ระบบเนตรปีศาจราชันอสูร

    ตอนที่ 29 : โฉมใหม่

    เอสต้าและทุกคนต่างสงสัยในสิ่งที่ลีออนพูดออกมา?


    ลีออนที่ยื่นขดเชือกเถาวัลย์ถือไว้อยู่รอให้เอสต้ารับไป ก็มองไปที่ไอเท็มชิ้นนี้ด้วยสีหน้าตื่นเต้นที่กำลังยิ้มราวกับว่าเขาเห็นอะไรบางอย่าง


    ###########################

    # เข็มขัดแบล็คธอร์น

             เข็มขัดวิเศษที่ช่วยเสริมพลังเวทมนตร์สายควบคุม ราวกับทำให้เวทมนตร์ของผู้ที่ครอบครองมีชีวิต

    INT +5

    ###########################

    ลีออนยิ้มเพราะเขาเห็นข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่แรกแล้ว


    ต่างกับคนอื่นที่คิดว่าเข็มขัดวิเศษนี้เป็นเพียงเถาวัลย์เก่าๆ ขดหนึ่งเอาไว้ใช้ประโยชน์ในการปีนป่ายเท่านั้น


    วิ้งงงงงง...!!!

    เมื่อเอสต้ายื่นมือไปรับขดเชือกเถาวัลย์กับทางลีออน ก็ปรากฎแสงสีเขียวนวลอ่อนเรืองรองส่องประกายขึ้นจากขดเชือกเถาวัลย์ ราวกับว่าไอเท็มวิเศษนี้สามารถสัมผัสพลังเวทมนตร์ของเอสต้าได้และให้การยอมรับในพลังเวทมนตร์ของเอสต้า


    มันค่อยๆ คลายตัวและเลื้อยไปตามแขนเอสต้าช้าๆ ราวกับงูน้อย จนไปพันไว้รอบเอวเอสต้าสองรอบก่อนจะประกบกันที่ด้านหน้าเข้าหากันคล้ายหัวเข็มขัดเป็นรูปสัญลักษณ์ต้นไม้ที่สวยงาม และแสงสีเขียวก็ค่อยๆจางหายไป


    “ว้าววววว...นี่มันไอเท็มวิเศษนี่...!!!”

    คลั้บซ์ดูตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่หาดูได้ยากนี้เป็นอย่างมาก


    “แบบนี้ก็เท่ากับลีออน...ไม่ได้ส่วนแบ่งเลยสิ”

    เอสต้าพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าการแบ่งของที่จบลงไปเมื่อสักครู่ กลายเป็นความไม่ยุติธรรมสำหรับลีออนเอาซะเลย


    “ไม่หรอก...อย่าไปคิดแบบนั้น...ของทุกชิ้นผมก็เป็นคนเลือกด้วยตัวเอง...ไม่ได้มีใครบังคับให้ผมเลือกหรือต้องให้ใคร...สิ่งที่ผมได้ในตอนนี้คือความสบายใจ รู้สึกดีมากๆ เลยล่ะ อึดอัดมานานแล้วตั้งแต่ที่ได้ผ้าผืนนี้มา...เท่านี้ก็จะได้ใช้งานเจ้านี่ได้อย่างสบายใจสักที”

    ลีออนให้เหตุผลพรางมองไปที่ข้อมือของตนเองที่มีผ้าคลุมเวทมนตร์เมเธเนลผืนเล็กพันไว้อยู่


    ฟรึ่บบบบ...

    ลีออนปลดผ้าผืนเล็กออกจากข้อมือและสะบัดคลี่ออก


    ผ้าคลุมผืนเล็กเมื่อสักครู่กลายเป็นฮู้ดผ้าคลุมขนาดใหญ่ ลีออนเหวี่ยงผ้าคลุมผืนใหญ่ไปทางด้านหลังและสวมทับชุดของตัวเอง


    ตอนนี้ลีออนดูราวกับผู้ใช้เวทมนตร์หรือพ่อมดหมอผีอะไรสักอย่าง อาจจะดูแปลกตาไปจากเดิมพอสมควร แต่มันก็ทำให้เขาดูเป็นคนมีประสบการณ์ขึ้นมาทันที


    “เป็นไงบ้าง...ตลกไหม?”

    ลีออนถามทุกคนเมื่อเขารู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยชินกับการใส่อะไรแบบนี้


    “ไลลาคิดว่ามันดูน่ากลัวไปหน่อยนะ...แหะๆ”

    ไลลายิ้มแห้งเมื่อรู้สึกไม่ค่อยชอบลุคใหม่ของลีออนที่ดูไปทางคล้ายเหล่าผู้บูชาปีศาจทำนองนั้น


    “มันดู...น่ากลัว...ใช่...อย่างที่ไลลาว่าแหละ...มันดูน่ากลัวไปหน่อย...

    เอสต้าเองก็รู้สึกว่าการแต่งตัวสไตล์พ่อมดหลงยุคมันไม่ค่อยเข้ากับลีออนสักเท่าไหร่


    “ข้าว่าก็พอได้นะ...ดูขลังดีออก”

    คลั้บซ์เสนอความเห็นบ้าง แต่ไลลากับเอสต้าส่ายหน้าไม่เห็นด้วยในความคิดนี้


    ลีออนเองก็รู้สึกว่ามันแปลกสำหรับเขาเหมือนกัน จึงถอดผ้าคลุมออกนำมาถือไว้แล้วหลับตานิ่งสงบนึกภาพในจินตนาการของตัวเขาเอง หากต้องสวมผ้าคลุมผืนนี้ไปมาตลอดเวลา จะออกมาเป็นรูปแบบไหนถึงจะดูเข้ากับเขามากที่สุด หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้เขารู้สึกมั่นใจในตัวเองก็ยังดี


    อืมมมมม...

    ฟรึ่บบบบบบบบบบบ...


    ลีออนสบัดผ้าคลุมโดยที่ไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองในครั้งนี้ ผ้าคลุมผืนใหญ่ดูสั้นลงมาหน่อย ผืนบางลง สีเนื้อผ้าดูเป็นเงาดำขลับ และฮู้ดหายไป


    “เอาล่ะ...มาลองดูกันอีกที...”

    ลีออนเหวี่ยงผ้าคลุมกลับไปทางด้านหลัง คราวนี้ผ้าคลุมเป็นการห่มแบบเฉียงปิดร่างกายฝั่งซ้ายไว้เป็นส่วนใหญ่ ด้านขวาคลุมเฉพาะส่วนไหล่ เปิดให้แขนขวาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ความยาวถึงประมาณช่วงเข่า และกลัดตัวล็อคไว้ที่ต้นคอฝั่งขวา


    ตอนนี้ลีออนได้เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวจากพ่อมดยุคโบราณมาเป็นนักรบลึกลับผู้รักการผจญภัยไปแล้ว เมื่อเขาหยิบหอกเขี้ยวอสูรขึ้นมา คราวนี้มันช่างดูเหมาะสมลงตัวราวกับของสองสิ่งนี้เกิดมาเพื่อคนที่มีบุคลิกนิ่งๆ แต่ดูสง่าแบบลีออน


    “อื้มมมมมม...โอเคเลยยยยย...”

    เอสต้าเป็นคนแรกที่แสดงความเห็นออกมาโดยไม่ตั้งใจ


    “ช่ายยยย...ดูดีมากเลยจ๊ะลีออน”

    ไลลาหน้าแดงนิดหน่อย ลุคใหม่ของลีออนเสริมความสง่างามให้เขามากขึ้นไปอีก


    “โอ้วววว...นายเท่ห์มากเลยลีออน...ผ้าคลุมวิเศษนี่มันเจ๋งจริงๆ แต่ความพิเศษของมันคงจะมีมากกว่าแค่ช่วยเรื่องการแต่งตัวใช่ไหม”

    คลั้บซ์รู้สึกประทับใจในความพิเศษของผ้าคลุม แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าผ้าคลุมแปลกประหลาดนี้ควรจะต้องมีดีมากกว่าที่เขาเห็นเป็นแน่


    ลีออนยิ้มให้เป็นเชิงตอบรับในความคิดเห็นของคลั้บซ์ แต่ก็ไม่ได้บอกข้อมูลอะไรตามนิสัยที่ไม่ชอบโอ้อวดของลีออน


    “แล้วเอายังไงกันต่อล่ะ กลับกันเลยไหม”

    ลีออนถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่องเข้าสู่สิ่งที่สำคัญกว่าในตอนนี้


    “พวกเรายังสำรวจกันไม่ทั่วเลย ถึงแม้ที่นี่จะเป็นดันเจี้ยนระดับพื้นฐาน แต่ลองสำรวจอีกสักหน่อยก็คงไม่เสียหาย”

    คลั้บซ์เสนอความเห็นที่ฟังดูแล้วก็น่าสนใจ


    “ก็ดีนะ แต่ตอนนี้พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว พวกเราควรหาที่พักแถวนี้กันก่อน เพื่อความปลอดภัยและเตรียมความพร้อมสำหรับการสำรวจในวันพรุ่งนี้ด้วย”

    ลีออนรู้ดีว่าถ้าไปต่อตอนนี้เลยนอกจากจะต้องเจออันตรายที่คาดไม่ถึงที่กำลังรอพวกเขาอยู่ สภาพของพวกเขาตอนนี้ก็คงไม่พร้อมรับมือสักเท่าไหร่


    พวกเขาทั้งสี่ได้ตกลงพากันไปพักบนโขดหินขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังซากของปีศาจต้นไม้แบล็คธอร์น คลั้บซ์จึงใช้ผ้าผืนใหญ่จากในกระเป๋าเดินทางประจำตัวใบใหญ่ออกมาขึงกับต้นไม้ทำเป็นที่พักชั่วคราว มันอาจจะไม่ได้ดูดีอะไร แต่ก็ช่วยพวกเขาได้มากจากอุณหภูมิที่กำลังลดลงในตอนกลางคืนรวมไปถึงเหล่าแมลงต่างๆ ที่จะทำให้พวกเขาพักผ่อนไม่เพียงพอ


    ในคืนนั้นเอง ลีออนที่กำลังอ่อนเพลียนอนหลับหมดเรี่ยวแรงก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้น เมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ในขณะที่กำลังหลับไปได้ไม่นาน


    แกร็กกกกก...แกร็กกกกก...

    ครืดดดดดด...ครืดดดดด...

    คล้ายกับเรื่องระบบเนตรปีศาจราชันอสูร ที่คุณอ่าน