เมื่อเธอเปิดตามหีบต่าง ๆ ดูไปเรื่อย ๆ ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง ส่วนมากก็เห็นเป็ผ้าซิ่น ชุดแต่งตัว เครื่องประดับ จนมาถึงหีบสุดท้ายที่เกือบจะไม่เปิดละ เพราะคิดว่าคงเป็แบบเดิม แต่ก็คิดว่าเดี๋ยวคาใจอีก เธอก็เลยเลือกที่จะเปิด แต่พอเปิดขึ้นมาเธอก็ยิ้มออกเพราะในนั้นมีหนังสือและอุปกรณ์ที่ใช้วาดรูป ระบายสี แถมยังมีอุปกรณ์เย็บปักถักร้อย 2-3 อันแรกเธอยังพอชอบบ้าง แต่อย่างหลังเธอไม่ถนัดอย่างมากงานที่ต้องใช้ความละเอียดสูง ทำอาหารก็ไม่เก่ง ทำเป็แต่ต้มมาม่า ทอดไข่ ทำเป็แค่นี้จริง ๆ ฮ่าๆๆๆ
“ก็ชั้นเป็สาวยุคใหม่นี่ ทำได้แค่นี้แหละ” นั่งบ่นกับตัวเอง
สักพักเธอก็เลือกหยิบสมุดโน๊ตขึ้นมา แล้วก็เปิดอ่าน พอเริ่มไปได้สักพักก็รู้ว่าเป็สมุดบันทึกของแม่หญิงที่เขียนถึงคนรอบตัวในแต่ละวันหรือเื่ที่เธอชอบ เท่าที่เห็นมีประมาณ 6 เล่ม
“ถ้าชั้นอ่านจบ คงพอเอาตัวรอดไปก่อนได้บ้าง “ แก้วตาดีใจอย่างน้อยก็ต้องขอบคุณแม่หญิงคนนี้ที่เธอชอบจดบันทึกเื่ราวของตัวเองและหลายๆ อย่างไว้
แม้บางคำจะงงๆ ไปบ้างแต่โดยรวมก็ยังพอถูไถไปได้ ที่แน่ ๆ ชื่อบุคคลรอบตัวที่แม่หญิงเขียนไว้ก็คงพอช่วยแก้วตาได้บ้าง
เท่าที่อ่านดูตอนนี้เธอเขียนว่าเป็ปี พศ.2235 พระเ้าอยู่หัวคือสมเด็จพระเพทาา เป็กษัตริย์สืบต่อจากสมเด็จพระนาราย สมัยเรียนเธอยิ่งโดดเรียนประวัติศาสตร์เป็ประจำไม่รู้เื่อะไรสักอย่างเลย
เริ่มบ่นพึมพำด้วยความเครียดกับเื่ที่เกิดขึ้นกับตัวเธอตอนนี้
"ฉันมาอยู่ร่างเธอ แล้วเธอหายไปไหน แล้วฉันมาทำอะไรที่นี่" เวลาที่คนตายไปแล้วในชาติปัจจุบัน เค้าพากันข้ามภพหมดเลยหรือไงวะเนี้ย นึกว่ามีแต่ในละครไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเข้าให้
จิก :"แม่นายเ้าค่ะ หิวมั้ยเ้าค่ะ บ่าวเรือนครัวนำกับข้าวมาให้วางไว้ข้างนอกเ้าค่ะ"
จิกเข้ามาหาเธอในห้องเมื่อไม่เห็นเธอออกมาทานข้าวเช้า แต่ที่ดีอีกอย่างในตอนนี้คือพอแต่งงานก็ปลูกเรือนหอใหม่อยู่กันสองคน กับบ่าวที่แบ่งมาจากเรือนพ่อแม่ ถ้าอยู่กับคนเยอะๆ ต้องมีคนสงสัยในตัวเธออย่างแน่นอน
แก้วตา : "พี่ขุนเ้านายเธอหายไปไหนเสียละ ฉันไม่เห็นเขาอีกเลยั้แ่เมื่อเช้า"
เมื่อไม่เห็นเขาเลยั้แ่เช้าจึงถามจิก ไม่ใช่อยากเจอนะ อยากหลบหน้าซะมากกว่า
จิก : "ท่านขุนออกไปราชการั้แ่เช้าแล้ว กว่าจะกลับคงค่ำๆ เ้าค่ะแม่นาย"
พอได้ยินคำตอบจากปากจิก แก้วตาค่อยโล่งใจขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยวันนี้เธอก็พอมีเวลาทำใจบ้างอะไรบ้าง
แก้วตา :"ปะ ฉันเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน"
แก้วตาเดินตามจิกออกไปข้างนอกห้อง ด้านหน้าเรือนก็มีตรงกลางไว้นั่งคุย ทานข้าว เหมือนบ้านขุนช้างที่เคยไปเที่ยวตอนไปสุพรรณฯ ไม่มีผิด
หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว เธอก็เข้าไปหยิบสมุดโน๊ตของแม่หญิงมานั่งอ่านต่อที่โถงกลางบ้าน จะว่าไปลมเย็นดีนะ เพราะตรงกลางโล่งไม่อึดอัดเหมือนบ้านเรือนสมัยเราที่ปิดไปหมด
" แต่ถ้าเปิดแบบนี้ คงโดนยกเค้าไปหมดบ้านแน่ ๆ โจรน้อยซะที่ไหน " นั่งขำไปกับความคิดตัวเอง จากนั้นก็เริ่มอ่านต่อ อ่านไปได้ครึ่งแล้วก็เริ่มง่วงจึงเผลอล้มตัวลงนอนแล้วหลับไป
พอ่บ่าย ขุนนรศักดิ์ก็กลับมาจากราชการ วันนี้เขากลับไวกว่าเดิมเพราะไม่ได้ออกไปกินเหล้าที่ตลาดกับขุนนางคนอื่น คงเพราะเขาแต่งงานแล้วก็ต้องรีบกลับบ้านกันหน่อย พอเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นแม่หญิงนอนหลับอยู่ จึงเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ ยิ่งมองยิ่งงามจริงนะ ทนไม่ไหวก็เลยขโมยหอมแก้มเธอไปหนึ่งที แล้วยิ้มให้เธอ
จังหวะนั้นแก้วตารู้สึกตัวลืมตามาเจอรอยยิ้มของเขาก็ใ รีบผลักชายหนุ่มออกไปให้ไกลตัวเธอ แล้วรีบลุกขึ้นนั่ง แต่พี่ขุนของเราก็ไม่ปล่อยจ้ะ นั่งลงสวมกอดเธอไว้แน่น คราวนี้ดึงเธอขึ้นมานั่งบนตักของเขา แก้วตานั่งตัวเกรง คิดในใจ พวกแกเอ้ย คือแทบจะหยุดหายใจ คนหล่อ ๆ ขนาดนี้ มากอดเราท่านี้อะ ชั้นจะละลายแล้วนะ ใครก็ได้ช่วยชั้นที" หน้าแดงด้วยความอายแบบขีดสุด
แก้วตา :"ปล่อยก่อนค่ะ ฉันอึดอัด"
รีบขยับตัวลงมาจากตักเขาเบี่ยงลงมานั่งข้าง ๆ แต่เขายังสวมกอดหลวมๆ
ขุนนรศักดิ์ :"ทำไมละ พี่ขอกอดบ้างให้ชื่นใจบ้างไม่ได้หรอกหรือ ออกไปข้างนอกมาก็เหนื่อย ขอกอดเมียหน่อย"
เธอฟังเสียงออดอ้อนยิ่งจะลมจับ ยิ่งหน้าตาที่ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังทำอยู่ บอกคำเดียวละลาย
แก้วตา :"ไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ เหนียวตัวจะแย่"
แก้วตารีบบอกให้เค้าไปอาบน้ำ เพราะตอนนี้ใจเธอแทบจะเต้นออกมานอกอกแล้ว พอชายหนุ่มเดินไปอาบน้ำ ก็รีบอุทานออกมา
"จันทร์แก้ว เธอรีบกลับมาเลยนะ อย่าให้ชั้นทนไม่ไหวก่อนนะ หล่อซะขนาดนี้อะ"