คนในบ้านใคิดว่าผีเข้า หานซีะโถีบสองเท้าโดนลำตัวอย่างจัง
หานอี้กระเด็นตกเตียงหัวทิ่ม
“โอ๊ะ..........ถีบตูทำไม...........
เสียงร้องเ็ปของหานอี้
“ข้าละแปลกใจั้แ่บนเขาแล้ว หานอี้ทำหน้าแปลกๆเดียวเขียวเดียวม่วงและเงียบไม่พูดตลอดทางข้าว่าจะบอกท่านพ่ออยู่” หานซีพูด
“โถ้ว....เอ้ย....ไอ้ครอบครัวบ้ากล้ามตูจะตายเพราะพวกเอ็งนั้นหละ............”
เขาเ็ปน้ำตาไหลหมดคำจะพูด
“ออกหรือยัง” เสียงหานอู๋
“ออกแล้ว!...ออกแล้ว!...นี้ข้าเอง ข้าลูกชายท่าน”
หานอี้ชิงพูดก่อนจะโดนอีก รีบคลานขึ้นบนเตียงอย่างไว
“ข้าไม่เป็ไรแล้วตอนนี้อยากนอนมากพวกท่านให้ข้านอนได้แล้ว”
“นอนเถอะให้ถงเอ๋อร์นอนเป็เพื่อนจะได้ดูแล” ลู่เหลียนพูด
ไอ้อ้วนนั้นรึ คิดในใจ
“ไม่!...ไม่ดีเลย....ท่านแม่ข้าชอบนอนคนเดียว หากมีคนอยู่ในห้องข้า เออ...ข้านอนไม่หลับใช่ข้านอนไม่หลับ แล้วหานถงนอนกรนดัวยท่านก็รู้”
“ที่เ้าพูดก็ถูก” ลู่เหลียนพูด
พอทุกคนออกจากห้อง
หานอี้ทดสอบระบบอีกครั้งด้วยหม้อใบเดิมและทดสอบจ้องวัตถุชิ้นใหม่ที่เป็หมอนของตัวเอง
หมอนไม้ไผ่โบราณ ทำจากไม้ไผ่ตัดและผ่าไม้ไผ่เป็ชิ้นเล็กนำมาสาร ส่วนใหญ่จะเป็หมอนทรงสี่เหลียม หมอนเก่าแก่ที่สุดที่เจอในประเทศจีน
ขุดเจอเมื่อปี ค ศ 1957 เป็หมอนไม้ไผ่ยุคจ้านกั๋ว
“ต่อไป”
แก้วน้ำไม้ไผ่ ไม่มีข้อมูล
“ฮือ! แค่นี้เองหรอไม่มีข้อมูล?...”
ของสมัยโบราณก็คงมีข้อมูลน้อยมันก็เหมือนซีตาห์บนโลกเก่าที่มีข้อมูลยุคโบราณน้อย
“การใช้งานค่อนข้างจำกัด........”
หานอี้พูดกับตัวเองและเงียบไประยะหนึ่ง
ถ้ากับคอมพิวเตอร์เราสามารถใช้คีย์บอร์ดป้อนตัวอักษรได้
แต่ของเราเหมือนจะสแกนด้วยตา..แล้วข้อมูลน่าจะเข้าไปในสมอง รึป่าว?...
เพราะทุกครั้งที่ใช้สแกนจะแสบตา สักพักจะรู้สึกเย็นๆในหัวและสมอง
หลังจากข้อมูลค้นหาแสดงในตาแล้ว จะรู้สึกปวดร้อนเย็นในประสาทตา
ลองเอามือปิดตาซ้ายก็ยังเห็นแสงข้อมูลอยู่
หมายความว่ามันแสดงอยู่ในกระจกตา
“แล้วถ้าจะป้อนข้อมูลเหมือนคอมพิวเตอร์จะต้องทำยังไง?..”
หานอี้ทดลองอยู่หลายวิธีจึงมาค้นพบการสะกดตัวอักษรแบบให้เห็นภาพในหัว
วิธีนี้ต้องปิดตาทำสมาธิอย่างมากห้ามมีเสียงอื่นมารบกวน ที่จะมาทำให้ไขว่เขว
เลยใช้วิธีเอามือปิดหูจึงมีโอกาสสำเร็จสูง
สองวันต่อมา
่บ่ายหานอี้ได้แต่นอนอาการตึงกล้ามเนื้อขายังมีอยู่ ในส่วนความเจ็บ
ยังไม่ได้ลดลงจากวันแรก
แกร็บ............เสียงยกประตูก่อนจะเปิด
“อี้เออร์แม่มาเปลี่ยนผ้าพันแผล พร้อมยาที่พึ่งตำมาใหม่”
รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นมันช่างตรงกันข้ามกับสรีระร่างกายที่ราวกับนักสู้
เธอมาเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ทุกวันและมีกระบอกไม้ไผ่เอาไว้ปัสสาวะ
บ้างครั้งก็มาเช็ดตัวให้ตามที่หานอี้ขอกว่าที่จะยอมเช็ดตัวได้
ต้องขอร้องอยู่นานเธอไม่กล้าเช็ดตัวตอนไข้สูงเพราะกลัวว่าลูกจะยิ่งนาน
เขาพึ่งรู้ว่าทางครอบครัวขาดความรู้ด้านนี้และเื่นี้ก็น่าจะเป็สาเหตุที่เ้าของร่างเดิมเสียชีวิตจากความทรงจำหานอี้คนเก่านอนหนาวอยู่บนเตียง
โดยที่มีแม่คอยนำน้ำอุ่นมาให้ตลอดเวลาและเอาไม้ติดไฟมาตั้งรอบห้อง
โดยหวังว่าจะช่วยทำให้อากาศอุ่นขึ้น
ในขณะที่เปลี่ยนผ้าพันแผลหานซีเดินเข้ามาในห้องพร้อมสะพายดาบ
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
ดาบ...ภายในบ้านมีดาบด้วยหรอ?
“ข้ายังเจ็บอยู่กลางวันไม่ค่อยเท่าไร จะปวดมาก ยามค่ำคืน”
“อืม” พยักหน้าหานซีอยู่สักพักแล้วจากไปพร้อมลู่เหลียน
เวลาผ่านไปสองสัปดาห์
อาการาเ็หายดีอย่างเหลือเชื่อ หานอี้คาดว่าต้องนอนบนเตียงถึงหนึ่งเดือนแต่ภายในสองสัปดาห์กว่าๆ กลับเดินได้เชย หรือว่าเป็สมุนไพรยุคนี้จะมีประสิทธิภาพที่ดีมาก
“ต้องหาเวลาศึกษาเื่สมุนไพรบ้างแล้วมันดีกว่ายาแผงปัจจุบันบนโลกเก่าเราอีก”
เดินหาคนในบ้านนอกบ้านไม่มีใครอยู่ ่นี้เหมือนจะมีการไปรวมตัวในป่า
ซ้อมต่อสู้อะไรสักอย่าง
“หรือเรามาอยู่ในยุคา”
นึกถึงหนังาสมัยโบราณที่ตัวเองเคยดู ความโหดร้ายป่าเถือนของาโบราณ.......
ยิ่งคิดยิ่งน่ากลัวเลิกคิดดีกว่า อยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำ
“ไป Search หาข้อมูลต้นไม้ใบหญ้ารอบๆบ้านดีกว่า”
เดินอยู่บริเวณบ้านไปครึ่งวันได้ความรู้มาน้อยกว่าที่คาดส่วนใหญ่ไม่มีข้อมูล
หานอี้ผิดหวังที่ได้ไม่คุ้มเสียกับการต้องมาปวดระบบประสาทและสมอง
มันโกงจริงหรือป่าวระบบของเรา หนักไปทางกากมากกว่านะ
“โอ๊ะ.........เจ็บเว้ย...”
อะไรนะเหมือนโดนไฟช็อตเข้าที่ตา เื่บังเอิญหรือมันโกรธที่ไปด่า
ได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะมาทางหน้าบ้าน
คนในครอบครัวกลับมาพอดีที่แปลกคือทุกคนแต่งตัวเหมือนจะออกรบ
มีการนำไม้ไผ่มาร้อยเป็เสื้อแต่ละคนมอมแมมไม่รู้ว่าไปคลุกฝุ่นจากไหนมา
“อย่าบอกนะว่าไอ้ที่คิดเล่นๆ จะเป็จริง”