ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 19 : สงครามในเงามืด

            รถหุ้มเกราะขนาดใหญ่เสริมล้อแกร่งสีดำสองคันกำลังวิ่งบนทางถนนลูกรังที่มีแต่ดินโคลนแนบเนียนกลมกลืนค่ำคืนที่ไร้ดวงจันทร์ตัวเครื่องยนต์ออกแบบมาเพื่อสอดแนมให้เสียงที่เงียบเสมือนไร้ตัวตนแม้เข้าใกล้ขอบเขตเป้าหมายแล้วแต่กลับไม่มีใครจับพิรุธหรือความผิดแปลก

     

            ไอแซกที่อยู่ในชุดพร้อมรบเต็มกำลังร่างกายทุกส่วนทับด้วยชุดเกราะสวมหมวกกันกระสุนประดับแว่นช่วยมองสำหรับกลางคืนเขายกมือทาบที่หูก่อนพูดขึ้น “ทุกคนฟังทางนี้ หมาป่าทีม Bด้วย!”

     

            เสียงกลุ่มคนขานรับเป็นคำตอบเดียวกันผ่านอุปกรณ์สื่อสาร

     

            พวกเขาต่างสวมชุดเกราะแบบเดียวกับไอแซกอาวุธสงครามในมือถูกปรับแต่งตามความถนัดของทุกคนกันเนืองแน่นดวงตาดุจดั่งหมาป่ากระหายเลือดสะท้อนผ่านแว่นตาดูดุดันความลังเลหรือนึกกลัวไม่ปรากฏให้เห็นสักนิดเดียว

     

            ไอแซกยืนสร้างจุดศูนย์ถ่วงตั้งร่างมั่นคงแม้รถจะโยกไปมาตามถนนที่ขรุขระ“ทวนแผนกันอีกครั้ง หมาป่า ทีม A ไปทางด้านซ้ายของถนนหมาป่าทีม B ไปทางด้านขวา จำจุดที่มาร์คไว้กันให้ดีตรงจุดนั้นจะมีกองกำลังจำนวนหนึ่งคอยลาดตระเวนอยู่หากพบเจอพยายามลอบสังหารให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ห้ามผิดพลาด ไม่งั้นตาย!”

     

            ในตัวของไอแซกมีสิ่งผิดแปลกไปจากทุกคนอยู่อย่างหนึ่งคือ ดาบคาตานะในรูปทรงทันสมัยแนบอยู่ข้างกายของเขา มองผิวเผินกลับรู้สึกขนลุกชอบกล

     

            ไอแซกตวาดออกมาเสียงดัง “ทุกคนทราบ!”

     

            “ทราบ!” ทุกคนขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน

     

            “เข้าใจไหม ไดจิ!”ไอแซกย้ำหัวหน้าหน่วยหมาป่าทีม B ที่นำโดยไดจิลูกน้องคนสนิทของเขา

     

            ไดจิตอบแบบขอไปที “ครับๆ”พร้อมกับควงมีดในรูปแบบทันสมัยแบบเดียวกับไอแซกซึ่งตัวเขาอยู่ในรถหุ้มเกราะอีกคันที่ขับตามกันมา

     

            รถหุ้มเกราะทั้งสองกำลังมุ่งหน้าไปยังที่กบดานของแก๊งวัวคลั่งซึ่งไอแซกและไดจิได้ดูลาดเลาแล้วไม่กี่วันก่อนหน้านี้โดยทำการสำรวจเพื่อให้ทราบถึงจำนวนของศัตรูพร้อมกับกองกำลังภายในเบื้องต้นจากการคาดการณ์แล้วไม่น่าจะเกิด 60 คนซึ่งถือว่าน้อยมากหากเทียบกับจำนวนสมาชิกทั้งหมดของแก๊งบ้าระห่ำนี้ซึ่งมีเพิ่มหรือลดลงไม่อาจแน่ชัด แต่ไอแซกได้นำกำลังคนมาเพียงแค่ 28 คนเท่านั้น ทดแทนด้วยอาวุธและเครื่องมือในการใช้ที่ทันสมัย

     

            ใช้เวลาไม่นานรถจึงได้หยุดจอดใต้เนินแห่งหนึ่งไม่ไกลจากจุดกบดานกลุ่มกองกำลังหมาป่าเหมันต์ทยอยเข้าประจำตำแหน่งของตนกันรวดเร็วไร้ซึ่งคำสั่ง

     

            ไอแซกตะโกนผ่านหูฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ“อย่าลืม! ทุกอย่างต้องทำให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้!หากใครพบเจอชายทรงผมสกินเฮดสีเหลืองรีบรายงานมาทันที! เอาละไปได้!”คำสั่งออกจากปากของชายผมสีเทาในตาสีดำราวกับกำลังทำภารกิจของทหารก็ไม่ปาน

     

            ทุกคนขานรับแล้วออกตัววิ่งทำตามแผนโดยทีม Aไปทางซ้ายซึ่งมีแกนนำเป็นไอแซก ส่วนทีม B ไปทางขวาและมีแกนนำเป็นไดจิทั้งสองให้สัญญาณมือออกคำสั่งกันดูชำนาญเหมือนมืออาชีพที่ผ่านสงครามมาอย่างโชกโชน

     

            ตรงกลางหลังของพวกเขาทั้งหมดสลักไว้ด้วยรูปส่วนหัวของหมาป่าสีขาวที่กำลังอ้าปากคำรามเกรงขามแลดูน่ากลัวอันต้องการประกาศให้โลกรับรู้ถึงความเกรียงไกรแห่งแสนยานุภาพของหมาป่าเหมันต์

     

            กองกำลังกลุ่มนี้เป็นกองกำลังที่ไอแซกจัดตั้งขึ้นมาเองกับมือเขาระดมมันสมองหลากหลายที่ช่วยกันฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้ได้บุคลากรที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพทุกคนมีความคล่องตัวรวมถึงความสามารถในการทะลวงฝ่าศัตรูไม่ต่างจากทหารหน่วยพิเศษที่ฝึกฝนมาอย่างดีแม้จะสูญเสียงบประมาณค่าใช้จ่ายไปมหาศาลแต่ผลลัพธ์ตลอดที่ผ่านมาดูคุ้มค่าไม่เสียดาย

     

            ไอแซกให้สัญญาณมือเมื่อประชิดถึงขอบกำแพงชั้นแรก ทุกคนรีบแนบตัวติดกำแพงรอคำสั่งต่อไปพวกเขากระชับปืนในมือเตรียมพร้อมรบไอแซกบอกให้ทุกคนนั่งลงอยู่กับที่เพื่อรอจังหวะบางอย่าง

     

            เงาของสิ่งมีชีวิตเคลื่อนตัวผ่านบนกำแพงตามเสียงจังหวะเดินอันคงที่ไอแซกล้วงมีดสั้นออกจากเอวขึ้นถือในมือตั้งท่าเตรียมพร้อมก่อนให้สัญญาณสองคนใกล้ตัวตามมา

     

            ทั้งสามพุ่งไปยังศัตรูที่กำลังลาดตระเวนอยู่พร้อมกับเอามือปิดปากและแทงเข้าจุดตายที่คออย่างแม่นยำแล้วลากศพไปยังจุดอับสายตากันทันที เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากวินาทีก่อนยังมีชีวิตวินาทีต่อมาดับดิ้นดับสูญไม่มีแม้เสียงร้องทรมานแจ้งเตือนถึงการบุกรุก

     

            ไอแซกมองหน้าชายคนหนึ่งในกลุ่มสื่อความนัยที่ต้องการรู้

     

            “83%”หน้าจอแสดงผลการประมวลขนาดเท่าโทรศัพท์มือถือถูกสรุปหยิบยื่นให้ไอแซกได้เห็น

     

            ไม่คิดว่าระบบความปลอดภัยของไอ้พวกบ้านี้ยุ่งยากเหมือนกันเขาคิดในใจ ส่วนตัวกลับคิดว่าแก๊งวัวคลั่งนั้นจะไม่มีการดูแลทางด้านนี้สงสัยเขาคงคิดผิดไป เบื้องลึกเบื้องหลังของพวกมันคงมีกองกำลังสนับสนุนพอสมควรไม่งั้นไม่หาญกล้าท้าทายแก๊งมหาอำนาจทั้งสองได้ในเวลาเดียวกัน

     

            แต่ว่าเป็นใครกัน

     

            ทางด้านหมาป่าทีม Bกระทำเช่นเดียวกันในอีกด้านของถนนทุกอย่างดูเหมือนเป็นไปตามแผนอย่างเรียบร้อยการลอบสังหารถูกทำตามในจุดที่สมุดของไอแซกได้บันทึกตำแหน่งของกลุ่มลานตระเวนไว้เป็นอย่างดี

     

            ไอแซกเคลื่อนตัวนำทีมตัวเองเข้ามาใกล้เป้าหมายเรื่อยๆถามกับทีมอีกฝั่ง“ทางนั้นเป็นไงบ้าง?”

     

            “สบายมากครับ ท่านไอแซก”ไม่มีการติดขัดแฝงอยู่ในน้ำเสียงของไดจิ

     

            แต่บางอย่างมันเรียบง่ายเกินไปสร้างความน่ารำคาญภายในใจของไอแซก “อย่าประมาท”

     

            ไดจิเห็นชายคนหนึ่งของแก๊งวัวคลั่งเดินมายิงกระต่ายอยู่คนเดียวเขาพุ่งเข้าไปแทงคออย่างรวดเร็วและเอามือปิดปากกันเสียงร้อง

     

            แต่ทว่า…มีชายอีกคนเดินมาสมทบเพื่อจะดูดบุหรี่ภาพตรงหน้าทำให้เขาอ้าปากค้าง แต่มือล้วงบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาอัตโนมัติ

     

            ปริ๊ดดด!!!เสียงนกหวีดถูกชายคนนั้นเป่าขึ้นจนเกิดเสียงดังเป็นจังหวะดูแล้วเหมือนเป็นสัญญาณของการแจ้งเตือนการบุกรุกของศัตรู

     

            ฉัวะ!ประกายแสงสีแดงตัดผ่านคอหอยชายดังกล่าวทันทีไดจิตีลังกาถอยหลังกลับเข้าจุดทีมของตนเมื่อคิดถึงความผิดพลาดเมื่อสักครู่ใบหน้าเริ่มซีดเผือด

     

            เสียงนกหวีดถูกเป่าขึ้นจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งจนกระทั่งดังทั่วบริเวณเสียงไซเรนและแสงไฟสีแดงถูกจุดขึ้นให้ความสว่าง

     

            หางคิ้วของไอแซกกระตุกถี่ “แกโดนแน่ไดจิ!”

     

            “ขอโทษครับท่านไอแซก!”เหงื่อกายปรากฏกลางหลัง ขนแขนลุกชันตั้งเตือนถึงภัยอันใกล้แก่ไดจิ

     

            “รอฟังสัญญาณ! ห้ามใครตายเด็ดขาด!”

     

            ไอแซกหายใจเข้าเต็มปอดสมาธิถูกรวบรวมถึงขีดสุด “บุก!”

     

            ปัง! ปัง! ปัง!ไกปืนถูกรัวยิงโดยสมาชิกกลุ่มกองกำลังแก๊งหมาป่าเหมันต์สอยคนที่วิ่งดาหน้าเข้าหาล้มลงไปนอนแนบนิ่งกับพื้นกันเนืองนองแต่ฝั่งนั้นยังพอมีพวกที่มีประสบการณ์อยู่ พวกเขาสั่งคนด้านหลังให้รีบหาจุดกำบังและหักแฟลร์สโยนไปทางพวกไอแซกกับไดจิ เพื่อใช้ความสว่างระบุตำแหน่งของเป้าหมายที่บุกรุก

     

            ชายหนุ่มผมสีเทาเหลือบมองแท่งแสงสีแดงด้านข้างก่อนออกคำสั่ง“ยกเลิกคำสั่งเงา บังคับใช้การจู่โจมเต็มกำลัง!”

     

            สิ้นเสียงขานรับสลักบางอย่างถูกกดกันรวดเร็วพร้อมเพรียงจนเกิดเสียงอันไม่น่าฟังสำหรับแก๊งวัวคลั่ง

     

            กระสุนปืนถูกยิงเข้าใส่กันเสมือนสงครามแย่งชิงดินแดนกลุ่มควันและกลิ่นเหม็นสาบแห่งความตายเริ่มทยอยปกคลุมแหล่งกบดาน

     

            ชายฉกรรจ์ทรงผมสกินเฮดสีทองกำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่อีกด้านภายในอาคารที่มีเครื่องอุปกรณ์ความสะดวกอยู่ในระดับหนึ่งแต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยเสียงปืนที่ดังใกล้เข้ามา

     

            เขาเด้งตัวขึ้นยืนด้วยใบหน้าหงุดหงิด“เกิดอะไรขึ้นวะ!”

     

            ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาอย่างตื่นตระหนก“มีกองกำลังที่ไหนไม่รู้บุกเข้ามาครับ คุณสมิธ!”

     

            “ไปเอาอาวุธข้ามา ไม่ว่าน่าไหนพ่อจะไปฆ่าพวกมันให้หมด!”สมิธสวมชุดเกราะประจำตัวคล่องแคล่วแล้วเดินหยิบปืนคู่ใจมาถึงด้วยแววตาเดือดดาล

     

            ลูกน้องคนสนิทของสมิธยื่นขวานสั้นสีดำสองอันให้สมิธเขารับมันมาเลียก่อนจะเก็บไว้ข้างหลัง

     

            สมิธพูดด้วยน้ำเสียงโมโห “ไป!”เขาเดินออกจากอาคารไปพร้อมกับลูกน้องนับสิบ

     

            เบื้องหน้าตอนนี้เสมือนสมรภูมิขนาดย่อมที่เกิดจากการปะทะกันของปืนและระเบิดเป็นวงกว้างสร้างความเสียหายแก่ตึกรามบ้านเรือนแถวนี้เป็นอย่างมากซึ่งยังดีที่บริเวณแห่งนี้ไม่มีคนอื่นนอกจากแก๊งวัวคลั่งอยู่แต่อย่างใด

     

            สมิธวิ่งไปหาลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับที่กำบัง “พวกมันเป็นใคร!?”

     

            “คาดว่าน่าจะเป็นพวกแก๊งหมาป่าเหมันต์ครับคุณสมิธ” เขาคาดการณ์ด้วยสัญลักษณ์ด้านหลังของกลุ่มคนตรงข้าม

     

            สมิธทำหน้าหนักใจขึ้นมาเล็กน้อย“พวกมันงั้นเหรอ! หรือว่าพวกมันรู้แล้วว่าเราวางแผนการปล้นคราวที่แล้ว”แต่ก็ยังทำหน้าใจกล้าสู้เสือ เขาออกคำสั่งแก่ลูกน้องด้วยเสียงดัง

     

            ไหนหัวหน้าบอกจะจัดการพวกมันให้ไงให้ตายสิวะ!

     

            ผู้คนภายในแก๊งวัวคลั่งทยอยสิ้นลมต่อหน้าสมิธเนื่องจากความแตกต่างทางด้านเทคโนโลยีของพวกเขาซึ่งทางด้านหมาป่าเหมันต์เตรียมการจู่โจมมาเป็นอย่างดีทำให้ตอนนี้สมิธไม่อาจสื่อสารไปยังกองกำลังหลักของเขาเพื่อขอกำลังเสริมมาได้

     

            สัญญาณสื่อสารก็ใช้ไม่ได้ เฮงซวยเฮงซวยจริงๆ

     

            ตู้มมมมม!!เสียงระเบิดดังขึ้นในจุดไม่ไกลจากที่สมิธอยู่ ทำเอาหูอื้อไปชั่วขณะเขาสะบัดหน้าไล่ความมึนและวิ่งไปอีกจุดหนึ่งอย่างรวดเร็วพร้อมระดมยิงสู้กับอีกฝ่าย

     

            ไอแซกเสียคนในกลุ่มไปสองคนและอีกคนกำลังรักษาเบื้องต้นอยู่ด้านหลังของเขาแสงสว่างสีเขียวจากเครื่องมือรักษาถูกจุดขึ้นเป็นสัญญาณแสดงสถานะการใช้งานอยู่โดยตัวเครื่องเหลือพลังงานอยู่เพียง 1ใน 5 ส่วนเท่านั้น

     

            ไอแซกพูดเสียงดัง“ใครบาดเจ็บรีบกลับไปที่รถ ไม่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก ได้ยินไหม!”พร้อมกับยิงหัวชายคนหนึ่งที่โผล่จากกำบังออกมาอย่างแม่นยำ

     

            เหล่าลูกน้องขานรับและดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บกลับ

     

            ทรงผมสกินเฮดอันโดดเด่นสะท้อนผ่านดวงตาของไดจิ“เห็นตัวหัวหน้าพวกมันแล้ว ท่านไอแซก”

     

            “มันอยู่ตรงไหน!”สมาธิของไอแซกพุ่งตรงไปยังประโยคบอกเล่าที่เพิ่งได้ยิน

     

            ไดจิคาดเดาทิศทางก่อนจะตอบกลับไป “ทาง 2 นาฬิกาจากจุดที่ท่านไอแซกอยู่”

     

            “เยี่ยม! เห็นแล้ว! ยิงสกัดให้ด้วย”แววตาวาวโรจน์เผยรอยยิ้มเหี้ยมชี้ชัดตามตำแหน่งที่เห็นเขาออกคำสั่งให้คนเจ็ดคนด้านข้างยิงสกัดให้ตัวเขาพุ่งไป

     

            แต่ยังไม่ทันจะได้พุ่งเข้าใกล้เป้าหมายลูกกระสุนเม็ดหนึ่งก็ประชิดเข้าในระยะสายตาของไอแซกราวกับภาพเคลื่อนไหวที่ถูกลดความเร็วลง

     

            ด้วยทักษะเหนือชั้นของไอแซกจึงสามารถเข้าไปหลบที่ข้างตู้คอนเทนเนอร์สีแดงตรงหน้าได้อย่างไม่ยากเย็นแต่หมวกกันกระสุนก็ปลิวหายไปตามการจู่โจมเมื่อครู่

     

            เสียงการยิงต่อสู้กันยังคงดังอย่างไม่หยุดหย่อนเป็นจังหวะไอแซกปีนขึ้นไปด้านบนและมองหาตำแหน่งที่จะไปยังที่นั่นอย่างใช้ความคิดทันใดนั้นเขารู้สึกถึงบางอย่างกำลังพุ่งเข้ามา

     

            ปัง!กระสุนลูกหนึ่งถูกยิงเสียดหัวตัดปลายผมเขาไปอีกด้าน

     

            “ดีมากไดจิ”ไอแซกหันกลับไปมองด้านหลังก่อนพบร่างไร้วิญญาณของคนจากแก๊งวัวคลั่ง

     

            “อยู่นั่นเองสินะ”ไอแซกยืนขึ้นและมองไปยังสมิธที่กำลังยิงตอบโต้กับเหล่าลูกน้องของตนอยู่

     

            เขาวิ่งกระโดดข้ามตู้คอนเทนเนอร์แล้วดึงดาบคาตานะมาถือไว้ใบมีดด้านมีคมส่องแสงสว่างสีฟ้าครามแสนสวยท่ามกลางความมืด

     

            แต่ยังไม่ทันที่ไอแซกจะกระโดดไปถึงเขากลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วอีกเช่นเคย

     

            ออร่าชีลด์!

     

            เปร้ง!กระสุนปืนกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างคล้ายบาเรีย

     

            “บ้าน่า!”ปลายกระบอกปืนของสมิธส่งควันลอยให้เห็นถึงการเพิ่งยิงออกไปใบหน้าตื่นตระหนกคล้ายไม่เชื่อสิ่งที่เห็น

     

            ม่านบาเรียสีฟ้าครามลอยเด่นคล้ายกับโฮโลแกรมอยู่ตรงหน้าของไอแซกลักษณะคล้ายกับโล่ขนาดใหญ่ที่หุ้มด้านหน้าของไอแซกไว้แทบทั้งหมดเช่นเดียวกับพลังวิญญาณที่กำลังพวยพุ่งรอบตัวเป็นสีฟ้าส่งเดียวกับเกราะ

     

            “เจอหนูทดลองแล้ว”รอยยิ้มโหดเหี้ยมถูกขยับตามอารมณ์ของไอแซก

    คล้ายกับเรื่องยากูซ่าพลังผู้กล้า ที่คุณอ่าน