“หุบปากไปซะ! มนุษย์หน้าโง่! มานี่!” เสียงของแม็กซ์กลับไปแข็งกร้าวอีกครั้ง ดวงตาสีแดงเพลิงสว่างวาบขึ้นมา ปีศาจคว้าร่างของหญิงสาวด้วยความไวเหนืุ์ก่อนจะกุมลำคอเรียวของเธอไว้ในอุ้งมือทั้งสองข้างพร้อมกับส่งแรงบีบเข้าหาอย่างช้าๆ
“จะจับมาเป็บริวารก็พยศนักถ้าอย่างนั้นก็จงตายไปเสียเถอะ!” สายตาอาฆาตมาดร้ายมาพร้อมกับแรงบีบที่หนักหน่วงขึ้นเฟอร่าพยายามดิ้นเอาชีวิตแต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับเทียบกับมันไม่ได้แม้แต่น้อย
ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะมืดดับลงแรงบีบของมือหนานั้นได้หยุดชะงักไป ร่างกำยำตรงหน้าพลันสั่นเทาขึ้นมาทันใดมีจังหวะเพียงชั่วพริบตาที่ั์ตาสีแดงเพลิงนั้นเลือนหายไป แม็กซ์ยกมือขึ้นมากุมศีรษะเอาไว้พร้อมกับส่งเสียงคำรามด้วยความเดือดดาล
มือข้างหนึ่งของเขาพุ่งตรงมายังลำคอของหญิงสาวอีกครั้งแต่มืออีกข้างพลันหยุดรั้งต่อต้านเอาไว้ ร่างแกร่งหายใจหอบอย่างหนักขณะพยายามออกแรงก้าวถอยหลังตรงไปยังกองเพลิงที่มีเปลวไฟลุกโชติ่อย่าบอกนะว่า...
“ไม่นะ! แม็กซ์!” เฟอร่าร้องลั่นอย่างเสียสติ หญิงสาววิ่งตรงไปหาคนรักอย่างไม่คิดชีวิตแต่ทุกอย่างกลับสายเกินไป...
แม็กซ์ส่งยิ้มบางๆให้เธอ ก่อนที่จะทิ้งตัวลงสู่กองเพลิง ร่างของชายหนุ่มถูกเผาไหม้ไปต่อหน้าต่อตา เปลวเพลิงพิโรธกัดกินเขาจนเหลือแต่เพียงเถ้าถ่านในระยะเวลาอันรวดเร็ว
หัวใจของหญิงสาวแตกสลายไปพร้อมกับร่างของเขาเฟอร่านั่งคุกเข่าลงกับพื้น ดวงตาเหม่อมองไปยังเปลวไฟลุกโชนตรงหน้าภาพในอดีตฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง ภาพของวันนั้น วันที่พ่อและแม่จับมือกันทิ้งตัวลงสู่กองเพลิงพวกเขามอดไหม้หายไปต่อหน้าต่อตา และโศกนาฏกรรมก็ได้กลับมาซ้ำรอยในวันนี้เธอไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้ว...
ขณะที่หญิงสาวกำลังจมอยู่กับความโศกเศร้า ท่ามกลางกองเพลิงลุกไหม้พลันได้ปรากฏดวงไฟสุกสว่างลอยตัวขึ้นเหนือกองเพลิงชัชวาลเป็สิ่งใดอื่นไม่ได้นอกจาก ดวงิญญาของชายหนุ่ม
น้ำตาของเธอยังคงรินไหลออกมาไม่ขาดสาย เฟอร่าจ้องมองดวงไฟนั้นไม่วางตาสัญชาตญาณของนักล่าปีศาจบอกให้เธอกอบกุมสายประคำแล้วหลับตาลง
หญิงสาวยังไม่ทันได้เริ่มท่องบทสวด ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนรอคอยจังหวะนี้มาก่อนแล้ว ท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงัด พลันมีเสียงร้องบาดหูของสิ่งมีชีวิตบางอย่างดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณบรรยากาศโดยรอบแปรเปลี่ยนไปกะทันหัน ลมร้อนไร้ที่มาพัดผ่านเข้ามาจนหมู่ไม้สั่นไหวเสียดสีกันกลายเป็เสียงหวีดหวิวท้องฟ้ากลายเป็สีแดงก่ำเต็มไปด้วยเมฆดำทะมึนลมร้อนรอบกายเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเสียงกรีดร้องนั้นดังใกล้เข้ามามากขึ้น
เสียงกระพือปีกของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่พลันดังขึ้นเหนือศีรษะเฟอร่าแหงนเงยหน้าขึ้นมองก็ได้พบกับแหล่งที่มาของเสียงกรีดร้องบาดหูนั้น มันคือนกเรเวนั์ดวงตาแดงก่ำมีเปลวไฟลุกโชน มันบินวนรอบอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพุ่งตรงไปคว้าดวงิญญาของแม็กซ์ไว้ในอุ้งเท้าของมัน
“ไม่!” เฟอร่าอุทานขึ้นด้วยความตกตะลึง หัวใจของเธอแตกสลายลงยิ่งกว่าเดิม
“หากเ้าไม่นำไอปีศาจทั้ง 4 มาให้ข้า อย่าหวังว่าจะได้ิญญาพวกนี้คืน!” เสียงแหบแห้งน่าขนลุกของนกเรเวนดังกึกก้องดุดันก่อนที่มันจะบินตรงไปยังป่าฝั่งทิศตะวันตก
เป็ใครไม่ได้นอกจาก...ตัวต้นเหตุของเื่ราวทั้งหมด!
เฟอร่ากำหมัดแน่น เธอจับจ้องไปยังกองเพลิงตรงหน้าไม่วางตาความเ็ปและคับแค้นสุมแน่นอยู่ในอก ความหนักอึ้งเหมือนร่างกายกำลังพุ่งดิ่งลงไปยังก้นเหวลึกนี้คงจะเป็ความรู้สึกเมื่อคนเราอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดของชีวิตเธอจะออกไปจากความรู้สึกนี้ได้อย่างไร?
ดูเหมือนเบื้องบนจะรับรู้ความทุกข์ระทมของเธอแสงจันทราสว่างสุกใสเคลื่อนเข้ามาขับไล่บรรยากาศหม่นหมองออกไปจนหมด ลมเย็นเอื่อยเฉื่อยพัดผ่านเข้ามาััลูบไล้ผิวกายเธออย่างแ่เบาราวกับกำลังช่วยปลอบประโลมหัวใจอันบอบช้ำดวงนี้จังหวะการหายใจถี่รัวของเธอเริ่มผ่อนช้าลง เฟอร่ายกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาเมื่อเริ่มดึงสติกลับมาได้
‘จงเชื่อมั่น’ เสียงปริศนาของใครบางคนดังกึกก้องขึ้นมาในความนึกคิดของหญิงสาวเป็เสียงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย เป็ครั้งที่สองแล้วที่เธอได้ยินเสียงนี้
ท่านคือ...เทวทูตใช่ไหม?หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นในใจ
ไม่มีเสียงตอบใดๆ แต่ลมที่พัดผ่านผิวกายเธอนั้นดูเหมือนจะมีกำลังแรงมากขึ้นจนเหล่าใบไม้แห้งปลิดปลิวไปทั่ว แล้วความมหัศจรรย์ก็ได้บังเกิดขึ้น เมื่อสายลมเริ่มหมุนวนล้อมรอบกองเพลิงตรงหน้าจนเปลวไฟกวัดแกว่งไปมาในเวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้นที่ลมพัดวนเร็วขึ้นจนกลายเป็พายุล้อมรอบเปลวไฟ
แล้วทันใดนั้นเอง เสียงหวีดร้องโหยหวนอย่างเ็ปของใครบางคนก็ได้ดังออกมาจากกองเพลิงนั้นลมพายุพัดวนหอบเอาเปลวไฟทั้งหมดให้ลอยสูงขึ้นจนกลายเป็ลูกไฟขนาดใหญ่ ในขณะที่เสียงกรีดร้องนั้นยังคงดังสนั่นออกมาไม่ขาดสาย
ลูกไฟดังกล่าวถูกลมพายุบีบอัดจนมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆก่อนที่จะถูกลมหอบลอยตรงไปยังห้องใต้ดิน เฟอร่าเดินตามเข้าไปดูก็ได้พบว่า ลูกไฟถูกบรรจุเข้าไปในโหลเก็บไอปีศาจแล้วเรียบร้อย
หญิงสาวมองโหลไอปีศาจทั้ง 4 ในมือ ดวงตาฉายแววลึกล้ำเข้มข้นถึงเวลาสะสางแล้ว...
เฟอร่าใช้เวลาอยู่ค่อนคืนกว่าจะเดินทางมาถึงตำแหน่งจุดหมายซึ่งอยู่ใจกลางหุบเขามันคือรูปปั้นสูงตระหง่านที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทุ่งหญ้า ลักษณะเป็รูปปั้นของสัตว์ประหลาดที่มีส่วนลำตัวคล้ายคนมีเขาขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายกับเขาของแพะสิ่งที่ทำให้รูปปั้นนี้ดูน่าเกรงขามไปกว่านั้นคือ ดวงตาที่เบิกโพลง และเขี้ยวอันแหลมคมดุดัน
“ฉันได้มันมาแล้ว” ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ ดวงตาแข็งกร้าวของมันพลันลุกวาวเป็ประกายสีแดงเพลิงทันใดตามมาด้วยเสียงหัวเราะชั่วร้ายดังออกมาจากรูปปั้นนั้น
“หึๆ! ทำได้ดี! อยู่ที่ไหนล่ะข้าขอพินิจดูซิ...” พญาปีศาจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน
เฟอร่าล้วงหยิบโหลบรรจุไอปีศาจทั้ง 4 ขึ้นมาแสดงเป็หลักฐานอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเก็บเข้าไปในกระเป๋าเช่นเดิม ท่าทีของหญิงสาวยังคงสงบเยือกเย็นไม่เปลี่ยนแปลง
“หึ! ข้าดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเชียวหรือ?” ปีศาจแค่นเสียงหัวเราะออกมา
“ถึงตาแกแล้ว” เฟอร่าเอ่ยเสียงเรียบ ิญญาชั่วร้ายที่มีแต่ความอิจฉาริษยาและเกลียดชังมนุษย์เข้าไส้เช่นนี้คงจะน่าไว้ใจอยู่หรอก
“ช่างเอาใจยากเสียจริง!” ปีศาจถากถางด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ก่อนที่มันจะค่อยๆคายดวงิญญา 3 ดวงออกมาจากปากรูปปั้น
ดวงตาของเธอพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อดวงไฟสว่างสุกใสทั้งสามล่องลอยอยู่เบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ เฟอร่ากัดฟันแน่นพยายามสะกดกลั้นความอ่อนแอเอาไว้แล้วเอ่ยขึ้น
“งั้นก็เริ่มเลย” หญิงสาวที่ตั้งท่าจะหยิบโหลไอปีศาจออกมาต้องหยุดชะงักมือกับคำพูดต่อมาของมัน
“เลือกมาก่อนเสียสิ ว่าจะแลกกับิญญาใคร” น้ำเสียงของมันแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์
“หมายความว่าอย่างไร?” เฟอร่าขมวดคิ้วมุ่นสองมือกำหมัดแน่น เป็ไปตามที่เธอได้คาดการณ์เอาไว้ การต่อรองกับปีศาจไม่ใช่เื่ง่ายดายขนาดนั้น
“เ้าแลกได้เพียงหนึ่งิญญาเท่านั้น” คำชี้แจงของมันทำให้หญิงสาวกัดฟันกรอด
“ที่คุยกันครั้งนั้นไม่ใช่แบบนี้” เฟอร่าตอกกลับเสียงเย็น
“ครั้งนั้นยังไม่มีิญญาไอ้หนุ่มนี่”ปีศาจยังคงพูดจายียวนไม่หยุด
“แต่ฉันมีไอปีศาจของลูกแกตั้ง 4 ตน ทำไมจะแลกกับิญญา3 คนนี้ไม่ได้!”ความคุกรุ่นในใจของหญิงสาวกำลังพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ มันกล้าดีอย่างไรมาปั่นประสาทเธอ
“ไอปีศาจต่ำต้อยของลูกข้าทั้ง 4 ตน มิบังอาจมีค่าเทียบเท่ากับ1 ดวงิญญาของมนุษย์ผู้เป็ลูกรักของท่านผู้สร้างได้หรอก” คำตอบยียวนเต็มไปด้วยความประชดประชันของมันยิ่งทำให้ดวงตาของเฟอร่าเบิกกว้างดุดันยิ่งขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น...ฉันก็คงให้แกไปไม่ได้!” หญิงสาวกล่าวเสียงแข็ง ถ้าเธอไม่ได้ มันก็ต้องไม่ได้เช่นกัน!
“ช่างโหดร้ายเสียจริง! แต่บังเอิญชีวิตของข้าไม่มีวันดับสูญอยู่แล้วข้ารอได้ แต่เ้าล่ะ...เฟอร่า” คำพูดของปีศาจทำให้หญิงสาวถึงกับนิ่งงันไป ความรู้สึกมืดมนและหนักอึ้งกำลังก่อตัวขึ้นมาในใจเธอ
“ใครคือคนสำคัญที่สุดของเ้า...จงเลือกมาเฟอร่า”
++++++++++++++++++++++++++++++++
เจอกันตอนจบตอนหน้าจ้า เหมือนเื่ที่ผ่านๆมา ในเว็บนั้นนักเขียนจะลงถึง 90%ของเื่นะคะ สามารถเข้าไปอ่านเื่เต็มกันได้ที่ meb market จ้า