ชเวฮันะโพุ่งตัวไปข้างหน้าเพื่อช่วยเหลือชายชราและด้วยความเร็วจากการวิ่งทำให้เขายั้งฝีเท้าตนเองไม่อยู่จนพุ่งชนผนังอาคารเสียงดังสนั่นขณะนั้นเองรถม้าสีดำของตระกูลมาร์ควิสสเตนซึ่งกำลังใกล้เข้ามาก็หยุดลง
“เฮ้อ”
เคลถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเปิดประตูรถม้าไม่ว่าอย่างไรก็ดูเหมือนเขาต้องเข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุการณ์สุดจำเจนั่นสักหน่อย
“นายน้อย จะออกไปดูเหรอครับ”
เคลตอบกลับรอนที่เข้ามาประชิดตัวทันทีที่ก้าวลงจากรถม้าอย่างไม่ยี่หระ
“ถ้าฉันไม่ไปแล้วใครจะไปล่ะ”
รอนกับรองหัวหน้าหน่วยอัศวินรีบเดินตามหลังเคลที่มุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุอย่างไม่ลังเลแม้ว่าทั้งสองจะตามประกบอย่างเป็ระเบียบราวกับจะปกป้องเขาไว้แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ
ชายคนหนึ่งที่ค่อย ๆ ก้าวลงจากรถม้าคือเวเนียนสเตน ทันทีที่เห็นอีกฝ่าย คิ้วของเคลก็ขมวดแน่นเข้าหากันในรายงานที่เคานต์เดรูธส่งมาให้มีเขียนเกี่ยวกับอุปนิสัยของเวเนียน สเตน ไว้เพียงบรรทัดเดียว
‘พวกชนชั้นสูงบ้าอำนาจทั่ว ๆ ไป’
นอกจากนี้เคล —คิมรกซูยังเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับอีกฝ่ายในนิยาย กำเนิดวีรชน ไว้ว่า
‘ตัวร้ายที่พบเห็นได้ทั่วไป’
อย่างไรก็ตามการเผชิญหน้ากับตัวร้ายประเภทนี้ในชีวิตจริงก็นับเป็เื่น่าปวดหัวทีเดียวเพราะว่าเคลนั้นต่างจากชเวฮันเขาไม่สามารถเอาชนะคนชั่วหรือโจมตีใครอย่างไม่ลังเลเพียงเพราะไม่พอใจได้
เมื่อเคลมาถึงที่เกิดเหตุเหตุการณ์ก็ดำเนินไปบ้างแล้ว ใน่เวลาสั้น ๆ ไม่กี่นาทีชเวฮันนั้นโกรธมากเสียจนไหล่สั่นสะท้าน
“มาขวางทางท่านผู้สูงศักดิ์แบบนี้ได้ยังไงกัน”
“คุณพูดแบบนี้กับคนที่เกือบได้รับาเ็เหรอครับอีกอย่างใครกันแน่ที่ขวางทางฝ่ายคุณขับรถม้าไล่ต้อนเข้ามาก่อนจนทำให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นไม่ใช่หรือไงครับ!”
“ถ้าเห็นรถม้าของชนชั้นสูงผ่านทางมาก็ควรหลบสินี่เป็ความโง่เขลาของเ้าสามัญชนที่มัวแต่ยืนเซ่อนั่นต่างหาก!”
ข้ารับใช้ของเวเนียนและชเวฮันต่างสาดคำโต้เถียงใส่กันฮันส์ที่ยืนอยู่ข้างเด็กหนุ่มขยับเข้าหาเคลด้วยสีหน้าจนปัญญาพลางกระซิบที่ข้างหู
“ท่านชเวฮันดูจะโมโหมากเลยนะครับ”
ดูเหมือนฮันส์จะจำลักษณะของรถม้าและเ้าของรถซึ่งเป็คนตระกูลมาร์ควิสได้และคาดว่าเ้านายของข้ารับใช้ที่กำลังโมโหเป็ฟืนเป็ไฟอย่างเวเนียนก็คงรู้ถึงตัวตนของพวกเขาผ่านตราตระกูลเคานต์เฮนิทุสที่ประดับอยู่บนรถม้าแล้วเช่นกัน
ดังนั้นท่านผู้สูงศักดิ์จึงก้าวลงจากรถม้า
“พอได้แล้ว”
เวเนียนชายหนุ่มผู้มีเรือนผมสีบลอนด์ทองอันงดงามหันไปกล่าวกับข้ารับใช้ของตนอย่างนุ่มนวลข้ารับใช้คนนั้นจึงหลบไปอยู่ทางด้านหลังราวกับไม่ได้กำลังฉุนเฉียวชเวฮันสูดลมหายใจขณะปลอบชายชราที่กำลังขวัญเสีย
เคลเดาะปาก
ข้ารับใช้คนนั้นไม่ได้โมโหจริง ๆ นั่นแหละถึงแม้ระยะห่างจะค่อนข้างไกลแต่อีกฝ่ายก็คงเห็นรถม้าที่มีสัญลักษณ์รูปเต่าทองคำประดับอยู่ทันทีเช่นเดียวกันจึงจงใจทำเป็โมโหชเวฮันที่ซักไซ้ความผิดจนเกินจริงฮันส์ที่มองสถานการณ์ออกจึงได้แต่ยืนรอเคลด้วยสีหน้าจนปัญญา
เคลคว้าไหล่ชเวฮันที่จ้องเขม็งไปยังเวเนียนและข้ารับใช้
“นายเองก็หยุดด้วย”
“แต่ว่า!—”
เคลรู้ว่าอะไรที่ทำให้ชเวฮันโกรธอาจเป็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มีความคล้ายคลึงกับหมู่บ้านแฮร์ริสซึ่งเปรียบเสมือนบ้านเกิดแห่งที่สองเขาคงโกรธที่คนพวกนั้นไม่สะทกสะท้านและไม่ยอมกล่าวขอโทษชายชราหลังจากที่เพิ่งทำสิ่งที่อาจเป็อันตรายถึงชีวิตแก่คนคนหนึ่งไป
อย่างไรก็ตามชายชราที่เป็ผู้เสียหายก็ไม่อาจแสดงความโกรธเคืองออกมาได้เพราะเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอย่างชเวฮัน
“เห็น ๆ กันอยู่ว่าทางอื่นก็มีแต่พวกเขากลับเป็ฝ่ายที่ไม่ยอมหลบ แถมยังเกือบจะทำให้คนคนหนึ่งต้องเจ็บตัวนะครับจะปล่อยเื่นี้ไปเฉย ๆ ได้ยังไง —”
“ชเวฮัน”
เคลเพิ่มแรงกดที่ไหล่ของชเวฮัน
“ใจเย็น ๆ”
เคลจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำของชเวฮันโดยไม่พูดอะไรจากนั้นเด็กหนุ่มที่กำลังโกรธ ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเด็กหนุ่มผู้ยังติดอยู่ในห้วงความทรงจำที่หมู่บ้านแฮร์ริสก็สงบลง
หลังจากเห็นท่าทีของชเวฮันแล้วเคลก็หันไปเผชิญหน้ากับเวเนียน สเตน โดยปราศจากความลังเล
ผมสีบลอนด์งดงามและรอยยิ้มน้อย ๆ ที่ริมฝีปากชุดสูทที่ถูกรีดจนเรียบกริบไร้รอยยับ และรองเท้าที่ไม่มีแม้แต่รอยตำหนิทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเคลก็คือรอยเปื้อนสีแดงเล็ก ๆตรงปลายแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่าย
ดูเหมือนเืคงกระเด็นใส่ตอนที่ไปดูัดำโดนทรมานสินะ
ไอ้โรคจิตที่เพลิดเพลินกับมื้ออาหารขณะดูัดำถูกผู้คุมเอาแส้เฆี่ยนจนผิวอาบย้อมไปด้วยเืได้นั้นก็คือคนอย่างเวเนียน สเตน
“ยินดีที่ได้พบครับท่านคือคนจากตระกูลเคานต์เฮนิทุสใช่หรือไม่”
“ครับ ยินดีที่ได้พบเช่นกันครับ ลอร์ดเวเนียนสเตน”
ตามที่คาดไว้ว่าอีกฝ่ายรู้จักเคลอยู่แล้วเวเนียนไม่ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้สืบทอดอย่างง่ายดายปัญหาอยู่ที่เขาเป็คนค่อนข้างน่ารำคาญนิดหน่อย
“อืม”
มันก็มีคนที่ถึงจะแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนแต่ก็ชวนให้รู้สึกหงุดหงิดใจอยู่ใช่ไหมล่ะเวเนียนคือคนประเภทนั้น
“ผมไม่ค่อยได้มาร่วมงานเลี้ยงแถวนี้เท่าไหร่เคยแต่ฟังเื่ราวมากมายเท่านั้นได้ยินมาว่าในตระกูลของท่านเคานต์เฮนิทุสมีคนที่ค่อนข้างรักอิสระและทำตัวไม่ค่อยสมกับเป็ชนชั้นสูงอยู่ด้วย”
เขายิ้มอย่างอ่อนโยนพลางกวาดตามองเคลั้แ่หัวจรดเท้าช่างเป็สายตาชวนหงุดหงิดสุด ๆ และยังดูหาเื่อย่างบอกไม่ถูก
“ั้แ่สองปีที่แล้วจนถึงไม่นานมานี้ลอร์ดบาเซน เฮนิทุส ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงหรืองานสังสรรค์สำหรับทายาทขุนนางจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ—”
ถามทั้งที่รู้ทุกอย่างอยู่แล้วเคลไม่สันทัดในบทสนทนาแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงยิ้มกว้างและตอบรับอย่างสุภาพ
“ใช่ อันธพาลนั่นก็คือผมเอง”
อันธพาลทันทีที่คำพูดเ่าั้ออกมาจากปากของเคลโดยตรง ข้ารับใช้ของเวเนียนก็ชะงักไป
“อันธพาลชั้นสูงที่ในหมู่อันธพาลด้วยกันยังต้องยอมรับไงล่ะครับ”
มุมปากของเวเนียนบิดเบี้ยวอย่างประหลาดราวกับกำลังหัวเราะเยาะดูเหมือนนี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนบ้าแบบนี้ ทว่าเคลกลับไม่สนใจ
ตระกูลมาร์ควิสสเตนเป็ตระกูลที่มีอิทธิพลในระดับที่สามารถชี้นำเหล่าขุนนางได้อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังไม่ถูกยอมรับว่าเป็ผู้นำตระกูลอย่างเป็ทางการก็ไม่อาจแตะต้องทายาทขุนนางที่ยังไม่ได้รับตำแหน่งเช่นกันได้ตามอำเภอใจ
มาร์ควิสสเตนเองก็ช่างเ็าตามปกติเมื่อมีว่าที่ผู้นำตระกูลคนถัดไปก็มักจะประกาศให้ทราบอย่างเป็ทางการเพื่อการคุ้มกันและเสริมอำนาจในมือทว่าเขากลับไม่ได้ทำอย่างนั้น
ยังมีลูกคนที่ห้าอยู่ด้วยนี่
เวเนียนมีน้องสาวสองคนและน้องชายหนึ่งคนมาร์ควิสสเตนนั้นสนุกกับการแข่งขันระหว่างพี่น้องและมองว่าการแข่งขันระหว่างลูก ๆเป็เพียงความบันเทิงอย่างหนึ่งเท่านั้นแน่นอนว่าชะตากรรมของบุตรชายคนโตที่กลายเป็คนพิการคือถูกตัดออกจากการแข่งขันและความตึงเครียดนั้นก็ทำให้การเฝ้าดูัถูกทรมานกลายเป็งานอดิเรกของเวเนียน
พวกเขามีสภาพเหมือนครอบครัวเศรษฐีเพี้ยน ๆเมื่อเทียบกันแล้วตระกูลเคานต์เฮนิทุสนั้นช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ
“ช่างเป็คนที่น่าสนใจดีนะครับ”
เวเนียนยอมรับคำพูดของเคลอย่างนุ่มนวล
ตระกูลเคานต์ผู้มั่งคั่งซึ่งไม่ได้ฝักฝ่ายใดและยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือใครจะอยากตั้งตนเป็ศัตรูกับที่นั่นกัน กลับกันแล้วมีแต่อยากจะมากกว่า
ทว่าเวเนียนรู้สึกไม่ชอบเคลเอาเสียเลยเพราะเขาคุ้นเคยกับความสัมพันธ์ระหว่างบุตรชายคนโตจอมเสเพลอย่างเคลและบุตรชายคนรองผู้เฉียบแหลมอย่างบาเซนเป็อย่างดีการได้เห็นสิ่งนี้ทำให้เวเนียนนึกถึงพี่ชายของตนเอง
อย่างไรก็ตามเวเนียนได้เสนอวิธีแก้ปัญหาในเหตุการณ์ครั้งนี้ได้สมกับเป็ชนชั้นสูง
“ถึงจะต้องเสียเวลาไปสักหน่อยเพราะสิ่งกีดขวางที่คาดไม่ถึงแต่ผมก็คิดว่าคงเป็เื่ดีที่ได้แวะทักทายกันเช่นนี้แถมผมยังได้พบกับลอร์ดเคลอีกด้วย”
‘สิ่งกีดขวางที่คาดไม่ถึง’อีกฝ่ายเรียกชายชราแบบนั้น เวเนียนเพียงเสียใจกับความล่าช้าที่เกิดขึ้นเพราะชายชรานอกเหนือจากนั้นเขาก็อยากให้เื่นี้จบลงด้วยดี
“และผมคิดว่าควรอบรมข้ารับใช้หน่อยนะครับจะได้แยกแยะระหว่างผู้ที่มีสิทธิ์ในการสัญจรบนท้องถนนแห่งนี้กับผู้ที่สมควรหยุดให้ดีกว่านี้นะครับ”
อย่างไรก็ตามแม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็ทางการแต่ในฐานะผู้สืบทอดตระกูลมาร์ควิสอันโด่งดังเขาก็ได้มอบคำแนะนำอย่างนุ่มนวลเท่าที่สามารถทำได้ให้แก่อันธพาลจากตระกูลเคานต์ถึงจะมีศักดิ์เป็ลอร์ดเหมือนกันแต่เวเนียนกลับสั่งสอนให้เคลรู้ว่าพวกเขาอยู่คนละชั้น
แม้เคลจะฟังอย่างเงียบ ๆแต่เขาก็เป็คนที่ไม่ชอบฟังเื่ไร้สาระ
หลังจากพูดจบเวเนียนก็มองไปยังคนที่ดูกระสับกระส่ายมากที่สุดในที่แห่งนี้
ฟึ่บ
ชายชราที่โดนจ้องคุกเข่าลงพร้อมก้มศีรษะ
“ขะ...ขออภัยครับ”
ปลายนิ้วของชายชราสั่นระริกขณะก้มศีรษะลงตํ่าจนแทบจะแตะพื้นเช่นเดียวกับชเวฮันซึ่งเฝ้าดูฉากนี้อยู่ ปลายนิ้วของเด็กหนุ่มก็สั่นเทาไม่แพ้กัน
พฤติกรรมของผู้คนในแต่ละอาณาเขตนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงซึ่งขึ้นอยู่กับอิทธิพลที่ได้รับจากขุนนางผู้ปกครองอาณาเขตไวเคานต์ของที่นี่ซึ่งไม่ต่างจากสุนัขรับใช้ของมาร์ควิสสเตนก็ได้รับอิทธิพลนั้นมาด้วยพวกเขาจึงชอบทำตัวสูงส่งและวางอำนาจบาตรใหญ่เป็อย่างยิ่ง
มุมปากของเวเนียนเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมาอย่างไม่ปิดบังเคลที่เฝ้ามองเงียบ ๆ จึงเอ่ยปากเรียกเวเนียนเอาไว้
“ลอร์ดเวเนียน”
เคลถามเวเนียนที่หันหน้ามา
“พูดจบแล้วใช่ไหมครับ”
“...จบแล้วครับ”
เคลย่อตัวลงนั่งยอง ๆจนชายชุดราคาแพงระไปกับพื้นดินแล้วทอดสายตามองมืออันสั่นเทาของชายชราโดยไม่พูดอะไร
ถ้าแบบนี้ละเื่ใหญ่แน่
เคลได้ยินอย่างชัดเจน
ฮู่...
เสียงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ของชเวฮันดูท่าคงเป็เสียงที่เ้าตัวกำลังพยายามระงับความโกรธ
ทันใดนั้นเคลรู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอยและมั่นใจว่าถ้าทุกอย่างยังดำเนินต่อไปเช่นนี้คนที่ถูกต่อยจนตายจะไม่ใช่เขาแต่เป็เวเนียน
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะโดนอัดหรือไม่นั่นย่อมไม่เกี่ยวกับเคลแต่อย่างใด แต่อย่างน้อยชเวฮันก็ไม่ควรซัดหน้าพวกชนชั้นสูงต่อหน้าคนอื่นขณะที่ยังอยู่ในการปกครองของเขา
เคลวางมือบนไหล่ของชายชราคิ้วของเวเนียนกระตุกเมื่อเห็นชนชั้นสูงวางมือบนไหล่สามัญชน
“นี่ ตาเฒ่า”
ชายชราเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจพลางมองไปที่เคล
“คะ...ครับ?”
เคลถามเสียงเรียบ
“ร้านเหล้าไปทางไหน”
“ครับ?”
“ฉันถามว่าจะหาซื้อเหล้าดี ๆ ได้ที่ไหนบ้างตามที่นายได้ยิน ฉันเป็อันธพาล ถ้าไม่ได้ดื่มเหล้าตอนเช้าจะไม่สดชื่นฉันก็เลยอยากได้เหล้าสักหน่อย พรุ่งนี้เช้าจะได้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างดังนั้น...”
เคลพยุงร่างกายของชายชราเวเนียนที่เฝ้ามองอยู่พลันถอนหายใจเงียบ ๆ และส่ายหน้าเมื่อเคลเอ่ยถึงเหล้าขึ้นมา
“นำทางไปสิ”
เคลสบตากับชายชราที่กำลังมองมาด้วยดวงตาสั่นเทาก่อนจะพูดพร้อมขมวดคิ้ว
“ไม่ลุกเหรอ”
ชายชราลังเลและมองสลับไปมาระหว่างเคลกับเวเนียนอย่างไรก็ตาม เคลเพิกเฉยต่อสายตานั้นและลุกขึ้นยืนก่อนจะยื่นมือข้างที่วางลงบนไหล่ของสามัญชนไปตรงหน้าเวเนียน
“เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกันในวันนี้ครับลอร์ดเวเนียน”
เคลเป็ฝ่ายขอจับมือ
เวเนียนยืนนิ่งและจ้องไปที่มือข้างนั้นในจังหวะเดียวกันข้ารับใช้ของเขาก็รีบปรี่เข้ามาหาและกระซิบเบา ๆทว่ายังเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน
“นายน้อย เราเสียเวลากับตรงนี้นานเกินไปแล้ว...”
“...อย่าพูดแทรกเวลาที่ชนชั้นสูงคุยกันอยู่สิ”
เวเนียนตวัดสายตามองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้มข้ารับใช้คนนั้นจึงก้มศีรษะลง จากนั้นเวเนียนก็แย้มยิ้มและจับมือกับเคล
“ผมกำลังยุ่งมาก ต้องขอตัวก่อนนะครับ”
แล้วเวเนียนก็ปล่อยมือช่างเป็การจับมือที่สั้นเหลือเกิน
เคลเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มเหมือนคนเมา
“หากมีโอกาสได้พบกันที่เมืองหลวงก็ไปดื่มด้วยกันสักหน่อยสิครับ”
“...ผมไม่คิดว่าจะมีเหล้าอะไรที่เราสามารถดื่มดํ่าไปด้วยกันได้แต่ก็เป็ความคิดที่ดีครับ”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรรอยยิ้มไร้ยางอายของเวเนียนจึงดูค่อนข้างฝืดเฝื่อนเคลจึงเอ่ยปิดท้ายอย่างสวยงาม
“พอได้พบกันวันนี้ดูเหมือนว่าลอร์ดเวเนียนจะเป็คนที่ดีมากเลยนะครับคนที่เหมาะขึ้นเป็ผู้นำตระกูลมาร์ควิสสเตนก็คงมีแค่ลอร์ดเวเนียนเพียงผู้เดียวนี่แหละครับ”
ดวงตาของเวเนียนเป็ประกายเมื่อได้ยินคำว่าผู้นำตระกูลเป็ไปตามที่เคลคาดไว้ เวเนียนยิ้มบาง ๆ ออกมาอีกครั้งและกล่าวชมเชยเขากลับ
“ลอร์ดเคลเองก็ดูเป็คนร่าเริงและรักอิสระมากเช่นกันครับไว้พบกันใหม่นะครับ”
ไม่ละ เขาไม่คิดจะเจอหมอนี่อีกครั้งหรอกต่อให้เจอก็จะอยู่ให้ไกลที่สุด
เคลพยักหน้าโดยซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ส่วนเวเนียนก็กลับขึ้นรถม้าอย่างรีบร้อนและจากไปในทันที
เคลมองภาพนั้นแล้วแตะไหล่ของชเวฮัน
“ครึ่งหนึ่งของพวกชนชั้นสูงก็มีแต่คนแบบนี้แหละ”
ชเวฮันสะดุ้งเมื่อถูกชวนคุยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยขณะที่เคลย่อตัวนั่งยอง ๆ ตรงหน้าชายชราอีกครั้ง
“นี่ตาเฒ่า ลุกไม่ไหวเหรอ หรือว่าขาเจ็บ”
เคลมองสำรวจทุกส่วนของร่างกายชายชราด้วยสายตาคมกริบผิดกับคำถามที่โพล่งขึ้นห้วนๆ แม้จะไม่เห็นรอยฟกชํ้าดำเขียวทว่าเขากลับทำสีหน้าบูดบึ้งอีกครั้งพลางมองชายชราด้วยแววตาเรียบนิ่งจากนั้นจึงเอ่ยเรียกชเวฮัน
“ชเวฮัน”
แทนที่จะขานตอบชเวฮันกลับเอาแต่จ้องท้ายทอยของเคลที่นั่งยองอยู่
“นายไปส่งตาเฒ่าคนนี้ที”
“มะ...ไม่เป็ไรครับ ผมจะนำทางไปที่ร้านเหล้า”
“ไม่ต้องหรอก เหล้าบ้าบออะไรกันฉันไม่มีอารมณ์จะดื่มด้วยซํ้า”
หลังจากหยุดชายชราที่พยายามจะพาเขาไปร้านเหล้าแล้วเคลก็หันกลับไปมองชเวฮันที่ยืนไม่พูดไม่จา
“ในเมื่อนายก็เป็คนช่วยตาเฒ่านี่ไว้งั้นก็พาเขาไปส่งที่บ้านอย่างปลอดภัยด้วยล่ะ”
ริมฝีปากของชเวฮันเผยออ้า ๆ หุบ ๆซํ้าไปซํ้ามาอยู่อย่างนั้น ไม่อาจเอ่ยตอบรับได้ในทันทีตอนนั้นเองเสียงของชายชราดังเข้าหูของเคล
“บ้านของผมขายเหล้าครับ”
“หืม? บ้านตาเฒ่าเป็ร้านเหล้างั้นเหรอ”
ชายชรายิ้มเก้อเขินเมื่อเห็นเคลเบิกตากว้างราวกับประหลาดใจแล้วพูดต่อไปพร้อมสีหน้าที่ผ่อนคลายมากขึ้น
“ครับ บ้านผมเป็โรงแรมแห่งเดียวในหมู่บ้านนี้มีทั้งร้านเหล้าและร้านอาหารเลยครับ”
“ในเมื่อมีอยู่ที่เดียวงั้นก็ต้องเป็ร้านที่อร่อยที่สุดน่ะสิ ฮันส์!”
แม้ว่าเคลจะไม่ได้พูดอะไรอีกแต่ฮันส์ก็เดินไปยืนข้างชายชราอย่างรู้งานแล้วพยุงเขาไว้พลางสอบถามเกี่ยวกับโรงแรมพอทุกคนเริ่มกลับมาเคลื่อนไหว บริเวณโดยรอบก็เริ่มมีเสียงดังอึกทึกอีกครั้ง
รอนเข้ามาปัดฝุ่นที่เปื้อนเสื้อผ้าของเคลออกจากนั้นคนที่เหลือในคณะเดินทางก็ตามหลังรองหัวหน้าหน่วยอัศวินไปยังทางเข้าหมู่บ้านตอนนี้จึงเหลือเพียงเคลและชเวฮันเท่านั้นที่ยังยืนอยู่ตรงนี้
“...ท่านเคล”
“ทำไม”
“ไม่โกรธเหรอครับ”
“โกรธอะไร”
ชเวฮันชะงักไปอีกครั้งและไม่อาจเอ่ยคำใดเคลจึงไหวไหล่แล้วพูดขึ้น
“เื่ที่เขาจงใจดูถูกฉันน่ะเหรอหรือคำแนะนำไร้สาระพรรค์นั้นที่พูดถึงนายหรือว่าเื่ที่ตาเฒ่านั่นเกือบตายแต่กลับถูกเรียกว่าสิ่งกีดขวางล่ะ”