บทที่ 5 นี่มันบิดาเลวทรามแบบใดกัน!
ไป๋จีใมาก รีบวิ่งเข้าไปอุ้มจวิ้นจู่น้อยขึ้นมาทันที
โอ้ จวิ้นจู่น้อยที่รัก ทุกวันข้าคอยระวังทั้งกลางวันกลางคืน กลัวว่าท่านอ๋องจะทำให้จวิ้นจู่น้อยาเ็ แต่เหตุใดจวิ้นจู่น้อยถึงได้ทำตัวเองาเ็เสียเอง
จริง ๆ แล้วป้องกันพ่อได้ แต่ป้องกันลูกไม่ได้จริง ๆ
เยี่ยถวนถวนมีรอยบวมใหญ่บนหน้าผาก อดทนไม่ร้องไห้ แต่ทำหน้าน้อยใจเดินเข้าไปหาเยี่ยจิ่นหาน พอเข้าใกล้ก็กอดขาของเยี่ยจิ่นหานไว้ ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา “ท่านพ่อ...”
เยี่ยจิ่นหานใช้มือใหญ่ของเขาอุ้มนางมานั่งบนตักอย่างดี จากนั้นก็สนทนาเื่ราชการต่อกับเหล่าแม่ทัพในห้องหนังสือ
“พวกเ้าสืบต้นตอของพวกลอบสังหารได้แล้วหรือไม่”
เหล่าผู้นำทหารนั่งตัวตรงตอบคำถามของท่านอ๋อง แต่ในใจกลับอดไม่ได้ที่จะรำพึง
‘ดูเหมือนข่าวลือใน่หลายวันนี้จะเป็จริง จวิ้นจู่น้อยแห่งอ๋องเก้าได้รับความโปรดปรานอย่างมาก’
ต้องรู้ไว้ว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาของอ๋องเก้าทุกคนล้วนเข้าใจดีว่าห้องหนังสือเป็สถานที่สำคัญ
นอกจากแม่ทัพชั้นหนึ่งและตัวท่านอ๋องเองแล้ว ผู้ใดเข้าใกล้ล้วนต้องถูกปะาทันที
แม้แต่การทำความสะอาดห้องหนังสือก็เป็ไป๋จีที่ลงมือทำเอง
แต่จวิ้นจู่น้อยกลับสามารถปีนหน้าต่างเข้ามาได้ ดูเหมือนว่านางจะปีนเข้ามาลำบากเล็กน้อย แต่ชัดเจนว่านี่เป็สิ่งที่ท่านอ๋องอนุญาตโดยปริยาย
ผู้ที่ได้รับความรักจากท่านอ๋อง คงเป็เ้าตัวน้อยที่เอาแต่ใจ ดูเหมือนว่าต่อไปพวกเขาต้องหลีกเลี่ยงจวิ้นจู่น้อยผู้นี้เสียแล้ว
เยี่ยถวนถวนนั่งอยู่ในอ้อมกอดของบิดาสักครู่ หน้าผากก็ไม่ได้ปวดมากเท่าใดแล้ว
‘โอ้ ท่านพ่อช่างมีประโยชน์จริง ๆ’
ถวนชีชี [ความจริงแล้วข้าแอบเอายาสมุนไพรของข้าให้เ้ากินเพื่อรักษาอาการาเ็ต่างหาก เด็กน้อยเอ๋ย เหตุใดเ้าถึงได้ชื่นชมท่านพ่อของเ้าแทนเล่า]
ถวนชีชีไม่พอใจนัก
เยี่ยถวนถวนกะพริบตาปริบ ๆ เธอเพิกเฉยต่อคำพูดของระบบ แล้วมองดูพี่ชายและลุงหลายคนในห้องหนังสืออย่างละเอียด
“ทูลท่านอ๋อง ข้าน้อยสืบได้ว่ามือสังหารมาจากบ้านของจางหยวนว่ายทางทิศตะวันตกของเมือง เพียงแต่...”
“เพียงแต่จางหยวนว่ายแจกข้าวต้มที่ประตูเมืองมาหลายปีแล้ว ทั้งยังเป็ผู้ใจบุญที่มีชื่อเสียงทางทิศตะวันตกของเมือง หากจะปะาจางหยวนว่ายทันที… เกรงว่าจะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก”
นี่คือเหตุผลหลักที่ต้องมา ‘ประชุม’ ในห้องหนังสือวันนี้
หากเป็เพียงโจรป่าธรรมดา พวกเขาเพียงส่งคนออกไปสักกลุ่มก็สามารถกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามได้หมดแล้ว
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขุนนางท้องถิ่น เื่ราวก็ดูจะยากเย็นขึ้นมากทีเดียว
ถวนถวนน้อยไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกัน เพียงแต่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของบิดา
กลิ่นกายของเขาช่างหอมหวนยิ่งนัก
เขาช่างหล่อเหลาเสียจริง
ถวนชีชี [ช่างไม่เคยเห็นเ้านายคนใดที่อายุน้อยนัก ทั้งยังตะกละและชอบความงามเช่นนี้มาก่อน]
ขณะที่หลายคนกำลังปรึกษาหารือกันอยู่ในห้องหนังสือ ผู้ดูแลจวนที่อยู่นอกประตูก็เข้ามารายงาน ว่าสาวใช้ที่ซื้อใหม่มาถึงแล้ว
เยี่ยจิ่นหานก้มหน้าลงมองดูรอยบวมบนศีรษะของจวิ้นจู่น้อยผู้โง่เขลา แล้วใช้มือข้างเดียวจับปกเสื้อของนาง “ไปเถิด ให้สาวใช้ทายาให้”
“ขอรับ” ไป๋จีอุ้มจวิ้นจู่น้อยออกไป
ในห้องหนังสือ อ๋องเก้าและเหล่าแม่ทัพยังคงปรึกษาหารือกันต่อไป
เวลาผ่านไปทีละน้อย
แต่ยังไม่ทันถึงหนึ่งก้านธูป การหารือก็ต้องยุติลง เหตุเพราะผู้ดูแลมารายงานว่า จวิ้นจู่น้อยถูกจับตัวไปแล้ว
ประตูห้องหนังสือถูกเปิดออก เยี่ยจิ่นหานเห็นผู้ดูแลจวนที่กำลังสั่นเทาอยู่บนพื้น เขาเตะชายคนนั้่นออกไปแล้วรีบเดินอย่างเร่งรีบไปยังเรือนหลัง
เมื่อมาถึงเรือนหลัง อ๋องเก้าก็เห็นเหล่าองครักษ์ยืนเตรียมพร้อม ล้อมมือสังหารไว้อย่างแ่า
มือสังหารที่แต่งกายเป็สาวใช้ กำลังถือเศษกระเบื้องจ่อที่ลำคอของเด็กหญิงตัวน้อย
เมื่อเห็นอ๋องเก้าเดินมา ดวงตาของนางก็เปล่งประกายวาววับ “อ๋องสุนัข จงส่งมอบแผนที่การวางกำลังของเมืองชิงหลวนมา มิเช่นนั้น ธิดาของท่านจะไม่มีชีวิตรอด”
ว่าแล้วนางก็กดเศษกระเบื้องเข้าใกล้ลำคอของจวิ้นจู่น้อยอีกนิด
ผิวขาวนวลของเด็กหญิงตัวน้อยนั้น บัดนี้มีเืซึมออกมาแล้ว
“เจ็บ... เจ็บ...” เยี่ยถวนถวนทำหน้าเ็ปพลางยิ้มฝืน ๆ ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก
คอของนางเจ็บมาก
“บังอาจนัก! ปล่อยจวิ้นจู่เดี๋ยวนี้!”
ไป๋จีออกคำสั่งเสียงดัง บนกำแพงสูงทั้งสี่ด้านของเรือนหลังจวนถูกจัดวางมือธนูไว้
รวมกับองครักษ์ในเรือน สาวใช้ผู้นี้วันนี้แม้มีปีกก็ยากจะบินหนี
แต่นางกลับจับตัวจวิ้นจู่ไว้เป็ตัวประกัน
‘ชีชี ช่วยข้าด้วย’ ถวนถวนน้อยร้องไห้น้ำตาไหลพราก
ระบบก็อยากช่วยเหลือเช่นกัน แต่ว่า... เมื่อมันคิดอีกที หากสามารถใช้เื่นี้กระตุ้นเ้านายให้จุดประกายความปรารถนาที่จะเป็ฮ่องเต้หญิงขึ้นมาอีกครั้ง นั่นจะไม่ดีกว่าหรือ
ดังนั้นถวนชีชีจึงกล่าวอย่างเ้าเล่ห์ [เด็กน้อย ตอนนี้ข้ากำลังอัปเดตระบบอยู่]
เมื่อเยี่ยถวนถวนได้ยินเช่นนั้น นางก็ร้องไห้ออกมาทันที “ฮือ ๆ ๆ ๆ ๆ”
“หุบปาก!! บอกให้บิดาของเ้าส่งมอบแผนที่การวางกำลังมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า!” มือสังหารตวาดใส่เยี่ยถวนถวนอย่างโเี้
เยี่ยจิ่นหานหุบมุมปากลง ทั้งร่างแผ่รัศมีความเ็าออกมา
“ท่านพ่อ...” เยี่ยถวนถวนร้องไห้จนหายใจไม่ทั่วท้อง คอของนางเจ็บมาก
กลิ่นบนตัวหญิงผู้นี้ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน นางอยากได้บิดาที่มีกลิ่นหอม ๆ
‘ท่านพ่อจะต้องช่วยข้าได้แน่นอน จะต้องช่วยได้แน่ ฮือ ๆ ๆ’
“ปล่อยนางไป” เมื่ออ๋องเก้าเอ่ยวาจา เหล่าองครักษ์และมือธนูโดยรอบก็ยิ่งเตรียมพร้อมรับศึกอย่างเคร่งเครียด
“มอบแผนที่การวางกำลังให้ข้า แล้วข้าจะปล่อยตัวนาง” มือสังหารกล่าวอย่างประหม่าเมื่อเผชิญหน้ากับอ๋องเก้า มือที่จับชิ้นส่วนเครื่องเคลือบมีเหงื่อไหลออกมา
“ข้าจะกล่าวอีกครั้ง ปล่อยนางไป” เยี่ยจิ่นหานยืนอย่างสง่างามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
มือสังหารตัดสินใจอย่างโเี้ มือออกแรงกรีดคอของจวิ้นจู่น้อย “มอบแผนที่การวางกำลังมา ไม่เช่นนั้นนางจะไม่รอด นี่คือธิดาคนเดียวของท่าน!”
โลหิตไหลริน ทอดยาวลงมาตามลำคอ
เย็นเฉียบและแสบร้อน เยี่ยถวนถวนเ็ปจนทนไม่ไหว ร้องไห้โฮใหญ่
‘เจ็บนัก เจ็บนัก เหตุใดท่านพ่อจึงไม่ช่วยถวนถวน ฮือ ๆ ๆ’
คิ้วของเยี่ยจิ่นหานขมวดเข้าหากัน
สาวใช้เห็นว่าวิธีนี้ได้ผล จึงตั้งใจจะกรีดอีกแผล จนกว่าเยี่ยจิ่นหานจะมอบแผนที่การวางกำลังทหารให้
แต่ดูเหมือนว่าอ๋องเก้าจะไม่ยอมตกหลุมพรางนี้
เขาหันหลังให้ทันที “เช่นนั้น ข้าก็จะถือว่าไม่มีธิดาผู้นี้”
เอ่ยจบก็ยกมือ เตรียมสั่งให้มือธนูสังหารสาวใช้อย่างไร้ปรานี
ถวนชีชี [!!!! อ๋องผู้โเี้แห่งยุค สมกับคำร่ำลือว่าไม่ไว้หน้าผู้ใดจริง ๆ]
[เด็กน้อย หลับตาลงเถิด]
ในยามคับขัน ต้องพึ่งถวนชีชีอีกครั้ง
ขณะที่สาวใช้กำลังจะสู้ตายกับจวนอ๋องเก้า จู่ ๆ ก็มีแสงวาบขึ้น เศษกระเบื้องในมือนางแตกละเอียดเป็ผุยผงในพริบตา และร่วงหล่นลงมา
เกิดอะไรขึ้น!!!
ขณะที่สาวใช้กำลังตกตะลึง มือธนูฝีมือเยี่ยมบนกำแพงสูงก็ฉวยโอกาสนั้นทันที
“ฟิ้ว~ ฉึก!” เสียงลูกธนูแหวกอากาศ พุ่งเข้าปักทะลุหัวใจของมือสังหารอย่างจัง นางไม่ทันได้ร้องด้วยซ้ำก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว
มือของนางอ่อนแรง ทำให้ร่างเยี่ยถวนถวนร่วงหล่นลงมา
ไป๋จีเหยียบปลายเท้าเบา ๆ แล้วกระโจนไปรับร่างของจวิ้นจู่ไว้ได้ทัน “จวิ้นจู่ไม่เป็ไรใช่หรือไม่?”
เยี่ยถวนถวนลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย แม้หัวใจของนางจะเต้นรัวด้วยความใ แต่นางก็หยุดร้องไห้แล้ว
ริมฝีปากน้อย ๆ ของนางพึมพำอะไรบางอย่างที่ไม่อาจได้ยินชัด นางจ้องมองเยี่ยจิ่นหานอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังเดินกลับไปยังห้องของตน
ร่างของสาวใช้ถูกนำออกไปอย่างรวดเร็ว องครักษ์และมือธนูต่างทยอยถอนกำลังออกไป บรรดาคนรับใช้ในเรือนเริ่มชำระล้างคราบเือย่างชำนาญ
ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนอย่างเป็ระเบียบ เว้นแต่เงาร่างเล็ก ๆ ที่ดื้อรั้นนั้น
แม้ความหวาดกลัวยังไม่จางหาย ขาน้อย ๆ ยังสั่นระริกขณะเดิน แต่นางยังคงดื้อดึงค่อย ๆ ก้าวไปทีละก้าวสู่ห้องของตน สูดจมูกฟุดฟิด ถึงกับเตรียมจะห่อข้าวของหนีออกจากบ้านเสียด้วย!
‘ถึงกับไม่ช่วยชีวิตข้า นี่มันบิดาเลวทรามแบบใดกัน!’