เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
เสียงคล้ายแส้ดังขึ้นในอากาศสองครั้งเมื่อเมิ่งฝานชกใส่อากาศทันทีที่ยืนตั้งหลักได้
การเคลื่อนพลังปราณที่หลงเหลือในร่างกายแล้วออกแรงชกทำให้เกิดเสียงทะลวงอากาศที่ฟังดูไม่เลวขึ้นแต่เมิ่งฝานกลับยังรู้สึกไม่พอใจเพราะอานุภาพของมันนั้นต่างจากที่เขาคาดการณ์เอาไว้มาก
กระนั้นเมิ่งฝานก็ไม่ได้ฝึกฝนต่อไปแต่เลือกที่จะนั่งลงบนพื้นพลางหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน
เมื่อแสงอาทิตย์อ่อนๆสาดส่องลงมาบนใบหน้าทำให้เมิ่งฝานรู้ว่าตนเองฝึกฝนมาทั้งคืนแล้วและใช้พลังในร่างกายจนหมดสิ้น
“หึหึ ลืมเวลาไปเลยสินะ!”
เมิ่งฝานยิ้มแห้งแต่บนใบหน้ากลับเผยความสุขและความฮึกเหิมต่อให้เป็เหลยเทาและคนเ่าั้ก็ยังไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนในยามราตรีเช่นตนเพราะถึงแม้ว่าคนเ่าั้จะใช้พืชวิเศษจำนวนมากในการบำรุงร่างกายแต่ก็ทำได้เพียงสามารถลุกขึ้นมาบำเพ็ญตนในวันต่อมาเท่านั้น
เด็กหนุ่มเอาลูกปัดนั้นขึ้นมามองอย่างตั้งใจ ก่อนพึมพำเสียงเบา
“เ้าลูกปัด จะสำเร็จหรือไม่...ก็ขึ้นอยู่กับเ้าแล้วล่ะ!”
ในระหว่างที่เอ่ยปากเมิ่งฝานก็ออกแรงบีบเพื่อให้พลังปราณในร่างกายไหลเข้าสู่ลูกปัดสีดำยามนี้เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าไม่จำเป็ต้องใช้เืแต่ต้องใช้พลังปราณของตนเองจึงจะสามารถดึงพลังของลูกปัดออกมาได้
ลูกปัดสีดำเปล่งประกายขึ้นในพริบตาพลันความร้อนผ่าวแปลกประหลาดหลั่งไหลเข้าสู่ตัวของเมิ่งฝานเช่นเดียวกับเมื่อคืนหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายดุจดังสายธาร
เมิ่งฝานััพลังร้อนผ่าวในร่างกายอย่างสงบนิ่งราวครึ่งชั่วยามจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้า
รอยยิ้มที่เกิดขึ้นใน่นี้ยังมากกว่า่เวลาหลายปีที่ผ่านมาของเมิ่งฝานเสียด้วยซ้ำไป
เมิ่งฝานข่มความสุขเอาไว้ในใจด้วยรู้ว่ามันหมายถึงสิ่งใดในขณะที่ผู้ฝึกกายาทั้งหลายทำการฝึกบำเพ็ญขั้นพลังนั้นสิ่งที่ใช้มากที่สุดย่อมเป็ร่างกายที่ต้องได้รับการฝึกฝนทั้งเส้นเอ็น กระดูกและกล้ามเนื้อภายในร่างกายเช่นเดียวกับที่เมิ่งฝานฝึกฝนร่างกายในวันแรกหลังจากที่ฝึกฝนมาทั้งวันก็จะทำให้ไรเรี่ยวแรงจนไม่อาจลุกขึ้นได้ยิ่งตกดึกยิ่งเ็ปไปทั่วทั้งตัว
ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็ต้องพึ่งพาสรรพคุณของพืชวิเศษโดยปกติแล้วบรรดาตระกูลชั้นสูงหรือผู้ที่ร่ำรวยต่างจะนำพืชวิเศษแจกจ่ายให้แก่คนของตระกูลเพื่อใช้ในการบำรุงร่างกายจึงทำให้คนเ่าั้มีพลังและรุดหน้าอย่างรวดเร็ว
ทว่าลูกปัดสีดำเม็ดนี้กลับมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูพลังที่เลิศล้ำยิ่งกว่าพืชวิเศษอันล้ำค่าเพราะมันสามารถทำให้พลังของผู้บำเพ็ญตนฟื้นตัวได้ในเวลาเพียงครึ่งชั่วยามซ้ำยังสามารถรักษาอาการาเ็ได้เพียงพอที่จะทำให้เมิ่งฝานสามารถฝึกฝนต่อไปได้
อีกทั้งขณะที่มันฟื้นฟูพลังยังทำให้เส้นแขนงปราณของเมิ่งฝานขยายใหญ่ขึ้นด้วยเดิมทีขั้นฝึกกายาเป็ขั้นพลังที่ทำให้เส้นแขนงปราณขยายตัวเพื่อดูดซับพลังปราณจากธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายอยู่แล้วหากมีลูกปัดสีดำเม็ดนี้ก็เท่ากับว่าเมิ่งฝานสามารถฝึกฝนต่อไปได้เรื่อยๆโดยไม่จำเป็ต้องพักผ่อน
นอกเสียจากว่าเขาไม่อยากฝึกแล้ว มิเช่นนั้นเขาก็จะมีเวลาในการฝึกบำเพ็ญตนมากกว่าผู้อื่นไม่น้อยไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ขอเพียงหลังจากที่เหนื่อยจนหมดแรงเมิ่งฝานใช้เวลาครึ่งชั่วยามดูดซับพลังจากลูกปัดสีดำเม็ดนี้ก็จะทำให้พลังของเขากลับมาเต็มเปี่ยมดังเดิม
คุณสมบัติที่ล้ำเลิศเช่นนี้ เมิ่งฝานเคยได้ยินว่ามีเพียงโอสถฟื้นพลังที่นอกหมู่บ้านอูเจิ้นเท่านั้นอีกทั้งโอสถฟื้นพลังก็ทำได้เพียงฟื้นฟูพละกำลังแต่ลูกปัดเม็ดนี้กลับสามารถกระตุ้นร่างกายของเมิ่งฝานได้ด้วยแม้ว่าจะให้ผลที่เชื่องช้าแต่หากหมั่นทำการบ่มเพาะพลังก็จะยิ่งช่วยให้ระดับพลังรุดหน้าอย่างยิ่งยวด
สำหรับผู้ที่กำลังฝึกบำเพ็ญพลังปราณอย่างเมิ่งฝานแล้วนั้นลูกปัดสีดำเม็ดนี้ถือว่ามีประโยชน์มากมายไม่รู้จักจบสิ้นเลยก็ว่าได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเด็กหนุ่มก็ยกยิ้มที่มุมปากทว่าขณะกำลังลุกขึ้นยืน เด็กหนุ่มถึงกับชะงักงันก่อนจะลองเคลื่อนพลังปราณให้ไหลเวียนไปทั่วทุกจุดของร่างกายด้วยรู้สึกว่าร่างกายของตนเองเปลี่ยนแปลงไป
ร่างที่ผอมบางสูงขึ้นกว่าเดิมกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อผ้าก็คล้ายเป็รูปเป็ร่างทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย
“เลื่อนขั้นแล้ว ไม่ผิดแน่ ข้าอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับสามแล้ว!”
หลังจากส่งเสียงด้วยความตกตะลึงใบหน้าของเมิ่งฝานก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขเขาฝึกบำเพ็ญตนอย่างยากลำบากมากว่าสามปีแต่กลับเลื่อนขั้นได้เพียงขั้นฝึกกายาระดับสองคิดไม่ถึงว่าหลังจากผ่านการฝึกฝนเพียงคืนเดียวจะทำให้เลื่อนมาถึงระดับสามได้
เขารู้ดีว่าเป็เพราะลูกปัดสีดำเม็ดนั้นทำให้เส้นแขนงปราณขยายตัวเพียงคิดว่ามันคือของล้ำค่ายิ่งทำให้ร่างกายของเด็กหนุ่มสั่นเทาเผยสีหน้าที่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป
คนธรรมดาไม่มีความผิด แต่ผิดที่หยก
เมิ่งฝานไม่อยากคิดเลยว่าหากคุณสมบัติของลูกปัดเม็ดนี้แพร่สะพัดออกไปจะนำมาซึ่งผลกระทบเช่นไรบางทีเขาอาจตกเป็เป้าสายตาของคนทั้งเทือกเขาชิงหลงแห่งนี้ก็เป็ได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเมิ่งฝานก็อดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้แม้เขาจะมีความคิดเป็ผู้ใหญ่แต่จะอย่างไรก็เป็เพียงเด็กหนุ่มที่มีอายุสิบห้าปีเท่านั้น
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเมิ่งฝานก็นำลูกปัดที่เต็มไปด้วยรอยร้าวเก็บไว้ในสาบเสื้อตรงหน้าอกตามเดิมตัดสินใจเงียบๆว่าจะไม่บอกความลับของลูกปัดเม็ดนี้กับผู้ใดเป็อันขาดรวมถึงผู้เป็มารดาอย่างซินหลันด้วยใช่ว่าเขาจะไม่เชื่อใจมารดา แต่เป็การเก็บความลับเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจตนเองเท่านั้น
หลังจากถอนหายใจอย่างหนักอึ้งแววตาของเมิ่งฝานพลันวาวโรจน์เขารู้ดีว่าอีกสิบวันหลังจากนี้ควรจะทำสิ่งใด
เมิ่งฝานครุ่นคิดอยู่ในใจเขารู้ว่าถึงแม้จะมีลูกปัดคอยบ่มเพาะพลังให้กับเส้นแขนงปราณ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็การฝึกบำเพ็ญตนอย่างหนักอยู่ดีหากไม่ได้ฝึกบำเพ็ญตนอย่างหนัก การฟื้นฟูพลังด้วยลูกปัดเม็ดนี้ก็จะสูญเปล่า
ดังนั้นเมิ่งฝานจึงตัดสินใจว่าหลังจากนี้อีกสิบวันจะเป็เวลาที่เขาฝึกบำเพ็ญพลังโดยไม่หยุดพักอาศัยหยาดเหงื่อมากกว่าผู้อื่นสองเท่าเพื่อลดช่องว่างที่แตกต่างใน่เวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ให้เล็กลง
เมื่อตวาดเสียงต่ำแววตาของเมิ่งฝานก็มีความมุ่งมั่นปรากฏขึ้นัที่เก็บซ่อนตัวอยู่ในหุบเหวหวังเพียงว่าสักวันจะได้บินทะยานขึ้นสู่ผืนฟ้า!
เมิ่งฝานคิดเสมอว่าอยากจะใช้ชีวิตย่างเปล่งประกายในหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้ทำให้ฐานะของมารดาสูงขึ้นกว่าเดิมไม่ต้องถูกผู้ใดชายตามองด้วยแววตาไม่สบอารมณ์เขาคิดเสมอว่าในจุดที่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้คือบ้านตระกูลเมิ่งที่ทำให้เขากับมารดาต้องตกทุกข์ได้ยาก!