เองหยางสงป้าจึงดูอ้วนท้วนสมบูรณ์เพราะอยู่ในแหล่งของอาหารเลิศรส
“ข้ามาหาหยางสงป้า”
“นายน้อยได้สั่งไว้ว่าจะมีแขกมาเชิญท่านที่ห้องรับรองชั้นสามขอรับ เดี๋ยวข้าจะนำทางท่านขึ้นไป”
เสี่ยวเอ้อคำนับแล้วเดินขึ้นบันไดไป
เมื่อเปิดประตูห้องรับรองก็พบอาหารบนโต๊ะที่จัดอย่างอลังการแน่นอนว่าเงินสามล้านย่อมมีค่ามากกว่าอาหารพวกนี้นัก ถือว่าหยางสงป้ายังมีน้ำใจที่เลี้ยงอาหารตั้งหนึ่งมื้อกลิ่นอาหารนั้นเย้ายวนให้ลิ้มลองยิ่งนักแต่หยางไถ่โป๋กลับไม่ได้รู้สึกอยากอาหารแม้แต่น้อย กลับกัน เขาอยากจะอาเจียนเป็เืเพราะปัญหากำลังจะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
“เ้ามาแล้วสินะ”
หยางสงป้ารีบเข้ามาทันทีที่เสี่ยวเอ้อรายงาน
“ไหนล่ะเงินสามล้านของข้า”
เขาทวงถามทันทีโดยไม่สนใจมารยาทอาหารพวกนี้มีไว้เพียงกันผู้คนครหาว่าไม่ดูแลแขกผู้มาเยือนหาใช่เป็เพื่อแสดงน้ำใจไม่ หยางสงป้าก็คือหยางสงป้า ผลประโยชน์ต้องมาก่อน!
“ข้าไม่มีเงินสามล้านให้เ้า”
“ว่ายังไงนะ!!”หยางสงป้าของขึ้นทันที
“แต่ข้าจะใช้สิ่งนี้ใช้หนี้แทน”
เมื่อหยางสงป้าเห็นของชิ้นนั้นถึงกับตาเหลือกค้าง
“ป้ายิญญา!!”