อารยะรีบอุ้มทิวาวิ่งตามไปพอถึงรถที่เหมาเอาไว้ ตะวันก็รีบบอกกับคนขับเป็ภาษาอังกฤษว่า“ไปโรงพยาบาลด่วนครับ น้องผมได้รับาเ็”
คนขับรถมองตาม“เยสเซอร์” แล้วก็รีบเปิดประตูสตาร์ทรถ
ตะวันรีบเปิดประตูรถรอ“เข้าไปเลยไอ้ยะ”
อารยะวางทิวาลงแล้วก็รีบก้าวเข้าไปนั่งข้างน้องพลางรีบควักผ้าเช็ดหน้ามาผูกข้อมือห้ามเื
ตะวันปิดประตูรถแล้วก็รีบวิ่งไปนั่งข้างหน้าคู่กับคนขับ“ไปได้เลยครับ”
คนขับรถก็รีบขับรถไปโรงพยาบาลทันที
พอถึงโรงพยาบาลทิวาก็ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน อารยะยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องอย่างเป็ห่วง ส่วนตะวันก็เดินไปจัดการเื่เอกสารให้
สักพักใหญ่ๆหมอก็ออกมาบอกว่า “ต้องแอดมิดนะครับ คนไข้เสียเืมากต้องให้เืด่วนครับส่วนแผลที่ข้อมือเราทำแผลให้เรียบร้อยแล้วครับ”
“เยสๆๆๆ”อารยะพยักหน้ารับอย่างเดียว จะรักษายังไงก็ทำไป ขอให้ยัยวาปลอดภัยก็พอ แล้วหมอก็ขอตัวเข้าไปข้างใน
ตะวันเดินมาทันได้ยินหมอพูดก็เข้าไปตบบ่าเพื่อนให้กำลังใจ“หมอต้องรักษาได้ แกเชื่อฉันซิ”
“เออ”อารยะพยักหน้ารับ แล้วก็พูดอย่างงงๆว่า “ยัยวาาเ็ได้ไงวะ แกเห็นรึเปล่าไอ้วัน?”
“ไม่เห็นเหมือนกันเห็นแต่ฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา จากนั้นก็เห็นทิวานอนอยู่กับพื้นแล้วว่ะ” ตะวันบอกอย่างงงๆเช่นกัน
“มันเกิดอะไรขึ้นวะ?”อารยะถามลอยๆ
ตะวันส่ายหน้า“ไม่รู้ว่ะ?”
สองหนุ่มมองตากันอย่างงงๆ
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงคนไข้ก็ถูกย้ายขึ้นห้องพัก สองหนุ่มก็ตามไปเฝ้าไม่ห่าง
อารยะนั่งจับมือน้องเอาไว้ตลอดเวลาส่วนตะวันก็กลับไปที่โรงแรมไปเอาเสื้อผ้าของตัวเองกับเพื่อนแล้วก็กลับไปที่โรงพยาบาล
ณ ลานจันทรา าาภากรเหาะพุ่งพรวดทันเห็นแสงจันทราเลือนหายแล้วร่างของเ้าหญิงจันทราก็ลอยลงสู่พื้น
“เ้ากล้าบวงสรวงจันทรารึนี่!”าาภากรขบกรามแน่น เขาเดินเข้าไปยืนคล่อมตัวเ้าหญิงจันทราผู้บังอาจขัดคำสั่งเขาทำพิธีบวงสรวงจันทรา
เขาก้มลงจ้องมองใบหน้างามอย่างโกรธจัด
ดวงตาคู่สวยค่อยๆกระพริบลืมตาขึ้น“หือ...พี่ยะ”
“เ้ากล้าขัดคำสั่งข้าถึงเพียงนี้เชียวรึเ้าหญิงจันทรา”าาภากรเข่นเขี้ยว
ทิวากระพริบตาปริบๆในความมืดเธอเห็นเงาผู้ชายตะคุ่มๆ “ทำไมมันมืดแบบนี้ล่ะพี่ยะ” เธอถามแล้วก็ยื่นมือไปคว้าตัวอีกฝ่ายเพื่อเป็หลักดึงตัวเองลุกขึ้น
าาภากรชะงักงัน!ปกติเ้าหญิงจันทราไม่เคยแตะต้องตัวเขาเลยสักครั้ง
“พี่ยะช่วยดึงวาขึ้นหน่อยซิคะวาเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมดเลยเนี่ย แล้วทำไมมันมืดแบบนี้ล่ะคะ”ทิวาดึงตัวเองลุกขึ้นนั่ง
าาภากรแบมือออกก็ปรากฏเปลวไฟขึ้นกลางฝ่ามือของเขา
ทิวาหันมองแว๊บนึงเธอนึกว่าแสงเทียน “อ้าวไฟดับเหรอพี่ยะ แล้วนี่มันกี่โมงแล้วคะ” เธอก้มลงมองนาฬิกาข้อมือแต่พอเห็นแขนเสื้อตัวเองก็ชะงัก! “เอ๊ะ!”
เธอก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองอย่างงงๆ“เอ๊ะ! นี่ทำไมวาใส่เสื้อผ้าแบบนี้ล่ะพี่ยะ?” เธอเงยหน้ามองแล้วก็ร้องลั่น“ไม่ใช่พี่ยะนี่! ว๊าย!”
แล้วเธอก็กระถดผงะถอยหลัง“แกเป็ใคร! แล้วเข้ามาในห้องฉันได้ไง!” เธอตวาดถามอย่างใกลัว
“พี่ยะช่วยวาด้วยใครก็ไม่รู้เข้ามาในห้องค่ะ” เธอะโลั่นมือก็ควานหาอาวุธป้องกันตัวแล้วก็เจอสิ่งหนึ่งเข้า เธอกำสิ่งนั้นไว้แน่น
าาภากรมองอย่างงงๆเขาไม่เข้าใจว่านางเรียกหาใครกัน เขาขยายเปลวไฟขึ้น แสงสว่างส่องไปรอบลาน
ทิวาตะลึง!“อะไรกันเนี่ย!?” เธอมองเปลวไฟกลางฝ่ามือใหญ่อย่างงงๆ“ฉันฝันอยู่เหรอ?” เธอถามตัวเองแล้วก็มองไปรอบๆตัว เห็นแต่ลานกว้างๆ แล้วเธอก็หันกลับไปมองผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง
“ฉันกำลังฝันอยู่ใช่มั้ยคะ?”เธอถามเขาแล้วภาพตรงหน้าก็ค่อยๆดับวูบไป
สิ่งที่เธอกำไว้ในมือก็หล่นลงพื้นกริ๊ก! มันคือปิ่นปักผมที่เ้าหญิงจันทราใช้กรีดข้อมือนั่นเอง
าาภากรจ้องมองอย่างงงๆกับท่าทีที่นางกระทำเมื่อครู่เขาเดินเข้าไปจ้องหน้านางอย่างงุนงง “นางเป็อะไร? เหตุใดนางจึงพูดจาแปลกประหลาด?”
เขาจ้องมองนางเขม็งใบหน้างามก็ไม่ได้มีสิ่งใดผิดแผกแปลกไปจากเดิมเขากำมือดับไฟแล้วก็ช้อนตัวนางขึ้นมา
“ไยนางตัวเล็กลง?”เขาพึมพำอย่างสงสัย เพราะเคยอุ้มนาง เขายังจำได้ว่าตัวนางใหญ่กว่านี้
ครั้นพอได้กลิ่นกายนางเขาก็ยิ่งสงสัย“ไยกลิ่นนางจึงเปลี่ยนไป?” เพราะกลิ่นกายเ้าหญิงจันทรามีกลิ่นของดอกจันทราซึ่งเป็กลิ่นที่เขาเกลียด
เขาอุ้มนางขึ้นมาแล้วก็พุ่งตัวเหาะกลับปราสาทเมื่อถึงปราสาท เขาก็วางนางลงบนเตียงแล้วก็หันไปจุดไฟจนทั่วทั้งห้องสว่างไสวดั่งกลางวัน
เขาเพ่งพิศใบหน้างามพลางก้มลงไปดมกลิ่นกายอย่างสงสัยเขาสูดกลิ่นแล้วก็ต้องแปลกใจ “กลิ่นอะไร? ข้าไม่เคยได้กลิ่นเช่นนี้เลย?”
แล้วเขาก็สูดกลิ่นอีกครั้งก็ยังได้กลิ่นเช่นเดิม เขาได้กลิ่นดอกจันทราจางๆผสมกับกลิ่นบางอย่างที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนกลิ่นนั้นหอมหวานอ่อนๆ
ทิวาค่อยๆลืมตาขึ้นพอเห็นใบหน้าอยู่ตรงหน้าเธอก็ถามว่า “พี่ยะเหรอ?”
าาภากรถอยห่าง
ทิวามองเห็นใบหน้านั้นชัดเจนขึ้นก็ผงะใ“เหวอ!...ใครง่ะ?”
เธอลุกพรวด!ถอยหลังจนติดหัวเตียง “ออกไปนะ!”
าาภากรจ้องมองอย่างสังเกต
ทิวาจ้องอย่างตื่นกลัวเธอมองไปรอบๆอย่างงงๆ “ที่นี่ที่ไหนง่ะ? ไม่ใช่ห้องในโรงแรมนี่น่า?”
าาภากรขยับเข้าไปใกล้
ทิวาควานอะไรได้ก็ปาใส่เต็มแรง“ถอยไปนะ! จะทำอะไร อย่าเข้ามานะ!”
าาภากรปัดหมอนทิ้งแล้วก็กระชากแขนนางเข้าหาตัว“เ้ากล้าสั่งข้ารึ!”
“ว๊าย!ปล่อยนะ!” ทิวากรี๊ดลั่น มืออีกข้างก็ต่อยเปรี้ยง!
าาภากรเอียงหน้าหลบแล้วก็คว้าเอวบางกระชากเข้าไปกอด
“ว๊าย!ปล่อยฉันนะไอ้บ้า!” ทิวาดิ้นสุดฤทธิ์มือข้างที่ต่อยพลาดก็ตะกุยหน้าเต็มแรง
“โอ๊ย!เ้า! กล้าทำข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ!” าาภากรรีบจับแขนเรียวเล็กยึดเอาไว้
“ปล่อยนะไอ้บ้า!ปล่อย! บอกให้ปล่อย!” ทิวาตวาดลั่น ดิ้นสุดแรง
าาภากรมองจ้องพลางตวาดว่า“หยุด!”
ทิวาชะงักนิ่ง!เหมือนถูกสตาฟเอาไว้ “อะไรง่ะ!? ทำไมขยับไม่ได้ล่ะ?”
าาภากรยิ้มเหี้ยมแล้วก็พูดว่า“เ้าคงจะห่างแส้ไปเสียนานจนลืมความเ็ปไปแล้วกระมัง”
แล้วเขาก็ผลักนางล้มลงบนเตียง
ทิวาล้มคว่ำหน้าตัวแข็งทื่อ“ว๊าย! จะทำอะไรน่ะ?”
าาภากรแบมือออกก็ปรากฏแส้ขึ้นมาแล้วเขาก็กระชากเสื้อนางลง เงื้อแส้ฟาดสุดแรง
“ว๊าย!ไอ้บ้า! จะทำอะไรฉันอย่านะ!”ทิวาร้องลั่นน้ำตาไหลพราก“ว๊าย! ปล่อยนะ!”
าาภากรชะงัก!เมื่อเห็นแผ่นหลังขาวเนียน ไร้รอยแผล “ไม่มีแผล!เป็ไปได้อย่างไร!”
เขาก้มลงลูบแผ่นหลังนวลเนียนหารอยแผลเป็
“ไอ้บ้า!อย่ามาจับตัวฉันนะ!” ทิวาร้องลั่น
“ไม่มีแผล!แผลเ้าหายไปได้อย่างไร!?” าาภากรตวาดถามอย่างงุนงงจะว่าเป็พลังลวงตาก็ไม่ใช่ เพราะเขาลูบััเช่นนี้ก็ต้องพบรอยแผลเป็ซิรอยแผลเป็จากแส้เต็มหลังมันจะหายไปได้อย่างไรกัน เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!
เขาพลิกตัวนางขึ้นมาจ้องหน้า“แผลเ้าหายไปไหน!?” เขาตะคอกถาม
ทิวาน้ำตาไหลพราก“แผลอะไร ฉันไม่รู้”
พอรู้ตัวอีกทีเธอก็พนมมือไหว้เขาอาการตัวแข็งหายไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ “อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้องฉันกลัวแล้ว ได้โปรด...”
าาภากรมองใบหน้านองน้ำตาท่าทางตัวสั่นกลัวแล้วก็ชะงัก!นางไม่เคยอ้อนวอนเขาเช่นนี้เลยสักครั้ง เขาปล่อยแส้หายไปโดยไม่รู้ตัวในอกรู้สึกตื้อๆพิกล เขาค่อยๆก้าวถอยห่าง ตาก็มองใบหน้างามเหมือนดั่งเห็นสิ่งแปลกประหลาดแล้วเขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
พอเสียงประตูปิดดังปัง!ทิวาก็ปล่อยโฮอย่างขวัญเสีย “โฮๆๆๆ ฮือๆๆๆ...” เธอร้องไห้จนกระทั่งเผลอหลับไป
รู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกว่ามีมือมาจับแขน“เ้าหญิงเ้าขาตื่นเถอะเ้าค่ะ”
ทิวาลืมตาขึ้นมองเธอเห็นผู้หญิงข้างเตียงก็ชะงักมอง “เอ่อ...”
“ขอบพระคุณเ้าหญิงที่ท่านเสียสละทำพิธีบวงสรวงเทพีจันทราเมื่อคืนนี้เ้าค่ะ”นางกำนัลจับมือไปทูนหัวตัวเอง
ทิวากระพริบตาปริบๆมองอย่างงุนงง“เอ่อ...”
“แม่จ๋า รีบเอายาทาให้เ้าหญิงเถอะเมื่อคืนคงจะถูกท่าน...เฆี่ยนแน่เ้าค่ะข้าได้ยินเสียงเ้าหญิงร้องเสียงดังลั่นเลย” นางกำนัลสาวรุ่นบอกแล้วก็ส่งถ้วยยาสีน้ำเงินข้นให้แม่
“จริงซินะ” นางกำนัลคนแรกพยักหน้าแล้วก็บอกลูกว่า“เ้าช่วยเ้าหญิงพลิกตัวคว่ำที ข้าจะได้ทายาให้ท่าน”
“เ้าค่ะ” นางกำนัลสาวรุ่นรับคำแล้วก็จับเ้าหญิงพลิกตัว
ทิวาร้องห้าม“เฮ้ย! เดี๋ยวๆ อะไรกันคะคุณป้า” เธอจับสาบเสื้อรวบเข้าหากันอย่างใ
“ข้าจะทายาให้ท่านไงเ้าคะ”นางกำนัลบอกพลางชูถ้วยยาให้ดู
ทิวาทำหน้างง“ทายา! ทำไมต้องทายาด้วยล่ะ?”
“ก็เ้าหญิงถูกเฆี่ยนก็ต้องทายาซิเ้าคะ”นางกำนัลสาวรุ่นพูดแล้วก็บอกว่า “ท่านนอนคว่ำซิเ้าคะแม่จะได้ทายาให้ท่านไงเ้าคะ”
ทิวาโบกมือ“ฉันไม่ได้ถูกตีถูกเฆี่ยน ไม่ต้องทายาหรอกค่ะ”
“งั้นหรือเ้าคะถ้างั้นข้าก็โล่งอก” นางกำนัลถอนหายใจ ส่งถ้วยยาให้ลูกสาว “เ้าเอาไปเก็บที”
“เ้าค่ะ” นางกำนัลคนลูกรีบรับไปเก็บในตู้
ทิวามองทั้งสองแล้วก็ถามว่า“ป้าชื่ออะไรคะ? แล้วเธอล่ะชื่ออะไรเหรอ?”
ทั้งสองจ้องหน้าเ้าหญิงอย่างงงๆแล้วก็หันไปมองหน้ากันเอง
นางกำนัลคนลูกชี้ที่ตัวเองแล้วก็บอกว่า“ข้ารัตติไงเ้าคะ แล้วนี่ก็แม่ของข้ารัตตาไงเ้าคะ”
ทิวาทวนชื่อ“รัตตากับรัตติ รัตตา...รัตติ” เธอชี้ตัวพลางพูดย้ำๆเพื่อให้จำขึ้นใจ
รัตตากับรัตติหันไปมองหน้ากันเองอย่างงงๆ
“เชิญเ้าหญิงไปอาบน้ำดีกว่าเ้าค่ะ”รัตติบอกพลางยื่นแขนไปให้เ้าหญิงเกาะ
“อาบน้ำเหรอก็ดีเหมือนกันนะ”ทิวาพยักหน้าเห็นด้วย เธอมองแขนรัตติแล้วก็เกาะแขนยันตัวลุกขึ้น
แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่า“เอ่อ...เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าเ้าหญิงเหรอ?”
รัตติพยักหน้า“เ้าค่ะก็เ้าหญิงเป็เ้าหญิงไม่เรียกว่าเ้าหญิงแล้วจะให้ข้าเรียกว่าอย่างไรหรือเ้าคะ?”
ทิวาชี้ที่ตัวเอง“เ้าหญิงเหรอ?” เธอทำหน้างง แล้วก็คิดว่านี่เธอคงกำลังฝันอยู่แน่ๆเลยเออ...ฝันว่าได้เป็เ้าหญิงก็ดีนะ เธอมองไปรอบๆห้องแล้วก็ยิ้มเป็เ้าหญิงก็ต้องอยู่ห้องหรูๆแบบนี้ซินะ ดีจังเลย...เ้าหญิงทิวาอร๊าย...แค่คิดก็ปลื๊ม...ปลื้ม
“เชิญเ้าค่ะ”รัตติเดินไปเปิดประตู
ทิวามองแล้วก็เดินไปพลางคิดว่าเอาวะ...นานๆจะได้ฝันดีซะทีก็ขอฝันต่อยาวๆนะคะ
เธอก้าวเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ร้อง“ว้าว!”
ห้องน้ำกว้างใหญ่กลางห้องน้ำมีสระน้ำใสแจ๋วต้องเรียกว่าสระเพราะขนาดมันใหญ่เท่าๆกับสระว่ายน้ำตามสโมสรออกกำลังกายได้ล่ะมั้ง
รัตติเดินไปยืนข้างหลังเ้าหญิงแล้วก็ช่วยถอดเสื้อออกให้
ทิวายืนเฉยให้รัตติช่วยอย่างไม่รู้สึกอายเพราะคิดว่านี่คือความฝัน
รัตติถอดเสื้อออกแล้วก็พับวางไว้นางจับเส้นผมเ้าหญิงแล้วก็ถามว่า “ทำไมผมท่านสั้นลงล่ะเ้าคะ?”
ทิวาจับปลายผมตัวเอง“ไม่สั้นนะ นี่มันก็ยาวมากแล้วนะ ฉันยังไม่ได้ตัดเลยนะตั้งหลายเดือนแล้ว”
รัตติทำหน้างงๆแต่ครั้นพอเห็นแผ่นหลังเ้าหญิงก็ทักว่า “แผลท่านหายหมดแล้วนี่เ้าคะ”นางเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลัง “เอ...หรือว่าเทพีจันทราช่วยรักษาแผลให้ท่านกระมัง”
ทิวายื่นมือไปลูบคลำหลังตัวเอง“แผลอะไรเหรอรัตติ? เธอถามฉันเหมือนไอ้บ้าคนนั้นอีกคนแล้วนะ”
“ก็แผลที่ถูกท่าน...เฆี่ยนอย่างไรล่ะเ้าคะ”รัตติตอบแล้วก็บอกว่า “หายไปเสียได้ก็ดีแล้วเ้าค่ะผิวท่านจะได้งามเหมือนเดิมเสียที”
ทิวาทำหน้างง
“อาบน้ำเถอะเ้าค่ะ”รัตติบอก
“ฮื้ม”ทิวาพยักหน้ารับแล้วก็ก้าวลงไปในสระ เพียงแค่เท้าแตะน้ำเธอก็ขนลุกซู่ “น้ำเย็นจัง”
เธอกลั้นใจจุ่มตัวลงน้ำพรวด“อื้ย!”
รัตติถือฟองน้ำขัดตัวตามลงไปช่วยขัดตัวให้อย่างเบามือ
“ฮื้อ...สบายจังนี่ถ้าน้ำมันอุ่นๆซะหน่อยล่ะแจ๋วเลย” ทิวาบอกพลางวักน้ำล้างหน้า
รัตติถามย้ำ “น้ำอุ่นเหรอเ้าคะ”
“ฮื้อ...ก็น้ำอุ่นน่ะซิ”ทิวาบอกพลางวักน้ำเล่น
“อาบน้ำอุ่นไม่ได้นะเ้าคะเดี๋ยวเ้าหญิงจะเป็ไข้อีกนะเ้าคะ” รัตติห้ามแล้วก็บอกว่า “ครั้งที่แล้วที่ท่านโดนจับแช่น้ำอุ่นท่านเป็ไข้เสียนานจนพวกเราคิดว่าท่านคงไม่รอดแน่แต่ท่านก็ยังรอดมาได้ น้ำอุ่นทำให้พวกเราเป็ไข้ถึงตายได้เชียวนะเ้าคะ สำหรับพวกเราต้องน้ำเย็นเ้าค่ะยิ่งเย็นยิ่งดีเ้าค่ะ”
ทิวาฟังแล้วก็ทำหน้างงๆ
พอขัดตัวเสร็จรัตติก็วักน้ำล้างตัวให้“เสร็จแล้วเ้าคะ ไปแต่งตัวกันเถอะเ้าค่ะ”
ทิวาพยักหน้าแล้วก็เดินขึ้นจากสระ
รัตติรีบหยิบผ้ามาซับน้ำจนตัวแห้งแล้วก็ช่วยใส่เสื้อผ้าให้
พอแต่งตัวเสร็จทิวาก็มองไปรอบๆ“เอ...กระจกอยู่ไหนนะ?”
“ตรงนั้นไงเ้าคะ”รัตติชี้ไปที่กระจก
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ