พลิกชีวิตในยุค 90 สาวชาวไร่คนนี้ขอมุ่งหน้าสู่ความรุ่งโรจน์

    บทที่ 22 การร่วมมือกับคนรวย

    บทที่ 22 การร่วมมือกับคนรวย


    หลี่ซิงเหอกำลังจะไปตามที่อยู่บนนามบัตรของโม่เป่ยที่ได้รับมาเมื่อคืน ซึ่งที่นี่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอเท่าไหร่นัก ถ้านั่งรถเมล์ไปก็ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว เธอจึงเลือกนั่งรถเมล์ เมื่อขึ้นรถได้ที่นั่งแล้ว สายตาก็มองดูทิวทัศน์ของเมืองอวิ๋นถิงได้อย่างสบาย ๆ 


    ครั้งที่แล้วเธอได้ชมเมืองนี้จากรถโดยสาร ความรู้สึกแตกต่างจากครั้งก่อนอย่างชัดเจน เพราะตอนนี้พวกเธอมีบ้านเล็ก ๆ อยู่ในเมืองอวิ๋นถิงแล้ว จึงไม่มีความกังวลและความรู้สึกแปลกหน้าอีกต่อไป


    ต้นไม้สูงใหญ่สองข้างทางเต็มไปด้วยสีเขียวชอุ่ม บางครั้งใบไม้หลายใบโบกสะบัดเข้ามาทางหน้าต่างรถเมล์ที่เปิดอยู่ ปะทะใบหน้าของหลี่ซิงเหอเข้าอย่างจัง


    "ป้ายต่อไปซูเปอร์มาร์เก็ตเยว่โก้ว ผู้โดยสารท่านใดที่จะลงป้ายนี้เตรียมตัวได้" พนักงานเก็บค่าโดยสารที่นั่งอยู่ด้านหน้าประกาศขึ้นเสียงดัง


    หลี่ซิงเหอได้ยินดังนั้น จึงลุกขึ้นจับราวไว้ แล้วเดินออกไปช้า ๆ ยืนรอตรงประตูหลังเพื่อรอลงรถ


    หลังจากลงรถแล้วเดินไปอีกไม่นานก็ถึงซูเปอร์มาเก็ตเยว่โก้วแล้ว สถานที่นี้ตั้งอยู่ริมถนน เป็๲อาคารสองชั้นที่มีพื้นกว้างใหญ่ ดูตามที่เขียนไว้ในนามบัตรแล้วสำนักงานของโม่เป่ยอยู่ที่ชั้นสองของที่นี่


    เมื่อเธอหาทางเข้าเจอ จึงรีบเดินเข้าไปทันที เมื่อเข้าไปแล้วเธอยืนตะลึง ช่างใหญ่โตกว่าที่คิดจริง ๆ !


    พอเข้าไปแล้วด้านซ้ายมือเป็๲ร้านค้าแบบกึ่งเปิด ส่วนด้านขวามือเป็๲พื้นที่ 'ตลาด' ขนาดใหญ่ มีลูกค้ามากมาย ทุกคนเข็นรถเข็นสี่ล้อเล็ก ๆ พวกเขาเข็นรถผ่านทางเข้าเดียวกัน ภายในตลาดมีชั้นวางสินค้าเรียงเป็๲แถวอย่างเป็๲ระเบียบ ลูกค้าสามารถหยิบของจากชั้นวางด้วยตัวเอง บางคนหยิบของเต็มรถ บางคนหยิบแค่ไม่กี่อย่าง จากนั้นก็เดินออกมาที่โต๊ะคิดเงิน คนที่นี่เขาจะเรียกว่า ‘เคาน์เตอร์’ ซึ่งวางเรียงรายกันหลายโต๊ะ


    วิธีการเลือกซื้อของแบบนี้เป็๲เ๱ื่๵๹ใหม่สำหรับหลี่ซิงเหอ เธอเพิ่งเคยเห็นเป็๲ครั้งแรก! นั่นทำให้เธอตาลุกวาวและรู้สึกสนุกมาก คราวหน้าต้องพาแม่มาลองประสบการณ์การซื้อของด้วยตัวเองในซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ด้วยกัน


    ใกล้ถึงเวลานัดกับโม่เป่ยแล้ว เธอจึงเข้าไปถามพนักงานคนหนึ่ง ตามคำแนะนำของเขา เธอพบบันไดสำหรับขึ้นไปยังพื้นที่สำนักงานชั้นสองมีประตูทางเข้าสำหรับพนักงาน


    ชั้นสองมีการจัดวางโต๊ะทำงานและเก้าอี้ไม้ตามพื้นที่ต่าง ๆ บนโต๊ะทำงานบางตัวมีโทรศัพท์สีดำตั้งอยู่ หน้าต่างไม้สะอาดสะอ้าน บนขอบหน้าต่างมีต้นไม้สีเขียวอ่อนที่ถูกรดน้ำและดูแลมาอย่างดี


    แต่ในบริเวณชั้นสองนี้เงียบมาก ไม่มีใครอยู่เลยสักคน


    ลึกเข้าไปอีกมีห้องทำงานส่วนตัวหลายห้อง เธอเดินเข้าไปจนสุดทาง ห้องพวกนี้ปิดประตูหมด เธอกระแอมเบา ๆ แล้วถามว่า "มีคนอยู่ไหมคะ?"


    จากนั้นเธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นออกมาจากประตูห้องทำงานที่อยู่ลึกสุด ไม่นานนักประตูห้องก็เปิดออก ชายคนที่เธอเจอเมื่อคืนปรากฏตัวที่ประตู วันนี้เขาเปลี่ยนจากเสื้อเชิ้ตสีขาวมาเป็๲เสื้อเชิ้ตสีดำแบบเดียวกัน


    "เชิญเข้ามาก่อนครับ" ชายคนนั้นยืนอยู่ที่ประตู มือยังจับลูกบิดอยู่ เชื้อเชิญให้เธอเข้าไปนั่งข้างใน


    เธอเดินตามเข้ามาอย่างว่าง่าย แต่เปิดประตูกว้างทิ้งไว้ ไม่ได้ปิด ชายคนนั้นหยิบถ้วยชากระเบื้องสีขาวที่คว่ำอยู่บนโต๊ะกลาง รินชาร้อน ๆ ใส่แล้วเดินไปวางบนโต๊ะกลางหน้าโซฟาเดี่ยว ยื่นให้ฝั่งตรงข้าม


    "เชิญนั่งดื่มชาครับ" จากนั้นเขาก็เดินไปนั่งบนโซฟาเดี่ยวอีกด้านหนึ่ง


    "ขอโทษด้วยครับ ผมเป็๲คนใจร้อน เลยรีบนัดให้มาวันนี้ ทั้งที่เป็๲วันอาทิตย์แทนที่จะได้พักผ่อน ส่วนพนักงานของผมหยุดทำงานกันหมดแล้ว… หวังว่าคุณจะไม่ถือสาอะไร" 


    ที่จริงเขาอยากคุยและตกลงกันให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง ระหว่างพูดเขาก็ลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่างที่มองออกไปแล้วเห็นทิวทัศน์ของถนนในเมืองอวิ๋นถิง ที่มีรถแล่นผ่านไปมาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะรถเล็กหรือรถใหญ่


    หลี่ซิงเหอสูดหายใจลึก ๆ หลายครั้งเพื่อผ่อนคลายร่างกายที่เกร็งทั้งตัว ในห้องทำงานกว้างใหญ่กลับมีแค่พวกเขาสองคน ความเงียบทำให้เธอรู้สึกอึดอัดมาก พอโม่เป่ยพูดขึ้นมา หรือกระทำอะไรเล็กน้อยเธอก็รู้สึกผ่อนคลายลงมาก


    เธอไม่ดื่มชาที่อยู่บนโต๊ะ แล้วพูดขึ้นมาอย่างตรงประเด็น "ที่คุณพูดถึงความร่วมมือเมื่อคืนนี้หมายความว่ายังไงคะ?"


    โม่เป่ยก็ไม่อยากคุยเ๱ื่๵๹ทั่วไปเช่นกัน เขาดีใจเธอที่เลือกพูดเ๱ื่๵๹สำคัญอย่างตรงไปตรงมา "ไม่กี่ปีนี้เมืองอวิ๋นถิงพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ผู้คนกินดีอยู่ดีขึ้น พวกเขาเริ่มให้ความสำคัญกับเ๱ื่๵๹สุขภาพมากกว่าเดิม เมื่อก่อนตอนที่ไม่มีของกิน พอถึงฤดูใบไม้ผลิคนก็จะออกไปขุดผักป่ากินเพื่อประทังความหิว แต่ตอนนี้ไม่เป็๲แบบนั้นแล้ว ทุกคนสามารถออกมาเลือกซื้ออาหารได้ตามความ๻้๵๹๠า๱ ตอนนี้ผักป่า ไข่ไก่เลี้ยง และสินค้าอื่น ๆ ตามธรรมชาติ กลายเป็๲สัญลักษณ์ของเ๱ื่๵๹สุขภาพดีไปแล้ว"


    เขายกแก้วน้ำของตัวเองขึ้นดื่ม "แม่ผมบังเอิญได้ซื้อของของคุณมา ผมเห็นว่ามีคุณภาพดีเกินคาด ผมเลยอยากถามว่าคุณจะขายของพวกนั้นในซูเปอร์มาร์เก็ตของผมได้ไหม? ขอถามหน่อยว่าบ้านคุณอยู่ชานเมืองใช่ไหม? มีพื้นที่กว้างหรือเปล่า? เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตของผม๻้๵๹๠า๱สินค้าจำนวนมาก"


    หลี่ซิงเหอพยักหน้า "แล้วคุณ๻้๵๹๠า๱วันละเท่าไหร่คะ?"


    โม่เป่ยตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า "ยิ่งมากยิ่งดี เราเริ่มจากซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ของผมก่อน พอสร้างชื่อเสียงได้แล้วค่อยขยายไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือทั้งหมดของผม แน่นอนว่าผมหวังว่าสินค้าของคุณจะขายแค่ที่นี่แห่งเดียว"


    หลี่ซิงเหอขมวดคิ้วขึ้นอย่างสงสัย โม่เป่ยเข้าใจจึงอธิบายว่า "ในเมืองอวิ๋นถิง จะมีแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตของผมเท่านั้นที่มีผักป่า และไข่ไก่ไข่เป็ดที่คุณเลี้ยง"


    เธอเอียงหัวพลางคิดตาม ผักป่าและไข่ของฉันดีขนาดนั้นเลยเหรอ? อ๊ะ! ไม่ใช่สิ ควรพูดว่า ของในพื้นที่มิติของฉันดีขนาดนั้นเลยเหรอ? โม่เป่ยมองท่าทางที่เธอเอียงหัวคิด เธอยังใส่เสื้อไหมพรมสีแดงตัวเดิมจากเมื่อคืน คอเสื้อยับเพราะถูกกระชากอย่างรุนแรง ในหัวของเขาพลันนึกถึงภาพเมื่อคืนที่เห็นไหล่ขาวเนียนของเธอและรอยแผลเป็๲ที่น่า๻๠ใ๽นั่น


    เขารีบหยุดความคิดฟุ้งซ่านนี้ลง ทำไมถึงได้คิดอะไรแบบนี้ขึ้นมา! โม่เป่ยทำตัวไม่ถูกจึงยกมือขึ้นจิบน้ำชาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ


    "สินค้าของฉันดีขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" เธอไม่รู้จริง ๆ จึงถามออกไปตรง ๆ


    "ดีสิ เป็๲รสชาติที่หาได้ยาก แน่นอนว่าผมอยากให้คุณผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพแบบนี้ตลอด ส่วนเ๱ื่๵๹ปริมาณการผลิตเป็๲เ๱ื่๵๹รองลงมา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ… คุณต้องรับประกันว่า จะสามารถรักษาคุณภาพที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ"


    "ฉันไม่มีเงินเช่าที่ของคุณหรอกนะคะ" หลี่ซิงพูดถึงปัญหาที่สอง


    "อืม ตอนคุณมา คุณเห็นแล้วใช่ไหม ตรงข้ามทางออกมีร้านค้าแถวหนึ่ง ในอนาคตคุณอาจจะไม่ได้อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะอยู่ร้านแยกข้างนอก ตอนนี้ผมจะให้คุณลองทำฟรีหนึ่งเดือนก่อน พอเดือนถัดมาค่อยจ่ายค่าเช่าเหมือนร้านค้าอื่น ๆ "


    "แล้วคุณจะได้อะไรล่ะ?"


    "ได้กำไรจากที่คุณสามารถดึงดูดลูกค้าได้"


    "ฉันสามารถดึงดูดลูกค้าได้เหรอ?"


    "ผมคิดว่าได้นะ ถ้าคุณรักษาคุณภาพไว้ได้ตลอด"


    หลี่ซิงเหอจมอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง… โม่เป่ยคิดสักครู่แล้วพูดว่า "ในเมืองอวิ๋นถิง ตอนนี้มีแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่สุด และซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ ในเครือของผม ผู้คนก็สนใจการเลือกซื้อของแบบบริการตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดนะ… ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง แต่ถ้าคุณมาขายที่นี่ก็ถือเป็๲ตัวเลือกที่ดีกว่าการขายในตลาดกลางคืนเป็๲เท่าตัว"


    ในขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นาน โม่เป่ยพูดต่อว่า "ซูเปอร์มาร์เก็ตเยว่โก้วมีที่ดินแปลงหนึ่งในชานเมืองอวิ๋นถิง มีโกดังสินค้าขนาดใหญ่อยู่ที่นั่น ถ้าในอนาคตธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นและ๻้๵๹๠า๱พื้นที่เลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ คุณสามารถสร้างฟาร์มที่นั่นได้ ฟาร์มของคุณจะอยู่ติดกับโกดังสินค้า ทำให้สะดวกในการขนส่งสินค้ามากขึ้น ส่วนเ๱ื่๵๹ค่าเช่าพื้นที่และค่าขนส่งนั้น เราค่อยมาคุยราคาที่เหมาะสมกันทีหลัง"


    โม่เป่ยพูดทุกอย่างที่๻้๵๹๠า๱จะพูดจบแล้ว จึงรอคอยการตัดสินใจของเธออย่างใจเย็น


    หลี่ซิงเหอเคยกังวลเ๱ื่๵๹ความลับของพื้นที่มิติ แต่การมีร้านค้าหนึ่งร้านต้องจ่ายค่าเช่าทุกเดือน และไม่มั่นใจว่ายอดขายอาจจะไม่ได้มากกว่าตอนขายที่ตลาดกลางคืน… นั่นจึงทำให้เธอคิดอยู่นาน


    แต่ถ้าธุรกิจเติบโตขึ้นในอนาคต มันก็ถือว่าเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ดีเ๱ื่๵๹หนึ่ง! เมื่อได้ยินโม่เป่ยพูดถึงเ๱ื่๵๹ฟาร์ม สมองของเธอก็สว่างวาบขึ้นมาทันที คิดในหัวว่าการมีฟาร์มของตัวเอง ไม่ว่าจะผลิตมากแค่ไหนก็มีข้ออ้างให้อธิบายได้ และเ๱ื่๵๹พื้นที่มิติก็จะไม่มีใครสงสัยอีกต่อไป


    "ตกลง งั้นก็ทำตามนั้นเลย"