ตอนที่ 60 ปรับยา
“รถจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม”“จัดการคนพวกนั้นแล้วใช่ไหม?”“เรียบร้อยแล้ว คุณวางใจได้เลย นี่กุญแจรถ”ชายท่าทางเหมือนนักเลงที่เคยคุยกับเฉินอันหลานก่อนหน้านั้นยื่นกุญแจรถคืนให้เขา“แต่พูดตามตรงเลยนะ รถคุณแต่งมาได้โคตรสุด ทั้งประเทศนี้คงมีแค่คันเดียวนี่แหละ” เฉินอันหลานไม่พูดอะไรอีก เขารับกุญแจมาแล้วเดินไปหารถของตนที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ‘พรึ่บ—’ทันทีที่เสียบกุญแจเข้าไป ไฟหน้ารวมถึงไฟจากแผงควบคุมที่คอนโซลรถก็พลันสว่างจ้าขึ้น ระบบทั้งหมดถูกเปิด เสียงหุ่นยนต์ที่คุ้นเคยตัวเดิมดังออกมาจากในตัวรถ กล่าวทักทายเจ้านายของมันหลังจากไม่ได้พบกันนาน“คุณผู้ชาย คุณน้ำหนักลดลงไป 3.15 กิโลกรัม ระบบตรวจพบว่าค่าสำคัญบางอย่างในร่างกายของคุณอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ คุณต้องการสแกนตรวจร่างกายทั้งร่างไหมคะ?”“ไม่ต้อง”“ขอประทานอภัยค่ะคุณผู้ชาย ในตอนที่บั้นท้ายของคุณสัมผัสกับเบาะรถ ระบบได้ทำการตรวจสอบทวารหนักของคุณผู้ชาย.. .”“หุบปาก โทบี้”“มีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย”“...”“คุณต้องการหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดหรือไม่คะ คุณผู้ชาย?”“หุบ - ปาก”เฉินอันหลานพูดย้ำโดยเน้นทีละคำเสียงหุ่นยนต์รีบขานรับในทันที “รับทราบค่ะ คุณผู้ชาย”ในตอนนี้เองที่เฉินอันหลานนึกเสียดายเงินจำนวนมหาศาลที่ทุ่มสร้างเจ้าระบบนี้ขึ้นมา แต่เวลานี้ยังมีเรื่องที่เขาต้องจัดการอยู่ เฉินอันจึงทำได้แค่ข่มอารมณ์ที่อยากที่ทุบเจ้าโทบี้ทิ้งและหันมาออกคำสั่งให้มันสตาร์ทรถเพื่อตรงไปยังคลินิกหมอคริสด้วยระบบขับอัตโนมัติแทนเฉินอันหลานเอนกายพิงเบาะเพื่อพักผ่อนไปตลอดทาง ส่วนหุ่นยนต์โทบี้ก็เอาแต่พูดพล่ามไม่หยุดเรื่องผู้ชายสองคนที่ขับรถมาก่อนหน้านี้ว่าทำตัวหยาบคายขนาดไหน นอกจากจะใส่เสื้อผ้าเน่า ๆ แล้วยังแคะจมูกระหว่างขับรถอีกต่างหาก ถ้าหุ่นยนต์มันร้องไห้ได้ น้ำตาของมันคงไหลออกมาท่วมรถคันนี้ไปแล้วจริง ๆ เฉินอันหลานไม่ได้ให้ความสนใจกับโทบี้มากนักเพราะหุ่นยนต์อย่างมันก็แค่บ่นกระปอดกระแปดเลียนแบบมนุษย์เท่านั้นที่หน้าคลินิกคุณหมอคริสมีพยาบาลประจำคลินิกยืนรออยู่ก่อนแล้ว เฉินอันหลานเดินตามนางพยาบาลคนนั้นเข้าไปด้านในออฟฟิศของคุณหมอ พยาบาลที่เดินนำมาเคาะไปที่ประตูห้องสองสามที ไม่นานก็ได้ยินเสียงหมอคริสตอบกลับดังออกมาจากด้านใน“เข้ามา”เฉินอันหลานผลักประตูเข้าไป ภายในห้องนั้นเขาเห็นคุณหมอคริสที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวกำลังทำการทดสอบตัวยาบางอย่างอยู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง หมอคริสก็หันกลับมามองเฉินอันหลาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความตื่นเต้นอย่างไม่อาจควบคุม“คุณเฉิน เชิญนั่งก่อนครับ ใกล้จะเสร็จแล้ว”เฉินอันหลานนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างและมองไปทางคริสที่กำลังวุ่นอยู่กับการทดลองตรงหน้า“ผมมาเอายาระงับฮีทครับ”“ใกล้แล้วครับ ใกล้จะเสร็จแล้ว...”“ถ้าทำสำเร็จ ยาจะออกฤทธิ์ได้นานแค่ไหนครับ?”“หนึ่งปี หนึ่งปีก็ไม่มีปัญหาครับ”คริสดูตื่นเต้นมาก หลังจากหมกมุ่นอยู่กับงานไปหลายนาที ในที่สุดเขาก็นำขวดขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีฟ้าอยู่ภายในมาวางไว้ตรงหน้าเฉินอันหลานด้วยความตื่นเต้น“นี่คือตัวยาที่เสร็จแล้วครับ”เฉินอันหลานเอื้อมมือออกไปรับคริสดึงขวดยากลับในทันที เปิดเผยความกังวลออกมาเล็กน้อยภายใต้สีหน้าที่ดูตื่นเต้นของเขา“ถึงการทดลองจะประสบความสำเร็จแต่มันยังไม่ถูกรับรองให้ใช้ในทางคลินิกนะครับ ถ้าฉีดเข้าไปโดยตรง อาจก่อให้เกิดอันตรายขึ้นกับร่างกายได้ครับ”“ยาระงับที่คุณให้ผมครั้งที่แล้วมีฤทธิ์อยู่ได้ไม่ถึงสามวันด้วยซ้ำ” เฉินอันหลานพับแขนเสื้อขึ้นจนเผยให้เห็นข้อพับแขนที่ถูกบดบังไว้“ไหน ๆ คุณก็มีตัวทดลองอยู่ในมือแล้ว งั้นก็รีบฉีดเลยครับ”คริสเกิดความลังเลขึ้นในใจ“คุณเฉินครับ ตามจริงแล้ว จากความสำเร็จของคุณในตอนนี้ คุณแทบไม่จำเป็นต้องสนใจสถานะของคุณเลยนะครับ การฉีดยาระงับถี่เกินไป อาจส่งผลกระทบในแง่ร้ายต่อร่างกายของคุณได้นะครับ” “คุณลังเลอะไร?”“ยาระงับจะทำให้รอบฮีทของคุณปั่นป่วนนะครับ และถ้ามันไม่ได้ผล...”“คริส!” เฉินอันหลานตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อหยุดยั้งไม่ให้คริสพูดต่อ เขาปรายตามองคุณหมอชาวต่างชาติรูปร่างสูงโปร่งคนนั้นก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม“งั้นคุณลองบอกผมหน่อยสิว่าถ้าผมหยุดยาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ผลมันจะเป็นยังไง?” คริสอึ้งไปเล็กน้อย หลังจากที่เงียบไปพักใหญ่เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ซับซ้อน“ยาระงับจะเปลี่ยนสภาวะในร่างกายคุณ พอถึงตอนนั้น...”“ผมก็จะควบคุมภาวะฮีทของตัวเองไม่อยู่”“คุณเฉิน...”“พอแล้ว ฉีดเถอะครับ”เมื่อเห็นว่าเฉินอันหลานยังคงยืนกรานที่จะฉีด คริสก็ไม่มีทางเลือกนอกจากนำเข็มฉีดยาดูดของเหลวสีฟ้าที่อยู่ในขวดขึ้นมา หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ เขาก้ตัดสินใจฉีดของเหลวนั้นเข้าไปในร่างกายของเฉินอันหลานความเจ็บปวดที่เกิดจากปลายเข็มทิ่มแทงลงมาบนผิวหนังทำให้เฉินอันหลานต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากของเหลวนั้นไหลเข้าสู่ร่างกายแล้ว เฉินอันหลานก็รู้สึกได้ถึงความเย็นที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังของตัวเอง ความเย็นเสียดลึกจนแทบจะสามารถแช่แข็งเส้นเลือดของเขาได้เลยทีเดียว เป็นเหตุให้เขาต้องฝืนทนกับความหนาวเย็นจากก้นบึ้งของหัวใจ คริสที่เห็นว่าสีหน้าของเฉินอันหลานไม่สู้ดีนักจึงหยุดมือที่กำลังดันยาเข้าไปในทันที แต่เฉินอันหลานกลับยังคงยืนยันให้เขาทำต่อ ด้วยเหตุนั้นคริสจึงดันยาส่วนที่เหลือเข้าไปในร่างของเฉินอันหลานจนหมด “คุณเฉิน รู้สึกยังไงบ้างครับ?”“หนาวนิดหน่อยครับ”“นี่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองปกติน่ะครับ คุณอดทนหน่อยนะ”เฉินอันหลานกัดฟันอดทนต่อความหนาวเหน็บใต้ผิวหนังด้วยความทรมาน และเมื่อความรู้สึกไม่สบายตัวผ่านไป ร่างกายของเขาก็ผลิตเหงื่อเย็นเยียบออกมาตามรูขุมขนจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว คริสยื่นผ้าเช็ดหน้าเข้ามาเพื่อที่จะซับเหงื่อที่หน้าผากของเฉินอันหลาน แต่กลับถูกอีกฝ่ายยกมือกันไว้เสียก่อน“ผมขอถามคุณหน่อย ถ้าผมมีสัมพันธ์กับอัลฟ่าหลังจากยาระงับหมดฤทธิ์ ผมจะท้องไหมครับ”“โดยสามัญสำนึกแล้วก็คงไม่ครับ แต่มันก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่ คุณเฉิน...คุณ?”“คุณจะบอกว่ามันมีความเป็นไปได้ใช่ไหมครับ?”“ยาระงับสามารถเปลี่ยนฟีโรโมนของโอเมก้าได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ และสามารถยับยั้งการเกิดฮีทได้ครับ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าช่วงฮีทจะผ่านพ้นไป มันแค่ยืดเวลาในการเกิดฮีทออกไปเท่านั้นครับ และถ้าหากยาหมดฤทธิ์แล้ว การเกิดฮีทก็จะรุนแรงขึ้นกว่าปกติหลายเท่าครับ ซึ่งถ้าในช่วงเวลานี้คุณมีความสัมพันธ์กับอัลฟ่าก็มีโอกาสจะตั้งครรภ์ได้ครับ”เฉินอันหลานไม่พูดอะไรต่อ เขาเกาะผนังเพื่อพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเย็นชา ก่อนจะเดินไปที่ประตูช้า ๆ “เรื่องที่ผมมาที่นี่วันนี้คุณห้ามบอกใคร รวมถึงพี่ใหญ่และพี่รองด้วยนะครับ”