บทที่ 8 : อำเภอเจียงซุย
ลุงเหมาเป็คนขับเกวียนวัวเข้าอำเภอ่บ่าย ส่วน่เช้าจะเป็ลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านชื่อต้าจู ซ่งอี้หรานพาบุตรชายเข้าเมืองด้วยครั้งนี้ทำเอาชาวบ้านฮือฮา บางคนถึงกับคิดว่าเธอจะนำลูกชายไปขายแรงในตัวอำเภอ
ข่าวนี้เข้าหูคุณแม่หลินอย่างรวดเร็วราวไฟลามทุ่ง “หล่อนพาอาเถาเข้าเมืองจริงหรือ!?”
หัวใจหญิงวัยกลางคนแทบหยุดเต้น ลูกสะใภ้ผู้นี้เป็คนเช่นไรทำไมเธอจะไม่รู้แจ้ง แค่ของกินของใช้ยังหวงบุตรชายตัวเอง คนใจคอคับแคบร้ายกาจปานนี้จะพาลูกเข้าตัวอำเภอไปทำเื่ดีๆ ได้อย่างไร
“ฉันเห็นมากับตา สะใภ้เฉินลองไปถามคนอื่นดูก็ได้ ตอนนั้นเป็่ใกล้เริ่มงาน่บ่าย คนออกมาทำงานเดินผ่านเกวียนของผู้เฒ่าเหมาหลายคน” เพื่อนบ้านเตรียมดินปลูกข้าวอยู่ข้างคุณแม่หลินพูด
คุณแม่หลินมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบเดินไปหาสามีที่กำลังไถดิน “ตาเฒ่าเฉิน! แย่แล้ว! พวกเราจะทำยังไงกันดี”
คุณพ่อเฉินเงยหน้ามองภรรยาที่ตอนนี้หน้าตาดูไม่ได้ เหมือนกำลังกลั้นอุจจาระสุดชีวิต “เกิดอะไรขึ้น?”
“อี้หรานพาอาเถาของเราเข้าเมือง คุณว่าหล่อนจะขายอาเถาหลานชายฉันหรือเปล่า!? ถ้าเราตามไปตอนนี้ยังทันไหม!?” คุณแม่หลินรักหลานชายคนโตราวกับลูกตาของตัวเอง หลานชายคนแรกของเธอมีบิดากล้าหาญเป็ถึงนายพัน ทว่ากลับมีมารดาเป็หญิงใจแคบ น่าเวทนายิ่งนัก
“ไปเอามาจากไหน อาเถาเป็ลูกคนเดียวของหล่อนนะ ทั้งหล่อนยังไม่ขาดแคลนเงิน จะต้องขายลูกชายตัวเองทำไม” คุณพ่อเฉินไม่คล้อยตามคำพูดคนอื่นง่ายๆ
คุณแม่หลินสงบใจได้เล็กน้อย “แต่สะใภ้เล็กของเราใจคอคับแคบ เลี้ยงลูกแบบถูไถขอไปที หล่อนไม่เคยให้อาเถากินอิ่มนอนอุ่น ทั้งยังเห็นแก่เงินอีกต่างหาก”
“ก็เพราะเห็นแก่เงินไง คุณลองคิดดู หากหล่อนเอาอาเถาไปขายหรือใช้แรงงาน นั่นเป็ฟางเส้นสุดท้ายของเฉินซาน เขามีหรือจะไม่หย่าขาด พอหย่าขาดแล้วหล่อนจะหาสามีที่ส่งเงินให้ไม่ขาดแบบลูกเราที่ไหนได้อีก? ทั้งยังไม่สนใจว่าหล่อนจะเอาเงินไปถลุงกับเื่ไร้สาระอะไร สามีแบบนี้จะไปหาที่ไหน ต่อให้สะใภ้สามเป็ลาโง่ก็ไม่คิดสั้นตัดหนทางสุขสบายของตัวเองหรอก”
“จริงของคุณ… พวกชาวบ้านลือกันจนฉันกลัว แล้วสะใภ้สามจะพาอาเถาของเราเข้าเมืองไปทำอะไรกัน ฉันคิดเื่ดีๆ ของหล่อนไม่ออกเลย”
“อาจจะให้ไปช่วยถือของ หล่อนชอบซื้อของไร้สาระไม่ใช่หรือ? คงพาไปด้วยเื่นี้ล่ะ” คุณพ่อเฉินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ หากหล่อนกล้าขายหลานเขาจริง เขาไม่ปล่อยไว้แน่
“เฮ้อ โล่งอกไปที” เท่านี้คุณแม่หลินจึงกลับไปทำงานต่อได้
ด้านสองแม่ลูกไม่ได้รับรู้ข่าวลือที่สร้างความใใดใด ซ่งอี้หรานจับมือบุตรชายเดินรอบตัวอำเภอซึ่งเต็มไปด้วยร้านรวง ส่วนใหญ่เป็ร้านค้าของรัฐ เธอเข้าไปซื้อของใช้ในสหกรณ์ หล่อนซื้อเครื่องปรุง ข้าวสารสี่ชั่ง และแป้งบดละเอียดสองชั่ง นมมอลหนึ่งถุง ลูกอมตรากระต่ายขาวอีกหนึ่งถุง อาเถาดีใจจนเก็บรอยยิ้มไว้ไม่ได้ เดินไปทางไหนก็ยิ้มราวกับคนเสียสติ
ส่วนผู้เป็แม่นั้นหน้าตึง เมื่อได้รู้จำนวนคูปองที่ต้องเสียไป หล่อนไม่ชินกับการจ่ายคูปองคู่กับเงินสด หากไม่มีคูปองก็ไม่สามารถซื้อสิ่งของได้
“แม่ ท่านดีที่สุด!” อาเถาเดินชมมารดาไม่ขาดปาก ดวงตาเ้าเล่ห์จ้องถุงลูกอมกระต่ายขาวไม่ละสายตา
ผู้เป็มารดาหัวเราะลั่น เ้าเด็กปากหวานหวังผล เธอจะทนใจร้ายกับเขาได้อย่างไรล่ะ เธอฉีกถุงหยิบลูกอมหนึ่งเม็ดให้ลูกชายเป็ค่าตอบแทนที่เขาเอาใจเธอ
ซ่งอี้หรานพาบุตรชายกลับเกวียนฝากไว้กับลุงเหมาพร้อมข้าวของเต็มตะกร้า เธอตั้งใจไปดูสิ่งที่เรียกว่าตลาดมืด ไม่อยากให้ลูกชายตามไปเสี่ยงอันตรายด้วย “อาเถารอแม่อยู่ที่รถกับลุงเหมานะ แม่จะไปดูของที่ถนนอีกฝั่งหนึ่ง ระยะทางไกลมาก ลูกจะเหนื่อยเกินไป”
“ครับ! ผมเข้าใจแล้ว” ลูกอมตรากระต่ายขาวอร่อยเหลือเกิน แม่พูดอะไรเขาก็พร้อมจะเป็วัวเป็ม้า
ซ่งอี้หรานเดินไปยังมุมอับของถนนสายหนึ่ง มันเป็ซอยที่แปลก มีคนเดินผ่านบ้างเป็ครั้งคราว บางคนเดินผ่านมาพร้อมถือตะกร้าในมือที่มีผ้าปิด เธอยืนลังเลครู่ใหญ่ไม่กล้าเข้าไป ยุคนี้มีพวกค้ามนุษย์ลักพาตัวเด็กและผู้หญิงอยู่ไม่น้อย
“สหาย มาใหม่ใช่หรือไม่?” ชายร่างใหญ่ผิวคล้ำเอ่ยขึ้น ที่หลังของเขามีตะกร้าอยู่ “ตลาดแห่งนี้รหัสลับเปลี่ยนเป็ประจำเกือบทุกวัน ถ้าสหายอยากเข้าต้องไปรับรหัสกับชายที่ยืนอยู่ข้างกระถางต้นไม้ตรงนั้น บางวันเขาจะเปลี่ยนคน แต่ส่วนใหญ่จะยืนอยู่บริเวณนั้นล่ะ รหัสลับวันนี้คือโต้รุ่งย่ำแสงอรุณ ว่าแต่วันนี้สหายมีของมาขายหรือไม่?”
ซ่งอี้หรานส่ายหน้า “วันนี้ฉันมาดูลาดเลาก่อนค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า “่นี้ไม่เข้มงวดเหมือนก่อนหน้า นานครั้งจะมีคนตามจับ ถ้าสหายไม่มีของมาขาย สนใจหัวมันของฉันไหม หัวใหญ่มาก เพิ่งขุดมาสดใหม่ ไม่ต้องใช้คูปอง”
ซ่งอี้หรานอยากซื้อพวกเนื้อสัตว์มากกว่า แต่ผักบ้านเธอก็ไม่มีเช่นกัน “สหายขายชั่งละกี่หยวนคะ?”
“ขายชั่งละหนึ่งเหมา หัวใหญ่มาก หัวหนึ่งหนักเกือบสองชั่ง” เขาว่าพลางนำตะกร้าที่หลังลงมาให้ซ่งอี้หรานดูขนาดของหัวมัน
ซ่งอี้หรานเห็นหัวมันอวบอัดสมบูรณ์จึงซื้อมาหนึ่งหัว เมื่อจ่ายเงินแล้วเธอถามเื่เมล็ดพันธุ์ผัก “ตลาดมืดนี้มีเมล็ดพันธุ์ผักขายหรือเปล่าคะ?”
“วันนี้ไม่แน่ใจ บ้านผมมีเมล็ดพันธุ์หลายอย่าง ถ้าอยากซื้อจริงๆ อีกสองวันผมจะนำหัวผักกาดมาขาย แล้วจะนำเมล็ดผักมาเผื่อคุณด้วย”
“ได้ค่ะ อีกสองวันเวลาประมาณนี้ฉันจะมารอซื้อ” เมื่อตกลงนัดแนะกันเรียบร้อย ซ่งอี้หรานลองเดินเข้าไปในตรอกที่มีการซื้อขายตลาดมืด
ยิ่งเดินเข้าไปลึกยิ่งมีคนหนาแน่น บรรยากาศเหมือนคนรู้จักพบปะพูดคุย ของที่ขายไม่ได้แสดงให้เห็น มักถูกผ้าหรือฝาอะไรบางอย่างปิดบังไว้ ทำให้ยากต่อการซื้อขายพอสมควร แต่ไม่เกินกว่าความพยายามของเหล่าผู้หิวโหยที่ยอมเสี่ยงชีวิตมาซื้อของไปเลี้ยงครอบครัวของตน
ซ่งอี้หรานซื้อกระดูกซี่โครงหมูมาได้หนึ่งชั่ง เธอดีใจมาก ซื้อเนื้อที่นี่ไม่ต้องใช้คูปอง ประหยัดไปได้ส่วนหนึ่ง ตอนกำลังเดินหาคนขายรายต่อไปเพื่อหาซื้อผักมาดอง เธอได้พบกับคนขายผ้า
คนผู้นี้เป็ผู้หญิงแต่งตัวดี ใบหน้าจัดว่าธรรมดา “นี่เป็เศษผ้าจากโรงงานสิ่งทอ แม้จะเป็เศษผ้าแต่ก็ผืนใหญ่ สามารถใช้ตัดชุดแต่งงานได้สบาย จะตัดเสื้อหรือกระโปรงก็ดียิ่ง สหายดูซิคะสีแดงสดสวยมาก”
ซ่งอี้หรานลองััเนื้อผ้า พบว่าเป็ผ้าไหมธรรมดาทั่วไป อาจเพราะชาติก่อนเห็นผ้าเนื้อดีในวังมาเยอะจึงไม่ตื่นเต้น “ขายยังไงคะ?”
หญิงสาวคนดังกล่าวยิ้มเมื่อสินค้ามีคนสนใจ “พับนี้ตัดได้สองชุด ฉันคิดห้าหยวนค่ะ”
“ห้าหยวน!? สหายล้อเล่นแล้ว ราคานี้ไม่ถูกเลย” ซ่งอี้หรานคิดจะปักชุดแต่งงานขาย แม้จะขายยาก แต่เธอมั่นใจว่ามันต้องขายได้ แม้ผู้คนจะตัดเย็บเสื้อผ้าได้ แต่คุณภาพและลายปักคนละระดับกับสิ่งที่เธอจะทำออกมา
หญิงสาวขายผ้ามีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด “บอกตามตรงโรงงานผ้านี้ทำของดีคุณภาพชั้นเยี่ยม ราคาหน้าโรงงานไม่ใช่ราคานี้ ห้าหยวนนี้เหมือนได้เปล่าด้วยซ้ำ”
ซ่งอี้หรานถอนใจ เธอได้แต่จำใจซื้อมา หากซื้อที่ร้านค้าสหกรณ์ต้องเสียคูปองอุตสาหกรรม ทั้งคุณภาพยังสู้ผ้าชิ้นนี้ไม่ได้ หัวมันและผ้าที่ซื้อมา เธอห่อด้วยผ้าหยาบแล้วซุกซ่อนไว้ในเสื้อ ก่อนจะเข้าไปหาซื้อเข็มกับด้ายในร้านค้าสหกรณ์อีกที
เมื่อซื้อของเสร็จ ซ่งอี้หรานรีบกลับเกวียนวัวของลุงเหมา เธอกลับมาถึงเกวียนวัวก่อนใคร จึงแอบนำหัวมันและผ้าใส่ในตะกร้าของที่ซื้อมาตอนแรกโดยไม่ให้ใครเห็น
…………………………………………………อีบุ๊คเล่ม 1 มาแล้วค่ะhttps://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30