“ก่อนอื่น ขอตรวจสอบอย่างง่าย ๆ ก่อนนะ”
จูโร่พูดขึ้นขณะวางมือไว้บนโต๊ะอาจารย์
ที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือเด็ก ๆ ชั้นโตอายุั้แ่ 10 ถึง 12 ปี จำนวน 7 คนหนึ่งในนั้นมีเด็กผู้หญิงที่ชื่อ ฮินาซากิ สึกิโกะอยู่ด้วย เด็กสาวจ้องไปที่โต๊ะหน้าชั้นเรียนด้วยสายตาจริงจัง
“สิ่งที่พวกเธอจะต้องเรียนในการใช้เวทมนตร์ก็คือหนึ่ง เทคนิคการรวบรวมมานาในปริมาณมากอย่างรวดเร็วเท่าที่จะเป็ไปได้ สองเทคนิคการประกอบรูปร่างของวงเวทขึ้นด้วยมานาที่รวบรวมมา”
เขาได้รับคำสั่งจากชิโนะว่าให้อาจารย์คนใหม่ทั้งสองลองสอนในชั้นเรียนดูดังนั้นจูโร่จึงยืนอยู่ที่โต๊ะอาจารย์ที่ไม่คุ้นชินกับโนเสะแถมหญิงสาวยังยืนกอดอกจ้องอยู่หลังห้อง ทำให้เขาสอนลำบากยิ่งขึ้นไปอีก
ชั้นเรียนที่เพิ่งเปิดภาคการศึกษาเป็ครั้งแรกส่วนใหญ่มักจะทบทวนเนื้อหาอย่างง่ายๆ ก่อน ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะแต่ว่าจูโร่ไม่มีประสบการณ์ในการสอนให้กับคนอื่นโนเสะเอาแผนการสอนที่ร่างขึ้นมาตบหัวอย่าง้าจะให้การบรรยายคืบหน้าต่อไป
คนรับผิดชอบดูแลชั้นเรียนนี้ตามหลักแล้วคือชิโนะ แต่ว่าหญิงสาวมีหน้าที่เป็แพทย์ด้วยดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยจะอยู่ที่โรงเรียน แต่หลังจากนี้ไปเธอจะให้ทั้งจูโร่และโนเสะมาอุดช่องว่างตรงนี้ให้ ครั้งนี้จึงถือเป็การซ้อมล่วงหน้า
“มานาเองก็เหมือนกับพลังงานที่เรียกกันว่า ก๊าซหรือไฟฟ้า ยิ่งรวบรวมได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถใช้เวทมนตร์ขนาดใหญ่ได้มากเท่านั้น แม้ว่าจะใช้เทคนิคเหมือนกันแต่ฝ่ายที่รวบรวมมานาได้เยอะกว่าก็จะได้ผลลัพธ์ที่มากกว่าเป็ธรรมดา ลองดูนี่นะ -------โนเสะ”
โนเสะเดินออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ได้เรียนเื่เกี่ยวกับพื้นฐานเวทมนตร์มาถึงเท่านี้สินะครับ?งั้นเราลองมาทบทวนบทเรียนไปพร้อม ๆ กับการลงมือทำจริงเลยกันดีกว่า ------ก่อนอื่นก็รวบรวมมานาภายใต้การควบคุมของตัวเองก่อนอันดับแรกหากไม่ทำให้มานาเป็ “ของของตัวเอง” แล้วล่ะก็ ก็จะไม่สามารถสร้างวงเวทออกมาได้ครับ”
เม็ดแสงเล็ก ๆหรือเรียกกันว่าองค์ประกอบพลังวิเศษซึ่งมีเฉพาะจอมเวทเท่านั้นที่รับรู้ได้ลอยอยู่ในอากาศเม็ดแสงเ่าั้ค่อย ๆ รวมตัวใกล้ ๆ กับโนเสะ ก่อนจะก่อตัวเป็รูปวงกลม
“เอาล่ะ เราได้ทำให้มานาที่จำเป็เปลี่ยนเป็ “ของของตัวเอง” แล้วต่อไปก็คือการสร้างวงเวทขึ้นจากสิ่งนี้ครับ”
เหล่ามานาที่จับกลุ่มกันค่อย ๆ เชื่อมโยงและแสดงให้เห็นถึงลวดลายรูปทรงเลขาคณิตที่ปล่อยแสงสีขาวอมฟ้าออกมา
“ว่ากันว่าวงเวทมีหลายร้อยหลายพันชนิดขึ้นอยู่กับเวทมนตร์ที่จะใช้งาน หลังจากที่ทุกคนได้เรียนรู้เวทมนตร์พื้นฐานหลากหลายชนิดแล้วก็ต้องฝึกฝนเวทมนตร์ให้เชี่ยวชาญในแบบเฉพาะของตัวเองสินะครับแต่นั่นก็เป็เื่ในอนาคตอันใกล้นี้ล่ะนะ -----เอาล่ะสร้างวงเวทเสร็จแล้วล่ะ งั้นผมจะกระตุ้นให้มันทำงานเลยนะครับ”
วงเวทที่ปรากฏออกมาปล่อยแสงออกมาอย่างรุนแรงจากนั้นที่ปลายนิ้วชี้ของโนเสะก็มีไฟดวงเล็ก ๆ ติดขึ้น
“เวทมนตร์ที่ทำให้เกิดไฟ หรือเรียกว่า <จุดไฟ> น่ะครับ -----เป็เวทมนตร์ที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยและหากบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงค่อยคลายเวทมนตร์โดยการแยกส่วนวงเวทก็พอครับ”
ลวดลายสีขาวอมฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศแตกออกอย่างกระจัดกระจายพร้อมๆ กับไฟที่หายไป
“เวทมนตร์ที่ถูกคลายและมานาที่ถูกปล่อยไปนั้นก็จะกลับคืนสู่สภาพอิสระ “ไม่ได้เป็ของใครทั้งนั้น”ครับ โดยปกติแล้วเราจะไม่สามารถใช้เวทหลายเวทพร้อมกันได้ดังนั้นในตอนที่้าร่ายเวทติดต่อกัน จึงจำเป็จะต้องสลายวงเวทเดิมทิ้งและเริ่มต้นจากการ “ทำมานาให้เป็ของของตัวเอง” ก่อน หากใช้เทคนิคการเพิ่มมานาเข้าไป ก็จะเป็การรักษาเวทเดิมที่มีอยู่และสามารถใช้เวทอื่น ๆ ได้เช่นกันครับ แต่ว่า......มันเป็เื่ค่อนข้างยากดังนั้นในตอนนี้ขอให้ทุกคนเก็บมันเอาไว้ก่อนก็ได้จบเื่เกี่ยวกับเวทมนตร์พื้นฐานเท่านี้ครับ”
เหล่านักเรียนทั้งหลายต่างตั้งใจฟังอย่างสงบทุกคนน่าจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับเื่นี้ดีอยู่แล้ว
“เอาล่ะ ต่อไปก็จะใช้งาน <จุดไฟ>ในขั้นตอนแบบเดิมอีกครั้งนะครับแต่ว่าจะมีอะไรบางอย่างต่างออกไปจากเมื่อสักครู่ ขอให้ทุกคนตั้งใจดูให้ดีว่ามีอะไรต่างจากเดิมนะครับอ้ะ คนที่อยู่แถวหน้าสุด มันอันตรายน่ะครับ ดังนั้นช่วยถอยโต๊ะออกไปนิดหน่อย-----โอเค ตรงนั้นก็ได้”
ครั้งนี้โนเสะตั้งท่าโดยการหันฝ่ามือออกไป
“เอาล่ะ เริ่มละนะครับ รวบรวมมานาเหมือนเดิมมานาค่อย ๆ รวมกันแล้วนะครับ -------จากนั้นก็สร้างวงเวทและกระตุ้นการทำงาน”
เสียงดังขึ้นพร้อม ๆ กับที่ลูกไฟขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตรปรากฏออกมา เด็ก ๆ ทั้งหลายต่างก็ตกอยู่ในอาการตะลึง
“เท่านี้ครับ”
โนเสะดับไฟด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทั้งห้องเงียบอยู่สักพักก่อนจะะเิเสียงออกมา
“สุดยอดดดด สอนแบบนั้นให้หน่อยสิ”
เด็กที่นั่งด้านหน้าส่งเสียงออกมาอย่างตื่นเต้น
“หากเรียนพื้นฐานให้ดีก็จะสามารถทำได้อย่างแน่นอนครับแต่ก่อนอื่นก็ต้องขยันเรียนนะ”
โนเสะตอบกลับอย่างสงบนิ่งจากนั้นห้องเรียนก็ยิ่งส่งเสียงดังมากยิ่งขึ้น
จูโร่ใช้ฝ่ามือตบโต๊ะเพื่อทำให้นักเรียนเงียบเสียงลง
“เอาล่ะ ไหนลองอธิบายมาทีว่าเวท <จุดไฟ> ครั้งที่ 1 และครั้งที่2 ต่างกันยังไง ......ฮินาซากิ?”
“ค่ะ”
เด็กสาวที่ถูกจูโร่ชี้ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเยือกเย็น
“ความเร็วในการรวบรวมมานาและปริมาณที่รวบรวมต่างกันค่ะ วงเวทของครั้งที่ 2 ใช้มานาในการสร้างมากกว่าวงเวทของครั้งที่1 ทำให้สามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีในการร่ายได้ค่ะ”
โนเสะพยักหน้าให้กับคำตอบที่ลื่นไหลและสมบูรณ์แบบ
“ถูกต้องครับ ทำได้ดีมากเลย”
ชายหนุ่มรอให้สึกิโกะโค้งอย่างงดงาม และกลับเข้าไปนั่งที่ก่อนจะบรรยายต่ออีกครั้ง
“สรุปก็คือ แม้ว่าเวลาการใช้เทคนิคและการสร้างวงเวทจะเท่ากันก็ตามเพียงแค่รวบรวมมานาได้มากหรือน้อยต่างกันก็เกิดผลต่างได้มากขนาดนี้ฉันคิดว่าทุกคนน่าจะเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าการสะสมมานามาก ๆอย่างรวดเร็วถือเป็เื่สำคัญแค่ไหน”
มานาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคนอื่นจะไม่สามารถตกอยู่ภายการควบคุมของอีกคนหนึ่งจนกว่าจะได้รับการปลดปล่อย
และในกรณีที่อัตราการไหลของมานาต่ำมาก ๆ รวมถึงมานาอิสระเบาบางลงการจะกลับสู่ความเข้มข้นเดิมตามปกติได้จำเป็ต้องใช้เวลาที่เหมาะสม
หรือพูดง่าย ๆ ว่าในกรณีที่จอมเวทต่อสู้กัน คนที่สามารถทำให้ “มานาในพื้นที่แห่งนั้น” ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดกลายเป็ของตัวเองได้ไวกว่าและมากกว่าก็จะสามารถกำหนดผู้แพ้ชนะได้เลย
“จากนี้ต่อไปเราจะฝึกฝนโดยให้ความสำคัญในส่วนนั้นกันครับผมเข้าใจความรู้สึกดีว่าทุกคนอยากเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ แต่ว่า------”
โนเสะยิ้ม และกวาดตามองเหล่านักเรียน
“ก่อนอื่นเรามาเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานไปพร้อม ๆกันนะครับ”
“โห เป็ยังไงกันบ้างครับ?”
คนที่ต้อนรับพวกจูโร่ที่ห้องพักอาจารย์ก็คือใบหน้ายิ้มแย้มของยูเฮผู้มองโลกในแง่ดีดูเหมือนว่าจะกลับมาด้วยความสำเร็จอีกขั้นของการสอนชั้นเรียนเด็กโต
“ยังคงรู้สึกค่อนข้างใหม่อยู่เลยครับเพราะว่าไม่เคยสอนอะไรแบบนี้ให้คนอื่นเลย”
คนที่เอ่ยตอบก็คือโนเสะส่วนจูโร่นั้นกระแทกก้นลงบนที่นั่งของตนอย่างแรงโดยไม่พูดอะไร
เขารู้สึกเหนื่อยใจเสียจนไม่อยากเปิดปากพูดออกมา อาจารย์ฝึกสอน...ดูเหมือนว่าจะเป็อาชีพที่ไม่เหมาะกับเขามากกว่าที่คิดไว้เสียอีก
“เอาน่า----- ไม่จำเป็ต้องคิดนู่นนี่ให้ยากไปหรอกครับเพราะว่าเ้าพวกนั้นเติบโตมาโดยการดูดซับอะไรหลาย ๆ อย่างที่เหนือคาดเอาไว้-----“
“คากามิคุงเธออยู่ในตำแหน่งที่สามารถให้คำปรึกษาได้งั้นหรือ?”
ชิโนะเอ่ยขัดขึ้นมาอย่างเ็า
“ไม่ครับ ไม่ใช่ ผมเองก็ยังคงอ่อนหัดอยู่”
“ถ้างั้น ก่อนอื่นก็ทำเื่ของตัวเองให้มันดีก่อนนะอย่าสอดปากเข้ายุ่งเื่ที่เกินจำเป็ล่ะ”
คร้า---บ ยูเฮฝืนยิ้มอย่างกระอั่กกระอ่วน แล้วจึงถอยกลับไป
ชิโนะหันหน้ามาทางทั้งสอง
“สำหรับเนื้อหาในวันแรกก็คงจะเป็เื่นั้นสินะคะฉันไม่มีอะไรจะพูดกับโนเสะคุงเป็พิเศษ ขอให้รักษาจังหวะแบบนี้ต่อไปนะคะ -------แต่ว่า ชิอิบะคุง”
“หืม?”
จูโร่ขมวดคิ้วเมื่อััได้ถึงความรู้สึกติดลบในน้ำเสียงนั้นอย่างที่คิดไว้เลยว่าสิ่งที่ตามมาคือการประเมินที่เข้มงวด
“เนื้อหาการบรรยายไม่ผิดพลาดก็จริงแต่ถูกโนเสะกลบไปนิดหน่อย จังหวะการพูดแบบนั้นน่ะมันออกจะน่ากลัวไปหน่อยนะคะอย่าทำให้เด็ก ๆ กลัวสิคะ แล้วก็อย่าเอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียวแต่ต้องสร้างบรรยากาศที่ฝ่ายนักเรียนสามารถตั้งคำถามได้ด้วยค่ะ”
“หน้าตาน่ากลัวแบบนี้มันเป็มาั้แ่เกิดนี่ฉันเองก็มีวิธีของฉันน่า”
“คนที่กำหนดวิธีการของที่นี่ก็คือฉันค่ะ”
น้ำเสียงการพูดที่เ็าไม่เข้ากับใบหน้าอ่อนเยาว์กำลังทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างน่าประหลาดจูโร่หรี่ตาก่อนจะมองไปที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน
“........ฉันไม่คิดจะรับคำเตือนแบบนั้นจากเธอหรอกนะอยากให้ฉันเป็ทำท่าเป็คนอัธยาศัยดีงั้นเหรอ? ให้ทำหน้าที่เหมือนกับใส่หน้ากากแบบนั้น”
ชิโนะสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย
“ฉันกำลังให้คำแนะนำกับคุณอยู่นะคะไม่ได้คัดค้านอะไร อย่าเข้าใจจุดยืนผิดได้ไหมคะ?”
“.....โห เป็ความคิดที่ดีมากเลยล่ะ โดยทั่วไปแล้ว--------”
“คุณจูโร่ พอเถอะครับ”
โนเสะแทรกเข้ามาก่อนที่จะทะเลาะกันจริง ๆ ไปเสียก่อน
“คุณอิซึโมอิเองก็ยกโทษให้ได้ไหมครับ? เรายังประสบการณ์น้อย ดังนั้นจึงมีจุดที่ยังไม่ชำนาญอีกมากพวกเราเองก็จะพยายามระมัดระวังคำพูดเท่าที่จะทำได้ครับ”
“นะ นะนะ นั่นสิ เพิ่งจะวันแรกเองแท้ ๆ เนอะอาจารย์ชิโนะ”
ยูเฮเองก็พูดร่วมขึ้นมาด้วย
จูโร่เดาะลิ้นเบา ๆ ก่อนจะกลืนคำพูดลงคอไปเพิ่งจะถูกลงโทษแล้วโดนส่งตัวมาที่นี่แท้ ๆคงจะไม่ใช่แผนที่ดีเท่าไหร่หากจะก่อเื่ทะเลาะที่ไม่มีประโยชน์อีกเขาจึงเปิดปากพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“......จะพยายามละกัน”
ไม่นานนัก ชิโนะก็พยักหน้าให้เบา ๆ