เทียนใช้หยกสร้างค่ายกล์ 5 ธาตุชุดนี้ไปเกือบร้อยชิ้น ในที่สุดก็สร้างเสร็จสมบูรณ์
“ าากิเลนไฟ ท่านส่งข่าวกระจายออกไป ให้พวกสัตว์ิญญาระดับสูงให้เข้ามาหลบภัยในค่ายกลแห่งนี้ทันที” เทียนบอกออกไปแล้วก็ออกไปจากที่นี่เพื่อคอยดูว่า พวกมนุษย์ทั้งหลาย จะเข้ามาในที่นี้ได้อย่างไร จักรวรรดิเหวินิมาถึงป่าส่วนกลางนี้ก่อน เทียนแอบเฝ้าอยู่ทางด้านหลัง คอยสังเกตดู พบว่า กองกำลังของ จักรวรรดิเหวินิ ร่วมมือกับ จักรวรรดิไท่หยวน กลายเป็กองกำลัง ระดับ 200 คน โดยมีปรมาจารย์ อัครพรหมเทพ เฝ้าอยู่ด้านหลังสองคน
เทียนมองดูอยู่ห่างไกลเกือบ สามกิโลเมตร แล้วลองนำธนูยิงตะวันออกมา แล้วใช้ลูกศริญญาปล่อยออกไปโดยเล็งไปที่ ปรมาจารย์ อัครพรหมเทพ ทั้งสองคน ลูกศริญญาสีฟ้า พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่พอใกล้เป้าหมาย ลูกศรกลับแบ่งตัว ออกเป็สอง พุ่งเข้าใส่ทั้งคู่ ที่ไม่คิดว่าจะมีอาวุธอะไรสามารถยิงผ่านม่านพลังป้องกันของทั้งสองได้ พอรู้สึกตัวอีกที ลูกศริญญาฟ้า ก็ทะลุม่านป้องกันพุ่งเข้าใส่หัวใจ ของทั้งสองคนตายคาที่ทันที
ถึงแม้สัตว์ิญญาสีทองทั้งคู่พยายามปรากฏร่างป้องกันแต่ก็ไม่สามารถทนกับ พลังลูกศริญญาฟ้าของเทียนได้ พอคนคุมหลังเสียชีวิต จักรวรรดิทั้งสองแห่งก็ใ ไม่คิดว่าในป่าแห่งนี้จะมียอดยุทธ์ลึกลับ สามารถลอบสังหาร ปรมาจารย์อัครพรหมเทพทั้งสองคนได้
“ เกิดขึ้นได้อย่างไร” องค์ชายเหวินจ้งเอ่ยถาม นักพรตเทวะขาวดำ ที่กำลังมองศพของ ปรมาจารย์ทั้งสอง
“ ทั้งคู่ถูกธนูยิงตาย ลูกศรทะลุเข้าหัวใจ แต่น่าแปลก ไม่มีลูกศรและพลังยุทธ์ และ ิญญาสัตว์ ก็ไม่เหลือเหมือนกับถูกดูดไปจนหมดตัว ข้าไม่เคยเห็นอาวุธแบบนี้มาก่อน ผู้ลอบสังหารผู้นี้อันตรายมาก องค์ชายงานนี้ ท่านกลับจักรวรรดิของเราก่อนดีกว่า หนทางข้างหน้าไม่ปลอดภัยเสียแล้ว” นักพรตเทวะขาว รีบบอกองค์ชายเหวินจ้ง ด้วยความหวาดกลัว
“ กลับไม่ได้ ถ้ากลับไปเวลานี้ อาจเป็แผนไว้ดักคอยโจมตีก็เป็ได้ ส่งข่าวบอกให้จ้าวจักรพรรดิส่งกำลังเสริม มาช่วยคุ้มกันองค์ชายดีกว่า” นักพรตเทวะดำเสนอความคิด
“ ข้าเห็นด้วยกับท่านนักพรตเทวะดำ ท่านส่งข่าวไปไปบอกเสด็จพ่อเดี๋ยวนี้เลย”
“ องค์ชายไม่ต้องห่วง พวกเราอยู่ด้วยกัน ต่อให้มันเข้ามา กองกำลังของพวกเราทั้งสองร่วมมือกัน ใครเล่าจะต้านท้านไว้ได้” องค์ชายไท่เหอ จากจักรวรรดิไท่หยวน เอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ
“ ขอบคุณ องค์ชาย แต่เื่นี้พวกเราไม่ประมาทดีกว่า ให้พวกอัครพรหมเทพ ช่วยตรวจสอบให้ละเอียดหน่อยจะดีกว่า” องค์ชายเหวินจ้งไม่ประมาท
“ องค์ชาย ข้างหน้ามีพวกิญญาสัตว์ระดับสูง มารวมตัวกันมากมาย แล้วยังพบว่าใต้ดินมีไอิญญากระดูก ระดับแสนปี ชิ้นใหญ่ พวกเรารีบเข้าไปดูกันเถอะ”
นักพรตเทวะขาวรีบมารายงาน ทั้งหมดเข้าไปที่จุดศูนย์กลางป่าิญญาทันที
เทียนนำพลังอัครพรหมเทพทั้งสอง พร้อมกับวิญญานสัตว์สีทอง ที่ลูกศริญญาดูดมาไว้ ลองดูดเข้าไว้ในร่างของตัวเอง พลังเทพยุทธ์ของเทียนเพิ่มขึ้นแค่เพียง 1 ระดับเท่านั้น พลังิญญายุทธ์ ก็ขึ้นมาเท่ากัน ไม่ได้เยอะเลย เทียนมีพลังยุทธ์ระดับ ที่ 36 ิญญายุทธระดับที่ 42 เทียนเก็บวิญญานสัตว์สีทองเอาไว้ในแผ่นหยก ขณะที่กำลังจะออกไปล่าคนของจักรวรรดิเหวินิต่อ ก็พบกับ การปะทะกันระหว่างอวี้หลัน อวี้คัง ผู้เฒ่าอินทรี กับ พวก กลุ่ม นักสู้จากสำนักเทพยุทธ์เหมือนกัน เพื่อแย่งชิง ิญญาดอกเบญจมาศ เทียนเห็นอีกฝ่ายมี ปรมาจารย์อัครพรหมเทพ ถึง สองคน ผู้เฒ่าอินทรีคนเดียวต้านไม่ไหว ถึงแม้กระบี่์สามารถต้านทานอีกฝ่ายได้ แต่มาเจอกับ ปรมาจารย์ อัครพรหมเทพ ก็ไม่สามารถแสดงพลังได้ เจอพลังกดดัน ทำให้ต้องทิ้งกระบี่์
ปรมาจารย์อัครพรหมเทพ ถึงกับคิดแย่งกระบี่เข้าไปไว้ใน เทียนเปลี่ยนร่างเป็ซูเทียน เข้าโจมตี โดยใช้ทวนกลีบดอกบัว แทงเข้าเสกหน้า ปรมาจารย์ อัครพรหมเทพต้องถอยหลังไปหลายก้าวไม่กล้าหยิบกระบี่์ เทียนใช้พลังดูดกระบี่คืนให้อวี้หลัน
“ พี่เทียน” อวี้หลันได้กระบี่แล้วเข้ามาเกาะแขนเทียนอย่างดีใจ
“ เป็ถึง ปรมาจารย์ อัครพรหมเทพ กลับคิดชั่วช้ากล้าแย่งชิง กระบี่ของผู้เยาว์ นี่พวกเ้าไม่กลัวนายท่านสี่บ้างเลยหรือยังไง” เทียนเอ่ยออกมาอย่างแข็งกร้าว
“ เชอะ แค่นายท่านสี่ พวกเราเป็คนของนายท่านสาม ใครที่เข้ามาในนี้ เป็ตายไม่มีใครผิด ถูก ทุกคนรู้กติกาดี เ้าหนุ่มถ้าไม่อยากตายอย่ามายุ่งกับเื่ของเรา” ปรมาจารย์ อัครพรหมเทพผมเขียว เอ่ยกับเทียน
“ พาอวี้หลันหนีไป แล้วรีบไปบอกนายท่านสี่ ข้าจะต้านไว้เอง” ผู้เฒ่าอินทรีะโบอกกับเทียน คนที่เข้ามากับอวี้หลันตายไปหลายคนแล้ว เทียนไม่ฟังคำผู้เฒ่าอินทรี ใช้หอกแทงเข้าใส่ อัครพรหมเทพผมเขียวผู้นี้ทันที อีกฝ่ายเห็นเทียนมีพลังแค่ เทพยุทธ์ระดับ 36 ก็เลยไม่ใส่ใจ ใส่ม่านป้องกันไว้ แล้วปล่อยกรงเล็บที่มีพิษสีเขียว เข้าใส่เทียน แต่มันไม่รู้เลยว่า ทวนของเทียนยังไม่ทันถึงตัว ปลายหอกของเทียนมีกลีบดอกบัว พุ่งเข้ามาทำลายม่านป้องกัน และกลีบบัวทั้งแปดพุ่งเข้าใส่ร่าง อัครพรหมเทพผมเขียว จนร่างพรุนไป 8 รู ขณะที่กำลังมองแผลตัวเองอย่างใ ก็มีฝนเข็มพุ่งออกมาจากตัวหอกอีก อัครพรหมเทพผมเขียว ถูกยิงใส่เข้าทั่วลำตัวกลายเป็แม่น ยังไม่ตายแต่เพียงแค่ใ
ขณะจะใช้พลังผลักดันเข็มออกมา ก็เจอกับ หัวทวนที่พุ่งเข้ามาอย่างเร็วสูงเข้าเจาะที่กลางหน้าอก และเกิดะเิออกมา ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ะเิเพลิง แตกกระจายออกเป็ะเิเม็ดเล็กๆ อีกแปดลูก ร่างของปรมาจารย์ อัครพรหมเทพผมเขียว ไม่เหลือแม้แต่ซากให้เห็น
เทียนขยับทวนอีกครั้ง ทวนกลับมามีสภาพเหมือนเดิมอีก ทุกคนที่เห็น เหตุการณ์ต่างตะลึงหยุดสู้กันไปชั่วขณะ ฝ่ายตรงข้ามส่งสัญญาณหนีทันที ผู้เฒ่าอินทรีรีบกลับมายืนข้างเทียนด้วยความดีใจ
“ เยี่ยมมาก อาเทียน ไม่คิดว่าอาวุธของเ้าจะสามารถ จัดการกับ ราชทัณฑ์ผมเขียวได้ คราวนี้แหละ พวกมันจะได้เลิกดูถูก พวกเราสนามเทพยุทธ์เสียที” ผู้เฒ่าอินทรีเอ่ยอย่างดีใจ
“ ใช้แล้ว อาเทียน ต่อไปถ้าข้าอยากได้อาวุธแบบนี้ ช่วยทำให้ข้าได้หรือเปล่า” อวี้คังรีบเอ่ยขอ
“ เื่นี้ข้าคงช่วยท่านไม่ได้” เทียนบอกตามตรง
“ พี่ใหญ่ อาวุธ์แบบนี้ พี่เทียนจะทำขึ้นมาได้อย่างไรกันเล่า” อวี้หลันรีบเอ่ยแทนทันที
“ จริงหรือ นี่คืออาวุธ์อีกชิ้นหรือนี่”
เทียนพยักหน้า แล้วบอกให้อวี้หลัน ดูดซับ ิญญาดอกเบญจมาศ ขึ้นมาตอนนี้เลย เทียนจะช่วยป้องกันให้ อวี้หลันเริ่มทำการดูดซับิญญาดอกเบญจมาศทันที เทียนกับ ผู้เฒ่าอินทรี ออกมายืนดูห่าง ๆ
“ เป็คนสำนักเทพยุทธ์เหมือนกัน ทำไมถึงต้องมาเข่นฆ่ากันแบบนี้” เทียนเอ่ยถามผู้เฒ่าอินทรี
“ เฮ้อ เื่นี้สืบเนื่องมาั้แ่รุ่นปู่ ของนายท่านสี่ ยุคนั้นมีปรมาจารย์ ราชันพรหมเทพ 4 คน ทั้งสี่คนเป็พี่น้องร่วมสาบาน ทั้งสี่สยบจ้าวจักรวรรดิทั้งหกเอาไว้ไม่ให้ทำาแย่งชิงความเป็ใหญ่ แล้วสร้าง สำนักเทพยุทธ์ไว้ตรงกลาง 6 จักรวรรดิ เพื่อคอยดูแลควบคุม แต่เหตุการณ์ผ่านไปร้อยกว่าปี ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ท่านราชันทั้งสี ล้วนสิ้นอายุขัยไปจนหมด เหลือแต่รุ่นพ่อของนายท่านที่สี่ พี่ใหญ่คนโตสืบทอดพลังของ ราชันทั้งสี่เลยมีพลังราชันพรหมเทพคอยควบคุมดูแลเื่ราวทั้งหมด แบ่งให้ ทายาททั้งหมดช่วยกัน ดูแลงานในสำนักเทพยุทธ์หน้าที่ต่างๆ กันไป พ่อของนายท่านที่สี่ ถูกส่งมาให้คุม สนามเทพยุทธ์แห่งนี้
พี่ใหญ่คนโต เป็เ้าสำนักดูแลทั้งหมด ส่วนนายท่านรองดูแลควบคุม 6 จักรวรรดิ
ส่วนนายท่านที่สาม มีหน้าที่ดูแล 15 ตระกูลสำนัก และคุมกฏ โดยมีราชทันฑ์ทั้งสิบคอยเป็ลูกน้อง พ่อของนายท่านสี่ตายลง ทั้งสองคนต่างก็หวังจะฮุบ สนามเทพยุทธ์ แต่ว่า พี่ใหญ่เ้าสำนักไม่ยอมให้ มอบหมายให้ นายท่านสี่คุมแทน ั้แ่นั้นมานายท่านก็ถูก กลั่นแกล้ง สารพัด ไม่มีใครเกรงกลัวนายท่านสี่เลย แต่คิดไม่ถึงมันกลับกล้าที่จะทำร้าย คุณชายใหญ่ กับคุณหนูเช่นนี้” ผู้เฒ่าอินทรี เอ่ยอย่างเจ็บใจ
“ อย่าห่วงเลย หากพวกมันคิดร้ายเช่นนี้ ก็อย่าปล่อยให้พวกมันออกจากที่นี่ไปได้
หากพวกมันออกไป วันหนึ่งพวกมันต้องกลับมาทำร้ายนายท่านอีกแน่” เทียนบอกออกไป ผู้เฒ่าถึงกับอึ้ง ไม่เคยคิดตอบโต้ใครแบบนี้มาก่อน แต่พอหันไปมอง อวี้หลัน ที่ดูดซับเสร็จแล้ว ทุกคนก็โล่งใจ อวี้หลันดีใจรีบเข้ามาหาเทียน โชว์ความสามารถของ พลังิญญาดอกเบญจมาศให้เทียนดูทันที ปรากฏว่า พออวี้หลันปล่อยพลังดอกเบญจมาศออกมา กลายเป็ดอกเบญจมาศดอกใหญ่ 1 ดอกแล้วก็หมุนติ้ว ใบสีเหลืองเล็กๆ กับพุ่งเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่ เป็รอยพรุนไปด้วยกลีบดอกเบญจมาศเล็ก ๆ เต็มไปหมด ทุกคนเห็นแล้วใเช่นกัน เทียนมอบยันต์หลบหนีให้กับอวี้หลัน อวี้คัง และ ผู้เฒ่าอินทรี คนละ 5 ใบ หากเจอปัญหาก็ทำลายยันต์ ร่างก็จะหายไปจากที่อันตรายไปในที่ปลอดภัย
ทั้งหมดเดินทางมาที่จุดศูนย์กลางของป่า ิญญาแห่งนี้ เทียนบอกให้ทุกคนอยู่มองดูอยู่ตรงนี้ห้ามเข้าไปด้านในเด็ดขาด เพราะดูแล้วมีปรมาจารย์ค่ายกลสร้างเอาไว้ เทียนขอตัวไปทำธุระ ไม่นานจะกลับมา จากนั้นเทียนก็หายไป กลายร่างมาเป็ชายชุดดำ เทียนสังเกตเห็นว่ามีผู้คนจากหลายสำนัก และก็หลายจักรวรรดิต่างเข้ามาที่จุดศูนย์กลาง เพราะััได้ถึงพลังิญญาของสัตว์ระดังสูงด้านใน มีอยู่เป็จำนวนมาก
แต่พอทุกคนมาถึงจุดนี้ ก็ถูกค่ายกลปฐี ทำร้ายแค่ใครเข้ามาในระยะ สิบเมตร ก็ถูกก้อนหินพุ่งเข้าใส่จนกระเด็นออกไปจนหมด มีปรมาจารย์ระดับ อัครพรหมเทพ ะโข้ามไปได้ แต่ก็ถูกตรึงไว้ด้วย พลังน้ำแข็ง และพลังวายุ ทำให้ร่างพรุนไปด้วยเม็ดน้ำแข็ง ตกตายอย่างอนาถ ขนาดปรมาจารย์ระดับอัครพรหมเทพ ยังตาย แล้วคนที่มีพลังระดับ ต่ำกว่า เลยถอดใจไม่กล้าเข้าไปอีก
“ ท่านนักพรตทั้งสอง ข้างในมีกระดูกิญญาแสนปีแน่นะ” องค์ชายเหวินจ้งเอ่ยถาม นักพรตเทวะขาวดำ
“ มีแน่นอน กระจกส่องิญญาไม่เคยพลาดมาก่อน” นักพรตเทวะขาวเอ่ย
“ ถ้าเช่นนั้น คงต้องใช้ เกล็ดหัวใจัที่ท่านพ่อให้มา” องค์ชายเหวินจ้งส่งจิตััเข้าเกล็ดั ร่างกายก็เปลี่ยนเป็ั พุ่งเข้าไปทำลายค่ายกล 5 ธาตุทันที เทียนเห็นเช่นนั้นก็กำหมัดแน่น ด้วยความแค้น นั่นมันเกล็ดัของเขา
เทียนรีบหายตัวเข้าไปในค่ายกล ทันที ซึ่งตอนนี้ค่ายกลปฐีไม่สามารถหยุดยั้งัเหวินจ้งได้ ค่ายกลวารีน้ำแข็ง ก็ถูกัสะบัด กระจาย ค่ายกลวายุก็ไม่ทำให้ัหวั่นไหว แม้แต่ค่ายกลอัคคี ก็ไม่สามารถเผาัได้ พอถึงค่ายกลิญญา เทียนใส่ิญญาพญานกคุนเผิง ทำให้ัเหวินจิ้ง ถึงกับกลายหนอนตัวเล็กไปเลย เมื่อร่างคุนเผิง ขยายปีกออกมาครอบคลุมไปทั่วบริเวณค่ายกล แล้วใช้กรงเล็บแค่เท้าเดียวก็จับัเหวินจ้งจนไม่สามารถขยับไปไหนได้
เทียนมาถึงร่างัก็กลายเป็องค์ชายเหวินจ้งไปแล้ว เทียนหยิบเกล็ดัคืนมา แล้วดึงิญญาาาหมีออกมาอีก นักพรตเทวะขาวดำ กับ พวกจักรวรรดิเหวินิ ก็รีบเข้าไปช่วยองค์ชายเหวินจ้งทันที แต่ไม่ทันแล้ว เทียนใช้เท้ากระทืบไปที่หัว องค์ชายเหวินจ้ง จนแหลกเหลว เละเทะ หมดโอกาสหายใจ
คนของจักรวรรดิเหวินจ้งเห็นเช่นนั้นก็แค้นใจยิ่งนัก พุ่งเข้ามาจะทำร้ายเทียน โดยมีคนของจักรวรรดิ ไท่หยวนก็เข้ามา ร่วมด้วย แต่องค์ชายไท่เหอ กับ อัครพรหมเทพทั้งสี่ไม่เข้ามา ให้ลูกน้องเข้ามาแทน เทียนสั่งเปิดค่ายกลที่ถูกทำลายไปแล้ว ขึ้นใหม่ทันที คนเกือบสองร้อยคน ที่เข้ามาล้วนถูกฆ่าตายอย่างสยดสยอง นักพรตเทวะขาว ดำทั้งสองทำท่าจะหนี เทียนสั่งให้ ิญญานกั์คุนเผิง สังหารคนที่เข้ามาในค่ายกลให้หมด
พญานกคุนเผิงเริ่มใช้ปีกฟาดเข้าไปโดนนักพรตทั้งสองก็ร่างเละ กลายเป็เศษเนื้อ มีอัครพรหมเทพเหลืออีกสองคนร่วมมือกัน พุ่งร่างเข้าใส่เทียน หวังให้เทียนตายไปด้วยกัน เทียนปล่อยฝ่ามือออกไป กลายเป็กรงเล็บพุ่งเข้าใส่อัครพรหมเทพทั้งสองคนพร้อมกัน ฉึก ฉึก ! ร่างทั้งสอง ถูกกรงเล็บคุนเผิงทะลุอก แล้วิญญานกั์คุนเผิง ก็เหยียบอีกทีจนร่างแหลกเหลว ทุกๆ คนที่มองเห็น ก็ใแทบสิ้นสติ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อกันดี เทียนมองไปที่ กลุ่มของนายท่านที่สาม ที่กำลังยืนมองอยู่อย่างตระหนก เทียนสั่งให้ิญญาคุนเผิง เข้าไปจัดการกับกลุ่มนายท่านที่สาม กลุ่มนี้ต่อทันที
กลุ่มนายท่านที่สามใ ไม่คิดว่าไม่ได้อยู่ในค่ายกล แล้วทำไม วิญญานสัตว์พญานกคุนเผิง ถึงสามารถทำร้ายคนนอกค่ายกลได้ แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า เทียนได้หลอมรวมกระดูกิญญาพญานกคุนเผิงเอาไว้ในร่างเรียบร้อยแล้ว คนแรกที่ถูกเซ่นสังเวยด้วยกรงเล็บ พญานกคุนเผิงคือปรมาจารย์อัครพรหมเทพของนายท่านที่สาม จากนั้นทีเหลือ ก็ถูกปืกคุนเผิงตีจนร่างเละไปจนหมด ตายหมู่ไปเป็กลุ่มที่สาม ส่วนที่เหลือเห็นเช่นนั้น ก็ต่างวิ่งหนีกันสุดชีวิต เทียนใช้พลังคุนเผิงไล่ จิก ไล่ฟาดระดับปรมารจารย์ อัครพรหมเทพบาดเจ็ดไปหลายคน โดยเฉพาะคนของนายท่านที่สอง เทียนก็เก็บกวาดไม่เหลือ
ส่วนคนของ ตระกูลลี่ เทียนละเว้น ทุกคนวิ่งหนีออกมาจากป่าิญญากันอย่างโกลาหล ไม่เว้นแม้แต่ กลุ่มนายท่านสี่ ที่เห็นพญานกคุนเผิง ก็รีบวิ่งหนีไม่คิดชีวิตเช่นกัน อวี้หลันถามหา พี่เทียน แต่ปู่อินทรีต้องบอกว่า เทียนไปรอที่ด้านนอกแล้ว
เพราะอยู่ไปก็ไม่มีใครต้านทานพลังของพญานกคุนเผิงที่ใหญ่โตขนาดนี้ได้ เทียนไล่ดูด พลัง ิญญาสัตว์ และ พลังยุทธ์ระดับ อัครพรหมเทพ ของคนที่ตายไปแล้ว มาจนหมด าากิเลนไฟ ปรากฏร่างออกมา พร้อมกับสัตว์ิญญาระดับสูงอีกมากมาย ขอบคุณเทียน โดยมี เ้ากระรอกเทพยืนอยู่บนไหล่เทียนกอดอก มองทุกคน เหมือนจะบอกว่า เทียนคือเ้านายของมัน
“ ข้าขอขอบคุณ คุณชายซูเทียน ที่ได้ช่วยพวกเราในครั้งนี้” าากิเลนไฟ ก้มหมอบต่อหน้าเทียน ทำให้เทียนต้องบอกให้ลุกขึ้น
“ ท่านอย่าได้เกรงใจ ท่านให้กระดูกิญญาคุนเผิงข้ามา ส่วนข้าตอบแทนไปเป็เื่เล็กน้อย ข้ารู้ว่าอีกไม่นาน พวกคนที่สูญเสีย ต้องมาที่นี่อีกแน่ ข้าจะยังคงไม่ไปไหน จะอยู่ช่วยพวกท่านจัดการ พวกมันที่นี่เอง” เทียนรู้ว่า คนอย่างจ้าวจักรวรรดิเหวินิต้องไม่ยอมแน่ ที่สูญเสียลูกชาย และ คนในราชวงศ์ไปหลายคนแบบนี้ เทียนต้องวางกับดักรอพวกมันที่นี่ ดีกว่า ไปหาพวกมันที่จักรวรรดิเหวินิ เทียนปักหมุดเคลื่อนย้ายที่นี่เอาไว้ เวลามาครั้งต่อไปก็แค่คิดถึงก็มาได้เลย แล้วเทียนก็กลายร่างเป็ซูเทียนออกไปรอพวก ของอวี้หลันที่อยู่ด้านนอก
พอทุกคนออกมา เทียนก็มายืนรออยู่แล้ว อวี้หลัน รีบบอกกับเทียนทันที ว่ามีนกใหญ่ตัวเท่าฟ้า เข้ามาทำร้ายคน ตายกันเป็เบือ เลย เสียดายที่เทียนไม่เห็น เทียนได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร ประตูใหญ่ของสำนักเทพยุทธ์รีบปิดทันที หลังที่รู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น คนในสำนักเทพยุทธ์สูญเสีย ไปเกือบ สองร้อยคน เื่นี้คงต้องมีการสืบสวนกันอย่างละเอียดอย่างแน่นอน โดยเฉพาะชายชุดดำ คนที่ควบคุมค่ายกลนั้นเป็ใคร ทุกคนต่างสงสัยยิ่งนัก....