เมื่อได้โอกาสเข้าไปในห้องคุณปู่อีกครั้งครั้งนี้มนตราพยายามสังเกตทุกอย่างเพื่อเก็บรายละเอียด เธอรู้สึกสลดใจเมื่อเห็นคุณปู่ดูผ่ายผอมซูบเซียวยิ่งกว่าเดิมและยิ่งรู้สึกร้อนใจว่าหากิญญาของคุณปู่อยู่ในร่างเ้าเหมียวจริงๆจะมีวิธีใดให้คุณปู่ได้กลับเ้าร่างหรือถึงกลับเข้าร่างไปแล้วหากคุณปู่ไม่ฟื้นและจากไปจะทำอย่างไรดียิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน แต่ในเมื่อยังทำอะไรไม่ได้นอกจากสืบหาข้อมูลเธอจึงขอตัวไปรอที่ห้องทำงานด้านข้างของคุณปู่ที่เชื่อมติดกัน
โชคดีที่เป็เวลาพักของพยาบาลพอดีมนตราจึงได้โอกาสเดินไปสำรวจชั้นวางหนังสือที่มีหนังสือเรียงรายจนแน่น มีเก้าอี้โยกตรงตามที่เ้าเหมียวบรรยายไว้ทุกอย่าง แต่มนตรามองหาสิ่งที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น
เหมือนจุดไต้ตำตอเมื่อมนตราตวัดสายตาไปที่โต๊ะทำงาน เธอก็พบสิ่งที่ตามหาคือนวนิยายเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ บรั่นดีหนึ่งขวด และไม้เท้าที่พิงอยู่ที่ด้านซ้ายของลิ้นชักโต๊ะ
นวนิยายเื่ปีศาจของเสนีย์เสาวพงศ์ บรั่นดี และไม้เท้าขัดเงาด้ามจับสลักหัวั!
ยิ่งไปกว่านั้นข้างๆนวนิยายเล่มนั้นยังมีรูปขนาดประมาณหนังสือเล่มหนึ่ง กรอบสีทอง คนในรูปมีสามคนเป็ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลากับผู้หญิงหน้าตาสะสวย มีเด็กชายหน้าตี๋อยู่ตรงกลางมนตราเดาว่าทั้งหมดน่าจะเป็ครอบครัวหรือเจาะจงไปกว่านั้นคือน่าจะเป็พ่อแม่และปกป้อง
ทุกอย่างตรงตามที่เ้าเหมียวได้บรรยายไว้เ้าเหมียวคือคุณปู่ไม่ผิดแน่ๆ!
“มนตรา...”
มนตราสะดุ้งเฮือกเธอก้มลงมองตามต้นเสียงแล้วก็พบเ้าเหมียวกระซิบเรียกเธออยู่ตรงขาโต๊ะทำงาน
“สำรวจบ้านแล้วเป็ยังไงบ้างคะ”มนตราย่อตัวลงกระซิบกระซาบ
“ข้ารู้สึกคุ้นเคยแทบจะทุกซอกมุมของบ้านนี้เลยละและยังรู้ด้วยว่าห้องของเขาอยู่ที่นี่”
“ความจริงหนูมั่นใจ100เปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ แต่ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้วยังไงคุณปู่ก็ต้องได้พบคุณปู่ค่ะ”
“ทำอะไรอยู่น่ะมนตร์”
เสียงปกป้องดังขึ้นด้านหลังมนตราใจนหัวโขกโต๊ะ แต่รีบตั้งสติบังเ้าเหมียวไว้อย่างเต็มที่ ส่วนเ้าเหมียวก็พยายามซ่อนตัวจึงหมอบราบจนติดพื้นจริงอยู่ปกป้องอนุญาตให้เ้าเหมียวเดินเล่นรอบบ้านได้แต่ย่อมไม่ใช่ในห้องของผู้ป่วยภาวะวิกฤตแน่ๆ
“ขอโทษทีนะป้องพอดีฉันเห็นนิยายเล่มหนึ่งที่เคยอ่านสมัยเรียนน่ะ ฉันก็เลยเดินมาดู”
ปกป้องเดินมาที่โต๊ะมนตรารีบคว้านวนิยายส่งให้เขาเพื่อกันไม่ให้เขาเข้ามาใกล้แล้วเห็นเ้าเหมียว
“อ๋อเล่มนี้เหรอ...คุณปู่ท่าจะชอบมากเธอยืมไปอ่านก็ได้นะ”
“งั้นเหรอขอบคุณมากนะ” มนตราหย่อนหนังสือลงกระเป๋าสะพาย เธอเล่นตามน้ำเพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธ
“อ้อ...ฉันเห็นมีบรั่นดีด้วยคุณปู่ท่านชอบดื่มเหรอ”
“ใช่กิจวัตรประจำวันของท่านก็คือจิบบรั่นดี อ่านนิยายแล้วก็เอาไม้เท้าไล่หวดฉันนี่แหละ ยังเป็รอยที่ด้านหลังอยู่เลย เธอก็เคยเห็นนี่นั่นไงไม้เท้า” ปกป้องชี้ไปที่ไม้เท้าสลักหัวัซึ่งพิงอยู่ข้างโต๊ะ
มนตราพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจบางอย่างมากขึ้นระคนโล่งใจที่เขาไม่ทันเห็นเ้าเหมียวแต่แล้วทันใดนั้นเอง ปกป้องก็ก้าวเท้ายาวๆพรวดเดียวไปที่โต๊ะแล้วหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมา มนตราหลับตาปี๋
“ดูสินี่รูปพ่อแม่กับฉันตอนเด็กๆ” ปกป้องยื่นรูปให้มนตราดู
ปกป้องฝากมนตราเก็บรูปใส่กระเป๋าแล้วชวนเธอไปลาคุณปู่เพื่อที่เขาจะได้พาเธอไปชมบ้านต่อตามที่เคยให้สัญญาไว้
“ไม่เป็ไรหรอกนายไม่ต้องรีบร้อน ใช้เวลาอยู่กับท่านต่อเถอะ”
“ความจริงแล้วฉันไม่อยากอยู่...ไม่อยากเห็นคุณปู่ในสภาพนี้น่ะมนตร์”
ปกป้องโผเข้ากอดมนตราเธอโอบกอดไหล่อันกว้างใหญ่ของเขา จากนั้นทั้งคู่ก็ไปลาคุณปู่แล้วเดินออกจากห้องไปมนตราแอบหันมามองแวบหนึ่งก็เห็นเ้าเหมียวกำลังย่องไปห้องคุณปู่
“แล้วนิยายเธอใกล้เสร็จหรือยัง”
“ใกล้แล้วละคืนนี้แหละ หลังจากเติมฉากจากบ้านนายก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว”
“แบ่งค่าลิขสิทธิ์ให้กระผมด้วยนะครับนายหญิง”ปกป้องกระเซ้าแล้วพาเธอชมบ้าน
ในห้องนอนคุณปู่
เ้าเหมียวเยื้องย่างไปยังเตียงของชายชราแต่ละก้าวช่างหนักหน่วงราวกับเอาหินถ่วงไว้ แม้ใจหนึ่งจะอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับตนเองใจแทบขาดแต่อีกใจก็หวาดกลัวกับความจริงที่ต้องเผชิญ
เขาะโขึ้นเตียงผู้ป่วยอย่างแ่เบาทันทีที่เห็นหน้าชายชรา เ้าเหมียวก็ใจเต้นถี่แรงราวกับจะหลุดออกจากอกเขากลั้นใจแล้วซบลงบริเวณหัวใจของชายชรา
แม้จะเตรียมใจมาแล้วว่าอาจต้องสลบอีกคราแต่เขาก็เข้าสู่ภวังค์อย่างรวดเร็วและรุนแรงจนแทบตั้งตัวไม่ติดความรู้สึกราวกับถูกดูดไปในห้วงอวกาศ แล้วเขาก็เห็น...
ชายหนุ่มโครงหน้าเรียวยาวจมูกงองุ้มเหมือนตะขอ ดวงตาเรียวดุเหมือนนกอินทรี คิ้วหนากำลังอุ้มเด็กชายคนหนึ่งลอยขึ้นไปในอากาศ เด็กชายคนนั้นหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่หยุดหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาโอบเขาจากด้านหลัง แล้วทั้งสามคนก็กอดกันแต่เพียงไม่นานภาพก็กลับกลายเป็ชายหนุ่มยืนอยู่หน้าเมรุมือข้างหนึ่งถือรูปหญิงสาว อีกข้างหนึ่งจับมือเด็กชายที่ร้องไห้จ้าไว้แน่น
วันเวลาผันผ่านจากวันเป็เดือนจากเดือนเป็ปี ชายผู้นั้นเฝ้าฟูมฟักเด็กชายตัวน้อยที่ค่อยๆเติบโตกลายเป็ชายหนุ่ม ชายผู้นั้นอยู่ในทุก่เวลาของลูกของเขา นับั้แ่เกิดหัดเดินเตาะแตะ ศึกษาเล่าเรียน ทำงาน แต่งงานสร้างครอบครัว และจนลูกชายของเขาตาย...
เหมือนภาพเดิมหวนกลับมาซ้ำๆเหมือนตกนรกที่ไม่มีก้นบึ้ง ชายชรามองปล่องไฟมัจจุราชที่พ่นควันมรณะ เขาต้องจับมือเด็กชายที่ร้องไห้จ้าไว้แน่นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ภาพต่อๆ มาเปลี่ยนไป
ชายชราไม่ได้อยู่ในทุก่เวลาของเด็กชายคนนี้อีกต่อไปเขาปล่อยให้เด็กคนนี้เติบโตตามยถากรรมท่ามกลางคนรับใช้ห้อมล้อม ขณะเดียวกันก็เข้ามาบงการขีดกรอบชีวิตของเด็กชายให้เป็ไปตามใจตนเขาทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของเด็กชายและแม้ต่อมาเขาจะเปิดรับหญิงสาวคราวลูกมาเป็คู่ชีวิตพร้อมกับเด็กน้อยลูกติดของเธอแต่เขาก็ไม่เคยมองเธอเป็คู่ชีวิตจริงๆ ส่วนกับเด็กหญิงนั้นเขาก็เลี้ยงดูเธอด้วยความสงสารทว่าเขาหลงลืมความรักที่แท้จริงเอาไว้ที่ไหนสักแห่งรู้ตัวอีกทีเขาก็กลายเป็ชายชราผู้เหี่ยวแห้งโรยราทั้งร่างกายและจิตใจเป็เหมือนซากแห้งที่ยังมีชีวิตอยู่
จวบจนกระทั่งวันหนึ่งก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นในชีวิตเขาเขาได้รับโอกาสที่สองจากพระเ้า บางทีพระเ้าอาจนึกสมเพชชีวิตของเขากระมังจึงได้นำิญญาของเขาไปใส่ไว้ในร่างแมวส้มวัยหนุ่มผู้ใช้ชีวิตเต็มที่ราวกับไม่มีวันพรุ่งนี้ทั้งยังมอบโอกาสให้เขาได้พบกับเด็กสาวผู้อารีที่แม้เธอจะสูญเสียครอบครัวไปแต่เธอกลับใช้ชีวิตเพียงลำพังได้อย่างเข้มแข็งกล้าหาญ เธอมีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักเธอมีความรักเผื่อแผ่ให้ผู้อื่นเสมอทั้งที่ผู้ที่มอบความรักให้เธอได้จากไปแล้ว เธอเติมเต็มหัวใจตัวเองและเผื่อแผ่ไปให้คนอื่นได้อย่างไรกันและที่สำคัญที่สุดคือเด็กหนุ่มผู้เป็เืเนื้อเชื้อไขของเขาที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวทั้งที่ยังมีเขาเป็คนในครอบครัวแท้ๆช่างโชคดีจริงๆ ที่เขาเติบโตมาอย่างดีทั้งสามชีวิตมอบบทเรียนล้ำค่าเหลือเกินแก่ผู้ที่กำลังจะแตกดับอย่างเขา
แล้วต่อจากนี้ชีวิตเขาจะเป็อย่างไรเขามีสิ่งที่อยากบอกกับมนตราและปกป้องเหลือเกิน โดยเฉพาะกับปกป้องแต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะกลับเข้าร่างตัวเองได้อย่างไรหรือหากครั้งนี้บังเอิญกลับเข้าร่างได้จริงตัวเขาในสภาพนี้จะมีเรี่ยวแรงมากพอที่จะถ่ายทอดความในใจได้หรือไม่เขารู้แต่ว่าตอนนี้เขาเหนื่อยเหลือเกินทั้งร่างกายและจิตใจ...
“อ้าว!คุณพยาบาลกลับมาแล้วเหรอคะ”มนตราสะดุ้งเมื่อเจอพยาบาลประจำตัวคุณปู่ที่หน้าประตูบ้าน
“ค่ะพอดีใกล้หมดเวลาพักฉันแล้วค่ะ”
“แล้วเธอจะพูดเสียงดังอะไรขนาดนั้นใเหรอ แหม! ขวัญอ่อนจริงแม่คุณ”
มนตราเลิ่กลั่กเพราะไม่รู้ว่าเ้าเหมียวจะได้ยินเสียงที่เธอร้องเตือนหรือไม่แต่นักวิทยาศาสตร์บอกว่าการได้ยินเสียงของแมวนั้นดีกว่ามนุษย์หลายเท่านี่นา แต่อย่างไรหล่อนก็ไม่วางใจอยู่ดีแม้เ้าเหมียวจะบอกว่าเขาจะพยายามปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นมาให้ได้ก็ตามมนตรารีบหาทางออก
“อุ๊ย!ฉันน่าจะลืมของอย่างหนึ่งน่ะ เดี๋ยวขอขึ้นไปเอาแป๊บนะป้อง”
มนตรารีบพุ่งตัวออกไปเพราะกลัวปกป้องรั้งแต่ยังไม่ทันที่เธอจะถึงราวบันไดเสียงกรีดร้องเล็กแหลมก็ดังขึ้นจากฝั่งห้องของคุณปู่!
จากผู้เขียน...
โอ้วว! ในที่สุดคุณปู่ก็ได้รู้ชัวร์ๆซะที ว่าแต่คุณปู่จะเข้าร่างยังไงดีคะ