ตอนที่5 พบกันอีกครั้ง
หลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ได้พูดถึงเื่คืนนั้นอีกฉันก็ยังทำงานตามปกติ ส่วนคุณอคิณก็แวะมาพูดคุยด้วยเรื่อยๆ วันนี้ก็เช่นกัน
“สวัสดีครับคุณฉัตร”
“สวัสดีค่ะ”
“เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณฉัตรทานมื้อเที่ยงรึยังครับ”
“อ้อ ยังค่ะ”
“ถ้าไม่รังเกียจผมอยากจะชวนคุณฉัตรไปทานข้าวด้วยกันซักมื้อครับ”ยัยปิ๊งมองมายังหน้าฉันแล้วป้องปาก เป็เชิงว่าไปเลยๆๆๆ
“จะดีหรอคะ”
“ดีสิครับ ผมมีร้านประจำอยู่แถวๆนี้พอดีครับ”จะปฎิเสธก็คงจะเกินไปหน่อยรึเปล่านะ ลองไปซักครั้งก็ไม่เป็ไรมั้ง
“ได้ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” ยัยปิ๊งยกนิ้วให้ฉันได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ
คุณอคิณพามาร้านอาหารที่เป็ร้านอาหารญี่ปุ่นฉันก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะจริงๆแล้วฉันไม่ค่อยชอบอาหารญี่ปุ่นเท่าไหร่
“คุณฉัตรอยากทานอะไรสั่งเลยนะครับ”ฉันมองเมนูแล้วพลิกไปมา กินอะไรดีล่ะ ไม่ค่อยได้กินแบบนี้ด้วยสิ
“เอ่อคุณอคิณช่วยแนะนำเมนูอร่อยๆหน่อยสิคะ”
“ได้ครับเดี๋ยวผมจัดการให้”น่าจะเป็ทางออกที่ดีที่สุด แล้วทุกอย่างที่คุณอคิณสั่งก็มาวางเต็มโต๊ะในเวลาไม่นานมีแต่พวกปลาดิบซาชิมิ หอยเม่น บลาๆ ที่เป็ของดิบเกือบหมดฉันกลืนน้ำลายอย่างติดๆนิดหน่อย
“สั่งมาเยอะจังค่ะ จะกินหมดหรอคะ”
“อยากให้ทานหลายอย่างน่ะครับลองเลยครับร้านนี้รับประกันความสดและอร่อยครับ” ฉันค่อยๆคีบอันที่คิดว่ากินง่ายสุดอย่างกุ้งหวานเข้าปากโอเคอันนี้พอกินได้ไม่เลี่ยนมาก
“อร่อยดีค่ะ”เขาจ้องหน้าฉันเหมือนรอคำตอบ เฮ้อ กดดันสุด
“ทานเยอะๆนะครับ”แล้วเขาก็ลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อยซึ่งต่างกับฉันที่ค่อยๆคีบทีละนิดสุดท้ายแล้วน่าจะมีแต่เค้าที่อิ่ม แต่ฉันเลี่ยนปากอยู่เลย
“จะชวนมาร้านอาหารญี่ปุ่นทำไมวะไอ้คริสมึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบ” หือ ทำไมเสียงคุ้นๆ ฉันรีบหันขวับไปดูใช่จริงด้วยแก๊งร้านเหล้า ฉันพยายามนั่งห่อตัวแล้วไม่หันไปมองอีก
“ก็กูอยากกิน นะครั้งเดียวๆเดี๋ยวกูเลี้ยงเลย” เสียงดังเข้ามาใกล้ๆ
“ได้จองไว้รึเปล่าคะ”
“ไม่ครับ”ฉันรีบมองดูโต๊ะว่างมาสองที่ ใกล้ๆกับฉัน แล้วก็ข้างหน้าต่าง เลือกที่ไกลๆทีเถอะ
“ตอนนี้มีที่นั่งริมหน้าต่างว่างอยู่สนใจเป็ตรงนั้นมั้ยคะ”
“อ้อ ดี..”
“เอาตรงนี้ใกล้ดีติดหน้าต่างร้อนเกินไป” อีตาบ้านี่จะมานั่งใกล้ๆทำไม เมื่อทั้งสองคนนั่งลงฉันรีบลุกขึ้น
“ฉันไปห้องน้ำหน่อยนะคะ”
“ได้ครับใกล้บ่ายแล้วด้วยเดี๋ยวผมเช็คบิลรอครับ”
“ค่ะ” ฉันรีบเดินก้มหน้าไปเข้าห้องน้ำฉันใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำซักครู่ ก่อนเดินออกมาเมื่อฉันออกมาพ้นประตูมีมือมาดึงแขนของฉันให้ฉันไปประจันหน้า
“คุณ ทำอะไรของคุณเนี่ย”ฉันพยายามจะดึงแขนออก
“จับได้แล้ว”ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ
“้าอะไรจากฉัน”
“ผมแค่ตามหาคุณอยู่ผมอยากถามว่าเื่คืนนั้นของเรามันไม่น่าประทับใจจนคุณต้องหนีผมไปเลยหรอ”ฉันทำตาโต หมอนี่จำได้ เขาจำฉันได้แสดงว่าเขาไม่ได้เมา
“พูดเื่อะไรของคุณ”เขาโน้มตัวลงมาข้างๆหูพร้อมกระซิบเบาๆ
“อยากให้ผมเตือนความจำให้อีกรอบมั้ย”ฉันดันเขาออกแล้วรีบเดินหนี ไปหาคุณอคิณ เราคุยกันซักครู่แล้วก็ออกจากร้าน
“มีอะไรวะ โซมิน”
“เปล่า แค่เจอลูกแมวที่หายไปน่ะ”
“มึงเนี่ยนะเลี้ยงแมว”
“กินเถอะ” เราต้องได้เจอกันอีกแน่เ้าลูกแมว
ฉันที่หัวใจเต้นเป็กลองรัวและถี่ค่อยหายใจโล่งขึ้นหน่อยเมื่อมาถึงร้าน คุณอคิณก็กลับไปทำงานแล้วหลังจากที่มาส่งฉันที่ร้าน ฉันร้อนใจจึงรีบโทรหาแองจี้
ตรู๊ดดด ตรู๊ดดด
“ว่าไงเพื่อนสาว”แองจี้รับโทรศัพท์เสียงสดใส
“แองจี้ ฉันเจอเขาผู้ชายคนนั้น”
“หือ คนที่หิ้วแกอ่ะนะ”
“ใช่ เขาจำฉันได้ทำไงดีแก”
“แล้วเขาว่าไง”
“เขาบอกกำลังตามหาตัวฉันอยู่เขาอยากให้ฉันอธิบายว่าทำไมฉันถึงหนีไปไม่บอก”
“หรือเขาจะชอบแก”
“จะชอบบ้าอะไรเจอกันครั้งเดียวเอง”
“รักแรกพบงี้ไง”
“ไม่มีหรอก”
ฉันและแองจี้ยังคงโต้เถียงกันไปมายัยนั่นบอกให้ฉันลองคุยดู แต่ฉันไม่อยากคุยไม่อยากเสวนาด้วย ไม่โอเคอย่างแรงหลังจากเราวางสายจากกัน ฉันก็ทำงานปกติแองจี้เองก็บอกไม่ต้องคิดมากปล่อยตัวตามสบายลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเรื่อยๆ จนแทบไม่ได้หยุดพักให้คิดเื่ฟุ้งซ่านฉันนั่งจิบกาแฟ พร้อมกับดมกลิ่นกาแฟ กาแฟที่คั่วใหม่ๆมันหอมผ่อนคลายดีจริงๆ
“พี่ฉัตรคะวันนี้เป็ยังไงบ้างคะไปทานข้าว” ปิ๊งเดินมาเท้าคางใกล้ๆ
“พี่ไม่ชอบอาหารญี่ปุ่นน่ะก็เลยแทบไม่ค่อยได้กิน”
“เอ๊ะ พี่ไม่ได้บอกเขาหรอคะ”
“พี่บอกเขาแนะนำร้านที่เขาชอบเลยแต่เขาน่าจะชอบอาหารญี่ปุ่นน่ะ” ปิ๊งทำหน้าหงอยๆ
“ลองดูไปเรื่อยๆแล้วกันเนาะ”
“ไปกินข้าวด้วยแค่ครั้งเดียวไม่ใช่ว่าจะคบกันซักหน่อยปิ๊ง”
“ก็เขาหล่อนิคะคบไว้ก็ไม่เสียหาย”
“แหม๋ ไปทำงานต่อเลย”หัวจะปวดกับเด็กคนนี้จริงๆ