จางเล่อเหลียนเดินมาถึงจุดหมายที่เธอตั้งใจไว้ ตามคำบอกเล่าของคุณลุงขายบะหมี่ พร้อมรหัสผ่านเข้าไป เธอทำเป็หยิบของในกระเป๋าผ้าใบใหญ่ที่เธอสะพายมา ดึงเอาหมวกใบใหญ่ออกมาใส่พรางหน้า ให้มองดูไม่ค่อยเห็นหน้าของเธอมากเกินไป แล้วเดินตรงเข้าไปทางประตูเข้าตลาดมืดทันที พอถึงเธอก็รู้สึกเกร็งๆนิดนึงเพราะมีผู้ชายหน้าเข้ม ผิวเข้ม ตัวใหญ่ กล้ามใหญ่เหมือนคนที่ชอบออกกำลังกายเล่นกล้ามในยุคที่เธอจากมายืนเฝ้าประตูอยู่ เธอไม่กล้าพูดอะไรมากเพียงแค่รีบบอกรหัสผ่านออกไป ชายคนนั้นก็เปิดประตูให้เธอเข้าไปได้
เมื่อเธอเดินพ้นประตูเข้ามาเธอก็ต้องใกับภาพข้างใน มีคนเดินหาซื้อของจำนวนมากเลยทีเดียว มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ บางคนที่ใจกล้าหน่อยถึงขนาดตั้งของวางขายกันเลย
จางเล่อเหลียนเดินสำรวจสินค้าที่ขายในตลาดมืดว่ามีอะไรบ้าง ราคาขายกันอยู่ประมาณไหน เมื่อเธอเดินจนทั่วก็ใช้เวลานานเลยทีเดียว และเมื่อเธอเริ่มรู้ราคาสินค้าบ้างแล้ว ต้องบอกเลยว่าราคาสินค้าในนี้สูงมาก คิดเป็ 2 เท่าของราคาขายข้างนอกเลย ต้องคนมีเงินเท่านั้นถึงจะยอมจ่ายเพื่อให้ได้ของที่้า แต่มันก็คุ้มที่จะจ่ายเพราะการมาที่นี้นั้นจะได้ของที่เรา้า หรืออาจจะได้ของที่ไม่มีขายตามข้างนอก นั้นถึงเป็แรงจูงใจให้คนที่้าซื้อสินค้า กล้าที่จะเสี่ยงมาที่นี่ เพราะถ้าโดนจับได้ขึ้นมาก็ลำบากเลยทีเดียว แต่เธอโชคดีที่มีมิติที่สามารถเก็บของได้ เธอเลยไม่กลัวที่จะโดนตรวจสอบถ้ามีเ้าหน้าที่มาที่นี่ อย่างน้อยก็ไม่เจอของกับเธอก็ไม่มีหลักฐานที่สามารถเอาผิดเธอได้ ว่าแล้วก็ถึงเวลาที่เธอจะหาเงินลงทุนของเธอแล้วสิ
เธอหยุดเดินสังเกตุผู้คนรอบๆจนเจอผู้หญิงคนหนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าดูดีเดินถือตะกร้าใบใหญ่เดินมองไปมองมาอยู่หลายรอบ จางเล่อเหลียนเลยรีบเดินเข้าไปทัก
"สวัสดีค่ะพี่คนสวย กำลังมองหาอะไรเหรอคะ ให้ฉันช่วยไหมเผื่อฉันมีสิ่งที่พี่้า" จางเล่อเหลียนรีบเสนอตัว พร้อมหยอดคำหวานใส่ลูกค้า
"อุ๊ย!... จริงหรือคะ ปากหวานเสียด้วย คือว่าพี่อยากจะได้เกลือกับน้ำตาลน่ะค่ะ พอดีเดินหาแล้วยังไม่เจอเลย คุณน้องพอจะมีไหมคะ"
"คุณพี่ถามถูกคนแล้วค่ะ ฉันมีสินค้าคุณภาพดีกว่าคนอื่นด้วยนะคะ นี่ไงคะน้ำตาลฉันคิดชั่งละ 6 หยวน เกลือ ชั่งละ 8 หยวน คุณพี่้าเท่าไหร่ค่ะ" จางเล่อเหลียนทำเป็หยิบของออกมาจากกระเป๋าผ้าใบใหญ่
"โอ้...เกลือสวยจริงๆด้วย งั้นพี่เอาอย่างละ 3 ชั่งเลยจ้า จะได้เอาไปฝากญาติด้วย"
"ถ้างั้นรอสักครู่นะคะฉันไปหยิบของมาให้อีก " เธอทำเป็เดินไปในที่ที่ไม่มีคน มองซ้ายมองขวาไม่มีใครแล้วหยิบเอาของออกมาใส่กระเป๋า เสร็จแล้วเธอก็เดินออกมา ลูกค้าคนแรกเธอก็ขายได้เยอะเลย เธอยิ้มอย่างมีความสุข
"มาแล้วค่ะ ของที่พี่้าอย่างละ 3 ชั่ง รวมเป็เงิน 42 หยวนนะคะ"
จางเล่อเหลียนรับเงินมาด้วยความดีใจ เงินที่เธอหาได้ก้อนแรกหลังจากที่เธอย้อนมาที่นี้ จากนั้นเธอก็เดินวนคอยสอบถามคนที่เดินไปเดินมา ว่า้าอะไรพร้อมเสนอขายของบางอย่างไปด้วยซึ่งพวกเขาก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง ซื้อสินค้าของเธอกลับไปแทบจะทุกคน
เธอใช้เวลาขายของนานมากจนเวลาใกล้จะเที่ยงแล้ว เธอก็หยุดพักเดินออกมาจากตลาดมืดแล้วหาที่นั่งพัก เธอลองคิดเงินดูว่าขายของได้เงินมาเท่าไหร่ เพราะวันนี้เธอขายของหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็เครื่องปรุงต่างๆ น้ำมัน เนื้อ ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือแม้แต่ของใช้เพราะเธอมีของจำนวนมากที่เตรียมไปบริจาค เช่นสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม ครีมนวด แม้กระทั่งเสื้อผ้าเธอก็เอามาขายด้วย คนส่วนมากที่มาตลาดมืดก็จะเป็พวกกลุ่มแม่บ้านที่้าหาซื้อของใช้เข้าบ้าน ทำให้เธอทำเงินได้ถึง1,050 หยวน เธอใช้เวลาขายไปหลายชั่วโมงเลย ซึ่งถือว่าเธอทำเงินได้จำนวนมากเลยทีเดียว เพียงแค่นี้เธอก็มีความสุขแล้ว มีเงินไว้อุ่นใจเสมอ
พอเที่ยงเธอก็เอาของฝากฉินฟางอี้ออกมาแล้วเธอก็รีบเดินไปที่ห้างสรรพสินค้าที่ฉินฟางอี้ทำงานอยู่ ไม่นานเธอก็เดินมาถึงห้างสรรพสินค้าขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในตัวอำเภอ ที่นี้มีผู้คนเดินเข้าออกห้างกันขวักไขว่ ถือว่าครึกครื้นมากเลยทีเดียวต่างจากชนบทมาก ที่ผู้คนต้องทำงานแลกแต้มกลางทุ่งนาพอฟ้ามืดก็กลับเข้าบ้านนอน วนเวียนอยู่แบบนั้น การใช้จ่ายนั้นในแต่ละวันแทบจะไม่มีรายจ่าย หากบ้านไหนซื้อของมากไปก็กลายเป็คนสิ้นเปลือง ซึ่งต่างจากสังคมเมืองอย่างมาก ความต่างชั้นของคนแต่ละยุคสมัยก็ยังคงมีให้เห็นตลอดจริงๆ
เธอเดินเข้าไปในห้างถามหาฉินฟางอี้กับพนักงาน เธออาสาไปตามฉินฟางอี้ให้เพราะใกล้เวลาพักของเธอแล้ว รอไม่นานเธอก็เห็นเด็กสาวร่างผอมบาง ถึงไม่สวยมากแต่เธอมีหน้าตาที่น่ารัก ทำให้คนมองไม่เบื่อ บวกกับที่เธอเป็คนชอบยิ้ม
"สวัสดีค่ะพี่สาว ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะคะ ไม่เห็นส่งข่าวว่าจะมาฉันจะได้ลางานเป็เพื่อนพี่" ฉินฟางอี้พูดขึ้นเมื่อเดินมาถึง
"พอดีพี่มาซื้อของเข้าบ้านน่ะ แม่บุญธรรมเลยให้พี่เอาของฝากมาให้เธอด้วย นี่จ้ะ" จางเล่อเหลียนยื่นห่อขอฝากให้
"ขอบคุณค่ะ พี่ทานข้าวหรือยังคะ "
"ยังเลย พอเธอพูดพี่ก็หิวพอดี ฮ่าๆ"
"ดีเลยค่ะ ตอนนี้เป็เวลาพักของฉัน เราไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ อีกอย่างฉันมีเื่จะบอกพี่พอดีเลยนึกว่าต้องรอกลับไปบ้านครั้งหน้า"
ฉินฟางอี้พาเธอเดินมาที่ร้านอาหารข้างๆห้างสรรพสินค้า จากนั้นพวกเธอก็สั่งอาหารมา 2 อย่าง ข้าวคนละจาน แล้วนั่งทานกันอย่างอร่อย ปกติฟางอี้บอกว่าเธอไม่ค่อยได้มาทานร้านอาหารสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะห่อข้าวมาทานเองกับเพื่อนๆ แต่วันนี้พี่สาวมาถือเป็วันพิเศษ ฉินฟางอี้จะจ่ายค่าอาหาร แต่จางเล่อเหลียนขอจ่ายค่าอาหารวันนี้เองถือเป็การเลี้ยงน้องสาว ค่าอาหาร ราคา 4 หยวน เมื่อทานข้าวเสร็จพวกเธอก็พากันเดินออกจากร้านอาหาร ฉินฟางอี้บอกว่าจะพาเธอไปหาที่ปลอดคนเพื่อคุยเื่สำคัญ พอถึงที่หมายฉินฟางอี้ก็รีบพูดออกมาทันที
"พี่คะ คือว่าสบู่ที่พี่ให้ฉันมาคราวก่อน พี่ยังมีอยู่อีกไหม "
"อือ ยังมีจ้ะ พี่เป็คนทำเองก็ยังพอมีอยู่บ้าง"
"โอ๊ย...ดีจังเลยค่ะ คือว่าอย่างนี้นะคะ สบู่ที่พี่ให้ฉันมาสามก้อนวันนั้น ฉันตัดแบ่งให้เพื่อนๆลองใช้หลังจากที่ฉันใช้แล้วรู้สึกว่าใช้แล้วมันดีกว่าสบู่ในห้างเสียอีก พอเพื่อนๆลองใช้แล้วพวกเธอกลับมาขอซื้อกับฉัน ฉันเลยกะว่าจะกลับไปถามพี่ก่อนถ้าหากฉันจะรับสบู่จากพี่มาขายพี่จะรับทำไหมคะ "
ฉินฟางอี้เธอคิดว่าสบู่ของพี่สาวคนสวยของเธอมันดีมากๆ ใช้แล้วผิวเธอนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งเหมือนสบู่แบบเดิมที่เธอเคยใช่มาก่อน แถมยังมีกลิ่นหอมติดตามตัวเมื่อล้างออก ใช้ดีถึงขนาดว่าเธอกลัวสบู่หมดเร็วจนไม่กล้าเอามาถูตัวเลยล่ะ
"อือได้สิ ถ้าจะขายเธอพอจะหาลูกค้าเพิ่มได้ไหมล่ะฟางอี้"
จางเล่อเหลียนได้ฟังแล้วถึงกับตาเป็ประกายนี่มันลู่ทางหาเงินของเธอเลยนะ เป็ไปตามแผนของเธอเลย วันนั้นเธอคิดว่าเธอมองคนไม่ผิดจริงๆ ว่าฉินฟางอี้มีหัวค้าขาย หลังจากที่ฉินฟางอี้เล่าเื่ที่ทำงานของเธอให้ฟัง ว่าเธอและเพื่อนๆของเธอหาสินค้าที่หายากไปส่งตามบ้านลูกค้า พอเธอได้ฟังเื่นี้แล้วเธอเลยตัดสินใจให้สบู่กับฉินฟางอี้มาทดลองใช้ เธอจะยังไม่เสนอเื่ที่จะให้ฉินฟางอี้ขายสบู่ให้เธอ แต่ให้ฉินฟางอี้กลับไปใช้ก่อน เธอเชื่อว่าคนที่มีหัวค้าขายต้องสนใจสบู่ของเธอแน่ๆ ซึ่งก็เป็อย่างที่เธอคิดจริงๆ ฉินฟางอี้เป็คนที่อัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย ปากหวาน น่ารัก เธอจะเป็คนที่กระจายสินค้าให้เธอได้ดีเลยในอนาคต
"ได้สิค่ะพี่ ฉันรู้จักลูกค้าเยอะมาก เพื่อนที่ทำงานก็มีคนให้หาซื้อของไปส่งให้ตามบ้านอยู่แล้ว ตอนนี้มีคนสนใจสบู่พี่เยอะมาก เราขายก้อนละ 2-3 หยวนยังได้เลยค่ะ"
"งันพี่จะลองทำดูเธอจะเอาเท่าไหร่ล่ะ แต่วันนี้พี่มีติดตัวมา 5 ก้อนเธอลองเอาไปขายก่อนก็ได้ ทีแรกพี่ตั้งใจเอามาฝากเธอ ถ้าเธอยังมีใช้อยู่ก็รองเอาไปขายก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่จะทำมาให้ใหม่."
จางเล่อเหลียนทำเป็หยิบเอาสบู่ออกมาจากกระเป๋าแล้วยืนสบู่ออแกนิคที่เธอเป็คนทำเองให้กับฉินๆฟางอี้ เธออยากจะเอาออกมาเยอะกว่านี้แต่กลัวฉินฟางอี้สงสัยว่าทำไมเธอถึงพกสบู่มาเยอะเกินไป
เมื่อก่อนเธอเป็คนชอบทำสบู่ เครื่องหอม เทียนหอมใช้เอง เธอจึงมีอุปกรณ์ทำไว้ที่บ้านเยอะมาก เพราะเธอทำมันไปบริจาคตามวัด ตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า บ่อยๆ
"ขอบคุณนะคะพี่ ฉันว่าจะสั่งมาลองดูก่อนซัก 50 ก้อน พี่พอจะทำไหวไหมคะ แล้วเื่ราคาขายพี่จะคิดเท่าไหร่ดีค่ะ "
" ได้พี่จะรีบทำมาส่งนะ เื่ราคาถ้าเธอจะขาย 3 หยวน พี่ก็จะส่งให้เธอ 2 หยวน หรือเธอคิดว่ายังไงดีล่ะ "
"พี่จะให้ฉันเยอะไปไหมคะ กำไรก้อนละ 1 หยวนเลย จะเป็การเอาเปรียบพี่ไปหรือเปล่า พี่ส่งให้ฉันก้อนละ 2 หยวน 5 เหมา ก็ได้ค่ะ แค่นี้ฉันก็ได้กำไรเยอะแล้ว"
ฉินฟางอี้คิดว่าถ้าเธอขายสบู่หมด 50 ก้อน เธอจะได้กำไรตั้ง 25 หยวนเลยนะ มันเยอะกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของเธอเลย
"ไม่เป็ไรจ้ะ เธอต้องเป็คนเสี่ยงขายของในสถานการณ์แบบนี้ เอาเป็ว่าราคาตามนี้นะ"
เมื่อทั้งสองคนตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็ต่างแยกย้ายกัน เพราะฉินฟางอี้ต้องกลับไปทำงาน ส่วนจางเล่อเหลียนก็เดินไปสำรวจของในห้างสรรพสินค้า เธอเลือกซื้อนมผงรสมอลล์ไปไว้ให้ลูกๆ 2 กระปุก เธอจ่ายเงินไปทั้งหมด 8 หยวน ส่วนข้าวของอื่นๆเธอมีหมดแล้ว เธอเดินออกมาจากห้างสรรพสินค้าเธอก็ตรงไปที่จุดนัดขึ้นเกวียนเลยเพราะก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว พอใกล้ถึงจุดนัดเธอก็หาจุดที่จะเอาของออกมาจากมิติเมื่อดูแล้วปลอดคน เธอก็เอาเนื้อหมู 2 ชั่ง ส้ม 2 ชั่ง และขนมเซาปิ่งออกมา 6 กล่อง ข้าวสาร 2 ชั่ง แถมยังมีนมผงที่เธอซื้อมาอีก 2 กระปุก เธอต้องเอาตะกร้าไม้ที่มีในมิติมาใส่ของเพื่อจะได้ถือได้ง่ายขึ้น ที่ต้องทำแบบนี้เพราะเธอกลัวคนแถวบ้านจะสงสัยเธอเวลาที่ได้กลิ่นเนื้อลอยไป
พอมาถึงจุดนัดก็เห็นเกวียนมาจอดรอแล้ว คนอื่นๆก็มารอเกวียนกันหมดทุกคน เธอถือตะกร้าของไปวางบนเกวียน ทุกคนต่างมองมาที่เธอหมด แต่พวกเขาไม่พูดอะไรเพียงแค่ส่งสายตาให้กัน ส่วนแม่เฒ่าเว่ยก็ยังคงใช้สายตาจิกกัดเธอมาตลอดทาง จางเล่อเหลียนทำเป็มองไม่เห็นสายตาคนอื่นๆ เธอนั่งมองออกไปนอกเกวียนตลอดทาง
"อือ อากาศดีจัง"
จางเล่อเหลียนพึมพำกับตัวเองเบาๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศข้างทาง โดยไม่สนใจคนร่วมเดินทางมาด้วย เธอกำลังคิดถึงเงินที่จะได้รับจากการขายสบู่อย่างมีความสุข