อนุชายายอดดวงใจของฮ่องเต้ หลงซู่เหยา.... นางเปรียบดังแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ เ้าของรอยยิ้มงดงามดุจดอกไม้ที่บานสะพรั่ง
คำบนแผ่นป้ายนี้บอกได้ถึงความรู้สึกที่มีต่อคนที่นอนหลับใหลอยู่ใต้ผืนดิน อ๋องเสี่ยวเหยาลูบแผ่นศิลาสลักสวยงามอย่างเบามือ เขาคือลูกชายที่คิดถึงมารดาสุดหัวใจ
“ฮ่องเต้ทรงคลั่งรักมากเลยนะคะ”
“เสด็จพ่อไม่อาจหลงลืมนางได้ ยังคงเฝ้ามองท่านแม่ผ่านรูปวาดทุกวัน”
“แม่ของท่านอ๋องคงสวยมาก”
"ข้าก็คือแฝดของนาง ดูหน้าข้าก็เหมือนได้ดูหน้าของท่านแม่" หนี่เฟิ่งจิวพยักหน้ารับรู้ เพราะแบบนี้ฮ่องเต้จึงได้รักอ๋องเสี่ยวเหยานักหนา ท่านอ๋องเกิดจากหญิงที่รัก แถมยังหน้าเหมือนคนที่รักอีก
นี่ก็อาจเป็เหตุผลที่ทำให้พระชายาจื่อนั่วอิงไม่พอใจ กลายเป็ความขัดแย้งในครอบครัว องค์ชายเสี่ยวตงเองก็อยากเอาชนะท่านอ๋องในทุกเื่
“มัวคิดสิ่งใด ไหนเ้าว่าจะมาฝากตัวกับท่านแม่”
“ให้บอกท่านว่ายังไงดีคะ”
“ตามที่ใจเ้าอยากบอก” ท่านอ๋องน่ะร้ายกาจจะตายไป ทำซื่อไม่รู้เื่ราวให้เธอต้องถอนหายใจอยู่หลายครั้ง แต่ความจริงแล้วเป็เ้าจิ้งจอกจอมล่อลวง
“พระชายาหลงซู่เหยาคะ คือว่าฉัน...”
“อื้ม!”
เสียงกระแอมจากด้านหลังทำหนี่เฟิ่งจิวต้องหยุดพูด แล้วหันไปมองร่างสูงที่กำลังส่งสายตาดุมาให้
“อะไรคะ???”
“เ้าควรเรียกว่า ท่านแม่”
“ห๊ะ!?? เอ่อ...คือว่า มันจะเหมาะสมหรอคะท่านอ๋อง”
“ข้าอนุญาต”
อยู่ๆหนี่เฟิ่งจิวก็รู้สึกว่าหน้าเห่อร้อน แก้มกลมก็เริ่มขึ้นสีไปตามความรู้สึกบางอย่าง มันเหมือนแฟนหนุ่มที่พามาเจอครอบครัว นี่เธอจะตายก่อนถึงวันที่สมหวังไหมนะ
“ฉันชื่อ หนี่เฟิ่งจิว เป็สาวเฉิงตูที่หลงมาอยู่แคว้นฮั่ว ลูกชายของท่านช่วยเหลือฉันเอาไว้ เขาเป็คนดีมากๆเลยค่ะ ท่านต้องภูมิใจมากแน่นอน...”
เสียงเจื้อยแจ้วของหนี่เฟิ่งจิว ทำเอาคนที่ยืนฟังอยู่ถึงกับหลุดยิ้ม นางสาธยายความดีงามของเขาให้ท่านแม่ฟังทุกอย่าง อ๋องเสี่ยวเหยาคิดว่ามารดาของตนต้องชอบนาง
เพราะตัวของเขาเองก็ยังชอบนางเลย..!
“ฉันตั้งใจจะช่วยท่านอ๋องแก้คำสาป ท่านไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ”
“แม่ข้าไม่รู้หรอก”
"รู้สิคะ แม่ของท่านอ๋องก็เป็สายลม อยู่กับท่านอ๋องตลอดเวลา” หนี่เฟิ่งจิวที่เขามองว่านางชอบทำทุกอย่างเป็เล่น คำพูดคำจาแปลกพิกลนั่นก็บอกว่าเอามาจากละคร แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกดีเสมอ คำพูดของนางทำให้เขาสุขใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ท่านแม่ของข้ายอมรับเ้า”
“รู้ได้ยังไงคะ”
“ลูกชายยอมรับแล้ว มีหรือท่านแม่จะขัดใจข้า” ท่านอ๋องพูดจบก็หันไปมองทางอื่น แอบเห็นว่าใบหูเปลี่ยนเป็สีแดง คงจะเขินคำพูดของตัวเองไม่น้อย หนี่เฟิ่งจิวแม้จะเขินอายมากแค่ไหน แต่เธอก็ยังยิ้มกว้างเป็บ้าเป็บอให้ลมฟ้าอากาศ
อ๋องเสี่ยวเหยาและหนี่เฟิ่งจิวกลับมาถึงจวนก็เย็นมาก ตะวันใกล้ลับขอบฟ้าอยู่รอมร่อ สิ่งที่น่าใคือฮ่องเต้ กำลังนั่งจิบชาอยู่ที่เรือนรับรอง
“เสด็จพ่อ!”
“ท่านพี่ กลับมาแล้วหรือเพคะ”
“ถวายบังคมเพคะฝ่าา ขอพระองค์อายุยืนนาน หมื่นปี หมื่นปี” หนี่เฟิ่งจิวไม่รู้ต้องทำตัวยังไง เจอฮ่องเต้กี่ครั้งก็ยังน่าเกรงขามอยู่เสมอ ทำได้เพียงก้มลงไปทำความเคารพ
“อืม ไม่ต้องมากพิธีนักหรอก”
“ที่ท่านมาถึงนี่ มีสิ่งใดหรือพะยะค่ะ”
“พวกเ้าออกไปก่อน” ฮ่องเต้อยากสนทนาเพียงลำพังกับลูกชายของตน พระองค์เสด็จมาแบบเงียบๆ ทหารที่ติดตามก็มีเพียงไม่กี่คน
หลังจากที่ทุกคนออกไปจนหมด ทั้งห้องจึงเหลือเพียงฮ่องเต้และอ๋องเสี่ยวเหยา ใบหน้าของลูกชายที่มองกี่ครั้งก็ชวนให้นึกถึงหญิงสาวในดวงใจ
“วันนี้ไปหาแม่ของเ้ามาหรือยัง”
“พะย่ะค่ะ”
“นางห่วงเ้ากว่าสิ่งใด กลัวว่าชีวิตของเ้าจะพบเจอความยากลำบาก”
“เสด็จพ่อ...อย่าทรงเป็กังวลกับลูกเลย”
“พ่ออยากให้เ้านั่งบัลลังก์ เ้าคือรัชทายาทที่แท้จริงของราชวงศ์” ฮ่องเต้กล่าวเสียงเบา แต่มันดังไปถึงด้านในจิตใจของท่านอ๋อง สิ่งที่น่ากลัวก็คือเขาต้องรับภาระหนักหนาทั้งหมด แล้วยังต้องฝ่าฟันต่อสู้กับคนที่ไม่ยินยอมรับในตัวของเขา
“ข้าไม่....”
“จื่อนั่วอิงคงไม่รั้งรอ หลายวันก่อนนางขู่ข้าเื่ปลดเสี่ยวตง ข้าไม่รู้เลยว่าราชสำนักตอนนี้ปั่นป่วนเพียงใด นางอาจทำให้เกิดความวุ่นวาย”
“จนนำไปสู่การก่อฏ!”
อ๋องเสี่ยวเหยาได้ฟังสิ่งที่บิดาของตนพูด เขาเคยคิดเื่พวกนี้มาโดยตลอด เริ่มั้แ่ที่มารดาสิ้นลมหายใจไป ตัวเขาก็โดนลอบสังหารไม่เว้นพัก
จวบจนวันที่รับตำแหน่งอ๋องแคว้นฮั่ว พระชายาจื่อนั่วอิงไม่อยากให้เขาเฉียดใกล้วังหลวง เื่คราวประลองอาวุธเขาก็ต้องเก็บเงียบ เพราะไม่อยากให้เกิดความโกลาหล
“ข้าไม่อาจต่อสู้เพียงลำพังได้ พระชายามีอำนาจไม่ต่างจากเสด็จพ่อ”
“ถึงอย่างไรเสี่ยวตงก็ปกครองแผ่นดินนี้ไม่ได้! เ้าก็เห็นว่ามันทำตัวสิ้นคิด ทำตัวตามใจตนไม่สนถูกผิด ข้าไม่เคยรักลูกลำเอียงอย่างที่พระชายาว่า นางต่างหากที่ลุ่มหลงในอำนาจจนเกินไป”
ความเคร่งเครียดแทรกซึมเข้ามาในจิตใจของอ๋องเสี่ยวเหยา บางที่ตอนนี้พระชายาอาจกุมคนของฮ่องเต้ไว้ในกำมือแล้ว นางจึงได้จองหองกล้าปะทะเช่นนี้
“จะให้ข้าทำเช่นไร”
“สืบเื่ที่สองแม่ลูกกำลังทำ โค่นล้มอย่าให้เหลือ!!!”
“เสด็จพ่อ.....ท..ท่าน”
“อย่างน้อยข้าก็ไม่เคยไร้คุณธรรม คิดอาจหาญอย่างที่นางคิด”
“แต่เสี่ยวตงก็เป็ลูกของท่าน”
“ตัดไฟเสียั้แ่ต้นเสี่ยวเหยา ก่อนที่เสี่ยวตงมันจะบ้าจี้ทำตามพระชายา” อ๋องเสี่ยวเหยาพูดอะไรไม่ออก ฮ่องเต้มีความเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวในความคิดเสมอ และมันถ่ายทอดมาถึงลูกชายสุดที่รักอย่างท่านอ๋องเต็มเปี่ยม
อ๋องเสี่ยวเหยาไม่หวังบัลลังก์ แต่ก็ไม่อาจทิ้งความตั้งใจของเสด็จพ่อได้
ก่อนที่คำสาปของเขาจะสร้างปัญหา ก่อนที่ความลับทั้งหมดจะมีคนล่วงรู้ เสี่ยวเหยาจะต้องทำอย่างไรกับเื่พวกนี้ดี เขายังไม่อยากเสียหนี่เฟิ่งจิวไป ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจทนเห็นแผ่นดินสิ้นสลายด้วยเช่นกัน
ตำหนักพระชายาจื่อนั่วอิง หลังจากรู้ว่าฮ่องเต้นั้นไปเยี่ยมอ๋องเสี่ยวเหยาที่จวน รอยยิ้มของนางก็กระตุกอย่างห้ามไม่ได้ วันนี้เป็วันครบรอบการจากไปของอนุชายาหลงซู่เหยา
“พ่อของเ้า มั่นคงหนักแน่นในความรักจนน่าเหลือเชื่อ”
องค์ชายเสี่ยวตงที่กำลังนั่งจิบสุราก็เงยหน้าขึ้นฟัง หลังจากพ้นคุกชีวิตก็ดูน่าอัปยศเหลือเกิน เขากลายเป็องค์ชายที่ไร้ค่า ไม่มีอะไรโดดเด่นเตะตาแบบน้องชาย
“ข้าเกลียดตัวเองในตอนนี้เสด็จแม่!”
“แล้วอย่างไร? จะนั่งเมามายแล้วยอมพ่ายแพ้อย่างนั้นรึ???”
“ต้องทำเช่นไร ท่านบอกข้ามาเลย!!!”
“หากมือของเ้าต้องเปื้อนเื เ้าก็จะยอมใช่หรือไม่?” แววตาโฉบเฉี่ยวมองลูกชายที่เมามาย นางอยากเห็นบัลลังก์ที่ยิ่งใหญ่เป็ของลูกชาย ไม่ใช่เดนนรกลูกเมียน้อยอย่างเสี่ยวเหยา
“ม..มะ หมายความว่าอย่างไรเสด็จแม่”
อวี้ซินเหอที่กำลังจะกลับไปที่ตำหนักของตนเอง นางได้ยินทุกการสนทนาของสองแม่ลูก พระชายาจื่อนั่วอิงอยากให้องค์ชายไปฆ่าใครงั้นหรือ
“องค์หญิงเพคะ ต้องกลับตำหนักแล้ว”
“อืม”
หญิงสาวเอาแต่ครุ่นคิดสิ่งที่ได้ยินมา พระชายากับองค์ชายก่อฏในวังหลวง โดยที่ฮ่องเต้เองยังคงนิ่งเฉยอยู่ ไม่ทรงสงสัยหรือระแคะระคายสักนิด
“จู่หลิน ข้ามีที่ที่อยากไป”
“ไม่ได้นะเพคะ เวลานี้ไม่ควรออกจากตำหนักไปที่ใด”
“แต่ข้าต้องไป!”
อวี้ซินเหอตัดสินใจแล้วว่านางจะไม่เข้ากับพระชายาจื่อนั่วอิง อย่างไรเสียนางก็ไม่ได้อยากสมรสกับองค์ชายเสี่ยวตงั้แ่ต้น บ้านเมืองของนางจะเอามาเสี่ยงด้วยไม่ได้
“อวี้ซินเหอ! เ้าไม่กลับตำหนักของตนอีกหรือ?”
“องค์ชายเสี่ยวตง”
“ทำไม? เ้าคิดถึงข้า? ถึงได้มายืนตากลมหนาวเช่นนี้”
“พระองค์เมาแล้ว ทรงกลับไปพักเถอะเพคะ”
“หึหึ! ผู้ใดเห็นข้าตอนนี้ก็อยากถอยห่างทั้งนั้น ไม่คิดว่าเ้าเองก็คิดเช่นเดียวกัน” สีหน้าขององค์ชายเสี่ยวตงย่ำแย่ อวี้ซินเหอเองก็เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมา
“หม่อมฉันจะเดินไปส่งพระองค์”
“ไม่ต้อง! ข้ามีคนมากมายที่อยากไปส่ง เ้าไม่ต้องเสียเวลาหรอก”
“อ่า...เช่นนั้นก็ตามพระทัยเลยเพคะ”
องค์ชายเสี่ยวตงยืนมองแผ่นหลังของอวี้ซินเหอที่เดินกลับตำหนัก ความรู้สึกหลากหลายก็เข้ามาในสมอง เขาดูสิ้นหวังไร้ค่าขนาดนั้นเชียวหรือ หากไม่มีตำแหน่งองค์รัชทายาท เสี่ยวตงก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดาคนหนึ่ง
หนี่เฟิ่งจิวเอาแต่มองไปทางเรือนรับรอง สมองน้อยๆของเธอกำลังคิดว่าสองพ่อลูกมีเื่อะไรบางอย่างแน่นอน เพราะสีหน้าของฮ่องเต้ดูไม่ดีเท่าไรนัก
“นี่! ท่านพี่ก็แค่คุยกับเสด็จพ่อ เ้ากังวลอะไร?”
“เปล่าค่ะ”
“เ้ากับท่านพี่ชอบพอกันมานานเท่าไรแล้ว” คุณหนูหลี่เหมยถามขึ้น เล่นเอาหนี่เฟิ่งจิวกับเจียงเหวินต้องหันมามองหน้ากันทันที
“ฉ...ฉันกะ กับท่านอ๋องหรือคะ?”
“คิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร พวกเ้าแสดงออกโจ่งแจ้ง แม้แต่สาวใช้พวกนั้นยังรู้เลย”
“พวกเรา...เอ่อ ยังไม่รู้ค่ะ”
“ห้ะ! หา....ยังไม่รู้หรือ ท่านพี่ชัดเจนกับเ้าขนาดนี้แล้ว” หนี่เฟิ่งจิวยังไม่อยากคิดไปไกลกว่านั้น ชีวิตของท่านอ๋องไม่ได้มีแค่เื่ของเธอ ไหนยังจะมีเื่คำสาป เื่ภายในวังอีก
“หากเ้ากลัวว่าจะไม่เหมาะสม....ตัวของข้าไม่ขัดหรอกนะ”
“คะ???”
“เ้าอาจดูสติไม่ดี แต่ถึงอย่างไรท่านพี่ก็เลือกเ้า”
“อ๋า...ค่ะ”
“อย่าทำให้พี่ชายข้าผิดหวัง ชีวิตของท่านพี่ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เห็นหรอก เข้าใจหรือไม่?”
“ค่ะๆ เข้าใจค่ะ”
คุณหนูหลี่เหมยยังคงเชิดหน้า ตามสไตล์ของเธออย่างที่เคยเป็ เมื่อเห็นฮ่องเต้เสด็จออกมาก็รีบไปหาทันที ความรักของฮ่องเต้ที่มีต่อลูกนั้นเท่าเทียมกันหมด ดูได้จากการที่พระองค์โอบกอดคุณหนูหลี่เหมยแล้วมองเธอด้วยความรัก
“อย่าลืมสิ่งที่ข้าพูดไป อย่างไรเสียแม่เ้าก็หวังเช่นนั้น”
“พะยะค่ะ เสด็จพ่อ”
แววตาของอ๋องเสี่ยวเหยาฉายความสับสนออกมา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เ็าดังเดิม หนี่เฟิ่งจิวแม้จะอยากรู้แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม มันคงเป็เื่ภายในราชสำนักที่เธอไม่ควรยุ่ง
“เกิดสิ่งใดขึ้นขอรับท่านอ๋อง”
“เสด็จพ่อ อยากให้ข้ารับตำแหน่งองค์รัชทายาท”
“ห้ะ!...หา!!! อะไรนะขอรับ”
เจียงเหวินเบิกตาโพลงอย่างไม่เชื่อหู ขืนเป็แบบนั้นพระชายาจื่อนั่วอิงคงไม่ยินยอม ได้กลิ่นของความหายนะลอ