บทที่ 3 มีคนทรยศ ห้ามซื้อขาย
“นายหญิง ออกแรงหน่อยเ้าค่ะ!”
เวลาสามปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ถึงวันที่ฉินเฟิงจะลืมตาดูโลก
ทั่วทั้งตระกูลฉินวุ่นวายอลหม่าน ลูกศิษย์ฝีมือดีทุกคนต่างเตรียมพร้อมรับมือ เื่สำคัญเช่นการเพิ่มขึ้นของอัจฉริยะในตระกูลนั้น หากพบผู้ต้องสงสัยสามารถฆ่าทิ้งได้ทันทีโดยไม่ต้องรายงาน
“ทำไมยังไม่คลอดอีก!”
ฉินเทียนเดินไปมาอย่างร้อนใจอยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงภรรยาร้องโหยหวนจากในห้องแล้วก็รู้สึกปวดใจ
“ไม่ต้องกังวล นางไม่เป็อะไรหรอก!”
ผู้าุโหลายคนของตระกูลฉินกล่าวว่าตนเองมีประสบการณ์มาก่อน จึงนั่งดื่มชาอย่างใจเย็น เพียงแต่สายตาที่มองไปยังประตูห้องเป็ระยะนั้น แสดงอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้ใจเย็นอย่างที่เห็น
วิชาที่อยู่เหนือระดับ์แม้จะหายาก แต่ตระกูลฉินในฐานะตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของดินแดนา ก็ยังสามารถหยิบฉวยมาได้เต็มมือ
สิ่งที่พวกเขาใส่ใจจริง ๆ คือตัวฉินเฟิงเอง วิชาที่เขาสามารถเข้าใจได้ั้แ่ในครรภ์มารดานั้น ความเข้ากันได้จะเต็มสิบส่วนอย่างแน่นอน เมื่อเติบโตขึ้นจะเป็ผู้ที่ไร้เทียมทานเหนือกว่าอัจฉริยะที่อยู่ในระดับเดียวกันเสียอีก
สิ่งนี้เปรียบเสมือนการข่มขู่ทางอ้อม ไม่มีตระกูลใดจะรังเกียจยอดฝีมือเช่นนี้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ในดินแดนาที่มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจะเป็ใหญ่ หาก้าให้ตระกูลเจริญรุ่งเรืองไม่เสื่อมถอย การมีอัจฉริยะยิ่งมากเท่าไรก็ยิ่งดี พวกเขาจึงมอบความหวังอันยิ่งใหญ่ไว้กับเด็กน้อยที่ยังไม่ลืมตาดูโลกผู้นี้
ในเวลานี้…
ฉินเฟิงพบว่าผู้เป็น้องชาย้าจะก่อฏชิงบัลลังก์เพื่อเป็พี่ชาย เขาจึงโมโหและเตะอีกฝ่ายไปยังอีกฟากหนึ่งทันที
นับั้แ่เขาเปิดใช้รัศมีแห่งจอมราชัน รวมถึงฝึกฝนกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้า ฉินเฟิงก็ทุบตีน้องชายทุกวันโดยไม่เว้นแม้วันฝนตก สร้างความน่าเกรงขามในฐานะพี่ชายได้สำเร็จ
ตอนนี้เ้าเด็กน้อยรู้เพียงแค่ว่าหากฉินเฟิงขยับตัวเพียงเล็กน้อย ตนก็จะขดร่างกายที่สั่นงันงกอยู่ในมุม ในแต่ละวันปล่อยให้เขาดูดซึมน้ำยาเทวาไปก่อน รอจนกระทั่งเขากินอิ่ม จึงจะกล้าดูดซึมเศษอาหารที่เหลือต่อ
นอกจากนี้ แต้มวายร้ายของเขา หลังจากผ่านไปสามปีกับการตีน้องชายอย่างต่อเนื่อง เขาก็ได้สะสมแต้มไปแล้วกว่าสามหมื่นสามพันสองร้อยแต้ม รอแค่ออกไปใช้จ่ายให้คุ้มค่าสักระลอกเท่านั้น
“สามปีผ่านไปแล้ว ข้าควรจะออกไปสู่โลกภายนอกได้แล้ว!”
ฉินเฟิงราวกับมองเห็นแสงสว่างอยู่ตรงหน้า จึงรีบร้อนอยากจะออกไปโดยเร็ว
“อา...อื้อ…”
อวิ๋นซีเยว่นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียง มือน้อยกำผ้าปูที่นอนแน่น นางแทบจะถูกเ้าเด็กน้อยทรมานจนใกล้เสียสติ
พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้น อวิ๋นซีเยว่ที่ถึงจุดวิกฤตก็ได้คลอดฉินเฟิงออกมา และประกาศการกำเนิดของเขาให้ดินแดนาอันวุ่นวายนี้ได้รับรู้อย่างกึกก้อง
เพียงแต่ในตอนนี้ ฉินเฟิงยังไม่สามารถเปล่งวาจาได้ เมื่อเสียงตกลงไปในหูของผู้อื่นจึงกลับกลายเป็เสียงร้องไห้ดังลั่น
“แว้ แว้ แว้…”
“คลอดแล้ว คลอดแล้ว ลูกข้าฉินเฟิงคลอดแล้ว!”
ฉินเทียนที่อยู่ด้านนอกห้องพูดด้วยความตื่นเต้นยินดียิ่ง รู้สึกราวกับยกูเาออกจากอกไปพร้อมกัน
ไม่รู้ว่าเป็เพราะชะตาลิขิตไว้เช่นนั้น หรือเป็เพราะเหตุผลอื่นใด หลังจากที่คนในตระกูลฉินปรึกษากันแล้ว จึงตั้งชื่อให้เด็กน้อยว่า ‘ฉินเฟิง’
[ติ๊ง ระบบตรวจพบการกำเนิดของวายร้ายแห่งโชคชะตาผู้ยิ่งใหญ่ และได้จัดเตรียมนิมิต์และโลกแบบพิเศษ!]
ครืนน!
ท้องฟ้าที่แจ่มใสกลับมืดครึ้มไปด้วยเมฆดำทะมึนในพริบตา สายฟ้าแลบแปลบปลาบ บนท้องฟ้าปรากฏดวงจันทร์สีเือันแปลกประหลาด
ฟ้าดินมีลางบอกเหตุ อสูรร้ายผุดขึ้นมากมาย!
“ฟ้าดินมีลางบอกเหตุ ลูกข้าชื่อฉินเฟิง ช่างมีรัศมีแห่งจอมราชันยิ่งนัก!”
ฉินเทียนตื่นเต้นและหัวเราะเสียงดังลั่น ประหนึ่งจะประกาศข่าวดีนี้ให้ทั่วโลกได้รับรู้
ลูกศิษย์ตระกูลฉินที่อยู่โดยรอบต่างพากันเข้ามาแสดงความยินดีกับประมุขที่ให้กำเนิดบุตรชายผู้ยอดเยี่ยม
ทว่าเหล่าผู้าุโของตระกูลฉินที่ควรจะดีใจ กลับจ้องมองดวงจันทร์สีเืบนท้องฟ้าอย่างขึงขัง
ดวงจันทร์สีเืผุดขึ้น อสูรร้ายปรากฏกาย!
จันทร์สีเืผุดขึ้น บ้านเมืองจะเสื่อมถอย พลังชีวิตหมดสิ้น ประหนึ่งตกนรก
หากดวงจันทร์เปลี่ยนสี ภัยพิบัติจะมาเยือน สีเขียวคืออดอยาก สีแดงคือศึกา สีเหลืองคือโชคลาภ สีขาวคือแห้งแล้งและมรณา สีดำคืออุทกภัย ผู้คนล้มป่วยล้มตาย
นี่เป็ลางบอกเหตุ ว่าธรรมะอ่อนแอ อธรรมเฟื่องฟู ความแค้นชุกชุม บาปกรรมทวีคูณ สายลมพัดกระหน่ำ แผ่นดินครวญคราง โลกสั่นะเื ไฟาลุกโชน
“เด็กคนนี้จะต้องนำหายนะมาสู่ดินแดนาอย่างแน่นอน!”
เหล่าผู้าุโของตระกูลฉินต่างมองหน้ากันอย่างหนักใจ การทอดทิ้งทายาทรุ่นเยาว์ผู้มีพร์ของตระกูลเป็เื่ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นอยู่แล้ว
ในเมื่อหลีกเลี่ยงหายนะใหญ่ไม่ได้ พวกเขาตระกูลฉินจึงเลือกที่จะต่อสู้เท่านั้น
เหล่าผู้มีอำนาจในดินแดนา ต่างมองดวงจันทร์สีเืบนท้องฟ้าอย่างขึงขัง ก่อนจะรีบส่งผู้ใต้บัญชาไปสืบว่าอสูรร้ายนั้นเกิดจากตระกูลใด พร้อมกันนั้นก็ต้องวางแผนรับมือกับหายนะครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง ทำให้ดินแดนาที่ดูเหมือนสงบนิ่ง เริ่มมีคลื่นใต้น้ำซัดกระหน่ำ
ในตอนนี้…
ร่างของฉินเฟิงได้รับการทำความสะอาดอย่างเรียบร้อย ก่อนจะถูกอุ้มมาวางไว้ตรงหน้าของฉินเทียน
‘นี่คือท่านพ่อของข้าหรือ ช่างน่าเกลียดเสียจริง!’
เมื่อฉินเฟิงได้เห็นผู้เป็พ่อ ความฝันในการเป็บุรุษหน้าตางดงามก็พังทลายลงในพริบตา ชายหนุ่มผิวหยาบกร้านร่างกายสูงใหญ่ผู้นี้ทำให้เขาสงสัย ว่าแท้จริงแล้ว ท่านแม่ของเขาคงจะให้กำเนิดเขามาเพื่อแก้แค้นท่านพ่อเป็แน่
แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าซีดเซียวของผู้เป็แม่ที่นอนอยู่บนเตียง ความรู้สึกผิดหวังในใจก็ค่อย ๆ คลายลงไปบ้าง
คิ้วดั่งขนนกมรกต ผิวขาวดั่งหิมะ เอวบางดั่งผ้าแพร ฟันขาวดั่งไข่มุก นางเป็หญิงงามในชุดโบราณที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา คาดว่าในภายหน้าเขาก็คงจะมีรูปโฉมที่ไม่เลวนัก การใช้หน้าตาหาเลี้ยงชีพคงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่
“ดี ดี ดีมาก ฉินเฟิงลูกข้าช่างมีรัศมีแห่งจอมราชันอย่างแท้จริง!”
หลังจากที่ฉินเทียนได้ตรวจสอบพื้นฐานร่างกายของลูกชายแล้ว เขาก็ยิ้มจนปากหุบไม่ลง
ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่านี้แล้ว!
พื้นฐานร่างกายของทารกน้อยนั้นช่างน่าพรั่นพรึงเหลือเกิน เขาแข็งแกร่งกว่าเด็กแรกเกิดคนอื่นถึงสิบกว่าเท่า
ยิ่งไปกว่านั้น ลูกชายของเขายังเริ่มฝึกฝนวิชาอย่างไม่รู้ตัวั้แ่อยู่ในครรภ์มารดา ครั้นเกิดมาระดับพลังิญญาก็อยู่ถึงขั้นที่หก แม้แต่เด็กอัจฉริยะวัยแปดเก้าขวบในตระกูลเดียวกันก็ยังยากที่จะเทียบเคียงได้
ในตอนนี้…
หมอตำแยะโออกมาอย่างใ “ในท้องของนายหญิงยังมีอีกคน พวกเขาเป็ฝาแฝด!”
“ฝาแฝด!!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้คนในตระกูลฉินต่างก็ตกตะลึงในทันที
พวกเขาคิดมาตลอดว่า อวิ๋นซีเยว่ตั้งครรภ์ทารกเพียงหนึ่งคน ไม่คิดเลยว่าจะเป็ฝาแฝด เมื่อย้อนกลับไปคิดดู เพียงคนแรกก็น่ากลัวเช่นนี้แล้ว สามารถเข้าใจวิชาที่อยู่เหนือระดับ์ได้ และยังก่อให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดแห่ง์และโลก อีกทั้งยังเป็ผู้มีรัศมีแห่งจอมราชัน
ในฐานะพี่น้องฝาแฝดของเขา พร์ของทารกน้อยอีกคนก็คงจะน่ากลัวมากเช่นกันกระมัง!?
ในขณะที่ทุกคนกำลังคาดหวังเื่นี้อยู่ หมอตำแยที่ตรวจดูแล้วก็กลับส่ายหน้า และรายงานว่าคนที่สองยังไม่ยอมออกมาในตอนนี้
ทารกน้อยไม่ได้้าพิสูจน์ว่าตนมีบุคลิกเฉพาะตัว แต่้าจะบอก ว่าสารอาหารที่สูญเสียไป เขาจะต้องเอากลับคืนมาด้วยตนเอง
“ไม่ยอมออกมาหมายความว่าอย่างไร!?”
ฉินเทียนได้ยินเช่นนั้นจิตใจก็ไม่สงบในทันที เขายื่นมือขวาที่แข็งแรงของตนออกไป คว้าปกเสื้อของหมอตำแย และบังคับให้นางทำคลอดคนที่สองออกมาให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
“คือว่า…”
หมอตำแยรู้สึกลำบากใจมาก เมื่อครู่นี้นางได้ตรวจดูแล้ว
คนที่สองตอนนี้นั้นยังเล็กเกินไป ร่างกายอยู่ในภาวะขาดสารอาหารเป็อย่างมาก หากบังคับให้คลอดออกมาตอนนี้ จะต้องกลายเป็ทารกที่คลอดก่อนกำหนดและมีพัฒนาการไม่เพียงพออย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ต้องให้อยู่ในครรภ์ต่อไปอีกสามปีจึงจะออกมาได้
สามปี!!
หลังจากสามปีก็อีกสามปี!!
ฉินเทียนได้ยินเช่นนั้นก็พังทลายลงทันที ไม่คิดว่าจะต้องรอไปอีกนานถึงเพียงนั้น
แต่ถึงแม้ในใจเขาจะไม่เต็มใจสักกี่ร้อยเท่า แต่ก็จำต้องคำนึงถึงภาพรวมก่อนเป็อันดับแรก ประมุขตระกูลได้แต่ใช้วิชาลับอีกคราเพื่อเลื่อนการคลอดของลูกชายคนที่สองออกไปอีกสามปี
“เื่นี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร ยังจะคลอดครึ่งทิ้งครึ่งได้อีกหรือ?!”
ดวงตาของฉินเฟิงเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง ในใจเริ่มร้องะโอย่างบ้าคลั่ง
มีคนทรยศ!!
รีบเอาข้ากลับเข้าไปใหม่เร็วเข้า ข้ายังสามารถทุบตีน้องชายต่อได้อีก...