เวลานี้เหยาอี้ค่อย ๆ หันกลับมา ทว่าเมื่อสายตาจับจ้องไปยังใบหน้าของเงาร่างนั้น เขากลับอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก
"หลิงเทียน!? เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้!"
สามวันก่อนหลิงเทียนลุยเดี่ยวเข้าไปสำรวจทางในหมอกพิษจนหายสาบสูญไป เขาคิดว่าหลิงเทียนตกตายอยู่ในสันเขาโว่หลงไปแล้ว เพราะที่นี่อสูรร้ายเพ่นพ่านเรียกได้ว่าแฝงรังสีฆ่าฟันทุกย่างก้าว อีกทั้งหลิงเทียนก็เพิ่งเข้าสำนักเฉียนหยวนมาได้ไม่นาน พลังบำเพ็ญเพียรยังอ่อนแอนัก
ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า หลิงเทียนผู้นี้จะยังไม่ตาย!?
"ไม่สิ หลิงเทียน เ้ารีบหนีไปเร็ว!"
แต่ไม่นานเหยาอี้ก็ตั้งสติได้ ตัวเขายามนี้เป็คนใกล้ตายแล้ว ขืนหลิงเทียนเข้ามาก็ทำได้เพียงตกตายไปพร้อมกันเท่านั้น
"เ้าทำเพียงรักษาาแฟื้นฟูร่างกายก็พอ ส่วนที่เหลือปล่อยเป็หน้าที่ข้าเอง"
ทว่ามุมปากของหลิงเทียนกลับยกขึ้นเป็รอยยิ้มชั่วร้าย จากนั้นจึงถือโครงกระบี่ที่ดูคล้ายไม้เขี่ยไฟก้าวไปข้างหน้า
"เ้าเป็ศิษย์รับใช้แห่งสำนักเฉียนหยวนผู้นั้นหรือ?"
"เขยแต่งเข้า หลิงเทียน?"
"เ้าอยากหาที่ตายหรือไร!?"
การปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันในความมืดของหลิงเทียน ทำเอาพวกเขาใไม่น้อย พวกเขากระทั่งมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าหลิงเทียนออกมาั้แ่เมื่อใด
ทว่าเมื่อมองเห็นชัดเจนว่าเป็เพียงศิษย์รับใช้แห่งสำนักเฉียนหยวน พวกเขากลับพากันแค่นหัวเราะเยาะเหยียดหยาม
หากผู้ที่มาเป็ยอดฝีมือแห่งสำนักเฉียนหยวน พวกเขาอาจจะยังครั่นคร้ามอยู่บ้าง แต่แค่ศิษย์รับใช้ต้อยต่ำคนเดียว มิใช่การมาหาที่ตายหรอกหรือ?
"ศิษย์สำนักหวงจี๋ ทุกคนต้องตาย!"
ทว่าหลิงเทียนกลับยกโครงกระบี่ในมือขึ้น ชี้ไปทางกลุ่มศิษย์สายนอกเ่าั้
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยพบเจอศิษย์สำนักหวงจี๋ในสันเขาโว่หลงมาก่อน แต่ในเมื่อยามนี้มาพบกันเข้าแล้ว เขาย่อมไม่มีวันปล่อยให้พวกมันมีชีวิตรอดกลับไปเด็ดขาด
"เ้าคนโอหัง กล้าเอาท่อนไม้มาชี้หน้าพวกข้าเชียวหรือ?"
"ลงมือ!"
เหล่าศิษย์สำนักหวงจี๋โกรธจัดจนไม่อาจสะกดกั้น แม้พวกเขาจะเป็เพียงศิษย์สายนอก แต่ก็ไม่เคยถูกศิษย์รับใช้หยามเกียรติถึงเพียงนี้ พลันร่ายคาถาอัญเชิญิญญายุทธ์เสร็จ คมอาวุธรอบด้านก็ซัดพุ่งลงมาทันที!
"เหอะ ๆ อ่อนแอจนน่าขบขัน!"
ทว่าเมื่อมองดูเคล็ดวิชาเ่าั้ที่ซัดพุ่งเข้ามาหาตน บนใบหน้าหลิงเทียนกลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ขนาดสัตว์อสูรระดับสามเขายังไม่เห็นอยู่ในสายตา แล้วนับประสาอันใดกับพวกขยะระดับหลอมปราณเหล่านี้!?
ต่อให้เป็ขั้นหลอมปราณระดับเก้าแล้วอย่างไร!?
เมื่ออยู่ใต้คมกระบี่ของเขา ล้วนเป็ได้แค่มดปลวก!
วูบ!
ฉับพลันนั้น หลิงเทียนกุมกระบี่ด้วยสองมือ สายฟ้าส่งเสียงเปรี๊ยะะเิออก ปราณกระบี่สองจั้งพลันปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เปรี้ยง!
ชั่วครู่เดียวปราณกระบี่ปะทะเข้ากับคมอาวุธเ่าั้ ทว่าสิ่งที่ทำให้เหล่าศิษย์สำนักหวงจี๋และเหยาอี้ต้องสูดหายใจลึกด้วยความตื่นตะลึงก็คือ ในวินาทีที่ััถูกปราณกระบี่ของหลิงเทียน ศาสตราวุธและรัศมีเคล็ดวิชาของพวกเขากลับแตกกระจายลงทั้งหมด!
อานุภาพของอสนีบาตกวาดม้วน ซัดร่างของทั้งห้าคนลอยกระเด็นออกไปดุจสายลมพัดใบไม้ร่วง อ่อนแอไร้ทางสู้!
"อะไรกัน!?"
ศิษย์สำนักหวงจี๋ที่ร่วงลงสู่พื้นสีหน้าขาวซีดปานกระดาษ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังพบว่าภายในร่างของตนเองมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน สร้างความเ็ปเสียดแทรกถึงหัวใจจนยากจะทนทานไหว!
ยามนี้พวกเขาถึงได้รู้ว่าตนเองประเมินพลาดไปไกลเพียงใด ศิษย์รับใช้แห่งสำนักเฉียนหยวนผู้นี้คืออสูรกายชัด ๆ สิ่งที่เขาถืออยู่ในมือมิใช่ไม้เขี่ยไฟ แต่เป็ศาสตราวุธระดับสุดยอดอันพิศดารชนิดหนึ่ง ระดับสูงส่งถึงขั้นทำลายศาสตราวุธระดับเสวียนขั้นสูงในมือของพวกตนจนพังทลายในการโจมตีเดียว!
"ระดับบำเพ็ญเพียรนี้ใกล้เคียงขั้นหลอมปราณระดับแปดแล้ว!"
ด้านหลังหลิงเทียน เหยาอี้ยิ่งตกตะลึงในใจ หลิงเทียนเพิ่งเข้าสำนักเฉียนหยวนมาได้ไม่กี่วัน อีกทั้งเขายังมิได้ตื่นรู้ิญญายุทธ์ ตามหลักการแล้วควรจะบำเพ็ญเพียรได้ถึงแค่ขั้นหลอมปราณระดับสองเท่านั้น ทว่ายามนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?
ยิ่งไปกว่านั้นปราณกระบี่เมื่อครู่นี้ แฝงไว้ด้วยกระแสไฟฟ้าอสนีบาตอย่างชัดเจน คล้ายคลึงกับเพลงกระบี่สายฟ้าเก้าชั้นในคำเล่าลืออย่างยิ่ง เขาเองก็เคยได้ยินมาว่าหลิงเทียนผู้นี้ถือป้ายคำสั่งหอคัมภีร์ยุทธ์ของอันฉือเยว่ นำเอาคัมภีร์เพลงกระบี่เล่มนั้นออกมาจากหอคัมภีร์ยุทธ์
หรือว่าเพียง่เวลาไม่กี่วัน หลิงเทียนคนนี้จะฝึกฝนเพลงกระบี่ที่ขึ้นชื่อว่าฝึกยากที่สุดในสำนักเฉียนหยวนสำเร็จแล้ว?
ทุกสิ่งทุกอย่าง ทำเอาเหยาอี้อ้าปากค้างตะลึงลาน!
"เ้า... เ้าเป็ใครกันแน่!" มองดูหลิงเทียนที่ก้าวเข้ามาทีละก้าว ศิษย์สำนักหวงจี๋หลายคนสะกดความเ็ปดิ้นรนถอยหลังหนีพร้อมส่งเสียงแผดร้อง
หลิงเทียนในยามนี้ทั่วร่างชุ่มไปด้วยเือสูรสีแดงหม่น พกพาไอคาวเืราวกับจอมมารผู้กระหายเืก็ไม่ปาน
"คนที่จะส่งพวกเ้าลงนรกอย่างไรเล่า!" หลิงเทียนแค่นยิ้มเย็น สีหน้าเหี้ยมเกรียม
สิ้นเสียง ฝ่ามือสายหนึ่งพลันซัดออกไปอย่างฉับพลัน!
ฝ่ามือห้าัปราบพยัคฆ์!
ตูม!
เสียงะเิกึกก้อง ฝ่ามือขนาดั์เกินหนึ่งจั้งพลันพุ่งทะยาน กลืนกินเหล่าศิษย์สำนักหวงจี๋เ่าั้ในพริบตา
แม้ยามนี้เคล็ดวิชาห้าัปราบพยัคฆ์จะยังไม่อยู่ในสภาวะแข็งแกร่งที่สุด ทว่าร่างกายของผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ไม่อาจเทียบกับสัตว์อสูรได้ ศิษย์สำนักหวงจี๋เ่าั้ในวินาทีที่ถูกพลังฝ่ามือกลืนกินก็ะเิกลายเป็เศษเนื้อจนละอองเืคละคลุ้ง และตกตายอย่างไร้ร่างสมบูรณ์!
รอจนเหยาอี้ตั้งสติได้ หลิงเทียนก็ถือโครงกระบี่เดินกลับมาแล้ว
เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง รีบลุกขึ้นยืนทันที "น้องหลิงเทียน ขอบคุณ..."
ทว่าหลิงเทียนกลับโบกมือ จากนั้นจึงโยนแหวนมิติของศิษย์สำนักหวงจี๋หลายคนนั้นไปให้เขา
"แหวนมิตินี้เ้าเอาไป ส่วนน้ำพุปราณนี้มีประโยชน์ ข้าต้องใช้"
"ตกลง!"
เหยาอี้กลืนน้ำลาย รับแหวนมิติมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพราะแม้มูลค่าของน้ำพุปราณจะหาอะไรเปรียบไม่ได้ แต่เขาก็รู้ดีว่าหากวันนี้ไม่มีหลิงเทียน ตัวเขาก็คงตายตกอยู่ใต้เงื้อมมือศิษย์สำนักหวงจี๋ไปนานแล้ว ดังนั้นการได้แหวนมิติมาหลายวงก็นับเป็ลาภลอยอันไม่คาดคิดแล้ว
เหยาอี้หมุนตัวเตรียมผละจากไป แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาเอ่ยว่า "น้องหลิง วันนี้ข้าไม่เห็นสิ่งใดเลย..."
กล่าวจบ เขาก็ผละจากไปโดยไม่หันกลับมองมาอีกเลย
หลิงเทียนยิ้มบาง ๆ เหยาอี้ผู้นี้เป็คนฉลาด การลงมือของเขาในครั้งนี้ อันที่จริงได้เปิดเผยสิ่งต่าง ๆ ออกไปมากมาย หากข่าวนี่แพร่สะพัดไปยังสำนักเฉียนหยวนก่อนงานประลองใหญ่ ย่อมทำลายแผนการของหลิงเทียนเป็แน่
จากนั้นหลิงเทียนก้าวมาหยุดอยู่หน้าน้ำพุปราณแห่งนั้น เมื่อระดับบำเพ็ญเพียรยกระดับขึ้น ทรัพยากรที่หลิงเทียนจำเป็ต้องใช้ในการทะลวงขอบเขตก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ น้ำพุปราณขนาดย่อมแห่งนี้ น่าจะเพียงพอให้เขายกระดับขึ้นสู่ขั้นหลอมปราณระดับสูงสุดได้!
ส่วนจะสามารถทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานได้หรือไม่ ก็คงต้องแล้วแต่ดวง
"ทว่าที่นี่ไม่มีสัตว์อสูรเฝ้าพิทักษ์หรอกหรือ?"
หลิงเทียนกวาดสายตามองรอบ ๆ ก่อนหน้านี้เขาค้นหาดูแล้ว ที่นี่ไม่มีสัตว์อสูรใด ๆ อยู่เลย และหากมีสัตว์อสูรอยู่จริง ๆ พวกเหยาอี้และศิษย์สายนอกสำนักหวงจี๋ก็ย่อมไม่ใช่คู่มือแน่นอน
ทว่าน้ำพุปราณระดับนี้นับเป็สมบัติวิเศษแห่งฟ้าดินจะปล่อยให้ทิ้งไว้ตามธรรมชาติเช่นนี้ได้อย่างไร
"หืม?"
ทว่าในไม่ช้าดวงตาของหลิงเทียนก็หดแคบลง จากนั้นก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว บริเวณรอบ ๆ แอ่งน้ำพุปราณแห่งนี้ เขากลับพบดอกไม้ดอกเล็กสีม่วงดำที่ดูไม่สะดุดตาขึ้นล้อมรอบอยู่เป็วง
"โอ้... นี่คือ บุปผาปีศาจกร่อนกระดูก?!"
หลิงเทียนเพ่งมองและอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจลึก ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าเหตุใดที่นี่จึงไม่มีสัตว์อสูรเฝ้าพิทักษ์ เพราะสิ่งที่เฝ้าพิทักษ์น้ำพุปราณแห่งนี้นั้นเป็หญ้าพิษชนิดนี้นั่นเอง!
บุปผาปีศาจกร่อนกระดูกนี้เป็สมุนไพรระดับปฐี แม้สิ่งนี้จะไม่อาจนำไปปรุงเป็โอสถปราณได้ แต่สามารถนำไปสกัดเป็ยาพิษได้
แม้จะไม่สะดุดตา แต่ขอเพียงแปดเปื้อนถูกมันแม้เพียงนิดเดียว ต่อให้เป็ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานก็จะต้องกระดูกละลายจนตกตาย หรือต่อให้เป็สัตว์อสูรระดับสามทั่วไปก็คงทนรับไม่ไหวเช่นกัน!