วันนี้ผกายฤกษ์ติดตามอำมรินทร์ไปที่บ้านของไมเคิล พ่อของเขา ทำให้ผกายฤกษ์ดีใจมากที่จะได้เจอพี่สาวฝาแฝดและรัชนีกรน้องสาวของเธอ วันนี้เธอไม่ต้องเป็คนขับรถ เพียงแต่นั่งข้างคนขับโดยมีอำมรินทร์นั่งอยู่ด้านหลังเงียบๆ เมื่อมาถึงผกายฤกษ์มองเห็นบ้านอันรโหฐาน อำมรินทร์รีบเดินนำทางไปพบพ่อของเขาทันที
“พ่อครับ นี่คือ ผกายฤกษ์ บอดี้การ์ดคนใหม่ของผม เผื่อเธอต้องเข้าออกที่นี่จะได้ไม่ต้องเห็นเป็คนแปลกหน้าครับ” อำมรินทร์แนะนำตัว
“สวัสดีค่ะ คุณท่าน” ผกายฤกษ์ไหว้อย่างนอบน้อม
“เรียกฉันว่า ไมเคิลก็ได้ ฉันไม่อยากดูแก่น่ะ” “อ้าวมาพอดีเลย ภาณุมาศ รัชนีกร มาทำความรู้จักกับบอดี้การ์ดคนใหม่สิ เธอชื่อผกายฤกษ์” ไมเคิลแนะนำ
ภาณุมาศรู้สึกเอะใจ เพราะชื่อของบอดี้การ์ดเหมือนชื่อของน้องสาวของเธอ แต่ใบหน้าของน้องสาวเธอไม่น่าจะอัปลักษณ์เช่นนี้ เลยไม่ติดใจอะไร “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณภาณุมาศ มีอะไรให้ฉันรับใช้ก็บอกได้นะคะ” ผกายมาศรู้สึกระแวงกลัวน้องสาวของเธอจะทักอะไรขึ้นมา แต่พอเห็นว่ารัชนีกรมีท่าทีเหมือนไม่รู้จักกันจริงๆ ก็ถึงกลับโล่งใจ ไม่คิดว่ารัชนีกรจะแสดงได้เหมือนเช่นนี้
“สวัสดีค่ะ ฉันรัชนีกร” พอกล่าวทักทาย เธอก็รีบตัดบททันที “เอ่อ พอดีรัชมีธุระค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” รัชนีกรเดินออกไปทันที โดยไม่รอฟังคำตอบใดใด
อำมรินทร์้าคุยเื่งานกับไมเคิลเป็การส่วนตัว เลยให้ผกายฤกษ์ออกไปก่อน ผกายฤกษ์เลยเข้าไปคุยกับพี่สาวของตน
“คุณภาณุมาศสบายดีหรอคะ ทำไมสีหน้าของคุณถึงดูเศร้านัก” ผกายฤกษ์เป็น้องฝาแฝด เธอสามารถรับรู้ความรู้สึกของพี่สาวตนได้
“ฉันดูเป็เช่นนั้นหรอ” ภาณุมาศนึกแปลกใจที่ผู้หญิงคนนี้รับรู้ความรู้สึก แต่ไม่อาจเปิดเผยได้
“ใช่ค่ะ หากอยากระบายอะไร ฉันยินดีรับฟังนะคะ” ผกายฤกษ์กล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ไม่มีอะไรหรอก เธอคงคิดมากไปเอง ฉันขอตัวไปดูแลในครัวก่อนนะ จะได้เตรียมอาหารเที่ยงน่ะ” ภาณุมาศตัดบท
ผกายฤกษ์ได้แต่มองตามพี่สาวไป อยากเข้าไปกอดพี่สาวให้หายคิดถึง แต่ก็ทำไม่ได้
************************************************
หลังรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ อำมรินทร์จึงพาผกายฤกษ์ไปพบสายชลทันที
“น้ำครับ นี่คือ ผกายฤกษ์ เธอเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของน้ำ มีอะไรให้เธอช่วยก็บอกเธอได้นะครับ” อำมรินทร์กล่าว
สายชลยิ้มอย่างเป็มิตร “ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ เธอแค่คอยกันคุณอำนาจก็พอ ส่วนเื่อื่นๆ เธอห้ามยุ่งเด็ดขาด ยังไงฉันก็ชอบอิสระมากกว่า”
“ฉันเข้าใจค่ะ” ผกายฤกษ์ยอมรับคำ
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาผกายฤกษ์มีหน้าที่คอยคุ้มครองและคอยกันผู้ชายที่มาจีบสายชล ซึ่งความจริงแล้วมีเยอะมาก ไม่คิดว่าสายชลจะมีเสน่ห์มากขนาดนี้ แต่ผกายฤกษ์มองออกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง และดูเธอจะซื่อสัตย์ต่ออำมรินทร์อย่างมากเสียด้วย
หลังจากที่ผกายฤกษ์คอยติดตามสายชล มีหลายครั้งที่สายชลจะคอยไปเยี่ยมพ่อของอำมรินทร์ ทำให้ผกายฤกษ์ได้ไปที่บ้านของไมเคิลบ่อยมาก แต่ที่ผกายฤกษ์แปลกใจก็คือ รัชนีกรไม่ได้แกล้งไม่รู้จักผกายฤกษ์ แต่รัชนีกรไม่รู้จักเธอจริงๆ มากกว่า ดูเหมือนจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ารัชนีกรมีพี่ฝาแฝดอยู่อีกคน ไม่เพียงเท่านั้นนิสัยของรัชนีกรก็ดูแปลกไปโดยสิ้นเชิง
สมัยก่อนรัชนีกรดูอ่อนโยนเพราะเธอเรียนพยาบาล เธอจึงดูอ่อนน้อมถ่อมตน มีจิตใจเมตตา อีกทั้งเธอมีรักปักใจกับตำรวจหนุ่มชื่อกรกช แต่ดูเดี๋ยวนี้ รัชนีกรดูมีนิสัยหยิ่ง ยโส ชอบกดขี่ข่มเหงผู้อ่อนด้อยกว่า เธอเลิกกับแฟนที่คบมานานกว่า 5 ปีแล้ว ตอนนี้รัชนีกรแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบอำมรินทร์อย่างมาก และเวลาที่สายชลมาเยี่ยมไมเคิลและภาณุมาศ รัชนีกรก็มักจะพูดจาดูถูกสายชล หาว่าสายชล้าจับอำมรินทร์เพราะเห็นอำมรินทร์รวย และจับปลาสองมือ ว่าคบซ้อนกับอำนาจ ตามข่าวในหนังสือพิมพ์
“คุณไม่ควรพูดจาว่าร้ายคุณสายชลอย่างนั้นนะคะ คุณรัชนีกร” ผกายฤกษ์อยากพูดจาสั่งสอนน้องสาว
“แกเป็ใครกันถึงกล้าพูดอย่างนี้กับฉัน แกก็เป็แค่บอดี้การ์ดประจำตัวนังสายชล” รัชนีกรกล่าว
ผกายฤกษ์ได้ฟังถึงกลับอึ้ง เพราะนี่ไม่ใช่นิสัยของน้องสาวตัวเอง รัชนีกรไม่มีวันพูดหยาบคายแบบนี้ ในใจคิดว่า “เธอเป็ใครกันแน่ แล้วน้องสาวตัวจริงของฉันอยู่ที่ไหน หรือรัชนีกรความจำเสื่อมงั้นหรือ”
แต่พออำมรินทร์เดินทางมาถึงที่บ้านไมเคิลเพราะนัดกับสายชลเอาไว้ รัชนีกรกลับเปลี่ยนท่าทีกะทันหันทันที
“อ้าวคุณสายชล เชิญด้านในก่อนค่ะ” “พี่อำมรินทร์มาถึงพอดีเลย พี่มาศเตรียมอาหารเย็นไว้รอแล้วค่ะ เชิญด้านในนะคะ” รัชนีกรปรับเปลี่ยนท่าทีใหม่ทันที
“ขอบคุณครับ” อำมรินทร์จึงโอบบ่าของสายชลแล้วเดินเข้าไปทันที
ส่วนผกายฤกษ์ก็รออยู่ด้านนอก ได้แต่มองตามหลังน้องสาวตัวเองด้วยความแปลกใจที่เพิ่มเป็ทวีคูณ
ในระหว่างที่ครอบครัวของอำมรินทร์นั่งคุยกัน ภาณุมาศจึงขอตัวไปเตรียมผลไม้ในครัวเสียก่อน ผกายฤกษ์จึงถือโอกาสมาช่วยปอกผลไม้และสอบถามเื่รัชนีกร
“เอ่อคุณภาณุมาศคะ คุณรัชนีกรมีอาการป่วยหรือความจำเสื่อมอะไรอย่างนี้หรือเปล่าคะ” ผกายฤกษ์ถาม
“ทำไมเธอคิดอย่างนั้นล่ะ ก็ไม่นะ เธอแข็งแรงดี และไม่เคยประสบอุบัติเหตุใดๆ เลย ก็มีแค่เขามีลักษณะนิสัยเปลี่ยนไปก็เท่านั้น” ภาณุมาศกล่าว
“แสดงว่าสมัยก่อนเธอไม่เป็อย่างนี้ใช่มั้ยคะ” ผกายฤกษ์กล่าว
“จะว่าไปก็ใช่นะ เธอเปลี่ยนไป หลังจากที่ฉันคบคุณไมเคิลแล้วน่ะ” ภาณุมาศพูดอย่างเสียงเศร้า
ผกายฤกษ์ช่วยยกผลไม้ไปเสิร์ฟให้ และแอบสังเกตรัชนีกร ที่พูดอย่างร่าเริง และพยายามใช้สายตายั่วยวนอำมรินทร์จนสายชลก็จับสังเกตได้เช่นเดียวกัน จนกระทั่งสายชลมองตาผกายฤกษ์แสดงสีหน้าว่าเอือมระอากับพฤติกรรมของรัชนีกร
อำมรินทร์ขับรถของสายชลเพื่อไปส่งสายชลเองที่บ้าน ส่วนผกายฤกษ์ก็นั่งรถของอำมรินทร์โดยมีคนขับอีกคนขับตามอำมรินทร์ไปเพื่อคอยรับอำมรินทร์กลับรีสอร์ท
ทำให้ผกายฤกษ์ถึงกลับชื่นชมที่เห็นอำมรินทร์ดูแลแฟนเป็อย่างดีแม้เขาจะไม่ค่อยมีเวลาเลยก็เถอะ
************************************************
ผกายฤกษ์กลับมาถึงห้องพัก เธอสงสัยเื่ของน้องสาวของตัวเอง เพราะผู้หญิงที่อยู่บ้านไมเคิลคนนี้ไม่น่าใช่รัชนีกรตัวจริงแน่ๆ เลยโทรไปหาเพื่อนนักสืบชื่อพัฒนะให้ช่วยสืบเื่นี้
“เฮ้ พัฒ นี่ฉันเองนะ ผกายฤกษ์”
“มีอะไรให้ฉันรับใช้อีกล่ะ” พัฒนะกล่าว
“นายนี่ช่างรู้ใจจริงๆ ด้วย นายช่วยสืบให้หน่อยว่า ใน่ก่อนที่คุณภาณุมาศจะคบกับคุณไมเคิลพ่อของคุณอำมรินทร์ นักธุรกิจเดินเรือ มีข่าวอุบัติเหตุหรือคดีฆาตกรรมที่จังหวัดนี้หรือเปล่า ช่วยหน่อยนะเพื่อนพัฒ”
“ได้ความยังไงจะโทรบอกก็แล้วกัน ตอนนี้มีธุระจริงๆ แค่นี้ก่อนนะ”
“จ้า ขอบใจมากเพื่อน”