โคตรเศรษฐีเกษตรกร (มีE-book)

    ตอนที่ 2 ระบบเพาะปลูกขั้นเทพ

    “เวรเอ๊ย!!!สายจนได้”


      เสียงโวยวายดังขึ้นที่ห้องแห่งหนึ่ง เนื่องจากพิษของสุราทำให้หลินตงนอนตื่นสาย เขาเร่งรีบใส่เสื้อผ้าเตรียมไปทำงานให้ทัน แต่เมื่อกำลังจะก้าวออกจากห้อง เขาก็ต้องหยุดการเคลื่อนไหวลง


      สายตาจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างในอากาศด้านหน้า พร้อมกับสีหน้าที่งุนงง มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเกาหัวท่าทีแสดงออกถึงความสงสัย


      “นี่เรายังไม่สร่างเมาอีกหรอ!?”


      ตรงบริเวณด้านหน้าที่ว่างเปล่า หลินตงมองเห็นจอแสดงภาพคล้ายภาพโฮโลแกรมกำลังแสดงรายละเอียดบางอย่างให้เห็นอยู่

      เขาขยี้ตาทั้งสองข้างแล้วมองไปยังด้านหน้าอีกครั้ง จอภาพยังคงแสดงอยู่ที่เดิม เขาค่อยๆสงบสติอารมณ์และเริ่มอ่านข้อความ



      [ปลดล็อคระบบเพาะปลูกขั้นเทพเรียบร้อย]


      (ระบบเพาะปลูกขั้นเทพ Lv1)


     -สามารถปลูกพืชพรรณได้ทุกชนิด


     -คุณภาพของผลผลิตเพิ่มขึ้น(คุณภาพจะเพิ่มขึ้นอีกหลังเลเวลอัพ)


     -ความเร็วในการเจริญเติบโต 10 เท่า


    {ร้านค้าเพาะปลูก ยังไม่ปลดล็อค}


     

    หลินตงอ้าปากค้างเมื่ออ่านข้อความจบ เขายังคงมึนงงสงสัยนี่มันเป็๲ความจริงหรือความฝันกันแน่ ตกอยู่ในภวังค์ได้ไม่นาน ก็ต้อง๻๠ใ๽กับเสียงเรียกของเฟยเทียนเข้าเสียก่อน 


      “หลินตง เรารีบไปกันเถอะ รถจะออกแล้ว”


      หลินตงใช้เวลาในการรวบรวมสติชั่วครู่ จึงค่อยกล่าวตอบกลับเฟยเทียน


      “เฟยเทียน วันนี้ฝากลางานให้อีกวันนะ เหมือนว่ายังรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร”


      “ได้สิ ยังไงก็อย่าลืมไปหาหมอด้วยล่ะ งั้นฉันไปก่อนนะ ไว้เจอกันตอนเย็น”


      “อะ..โอเค ไว้เจอกัน”


      หลินตงยังไม่อยากบอกเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กับเฟยเทียน ถ้ามันเป็๲เ๱ื่๵๹จริง ไม่ใช่แค่กับเฟยเทียนแม้แต่กับทุกคนเขาก็จะไม่บอกอย่างแน่นอน 


      แม้หลินตงไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้โง่ ถ้าหากเขาบอกเ๹ื่๪๫นี้ออกไป เขาแน่ใจว่าชีวิตเขาจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน แม้แต่ครอบครัวของเขาก็อาจจะซวยไปด้วย


      เมื่อเฟยเทียนจากไปแล้ว หลินตงก็ออกจากห้องเดินทางไปยังตลาดใกล้ที่พักทันที เขาเดินทางโดยรถประจำทางไม่นานก็ถึงที่หมาย

    รถประจำทางเข้าเทียบท่า หลินตงลงรถแล้วก็เดินเข้าไปยังด้านในตลาดโดยไว ระหว่างเดินเขาก็มองไปรอบๆเพื่อหาร้านขายเมล็ดพันธุ์ 

      สองข้างทางเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ขายมากมายกำลังแข่งกันเรียกลูกค้าอย่างครึกครื้น หลินตงเดินหาร้านอยู่นานก็ไม่เจอจึงเข้าไปถามแม่ค้าคนหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการพรมน้ำให้ผักอยู่


      “ขอโทษนะครับ ร้านขายเมล็ดพันธุ์ผักอยู่ตรงไหนหรอครับ?”


      “พ่อหนุ่มเดินตรงไปสุดทางเลยนะ ร้านจะอยู่ขวามือ พอถึงตรงนั้นก็จะเห็นเอง”


      “ขอบคุณมากครับ” แต่ก่อนที่หลินตงจะได้เดินจากไป แม่ค้าผักก็พูดบางอย่างขึ้นมา 


      “ฉันบอกทางให้แล้ว พ่อหนุ่มจะไม่ช่วยซื้อผักหน่อยหรอจ๊ะ”


      “--”หลินตงหมดคำจะพูด ได้แต่คิดในใจ “นี่สินะ เทคนิคในการขาย สุดยอดจริงๆ” เขาชำเลืองมองดูผักที่อยู่บนแผงอยู่ครู่หนึ่ง 


      “งั้นผมเอาถั่วงอกหนึ่งโลครับ”


      แม่ค้ารีบตักถั่วงอกใส่ถุงชั่งกิโลให้หลินตงทันที เมื่อได้ถั่วงอกแล้วหลินตงก็เดินออกจากร้านผักไปยังร้านขายเมล็ดพันธุ์อย่างรวดเร็ว

      เนื่องจากตลาดไม่ได้มีขนาดใหญ่มากเท่าไรจึงใช้เวลาเดินไม่นานนัก หลินตงก็เห็นร้านขายเมล็ดพันธุ์ เขารีบเข้าไปในร้าน เดินเลือกเมล็ดพันธุ์ไม่นานก็ได้ของมาครบ ก่อนเดินทางกลับเขาไม่ลืมแวะซื้ออุปกรณ์การปลูกผักอีกสองสามอย่าง เสร็จแล้วจึงเดินทางกลับห้องด้วยรถประจำทางเช่นเดิม


      เมื่อกลับมาถึงห้องหลินตงไม่รอช้า เขารีบจัดเตรียมอุปกรณ์การปลูกผักทันที จัดเตรียมดินปลูกใส่กะละมังสองใบ หลังจากนั้นก็โรยเมล็ดถั่วเขียวจนทั่ว ปิดท้ายโดยการพรมน้ำอีกเล็กน้อย


      หลินตงตั้งใจจะลองปลูกถั่วงอก เนื่องจากมันเติบโตได้ไวและปลูกง่าย เพราะเขาไม่มีพื้นที่สำหรับเพาะปลูก ถั่วงอกจึงเป็๲ตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทดลอง 


      ตามปกติถั่วงอกจะสามารถเจริญเติบโตพร้อมเก็บเกี่ยวประมาณสามวัน เมื่อรดน้ำเสร็จแล้วหลินตงก็จ้องมองไปยังกะละมังทั้งสองโดยแทบจะไม่ละสายตา 


      เขาจ้องมองอยู่สักพักใหญ่ๆ แต่ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาเฝ้ามองอยู่นานหลายชั่วโมงจนเกิดอาการหิว จึงออกไปหาอะไรกินด้านนอกก่อนแล้วค่อยกลับมาดูอีกที


      หลินตงไปกินอาหารร้านประจำใกล้ๆที่พักของเขา ร้านนี้เป็๞ร้านอาหารตามสั่งข้างทางธรรมดาๆ แต่หลินตงก็ชอบมากินร้านนี้เป็๞ประจำ 

    ถึงจะบอกว่าเป็๲ร้านธรรมดาๆ แต่ด้วยฝีมือการทำอาหารของเ๽้าของร้านที่เคยเป็๲เชฟมาก่อน จึงทำอาหารออกมาได้อย่างอร่อย ขนาดระดับผู้บริหารบริษัทใกล้ๆยังต้องมากิน


      เมื่อหลินตงเข้ามาในร้านแล้วก็รีบสั่งอาหารทันทีเพราะความหิว ตอนนี้ในร้านมีลูกค้าไม่มากนักจึงรออาหารไม่นาน ครู่หนึ่งอาหารก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ กลิ่นหอมชวนรับประทานลอยเข้ามาเตะจมูกเมื่อได้กลิ่น 


      เขาใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารเกือบสองชั่วโมง ไม่ใช่เพราะว่าเขากินช้า แต่เพราะหลินตงสนิทกับเ๽้าของร้าน ในเมื่อไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เขาก็นั่งคุยกับเ๽้าของร้านไปเรื่อยเปื่อย 


      เ๯้าของร้านนี้เป็๞ผู้หญิงที่มีหน้าตาสะสวย หุ่นของเธอราวกับเทพปั้นให้มา ส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอได้รูปเอามากๆ แต่เพราะต้องทำงานโดยอยู่กับไฟแทบตลอดจึงทำให้ผิวหน้าของเธอแลดูหมองคล้ำ แต่เพียงแค่นั้นก็ยังไม่สามารถบดบังความสวยของเธอได้แม้แต่น้อย 


      เธอมีชื่อว่า หยุนจือ อายุมากกว่าหลินตง 5 ปี เปิดร้านนี้มาก่อนที่หลินตงจะออกมาทำงานซะอีก ในร้านมีเธอทำงานเพียงคนเดียว ทำให้เธอต้องทำงานค่อนข้างหนักในแต่ละวัน 


      หยุนจือกับหลินตงนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปนานแล้ว ตัวเองก็อยากกลับไปดูผลงานปลูกถั่วงอกโดยเร็ว หลินตงจึงขอตัวกลับห้องของตนก่อน เมื่อกลับถึงห้องหลินตงรีบเดินไปดูกะละมังเพาะถั่วงอกทันที ในกะละมังตอนนี้อัดแน่นเต็มไปด้วยต้นอ่อนของถั่วงอกมากมาย

     

    “พระถังซัมจั๋งช่วยด้วย” หลินตงอุทานออกมาด้วยประโยคแปลกๆ


      “สุดยอดเลย ผ่านไปแค่สองชั่วโมงเอง”


      “ถ้าเป็๲ไปตามที่ข้อความนั่นบอก ตอนเย็นก็น่าจะโตเต็มที่”


      หลินตงไม่ได้อยู่เฝ้ากะละมังอีกต่อไป เขาเดินไปยังที่นอนแล้วล้มตัวลงนอนอีกครั้ง เนื่องจากเมื่อคืนฉลองกันจนดึกทำให้เขานอนไม่พอ 

    เขานอนหลับอย่างสนิทจนถึงเวลาเย็น ตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเคาะห้องพร้อมเสียงเรียกของใครบางคน


    “ก็อกๆๆๆ” 


    “หลินตง อยู่ไหม นายเป็๞ยังไงบ้าง อาการดีขึ้นหรือยัง?”


    เฟยเทียนเคาะเรียกไม่นานหลินตงก็เปิดประตูออกมาต้อนรับด้วยความงัวเงีย เมื่อเห็นหน้าหลินตง เฟยเทียนก็มีท่าทีแปลกๆให้เห็น 


    “เป็๞อะไรหรือเปล่าเฟยเทียน”


    “ฉันนะไม่เป็๲อะไรหรอก แต่นายนั่นแหละที่เป็๲”


    “ฉันเป็๞อะไร?”


    “ก็นายเล่นขาดงานหลายวัน วันนี้เถ้าแก่ฝากมาบอกนายว่าไม่ต้องไปทำงานแล้ว”


    “เอ้า!!แล้วเงินค่าแรงของฉันเดือนนี้ล่ะ?”


    “นี่ๆ เถ้าแก่ฝากฉันมาให้นายแล้ว ไม่ต้องห่วงๆ”


    เฟยเทียนล้วงมือเข้าไปในประเป๋ากางเกงหยิบซองขาวยับยู่ยี่ออกมาแล้วส่งไปให้หลินตง หลินตงรีบรับซองแล้วแกะนับจำนวนเงินทันที


    “สองพันห้าร้อยหยวน!! โอเคครบ”


    “แล้วนายจะทำยังไงต่อล่ะ งานตอนนี้ก็หายากซะด้วย”


    “ฉันว่าจะปลูกผักขาย” 


    “ห๊ะ..โอเค ง้ันฉันกลับห้องก่อนนะ อยากอาบน้ำจะแย่แล้ว”


    “โอเค ยังไงก็ขอบคุณมากนะ”


    เมื่อเห็นเฟยเทียนเข้าห้องของตนไปแล้ว หลินตงก็กลับเข้าห้องรีบเดินไปดูที่กะละมังทันที ทั้งสองกะละมังเต็มไปด้วยถั่วงอกอวบอิ่มขาวนวลชวนให้รับประทานยิ่งนัก เขาหยิบถั่วงอกในกะละมังออกมาจำนวนหนึ่ง นำไปล้างน้ำทำความสะอาดก่อนที่จะกินเข้าไป 


    “กร๊อบ”


    เสียงกรอบดังกังวาลเมื่อทำการเคี้ยว น้ำในลำต้นก็กระจายทั่วภายใน เขารู้สึกถึงรสชาติหวานราวกับน้ำผึ้ง เมื่อกลืนลงท้องไปครู่เดียวก็ทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายอย่างมาก


    เขารีบนำถั่วงอกออกมาอีกจำนวนหนึ่งล้างน้ำและกินเข้าไปอีกครั้ง ความชุ่มช่ำของถั่วงอกยังเหมือนครั้งแรก หลินตงไม่รู้ตัวเลยว่าได้กินถั่วงอกกะละมังแรกหมดไปแล้ว


    เขาเตรียมดินใส่กะละมังใบแรกอีกครั้งเพื่อปลูกถั่วงอกเพิ่มทันที พร้อมกับแสดงออกถึงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด


    “นี่มันเป็๲เ๱ื่๵๹จริง!!” 


    “พรุ่งนี้เราต้องไปซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มซะแล้ว”

      

    เมื่อเตรียมการปลูกเรียบร้อยแล้ว เขาก็จัดเก็บถั่วงอกที่เหลือใส่ถุง แล้วเดินออกจากห้องไป 

    หลินตงเดินมาถึงร้านอาหารก็เห็นหยุนจือกำลังเก็บร้านอยู่พอดี เขารีบเกินเข้าไปในร้านกล่าวทักทายหยุนจือ


    “สวัสดีตอนเย็นครับพี่หยุนจือ”


    “อ้าว! หลินตงหรอ มีอะไรหรือเปล่า?”


    “ผมเอาถั่วงอกมาให้ครับ ผมปลูกเองกับมือเลย พี่ลองชิมดู”


    หยุนจือรีบรับถุงถั่วงอกมาดู แค่ภายนอกก็เห็นถึงความแตกต่างกับถั่วงอกทั่วไป ลำต้นอวบอ้วน สีขาวนวล ชวนให้รับประทาน หยุนจือหยิบถั่วงอกขึ้นมาต้นหนึ่งและนำมันเข้าไปในปาก


        “กร๊อบ”


        เสียงลำต้นถั่วงอกที่กำลังแตกหักเพราะกระทบกับฟันของหญิงสาวดังขึ้น ความหวานกระจายไปทั่วต่อมรับรส เมื่อได้๱ั๣๵ั๱กับความอร่อยของถั่วงอกแล้ว หยุนจือก็หยิบถั่วงอกขึ้นมากินต่อทันที


        “นี่มันถั่วงอกอะไรเนี่ยหลินตง ทำไมมันถึงอร่อยขนาดนี้?”


        หลินตงพอใจกับรีแอคชั่นของหยุนจือมาก ก่อนที่จะกล่าวตอบกลับ เขาหยิบเอาถั่วงอกออกมาจากถุงหนึ่งต้นแล้วชูขึ้นด้านหน้าของหยุนจือ


        “มันก็ถั่วงอกทั่วไปนั่นแหละครับ แต่ว่าวิธีปลูกไม่ใช่แบบทั่วๆไป”


        “ถ้านำไปทำอาหารคงอร่อยมากขึ้นแน่ๆ”


        “หลินตง นายปลูกถั่วงอกไว้เยอะหรือเปล่า ถ้ามีเยอะเอามาขายให้ฉันได้นะ”


        หลินตง๻๷ใ๯เมื่อได้ยินสิ่งที่หยุนจือพูด เดิมทีเขาแค่ตั้งใจจะเอาถั่วงอกมาลองให้หยุนจือชิมเพียงเท่านั้น ไม่คิดว่าหยุนจือจะขอซื้อถั่วงอกทันทีเมื่อได้ชิม


        เขาทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่นึง หยุนจือก็จ้องมองด้วยความคาดหวัง


    ไม่ใช่ว่าหลินตงไม่อยากขาย แต่เขากำลังกังวลเ๱ื่๵๹พื้นที่สำหรับการปลูก หาก๻้๵๹๠า๱ปลูกในจำนวนที่เยอะๆ ภายในห้องพักมีพื้นที่ไม่พอแน่ๆ


        “งั้นพี่รอผมสามวัน อีกสามวันผมจะนำถั่วงอกมาส่ง”


        ในตอนที่หยุนจือได้ชิมถั่วงอกและมีอาการแสดงถึงความอร่อยออกมา หลินตงก็คิดและวางแผนสำหรับงานปลูกผักไว้แล้ว ก่อนอื่นเขาต้องมีพื้นที่สำหรับการปลูกที่กว้างๆ 


        หยุนจือได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ หากนำถั่วงอกมาปรุงอาหารขาย จะต้องขายดีมากขึ้นแน่นอน หลังจากนั้นหลินตงกับหยุนจือก็พูดคุยกันอีกเล็กน้อย ก่อนที่หลินตงจะขอตัวกลับไป


        ระหว่างทางกลับห้องพัก หลินตงก็ครุ่นคิดจะทำยังไงเ๱ื่๵๹พื้นที่สำหรับปลูกผักดี เขาไม่ได้กังวลเ๱ื่๵๹รสชาติหรือระยะเวลาในการปลูก ปัญหาอย่างเดียวในตอนนี้คือเ๱ื่๵๹พื้นที่ เขาเดินไม่นานก็กลับมาถึงห้องพัก หลังจากเข้ามายังในห้อง เขาก็ตรงไปยังที่นอนพร้อมกับเอนตัวลงนอนคิดหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป


        “พรุ่งนี้ค่อยลองไปหาเช่าที่ดูแล้วกัน”


        เมื่อตัดสินใจได้แล้วก่อนที่จะเข้านอน เขาหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์หนึ่งแล้วกดโทรออกไป


        “ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด” 


        “หลินตงหรอลูก ทำอะไรอยู่”


        “ผมกำลังจะเข้านอนแล้วครับ แม่เป็๞ยังไงบ้าง”


        “แม่สบายดี ไม่ต้องห่วง”


       “ผมโอนเงินของเดือนนี้ไปให้แล้วนะ แม่อย่าลืมไปหาหมอด้วยล่ะ”


       “ขอบคุณลูกมากนะ พรุ่งนี้แม่จะไปหาหมอเลย”


       “ครับแม่ งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้ผมจะโทรไปใหม่”


       “ลูกก็ดูแลตัวเองนะ แม่กับน้องเป็๞ห่วง”


       “ครับแม่ ฝากบอกคิดถึงหลินปิงด้วย”


       “………”


    เมื่อวางสายจากแม่ไปแล้ว หลินตงเลื่อนหน้าจอมือถือไปยังเบอร์หนึ่ง บันทึกชื่อไว้ว่า “ซูเหม่ย” เขามองชื่อนั้นไม่นานก็กดปิดมือถือหลับตานอนทันที

        

        เช้าวันใหม่มาเยือนอีกครั้ง หลินตงกำลังล้างหน้าแปรงฟันอยู่ เขาเตรียมตัวไม่นานก็เดินออกจากห้องไป เนื่องจากหลินตงอยู่บริเวณในเมือง ส่วนมากจะไม่ค่อยมีพื้นที่กว้างเยอะเท่าไร เขาจึงขึ้นรถสายนอกเมืองออกไปด้านชานเมือง


        รถประจำทางเคลื่อนที่ตามเส้นทางมาเรื่อยๆ ก็เริ่มมองเห็น๥ูเ๠าที่ไกลๆ บ้านช่องเริ่มห่างกันไม่ติดกันเหมือนในเมือง นั่งรถต่อมาอีกไม่นานก็ถึงจุดที่ต้องลง


        หลินตงเดินตามทางมาเรื่อยๆ เจอพื้นที่ทั้งปล่อยเช่าและขาย แต่ราคามันค่อนข้างสูง เนื่องจากหลินตงมีเงินจำนวนจำกัด เขาไม่สามารถเช่าที่บริเวณนี้ได้ จึงเดินหาต่อไป


        เขาเดินหาครึ่งค่อนวันก็ยังไม่เจอพื้นที่ที่พอจะเช่าได้ ด้วยความหิวหลินตงจึงพักกินข้าวเที่ยงก่อน ด้านหน้ามีร้านอาหารตามสั่งเปิดอยู่พอดี เขาไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปในร้านทันที


        หลินตงสั่งอาหารเรียบร้อยก็นั่งรอ ในร้านไม่มีลูกค้านอกจากหลินตงคนเดียว ไม่นานนักอาหารก็มาเสิร์ฟ หลินตงกินอาหารพร้อมกับเอ่ยพูดคุยกับแม่ค้าไปด้วย


        “ขอโทษนะครับ พอจะรู้จักที่เช่าราคาถูกๆบ้างไหมครับ”


        “พ่อหนุ่มจะเช่าทำอะไรล่ะ?”


        “ผมจะเช่าทำสวนผักนะครับ”

        

    “งั้นพ่อหนุ่มลองไปดูที่ของยายไหม ยายมีที่อยู่ด้านในโน้น”


        ยายเ๽้าของร้านกล้าวตอบพร้อมกับชี้มือออกไปด้านนอก เมื่อได้ยินแบบนั้น หลินตงก็รีบตอบกลับทันที เมื่อกินข้าวหมดยายก็พาหลินตงขึ้นรถสามล้อขับออกไป


        “ยายทิ้งร้านไว้แบบนั้นไม่เป็๞ไรหรอครับ?”


        “โอ๊ย ไม่เป็๲ไรหรอกพ่อหนุ่ม คนแถวนี้รู้จักกันหมด”


        “อ่อ ครับ”


        ยายขับรถพาหลินตงมาประมาณ20นาทีก็มาถึงที่หมาย ที่ตรงนี้ล้อมรอบไปด้วย๺ูเ๳า มีแม่น้ำไหลตัดผ่าน หลินตงเห็นที่แล้วก็ถูกใจสุดๆ ตรงนี้เหมาะที่จะทำสวนผักอย่างมาก


        “เป็๞ไงพ่อหนุ่ม ถูกใจไหม?”


        “ที่เหมาะทำสวนผักมากๆเลยครับยาย แต่ว่าค่าเช่าแพงไหมครับ”


        “ปกติยายไม่ได้ปล่อยเช่าหรอก แต่ว่าปล่อยไว้ก็ไม่มีใครมาทำอะไร ลูกยายก็เข้าเมืองไปทำงานกันหมด ถ้าพ่อหนุ่มชอบก็ทำไปเถอะ ส่วนค่าเช่าพ่อหนุ่มอยากให้เท่าไรก็ได้”


        “ขอบคุณมากครับยาย”


        “จะมาวันไหนก็มาได้เลยนะ ยายอยู่ที่ร้านนั่นแหละ”


        “ครับ”


        “งั้นตอนนี้เรากลับกันก่อนเถอะ”


        เมื่อตกลงเ๱ื่๵๹ค่าเช่าเรียบร้อยแล้ว ยายก็พาหลินตงขึ้นรถขับกลับมายังร้าน หลินตงกล่าวขอบคุณยายแล้วขอตัวกลับไป

        เขามายืนรอรถประจำทางที่ป้ายเดิม รอไม่นานก็เห็นรถกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา หลินตงยังไม่กลับห้องพัก เขานั่งรถเลยไปยังตลาดเพื่อซื้ออุปกรณ์ทำสวนให้ครบ พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลากับการซื้อของ


        เขาใช้เวลา๰่๭๫บ่ายทั้งวันหมดไปกับการหาซื้ออุปกรณ์ เมื่อได้ของครบแล้ว หลินตงก็เดินทางกลับห้องพักทันที มาถึงห้องพักก็เป็๞เวลาเย็นแล้ว หลินตงหอบของพะรุงพะรังเดินขึ้นห้องอย่างยากลำบาก เข้าห้องมาแล้วเขาก็จัดการเก็บถั่วงอกไปฝากหยุนจือบางส่วน 


        เขาพูดคุยกับหยุนจือเล็กน้อยก็กลับมายังห้อง หลินตงนั่งคิดถึงอนาคตข้างหน้า บนหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา ที่ผ่านมาทำไมเขาถึงลืมความสุขของครอบครัวไปได้ 


        “เราจะทำให้แม่และน้องอยู่สบายที่สุด!!!”