หลายวันต่อมา................................................หลังจากที่หลี่ฟางเซียนหย่าขาดกับกวงเฟยหลงเธอก็ไม่แม้แต่จะกล้าก้าวเท้าออกจากบ้านเพราะกลัวเสียงติฉินนินทาของผู้คน
“คุณหนูหลี่ฉันจะไปตลาดคุณหนูอยากออกไปเดินเที่ยวชมตลาดด้วยหรือไม่คะ”
เธอส่ายหน้าให้กับสาวใช้
“ฉันไม่อยากไปเธอไปเถอะ”
“แต่คุณหนูหลี่คะวันนี้ที่ตลาดมีการแสดงหน้ากากเปลี่ยนหน้าที่คุณหนูชอบดูด้วยนะคะ คุณหนูไม่สนใจจริงเหรอคะ”
เธอที่ก็อยากไปใจจะขาด แต่อีกใจก็กลัวว่าสังคมจะตราหน้าว่าเธอเป็หญิงหม้าย
“ไปเถอะนะคะคุณหนู”สาวใช้เซ้าซี้อยากให้เธอไป
เธอที่คิดอยู่นานสองนานก่อนจะพยักหน้าให้กับสาวใช้
“อื้ม ไปก็ไปสิฉันก็อยากดูโชว์เปลี่ยนหน้ากากอยู่พอดี”
สาวใช้ยิ้มดีใจเมื่อหลี่ฟางเซียนยอมไปด้วยเพราะเธอจะได้ใช้เป็ข้ออ้างกับแม่บ้านตระกูลหลี่ได้หากกลับถึงบ้านช้า
หลังจากที่หลี่ฟางเซียนและสาวใช้มาถึงตลาดเธอทั้งสองต่างก็รีบไปซื้อของตามที่แม่บ้านตระกูลหลี่สั่งในทันที
หลี่ฟางเซียนเหลือบมองดูคนทั้งตลาดที่จ้องมองมายังเธอพร้อมกับทำท่าซุบซิบนินทา เธอที่ก็เข้าใจดีว่าคนเ่าั้คงจะต้องพูดถึงเธอแน่เธอจึงรีบหลุบหน้าต่ำลงเพราะไม่อยากรับรู้
“คุณหนูคะฉันได้ของครบแล้วเราไปดูการแสดงกันดีกว่าค่ะ”สาวใช้พูดพร้อมกับรีบจูงมือเธอไปยืนมุงดูการแสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากากที่อยู่ไม่ไกลนัก เนื่องจากมีผู้คนมาดูการแสดงในครั้งนี้จนเนื่องแน่นทำให้หลี่ฟางเซียนพลัดหลงกับสาวใช้ในทันที ร่างใหญ่ถูกเบียดจนเซถลาล้มลงไปกองที่พื้น
“โอ๊ยเจ็บจัง”เธอพูดขึ้นเมื่อก้นใหญ่กระแทกลงกับพื้นอย่างสุดแรง
“หลีกไปยัยอ้วนมานั่งเป็หมูขวางทางอยู่ได้คนเค้าจะไปดูการแสดง”ชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ใช่ตัวก็ใหญ่โตยังจะมาเบียดเสียดกับคนอื่นอีก”หญิงสาวคนหนึ่งพูดเสริม
“เอ๊ะ นี่มันคุณหนูตระกูลหลี่ไม่ใช่เหรอ”หญิงคนที่สามเอ่ยทักขึ้นก่อนจะมีคนอีกสองสามคนหันมามองหน้าเธอ
“ใช่จริงด้วยคุณหนูหลี่ที่ถูกสามีหย่าสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ดูรูปร่างเธอสิน่าเกลียดขนาดนั้นใครจะอยากได้ไปเป็ภรรยากัน”ชาวบ้านต่างพากันพูดจาตำหนิและเย้ยหยัน
หลี่ฟางเซียนที่ทั้งโกรธและอับอายเธอพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นแต่เพราะน้ำหนักตัวที่มากอีกทั้งก้นที่กระแทกลงบนพื้นอย่างแรงทำให้เธอปวดระบมจนแทบลุกไม่ได้
“ขึ้นหลังผมสิเดี๋ยวฉันแบกเธอลุกเอง”เสียงทุ้มอันอบอุ่นเอ่ยขึ้น
หลี่ฟางเซียนมองคนร่างใหญ่ที่กำลังนั่งหันหลังให้กับเธอด้วยความแปลกใจ
“คะ คุณว่ายังไงนะ”
เขาหันไปมองหน้าเธอพร้อมกับยิ้มให้
เมื่อหลี่ฟางเซียนได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มหล่อผู้แสนใจดีนั่นเธอก็ถึงกับชะงักนิ่งด้วยความใ
“หวังลู่เสียน”เธอเอ่ยเรียกเขาในทันที
ใบหน้าหล่อค่อยๆเผยยิ้มอันอบอุ่นให้กับเธอ
“อื้ม ผมเอง ดีใจนะที่คุณยังจำผมได้ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
เธอพยักหน้าหงึกๆ
“มาเถอะ รีบขึ้นหลังผมเถอะเดี๋ยวผมจะแบกคุณไปเองท่าทางคุณคงจะลุกไม่ไหวแน่”
“น้อยๆหน่อยเถอะ คุณดูตัวฉันสินายจะแบกยังไงไหว”
“ขึ้นมาเถอะน่าอย่าพูดมากเลยผมแบกคุณได้แน่ๆคิดซะว่าคุณเป็กระสอบข้าวที่อยู่ในโรงสีของผมก็แล้วกัน เร็วสิขึ้นมาเดี๋ยวก็ถูกชาวบ้านด่าเอาอีกหรอกถ้ายังนั่งขวางทางอยู่อย่างนี้”
เธอที่รู้สึกโมโหนิดๆที่เขาเอาเธอไปเปรียบกับกระสอบข้าวแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงยอมทำตามที่เขาบอก
หวังลู่เสียนแบกเธอขึ้นหลังอย่างง่ายดายก่อนจะพาเธอเดินออกจากฝูงผู้คนในทันที
“หวังลู่เสียนเราออกมาจากตรงนั้นได้แล้วคุณวางฉันลงเถอะ”
เขาหันไปยิ้มให้กับคนข้างหลัง
“ทำไมคุณกลัวว่าผมจะแบกคุณไม่ไหวหรือไง”
“ป่าวแต่ฉันกลัวคุณจะหมดแรงจนโดนตัวฉันทับจนแบนต่างหากล่ะ”
เขาค่อยๆวางเธอนั่งลงที่ริมฟุตบาทพร้อมกับยิ้มให้
“คุณนี่ยังเหมือนเดิมสิน่า เจ็บมากมั๊ยไปหาหมอก่อนดีกว่า”
“ไม่เป็ไร ฉันคงแค่ระบมนิดหน่อยเดี๋ยวกลับไปทายาที่บ้านก็หาย”
“งั้นเดี๋ยวผมไปส่งรถผมจอดอยู่ไม่ไกล”
เธอได้แต่นิ่งเงียบ
“ทำไมคุณต้องทำหน้าเศร้าอย่างนั้นล่ะ”
“ลู่เสียนคุณกลับมาที่เมืองหยางั้แ่เมื่อไหร่”
“ก็ราวๆสองอาทิตย์ได้”
เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“คุณคงพาภรรยาของคุณมาด้วยสินะ”
เขามองหน้าเธอก่อนจะขมวดคิ้วแน่น
“ภรรยา ภรรยาอะไรของคุณ ผมไปเรียนไม่ได้ไปแต่งงานซะหน่อย”
“แล้วคุณล่ะเป็ยังไงบ้าง”
เธอเงยหน้ามองเขาพร้อมกับน้ำตาไหลเอ่อเต็มสองตา
“ฉันนะเหรอ ฉันก็เป็แม่หม้ายนะสิ ฉันเพิ่งหย่ากับสามีเพราะเขารังเกียจและนอกใจฉัน คนอ้วนอย่างฉันคงไม่มีใครรักจริงๆหรอกฉันมันน่าสมเพชชะมัดเลยใช่มั๊ย”
เขาค่อยๆเดินมานั่งข้างๆเธอก่อนจะหันไปมองเธออย่างเป็ห่วง
“ทำไมคุณคิดอย่างนั้นล่ะบางทีอาจมีคนที่รักคุณอยู่ก็ได้นะ”
เธอหันไปฝืนยิ้มให้กับเขา
“คุณไม่ต้องปลอบใจฉันหรอกผู้หญิงรูปร่างน่าเกลียดอย่างฉันใครจะสนใจ เฮ้อไปกันเถอะฉันอยากกลับบ้านแล้ว”
เขามองดูเธอก่อนจะพยุงเธอเดินไปขึ้นรถของเขาในทันทีนทันที