องค์ชายเจอร์เวสและองค์หญิงแอลลิสันได้เดินเข้ามาหาองค์หญิงเอสเธอร์จึงทำให้พวกเขาได้พบกับองค์หญิงเชอร์เบทและเอลิออสอย่างพอดิบพอดี...
"โอ๊ะ! หรือว่าท่านพี่กำลังติดธุระ~"
องค์ชายเจอร์เวสส่งสายตาแปลกๆให้กับ
องค์หญิงเอสเธอร์อย่างไม่ปิดบัง
"ข้าติดธุระอะไรกัน? เ้าจะพูดเล่นต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะ"
องค์หญิงเอสเธอร์หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
"ท่านพี่ ดูสิ ท่านพี่เอสเธอร์ดุข้าอ่า~"
องค์ชายหันไปอ้อนกับองค์หญิงแอลลิสันแต่เขาก็ไม่ได้รับปฏิกิริยาอะไรจากนางเลย
"เป็อะไรของพี่เนี่ย?"
องค์หญิงแอลลิสันได้แต่ยืนอยู่เงียบๆโดยที่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย นางคิดว่าถ้าหากเอลิออสได้รู้ตัวตนของนางแล้วนั้นเขาจะต้องมากราบขอโทษนางอย่างแน่นอน
แต่เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาแบบนั้นเลยแม้แต่จะมองหน้าของนางเขายังไม่มองเลย
'หรือว่าเขาจำข้าไม่ได้? เป็ไปไม่ได้
ช่างเป็ผู้ชายที่หยาบจริงๆ!'
"ท่านพี่เอลิออสท่านจำพวกข้าได้รึเปล่า~"
องค์ชายเจอร์เวสกล่าวถามด้วยรอยยิ้มแต่เขาก็ไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย..
"หรือว่าท่านจะจำพวกข้าไม่ได้? แต่ท่านจำท่านพี่เอสเธอร์ได้ใช่ไหมล่ะ~"
เอลิออสพยักหน้าตอบรับเล็กน้อย
ในขณะนั้นเององค์รัชทายาทชาร์ลสและภรรยาของเขาองค์หญิงเซลีนก็ได้เดินมาเจอพวกเขาอย่างไม่ได้นัดหมาย..
"ที่แท้พวกเ้าก็ได้มาพบปะกันอยู่ที่นี่กันเองข้าก็นึกสงสัยอยู่ว่าพวกเ้าหายไปไหนกัน~"
องค์รัชทายาทชาร์ลสกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"พวกข้าขอแสดงความยินกับการแต่งงานของพวกท่านทั้งสองด้วยเพคะ~"
องค์หญิงเอสเธอร์กล่าวแสดงความยินดีทั้งสองอย่างนอบน้อม
"ขอบพระทัยเพคะ องค์หญิง~"
องค์หญิงเซลีนตอบรับด้วยรอยยิ้ม
"ท่านช่างงดงามจริงๆ~"
องค์ชายเจอร์เวสเผลอชมอย่างไม่รู้ตัว
"องค์ชายก็ทรงหล่อเหล่าเช่นกันเพคะ~"
องค์หญิงเซลีนกล่าวชมด้วยรอยยิ้ม
"อย่างนั้นรึ~"
องค์ชายแทบจะม้วนตัวเข้าไปด้วยความเขินอายแต่เขาก็รู้สึกถึงสายตาคู่นึงที่กำลังจ้องมองเขาอย่างไม่คลาดสายตา..
"เอ่อ... ข้าทำอะไรผิดอย่างนั้นรึ?"
ทุกคนต่างก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาถามแต่ในขณะนั้นเองพวกเขาทั้งหมดก็ได้รู้สึกตัวกันว่าเอลิออสนั้นได้หายไปแล้ว..
เอลิออสก็ได้มาคิดเื่ของคลื่นพลังของเขาที่ว่าทำไมมันถึงพุ่งสูงขึ้นไปแบบนี้กันจากเดิม ระดับสองดาวขั้นกลาง
แต่ตอนนี้ ระดับสามดาวขั้นต่ำ
การที่จะข้ามขั้นในแต่ล่ะขั้นมันก็ยากมากๆอยู่แล้วแต่เขากลับข้ามไปตั้งสองขั้นอีกอย่างนั้นก็คือการที่ระดับสองดาวจะข้ามไปในระดับสามดาวมันยากยิ่งกว่าการข้ามขั้นเป็เท่าตัวเสียอีก แต่เขากลับใช้เวลาเพียงสั้นๆในการข้ามระดับขั้นเนี่ยนะ?
เขาได้นึกย้อนกลับไปอย่างช้าๆ..
ในการเดินทางไปกลับเอลิออสได้สังหารสัตว์อสูรชั้นต่ำไปเกือบห้าร้อยตัวสัตว์อสูรชั้นกลางไปยี่สิบกว่าตัวแต่ไม่ค่อยได้ปรากฏสัตว์อสูรที่มีระดับสูงๆเลยเว้นแต่เ้าเสือดำและเขาก็ยังกินเนื้อของมันอีกด้วย
พอเอลิออสนึกได้มาถึงตรงนี้ความคิดนึงของเขาก็ได้ปรากฏขึ้นมา
'หรือว่าอาจจะเป็เพราะเนื้อเ้าเสือดำ?!'
เอลิออสก็ได้นึกสิ่งต่างๆเขาก็จำได้ขึ้นมาว่าได้มีข้อห้ามอยู่ข้อหนึ่งว่า ห้ามกินเนื้อของสัตว์อสูรเป็อันขาด เพราะผู้คนที่เคยกินไปก่อนหน้านี้นั้น ไม่เคยมีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่สักคนเดียว
ในตอนนี้เอลิออสได้แหกกฏนั้นเข้าแล้วและเขาพึ่งจะนึกได้เอาตอนนี้ทำให้เขานั้นใกับสถานการณ์ของตนเองในตอนนี้มาก
ในแต่ละเมืองการที่กว่าจะได้เดินทางมาถึงที่เมืองแลคซัสแห่งนี้ถือว่ายาวนานมากทำให้พวกเขาทุกคนต่างก็ไม่ได้รีบที่จะเดินทางกลับไปในทันทีพวกเขายังคงอยู่พักที่เมืองแห่งนี้ให้หายเหนื่อยกันซะก่อนแล้วค่อยเดินทางกลับกัน
กรี๊ดด-
"ช่ว... ช่วยข้าด้วย... ค..ใคร..ก็ได้...ช่วยข้า.....ด้วย ฮึก! แค่ก..แค่กๆ"
เอลิออสได้ยินเสียงของผู้หญิงที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือนั้นเขาก็รีบวิ่งไปทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว เมื่อเอลิออสได้มาถึงเขาก็ได้เห็นผู้หญิงคนนึงที่กำลังจะจมน้ำอยู่แล้วเขาจึงรีบะโลงไปช่วยนางขึ้นมาอย่างไว
เอลิออสได้พาผู้หญิงคนนี้ขึ้นฝั่งและนางก็กำลังสลบอยู่
'แล้วข้าจะช่วยนางได้อย่างไรกัน?!'
เอลิออสพลันคิดหนักขึ้นมา
'หรือว่าผายปอด?'