หลังจากที่สมเด็จพระเอกาทศรถได้มีราชโองการจำกัดจำนวนทาสและยึดทรัพย์ลง หนึ่งในสามนั้น ก็มีขุนศึกที่ส่งมาครองเมืองเหนือจำนวนกลุ่มหนึ่งเริ่มรวมตัวกันไม่ยอมรับราชโองการ อันมี พระยาพิษณุโลก พระยาศรีสัชนาลัย พระยาสุโขทัย พระยากำแพงเพชร เป็ตัวหลัก ซึ่งทั้งสี่เมืองนี้เคยเป็อาณาจักรสุโขทัยที่รุ่งเรืองมาก่อน
แต่หลังถูกทางกรุงศรีแบ่งออกเป็ สี่เมือง จนกระทั่งครั้งนี้ทั้งสี่คิดจะฟื้นฟูอาณาจักรสุโขทัยขึ้มาใหม่ และพยายามรวบรวมอีกหลายเมืองที่ไม่พอใจ เพื่อรวมกำลังได้จำนวนมากคิดแข็งข้อกับกรุงศรี แต่องค์ราชันรู้ข่าวจึงเรียกระดมทหารเตรียมออกไปจัดการ โดยสั่งให้ พระศรีเสาวภาคย์โอรสของพระมเหสี ยกทัพไปปราบปราม
โดยมีคำสั่งให้เทพติดตามทัพนี้ไปด้วย เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ในที่พักของพระศรีเสาวภาคย์ มีแม่ทัพขุนทหาร อยู่หลายคนกำลังประชุมกันอยู่ โดยมีเทพยืนอยู่ด้วย มีพระศรีเสาวภาคย์เป็แม่ทัพ ในการจัดกาครั้งนี้
“ ศึกในครานี้กระหม่อมแนะนำว่า ให้โจมตี เมืองพิษณโลกอย่างรวดเร็วแล้วจับตัว พระยาพิษณุโลกผู้นี้ให้ได้ มิเช่นนั้น เขาจะกลายเป็ผู้นำที่ทำให้สร้างปัญหาต่อไป” พระยาศรีา รองแม่ทัพที่จัดกำลังในครั้งนี้รีบเอ่ยก่อนทันที
“ กระหม่อมก็เห็นด้วย เมืองอื่นๆ นั้น ไม่น่ามีปัญหา ถ้าเราโจมตีเมืองสองแควที่เดียวก็น่าจะสร้างความมั่นใจ ได้ว่าที่เมืองอื่น จะไม่ทำการต่อสู้” ขุนนางอีกคนรายงาน
“ จมื่นเทพ มีความเห็นเช่นไร” พระศรีเสาวภาคย์เอ่ยถามเทพ ที่เห็นนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
“ กระหม่อมทราบว่าเวลานี้ ทหารของทั้งสี่เมือง มาตั้งทัพรอพวกเรา อยู่ที่กำแพงเพชร ด้วยกำลังทั้งหมด 2 หมื่นคน ทัพเรามีเพียง 1.5 หมื่น หากสู้กันซึ่งหน้าเกรงว่าจะสู้ไม่ได้ คงได้เสียไพร่พล ไม่ใช่น้อยแน่” เทพเอ่ยเสียงเรียบ
ทำให้ทุกคนใกับข่าวที่ได้มาเช่นนี้ ขณะที่หน่วยสืบที่ส่งไปยังไม่มีข่าวส่งมาเลยแล้วจมื่นเทพรู้ได้เช่นไร เทพไม่บอกว่าเขามีอินทรีั์ คอยสืบข่าว
ทุกคนเริ่มคิดทบทวนกันใหม่ รอสายสืบมาบอกให้แน่นอนอีกที ค่อยประชุมกันใหม่ ผ่านไปสองวัน สายสืบมาบอกว่า ทั้งสี่เมืองจับมือกัน รวมกันต้านทัพกรุงศรี
“ เป็ไปได้อย่างไร ทำไมพวกเขาตั้งรับได้เร็วขนาดนี้” พระยาศรีา รองแม่ทัพครั้งนี้เอ่ยด้วยความสงสัย
“ พวกเขาเป็1 ใน 10 ของขุนศึกของพระนเรศ มีประสบการณ์มีความชำนาญยิ่งนัก เื่แค่นี้ไม่ใช่ปัญหา แล้วเช่นนี้พวกเราควรทำเช่นไร ส่งข่าวไปขอกำลังเพิ่มดีไหม” พระศรีเสาวภาคย์ เอ่ยออกมาด้วยความกังวลใจ
ทุกคนต่างนิ่งเงียบ ไม่รู้จะสู้ยังไงกำลัง น้อยกว่า 5,000 คน ไม่รู้พวกเขานำกำลังมาจากไหนรวดเร็ว ขนาดนี้
“ พระองค์ส่งสาส์น ไปให้พวกมันให้ยอมแพ้ก่อนตะวันตกดิน มิเช่นนั้น เ้าเมืองทั้งสี่จะต้องโทษอาญา ต้องถูกตัดหัวแขวนประจานไว้ที่หน้าเมืองกำแพงเพขร”
เทพเอ่ยกับพระศรีเสาวภาคย์ ทำให้ขุนทัพทั้งหลายต่างตื่นตะลึงไม่คิดว่า เด็กน้อยวัย 11 ปี จะกล้าบอกให้องค์ชาย ทำหนังสือแบบนี้ แน่อาซันยืนยันให้ทำ พระศรีเสาวภาคย์ จึงรับคำส่งสาส์นออกไป ในที่สุด กองทัพผสม ภายใต้การนำของพระยาพิษณุโลก อ่านสาส์นก็ส่งเสียหัวเราะเยาะออกมา แล้วบอกคืนนี้พักผ่อนกันให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะขับไล่ทัพของพระศรีเสาวภาคย์กลับพระนคร กลางดึกคืนนั้น
เทพ ขี่ม้าบิน ไปรอบเมืองกำแพงเพชร พอรู้ว่าแม่ทัพทั้งสี่ นั้นพักอาศัยที่จุดใดบ้าง เทพก็บุกเข้าไปทันที โดยคนแรกเป็พระยาจากเมืองศรีสัชนาลัย ถูกตัดหัวคาเตียง อย่างไม่ทันได้รู้ตัว
จากนั้น ก็บุกเข้าไปตัดหัว พระยากำแพงเพชรกับ พระยาสุโขทัยอย่างเงียบเชียบ สุดท้ายไปที่ พระยาพิษณุโลก ซึ่งเป็หนึ่งในจอมขมังเวทย์ของขุนศึกของพระองค์ดำ พอเข้าไปมีผีโหงพราย หลายตัวคอยเฝ้าอยู่ พอเห็นเทพเข้ามา ก็ส่งเสียงไปเตือน พระยาพิษณุโลก ซึ่งเตรียมตัวไว้อยู่แล้ว จึงได้ส่งควายธนูเหล็กออกไป สองตัว ไปฆ่าเทพทันที เทพเห็นเช่นนั้นก็เรียกพญาเสือไฟออกมา พร้อมกับ จงอางไฟโลหะ ออกมาจัดการ ส่วนตัวเองใช้ดาบวิเศษโบราณออกมาไล่ฟัน ผีโหงพราย จนสูญสลายหายไปหมด พระยาพิษณุโลก เห็นเช่นนั้นรีบพาทหารคนสนิทคนหนึ่ง เข้าไปด้านใน ยืนต่อหน้าเทวรูปโลหะสีดำสี่ตา มีมือ สี่มือ
“ ข้าแต่ท่านเทพสี่ตา ได้โปรดมอบพลังอำนาจ ให้ข้าไว้จัดการกับศัตรูของข้าด้วย ข้าขอบูชาท่านองค์เทพด้วยเืเหล่านี้” พอสิ้นคำ ก็ใช้ดาบเชือดคอทหารคนสนิทที่เข้ามาด้วย จนตายเืไหลนอง ซึมเข้าไปในเทวรูป ที่เรียกว่า เทพสี่ตาจนหมด จากนั้นก็มีแสงสีขาว ส่องเข้ามาที่พระยาพิษณุโลก ทำให้ ผิวกายของพระยาพิษณุโลกเริ่มเป็โลหะ มีมือยื่นเพิ่มออกมาอีก สองมือ มีตาเพิ่มอีก สามตา แล้วเดิน ออกมาฟาดใส่เทพด้วยมือโลหะทั้งสี่มือ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ สิ่งก่อสร้างที่กีดขวางถูกฟาดกระจายไปทั่ว แต่ไม่สามารถ ทำอันตรายใดใด กับเทพได้เลย
จนกระทั่ง เทพใช้ไม้พญางิ้วดำ ออกมา เข้าปะทะ เปรี้ยง หุ่นโลหะ ถูกตีไปหลายที เริ่มเดินไม่ตรง เทพตีแขนทั้งสี่ข้าง จนหักไม่สามารถทำอะไรได้ อีก มันจึงพ่นไฟออกมาจาก ตาที่มีอยู่ถึง สามตา เข้าใส่ เทพ แต่ทำอะไรเทพไม่ได้ เจอเทพใช้ไม้ทิ่มเข้าใส่ดวงตา ทั้งสามตา จนพ่นไฟออกมาไม่ได้อีก แล้วเทพจึงตีกระหน่ำไปที่ลำตัวของเทวรูปโลหะ จนร่างมันบุบเละไปทั่วตัว ไม่เหลือสภาพเดิมอีก
เทพใช้ตาที่สาม ของฤาษีตาไฟ พ่นไฟใส่เทวรูปโลหะ จนละลายหายไปกลายเป็ร่างมนุษย์ เทพตัดหัว พระยาพิษณุโลก แล้วเอากับไปทั้งสี่หัว แล้วสั่งให้ พญาเสือไฟทำลายประตูเมืองกำแพงเพชรเสีย จากนั้นเทพก็กลับมาที่ทัพหลวง โดยมีพระศรีเสาวภาคย์ กับท่านพระยาศรีา กำลังเตรียมตัวออกไปรบ ครั้งแรก เทพโยนหัว ของเ้าพระยาทั้งสี่ ตกลงมากองที่พื้น ทั้งหมดเห็นก็ตกตะลึงไม่คิดว่า เทพจะสามารถทำได้จริง
“ คิดว่าภายในเมืองกำลังเกิดความวุ่นวายอย่างหนัก พวกท่านทั้งหลายใช้กำลังบุกไปเสียแต่ตอนนี้ คิดว่าคงจะจัดการไม่ยาก” จากนั้นเทพก็โยนหัวคนทั้งสี่ขึ้นฟ้า แล้วใช้ธนูพระศิวะ ยิงเข้าใส่ หัวทั้งสี่คน พุ่งทะลุหน้าผากไปติดกับกำแพงเมืองสร้างความตื่นตะลึง และหวาดกลัว ให้กับทหารกองผสมทั้งสี่เมืองยิ่งนัก
ทัพหลวงตีฝ่าเข้าไปในเมืองไม่ยากเย็นอะไร พอทหารทั้งสี่เมืองรู้ว่า เ้าเมืองทั้งสี่ตายไปแล้ว ก็ไม่รู้จะสู้ไปทำไมอีก สุดท้าย ทั้งหมด ก็ถูกทัพของพระศรีเสาวภาคย์จัดการอย่างง่ายดาย
“ จมื่นเทพ ครั้งนี้เ้ามีความดีความชอบยิ่งนัก ถ้าไม่ได้เ้า พวกเราคงไม่สามารถจัดการกับกองทัพผสม ทั้งสี่เมืองได้ กลับไปข้าจะถวายรายงานความดีความชอบให้เ้า” พระศรีเสาวภาคย์เอ่ยขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ดียิ่งนัก เพราะว่าครั้งนี้ถือว่าตัวเองก็มีผลงาน ที่ผ่านมาไม่เคยทำอะไรที่มีผลงานเลยสักครั้ง หวังว่าครั้งนี้เสด็จพ่อจะได้เห็นว่า ตัวพระศรีเสาวภาคย์ ก็สามารถเป็ตัวแทนของพระองค์ได้
“ กระหม่อมไม่้าอะไร ขอแต่เพียงว่า ให้ปะาเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพื่อถวายเป็พระราชกุศล ไม่ให้เป็เวรเป็กรรมต่อองค์าา อีกต่อไป” เทพคิดแต่เพียงไม่อยากให้องค์าา ต้องมีเวรมีกรรมกับคนพวกนี้
“ เ้าไม่ต้องกังวล ข้ารู้เื่นี้ควรทำอย่างไร” พระศรีเสาวภาคย์จัดการฏทั้งสี่เ้าเมือง โดยผู้ชายถูกนำไปตัดหัวทั้งหมด ส่วนผู้หญิงกับเด็กก็จับมัดรวมกันไปถ่วงน้ำจนตาย
เทพเห็นแล้วก็สังเวชใจไม่รู้จะช่วยเช่นไรดี เพราะถ้าจะสังหารกันจริงๆ ต้องจัดการกับหัวหน้าทหาร ขุนนางทั้งหมด แต่ถ้าทำเช่นนั้นเมืองทั้งสี่คงร้างแน่ จึงจำกัดแค่ครอบครัวของเ้าพระยาทั้งสี่ แต่เท่านี้ก็นำมารวมกันไม่ต่ำกว่า พันคนแล้ว
เทพขอลากลับไปเมืองกรุงศรีก่อนไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป คืนนั้นเทพขึ่ม้าบินกลับมาเมืองหลวงอย่างเงียบๆ รุ่งเช้าค่อยไปเข้าเฝ้าองค์าาปกติ
“ เ้าเทพ ข้าเพิ่งได้รับข่าวดีจากพระศรีเสาวภาคย์ ไม่นึกว่าเอ็งจะมาถึงเร็วเพียงนี้ เอ็งมีอะไรหรือเปล่า หน้าซีดขนาดนี้ ทำศึกชนะกลับมาสมควรดีใจมิใช่หรือ” องค์าาสงสัย
“ ไม่มีอะไร พระพุทธเ้าค่ะ เพียงแต่ไม่เคยเห็นผู้หญิงและเด็กที่บริสุทธิ์ ถูกฆ่ามากมายถึงเพียงนี้ เลยรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร” เทพเอ่ยตามตรง
“ อืม สมัยก่อนข้าก็เป็เหมือนเอ็งนี่แหละ แต่ว่าเ้าพี่บอกข้าว่า กฏมณเฑียรบาลนั้นมีเอาไว้สำหรับป้องกันและปราบปราม ความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้คนหลาบจำถ้าไม่ทำตามกฏ ต่อไปไม่ใช่แค่คนพันหรือสองพันคน ที่บริสุทธิ์ อาจจะมีคนเป็หมื่นเป็แสนที่จะต้องตายไปมากกว่านี้ จากนั้นมาข้าเลย ทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้” องค์าาสั่งสอนเทพให้เข้าใจวิถีชีวิตของโลกใบนี้
เทพเข้าใจในสิ่งที่พระองค์เอ่ยมา แต่ยังไงก็ตามความรู้สึกกับภาพที่เห็นมันคงติดตาอยู่ตลอด คงอีกนานกว่าจะหายไป
หลังจากนั้น กองทัพปราบขบฏได้กลับมา ชาวกรุงศรีต่างชื่นชม พระศรีเสาวภาคย์
หวังว่าพระองค์คงได้ตำแหน่งรัชทายาท องค์าาได้แต่พระราชทานสิ่งของเงินทองให้ แต่ตำแหน่งรัชทายาทยังไม่แต่งตั้งให้ เพราะในใจจริงของพระองค์นั้นจะเก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้กับคนที่พระองค์ตั้งใจที่จะมอบให้เท่านั้น ซึ่งไม่มีใครรู้นอกจากพระองค์เอง
หลังจากเสร็จศึกครังนี้ องค์าาได้แต่งตั้งให้เทพเป็พระยาเทพา แต่ยังต้องคอยอยู่รับใช้ใกล้ชิดเช่นเดิม สร้างความอิจฉาริษยาในหมู่เชื้อพระวงศ์ยิ่งนัก
แต่ไม่มีใครกล้าโต้แย้งใดใด แถมยังเกรงกลัวฝีมือการต่อสู้ของพระยาเทพาคนนี้ ที่มีทั้งคาถาอาคม ปานเทพเ้าจริงๆ ตอนนี้เทพมีอายุได้ 13 ปีแล้วกลายเป็หนุ่มใหญ่ องค์าามองเทพ ยิ่งดูคล้ายเ้าพี่พระองค์ยิ่งนัก แล้วในที่สุด
วันที่อายุขัย ขององค์าาก็ใกล้จะหมด พระองค์เริ่มรู้ว่า ถึงเวลาที่จะต้องไปจากโลกนี้แล้ว อาการเจ็บป่วยที่เคยหาย เวลานี้กลับมาเป็อีกครั้ง หมอหลวงคอยถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยมีเทพคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย ในขณะที่เชื้อพระวงศ์ทุกคนถูกคำสั่งห้ามเข้ามาในเขตห้องพัก ให้รอที่นอกห้องบรรทม พระองค์สั่งให้เ้าพระยาทั้งสี่กรมเข้าเฝ้าเป็การด่วน โดยไล่หมอหลวงออกไป เหลือเพียงพระองค์ กับเ้าพระยาทั้งสี่กรม และ เทพคอยรับใช้อย่างใกล้ชิด
“ เ้าพระยาทั้งสี่ หลังจากจากไป พวกเ้าทั้งสี่เห็นใครที่เหมาะสมที่จะเป็าาต่อจากข้า” พระองค์เอ่ยถามขุนนางใหญ่ทั่งสี่ทันที
“ ตามกฏมณเฑียรบาล ก็ต้องเป็ พระศรีเสาวภาคย์ นั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว”
เ้าพระยากลาโหมเอ่ยออกมาตามตรง
“ พระศรีเสาวภาคย์มีความดีความชอบปราบขบฏมา ก็เหมาะสมที่สุดแล้ว”
เ้าพระยากรมเวียงก็เห็นด้วย อีกสองคนก็กราบทูลแนวทางเดียวกัน
“ พระศรีเสาวภาคย์ จิตใจยังไม่เข้มแข็งพอ เปลือกนอกอาจดูเข้มแข็ง แต่ภายในนั้นอ่อนไหวอย่างยิ่ง หากเผชิญปัญหาหนักๆ เกรงว่าจะพา นาวาใหญ่ลำนี้ไปไม่รอด ส่วนพระพิมลธรรมนั้น ก็อยู่เพศ ฆาราวาสมาั้แ่ยังเป็เด็ก จิตใจก็อ่อนแอ ไม่เด็ดขาด ให้ขึ้นเป็าา ต้องถูกโค่น โดยผู้เข้มแข็งกว่าเป็แน่ๆ ลูกหลานข้าคงสิ้น เชื้อสิ้นราชวงศ์
ข้ามีคนคนหนึ่งจะแนะนำพวกเ้าให้รู้จัก เขาเป็ลูกของเ้าพี่ องค์สมเด็จพระนเรศวร ข้าอยากให้เขาขึ้นเป็าาแทนข้า พระยาเทพา” พอพระองค์พูดจบ ขุนนางใหญ่ทั้งสี่ใยิ่งนัก แม้แต่เทพเองก็ใไม่แพ้ทุกๆ คน แต่ใเื่ที่ตัวเอง เป็โอรสของพระนเรศวรมากที่สุด ขุนนางใหญ่ทั้งสี่นิ่งไปสักพัก แล้วเ้าพระยากลาโหมรีบเอ่ยทันที
“ เื่นี้เป็ไปได้ยากที่จะทำได้ กฏหมายของเรามีมาช้านาน บัลลังก์นี้เชษฐาต้องให้อนุชา พระราชบิดามอบให้โอรสองค์โต ไม่มีต้องยกให้องค์รอง ถ้าหากทำผิดกฏมนเฑียรบาล แล้วกฏหมายจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร พระพุทธเ้าค่ะ”
“ พวกเ้าอย่างมาอ้างกฏอะไรพวกนี้ ข้าดูความเป็จริง ความเป็ไปได้ หากทำตามกฏ พระศรีเสาวภาคย์ โดนพวกของ พระพิมลธรรมเอาตายแน่ รู้เช่นนี้แล้วจะให้ข้าปล่อยลูกเข่นฆ่ากันเองหรือ” ขุนนางทั้งสี่เงียบกริบ ไม่มีคำพูดอันใดเอ่ยออกมาเลย แต่เทพคลานเข้ามาใกล้ๆ กลับเอ่ยออกมา
“ กระหม่อมขอปฏิเสธ ที่จะรับตำแหน่งที่พระองค์คิดจะมอบให้ กระหม่อมไม่้าบังลังก์ กระหม่อมขออยู่แบบนี้ หากแม้นพระองค์ไม่อยู่แล้ว กระหม่อมก็คงไม่อยู่ที่นี่เช่นกัน” เทพเอ่ยปฏิเสธทันที
“ นี่เอ็ง ไม่คิดบ้างเลยหรือยังไง ถ้าหากปล่อยพวกมันครองเมือง บ้านเมืองจะไปรอดหรือ พวกเอ็งดูไอ้พวกต่างชาติ ซิ พวกมันเข้ามาในบ้านในเมืองเต็มไปหมด แม้แต่ทหารป้องกันวัง เอ็งดู พวกมันอยู่กันมากกว่าคนกรุงศรีเสียอีก หากพวกมันไม่พอใจอะไรขึ้นมา มิเอาปืนมาจี้หัวข้าให้ทำตามคำสั่งพวกมันหรอกหรือ” องค์าาเริ่มไอ ค่อกแค่ก ๆ
“ พวกมันไม่กล้า หากหม่อมฉันยังอยู่ที่นี่” เทพตอบตามตรง
“ เองจะอยู่ที่นี่ในฐานะแบบนี้ต่อไปได้อย่างไร ถ้าไม่เป็กษัตรย์ จะมีอำนาจสั่งการอะไรได้ ลำพังฝีมือของเอง กับสัตว์เลี้ยง จะสู้ได้สักเท่าไร นี่มันเป็เื่ใหญ่ของเมือง ความเป็อยู่ของคนจำนวนมาก ไว้เองเป็กษัตริย์เองจะเข้าใจ พรุ่งนี้เอ็งเตรียมเก็บข้าวของ เดินทางไปเป็เ้าเมืองพิษณุโลก คอยดูแล แดนเหนือเอาไว้
เมื่อข้าตาย พวกล้านนา กับพวกล้านช้าง มันต้องร่วมมือกันบุกเข้ายึดแดนเหนือแน่นอน เ้าไปเตรียมกำลังป้องกันเอาไว้ หลังจากข้าตายไปเอ็งจำเอาไว้ ไม่ต้องกลับรอคอยทัพของพวกมันมากันครบ แล้วค่อยจัดการพวกมันทีเดียว เสร็จแล้วเ้ากลับมาครองกรุงศรีอยุธยาต่อไป นี่คือราชโองการ ข้ามอบให้เ้า 1 ฉบับแล้วให้ สี่ขุนนางใหญ่เก็บเอาไว้ อีก 1 ฉบับหลังจากข้าตายไปแล้วค่อยเปิดอ่าน คืนนี้เอ็งเดินทางไปอย่างเงียบๆ นำกำลังคนไป ทีละ สามพันคน จะได้ไม่มีใครรู้ตัว” องค์าาสั่งเทพไปแบบนี้
ส่วนเทพต้องรับคำสั่งไปคุ้มครองแดนเหนือ ขณะจะลุกขึ้น องค์าาเรียกเทพเข้ามากอดเป็ครั้งแรกที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ
“ ดูแลตัวเองให้ดีนะ หลานข้า” เทพน้ำตาไหลออกมาทันที......