"พี่ชาย อ่านหนังสือออกไหมคะ?" เสียงของหลินโยวโยวค่อย ๆ ดังเข้าหู
ซูมู่หยางดึงสติกลับมา รีบเก็บรวบรวมรังสีอำมหิตรอบตัวอย่างรวดเร็ว รูม่านตากลับคืนสู่สีน้ำตาลปกติ
เขาหันไปมองหลินโยวโยวแล้วพยักหน้า "ออก!"
"งั้นพี่ชายช่วยสอนหนูอ่านหนังสือได้ไหมคะ?" หลินโยวโยวเอียงคอมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อครู่เธอเห็นกับตาว่าระบบไล่คุณน้าหานออกไป ระบบเก่งขนาดนี้ ต้องมีฟังก์ชันป้องกันอื่น ๆ อีกแน่ ๆ
หลายวันที่ผ่านมามีแต่พี่ชายที่คอยปกป้องเธอ ถ้าเธอสามารถเข้าใจฟังก์ชันทั้งหมดของระบบได้ เธอจะสามารถเปลี่ยนมาเป็ฝ่ายปกป้องพี่ชายแทนได้ใช่ไหม?
แต่ปัญหาคือเธออ่านตัวหนังสือบนนั้นไม่ออก เธอบอกให้ระบบสอน แต่ระบบกลับไม่สนใจเธอ
"ได้ พี่จะสอนเธอเอง" มุมปากของซูมู่หยางยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ดวงตาของหลินโยวโยวเป็ประกาย เธอใช้ขาเล็ก ๆ วิ่งตึก ๆ ๆ ออกไป เธอพบว่าพี่ชายมองไม่เห็นแผงควบคุม เธอจึงทำได้เพียงหาปากกากับกระดาษมาเขียนตัวหนังสือตามที่เห็นในระบบ
เมื่อมองดูตัวหนังสือที่ตัวเองเขียน หลินโยวโยวพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วยื่นกระดาษไปตรงหน้าซูมู่หยาง "พี่ชาย นี่คือตัวอะไรคะ?"
ซูมู่หยางรับกระดาษมา เห็นตัวหนังสือที่เขียนเบี้ยวไปเบี้ยวมาเหมือนไก่เขี่ย เขาต้องใช้เวลาคิดอยู่นานกว่าจะนึกออกว่าลายมือยึกยือนี้คือตัวอะไร "สองคำนี้เรียกว่า อัปเกรด"
ซูมู่หยางย่อตัวลงตรงหน้าหลินโยวโยว เขาชี้ที่ตัวหนังสือพลางสอนเธอ หลินโยวโยวพยักหน้า ก่อนหน้านี้เพราะเธอกดสองคำนี้ อพาร์ตเมนต์ถึงได้เปลี่ยนไปอย่างมาก
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงหยิบปากกาขึ้นมาวาดตัวอักษรลงบนกระดาษอีกครั้ง "แล้วอันนี้ล่ะคะ?"
"บัญชีดำ"
"บัญชีดำหมายความว่าอะไรคะ?" หลินโยวโยวเกาหัว เธอรู้แล้วว่าคำเหล่านี้คือตัวอะไร แต่เธอไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร!
ซูมู่หยางมีความอดทนค่อนข้างดี เขาค่อย ๆ อธิบายความหมายของบัญชีดำให้เธอฟัง หลินโยวโยวตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
พอฟังจบเธอก็เขียนตัวหนังสือบนแผงควบคุมลงมาทีละตัว เมื่อเห็นว่าเธอเขียนได้เยอะขนาดนี้ ซูมู่หยางก็เริ่มสงสัย ยัยหนูคนนี้อ่านหนังสือไม่ออกไม่ใช่เหรอ แล้วเธอไปเห็นตัวหนังสือพวกนี้มาจากไหน?
หลินโยวโยวฟังอยู่นาน แต่จำได้เพียงคำว่า หานปิง ซูมู่หยาง และบัญชีดำ รวมแปดตัวอักษรนี้เท่านั้น นิ้วป้อม ๆ เล็ก ๆ จิ้มไปที่ชื่อของหานปิง แล้วลากชื่อของเขาเข้าไปในบัญชีดำ
[แจ้งเตือน: โฮสต์ยืนยันที่จะลากลูกค้า ‘หานปิง’ เข้าสู่บัญชีดำหรือไม่?] เสียงของระบบดังขึ้นในหูของหลินโยวโยว
หลินโยวโยวพยักหน้าโดยไม่ลังเล "ยืนยัน!"
[แจ้งเตือน: หานปิงเข้าสู่บัญชีดำแล้ว อพาร์ตเมนต์จะไม่ปรากฏต่อหน้าเขาอีก โฮสต์สามารถนำเขากลับเข้าสู่รายชื่อลูกค้าได้ตลอดเวลา]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ หลินโยวโยวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ที่แท้พอเข้าบัญชีดำแล้ว คนอื่นก็จะมองไม่เห็นอพาร์ตเมนต์ ถ้าเป็แบบนี้คุณน้าหานคนเลวคนนั้นก็จะไม่มากวนเธออีกแล้ว
"พี่ชาย ชื่อของหานชิงชิงเขียนยังไงคะ?" หลินโยวโยวเงยหน้ามองซูมู่หยาง
ซูมู่หยางรับปากกามา แล้วเขียนชื่อหานชิงชิงลงบนกระดาษ
หลินโยวโยวเทียบตัวหนังสือในกระดาษ แล้วลองหาในแผงควบคุมรอบหนึ่ง แต่ก็ไม่พบชื่อของหานชิงชิง เธอเกาหัวพลางครุ่นคิด นึกยังไงก็ไม่ออกว่าทำไมถึงเป็แบบนี้?
ซูมู่หยางเห็นท่าทางของเธอ ก็นึกว่าวันนี้เขาสอนตัวหนังสือมากเกินไปจนเธอรับไม่ไหว เขายกมือขึ้นลูบผมเธอด้วยความเอ็นดู "การหัดอ่านหนังสือไม่ได้เรียนรู้ได้ในวันสองวัน ค่อยเป็ค่อยไป ไม่ต้องรีบ"
"ค่ะ!" หลินโยวโยวเชิดหน้าเล็กน้อย พยักหน้าอย่างว่าง่าย เธอถอดยางรัดผมที่ข้อมือออก แล้วยื่นไปตรงหน้าซูมู่หยาง
"พี่ชายช่วยมัดผมให้หนูหน่อย"
ซูมู่หยางเงียบไป เื่นี้เขาทำไม่เป็จริง ๆ แต่เมื่อสบกับดวงตาใสซื่อของหลินโยวโยว ซูมู่หยางก็ไม่กล้าปฏิเสธ
เขาลูบผมของหลินโยวโยว พบว่าผมแห้งสนิทแล้ว เขารับยางรัดผมมา แล้วหยิบหวีขึ้นมาช่วยมัดผมแกละเล็ก ๆ สองข้างให้เธออย่างเกอะกะ "เสร็จแล้ว!"
หลินโยวโยวดีใจ รีบไปยืนส่องกระจกด้วยความภูมิใจ เมื่อเห็นผมแกละสองข้างที่สูงต่ำไม่เท่ากัน รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินโยวโยวก็แข็งค้างทันที พี่ชายมัดผมได้มีเอกลักษณ์จริง ๆ !
เมื่อเห็นรอยยิ้มของหลินโยวโยวแข็งค้าง ซูมู่หยางก็กระแอมไอด้วยความประหม่า "โยวโยว พี่ต้องออกไปข้างนอกแล้ว เธออยู่คนเดียวในอพาร์ตเมนต์ได้ไหม?"
"ไม่มีปัญหาค่ะ!" หลินโยวโยวหันกลับมา พยักหน้ายิ้มให้ซูมู่หยาง เธออายุสี่ขวบแล้ว เป็เด็กโตแล้ว ปกป้องตัวเองได้!
"ตกลง งั้นเธออยู่ในอพาร์ตเมนต์นะ ใครมาก็ห้ามออกไป พี่จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด"
ซูมู่หยางยกมือขึ้น ใช้นิ้วชี้เขี่ยผมแกละเล็ก ๆ ของเธอเบา ๆ ถ้าเป็ไปได้เขาอยากจะอยู่ในอพาร์ตเมนต์เพื่ออยู่เป็เพื่อนเธอ
แต่ถึงแม้ค่าเช่าของอพาร์ตเมนต์หมายเลข 27 จะถูก แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่ทำให้เขานอนกินแรงได้
อีกทั้งพลังพิเศษของเขาเพิ่งตื่นขึ้น การใช้งานยังไม่เสถียร เขาจำเป็ต้องหาซอมบี้เพื่อฝึกฝน ให้พลังพิเศษเสถียรขึ้น เพื่อที่จะได้ปกป้องโยวโยวได้ดียิ่งขึ้น
หลังจากซูมู่หยางจากไปได้ไม่นาน หิมะก็เริ่มตกหนัก หลังจากซอมบี้ระบาด สภาพอากาศก็กลายเป็สุดขั้ว ถ้าไม่หนาวจัดก็ร้อนจัด
อวิ๋นเจิงขับรถออฟโรดสีดำคันหนึ่ง กระจกหน้าแตกละเอียดทั้งหมด มีเศษกระจกเล็กน้อยปักอยู่ที่ิั เืไหลซึมย้อมเศษกระจกจนเป็สีแดง
สิ่งเหล่านี้ถือเป็แผลเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรอยข่วนตามตัวของเขา กลิ่นคาวเืบนตัวเขาดึงดูดซอมบี้จำนวนมหาศาล ถังเวยที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับมองเขาด้วยความกังวล "คุณยังทนไหวไหม?"
"ไม่ไหวก็ต้องทน ไม่อย่างนั้นเราตายกันหมด!" อวิ๋นเจิงกัดฟันเค้นคำพูดออกมา เปลือกตาของเขาหนักอึ้ง แต่เขาไม่กล้าหลับตา
ในสถานการณ์แบบนี้ เขากลัวว่าถ้าหลับตาลงจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลย "อีกสักพักผมจะขับรถไปในที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย คุณหาโอกาสหนีเอาเองเถอะ!"
"คุณคิดว่าฉันไม่อยากหนีเหรอ?"
ถังเวยมองไปยังซอมบี้ที่กรูกันเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ถ้าทำได้เธอคงหนีไปนานแล้ว เพราะเธอเป็ผู้ว่าจ้าง จ่ายเงินจ้างคนคนนี้มาปกป้องเธอ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเป็เพียงการจ้างงานเท่านั้น เธอไม่มีทางโง่พอที่จะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงเพื่อคนแปลกหน้า
แต่ตอนนี้ข้างนอกอันตรายกว่าในรถ เธอไม่มีทางเลือกเลย ถังเวยกำหมัดแน่น หลับตาลง เธอไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะมีชีวิตรอดจนเข้าถึงฐานผู้รอดชีวิตได้หรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรเื่ยังไม่ถึงขั้นสิ้นหวัง พวกเขายังสามารถสู้ตายได้อีกครั้ง
"เหยียบคันเร่งให้มิด พุ่งออกไปเลย!" ถังเวยดึงมือจับ เตรียมพร้อมสำหรับการเสี่ยงดวงครั้งสุดท้าย
เมื่อเห็นซอมบี้มากขึ้นเรื่อย ๆ อวิ๋นเจิงก็เรียกสติกลับมาอีกครั้ง เขารู้ว่าถ้าไม่รีบออกจากวงล้อมของซอมบี้ วันนี้พวกเขาต้องตายที่นี่แน่!
เขาเป็นักล่าเงินรางวัลระดับแนวหน้า เขาตายไม่เป็ไร แต่ผู้ว่าจ้างจะตายไม่ได้ ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของเขาจะป่นปี้หมด!
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงเหยียบคันเร่งจนมิด พุ่งชนฝูงซอมบี้เข้าไป
ซอมบี้ส่วนหนึ่งถูกชนกระเด็น แต่ยังมีอีกสองสามตัวเกาะอยู่บนฝากระโปรงรถ พยายามจะปีนเข้ามาข้างใน