ได้คำปลอบจากอีปุน บ่าวข้างกายให้อดทน ในเมื่อขั้นนี้แล้ว
จึงรอคอยวันเวลาที่จะคลอด จามรเทวีอธิษฐานขอให้ได้โอรส
แม้นเป็นตามคำบนบาน ขนาดจะถวายกำลังทรัพย์
สร้างอารามแก่สงฆ์สาย*นิกายเถรวาท ซึ่งพระนางนับถือ
กระทั่งเรื่องถึงหูมังคลา ประเด็นมเหสีขององค์เลอสรวงอยู่ในช่วงตั้งครรภ์
นั่นแสดงว่า ตนจะถูกสายเลือดอสูรบดบัง ทาบเงาทันที
เส้นทางเป็นใหญ่ต้องยุ่งยาก เมื่อมีรัชทายาทโผล่มาเบียดเสียดตำแหน่ง
โดยคิดอย่างเดียว ทารกไว้จะไม่มีวันได้มาเกิดเด็ดขาด
ไม่เช่นนั้นตนคงตกที่นั่งลำบาก มังคลามุ่งเป้าไปที่จามรเทวีผู้ตั้งครรภ์
เวรกรรมมีอยู่จริง เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่พ้นสำหรับเคยมีส่วนร่วมก่อไว้
หนก่อนอดีตมเหสีคาระปง อุ้มท้องเร่ร่อนหนีตาย
จากคดียัดเยียดให้เป็นตัวอัปรีย์ต่อบ้าน เมือง ด้วยใช้คำทำทายเล่นงาน
ผลบาปวนเวียนสะท้อนแรง จามรเทวีมีผู้ปองร้ายขณะท้องโต
...ด้านเรือนคุ้มหลังวัง แหล่งที่อยู่ของท้าวเทศ เห็นถึงความปลอดภัย ห่วงใยในตัวมารดา
ได้ย้ายองค์หญิงขันทอง ซึ่งแก่ชราตามวัยสังขาร
ออกจากวัง ให้มาอยู่รวมหมู่ในที่เดียวกัน จะได้ดูแลปกป้องสะดวกใจ
ส่วนเชื้อพระวงศ์ องค์อื่นต่างแตกกระจายแยกเป็นกลุ่ม ก้อน
เพราะความผิดปกติของเลอสรวง อันเปลี่ยนไปในเชิงดุร้าย
ไม่ไว้หน้าผู้ใดสั่งฆ่าง่าย ๆ แล้วแต่พระทัยไร้เหตุผล
ไม่เอาพี่น้องสักคน ทั้งริบทรัพย์สินเพื่อมากองรวมกันในคลังส่วนกลาง
นำเอาไปแจกจ่ายแก่ราษฎร ตามหัวเมืองที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติ
วงศาคณาญาติแตกขาด เพราะเบื้องหลังคือมังคลากำชับอสูรอชาตะให้ทำ
ซึ่งท้าวเทศรู้หมดในความจริง สิ่งองค์เลอสรวงประสบ
จึงพยายามเอาหลักธรรมะต้านทาน ดั่งในตำราอธิบายไว้
ให้ใช้กับมวลสัมภเวสีปีศาจ ที่ถูกศึกษาอย่างลึกซึ้ง
ประเภทอสูรดูดเลือด ต้องภาวนาจิตอุทิศส่วนกุศลให้
บทสวดแผ่เมตตา ช่วยปลดปล่อยวิญญาณที่อาฆาต
จนกักเก็บเสี้ยวพยาบาท รอวันล้างแค้นอย่างสาสม
จากอคติที่อชาตะมีต่อเหล่าทวยเทพ เทวดา ดุจตัวเองถูกแบ่งแยกชั้นวรรณะ
สะสมความเกลียดชัง ขั้นหันมานับถือภูตผีแทนบูชาองค์อินทร์
สาเหตุขัดแย้งด้านศรัทธา ระหว่างมังคลากับตน ซึ่งชัดเจนขึ้นทุกที
ติดที่บังเกิดอินทรีย์กายใหม่ สืบสายอสูร โดยจามรเทวีอุ้มท้องอยู่
เลยจำเป็นประนีประนอม เพื่อให้ได้มีโอกาสเป็นพ่อสักครั้งในประวัติ
ประกอบสัญชาตญาณ อชาตะปรารถนาปกป้องบุตร
พลอยก่อให้ลดความกระด้างลง ส่งผลกระแสธรรมแทรกซึมดวงจิต
เรื่องราวล้วนเกี่ยวพัน ผูกเป็นประเด็นให้ชวนวิเคราะห์
สำหรับจะหาทางออก ที่ตรงตามประสงค์แต่ละคน
...ค่ำคืนได้เวลาสวดอาราธนาศีล ชำระจิตใจให้ผ่องใส
ภายในห้องเงียบสงบ บักลายสือนั่งทำสมาธิ
ส่วนคำปงยังอีกห้อง นางไม่ต่างกันขณะจิตด่ำดิ่งสู่ความวิเวก
ยึดตามคำเกจิอาจารย์ ที่ถ่ายทอดวิธีในตำรา
เอามาปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ การชำระจิตใจช่วยให้ปลอดโปร่ง
เมื่อการปล่อยวางทำให้โล่ง สิ่งหนักหนาย่อมเบาบาง
เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต อุเบกขาต่อมวลเร้ากิเลส พึงตระหนักพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน
ซึ่งกำลังคืบคลานเข้ามาวัดทดสอบ ภัยจากมังคลา
ที่ค้นหากระทั่งรู้แล้ว อานุภาพสามารถก่อให้อสูรทุรนทุราย
“โครม!”
โดนจนได้ เสียงสิ่งของหล่นกระแทกกับหลังคาเรือน
*ปรทัตตูป มวลชีวีเปรตถูกปลุกยั่วยุโดยมังคลา เพื่อมาขอส่วนบุญตรงบริเวณคุ้ม
ช่วงเจ้ารักกับเจ้ายมเผลอ เจ้าที่เจ้าทางไม่ทันสังเกตเลยถูกเปรตบุกรุกอาณาเขต
กระดานเรือนลั่นสนั่น คล้ายสัญญาณข่มขู่
“ฮึ!”คำปงถอนจิตผวาเฮือก นางเหลียวมองหาต้นเหตุ
เสียงเคาะเรียกจากด้านนอก“แม่ ๆ ๆ”ลายสือห่วงมารดา
พอตั้งสติคำปงรีบเปิดบานประตู“อีหยังน้อลูก คึเป็นจังซี่?”
นางถามด้วยความสงสัย อยู่ดี ๆ เกิดอะไรขึ้น
“ฟ้าผ่าแล้ง ตั๊วแม่”
ลายสือหาคำมาพูด เกี่ยวกับปรากฏการณ์ครั้งนี้
“โอ้ จังซี่เบาะ”พอเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง คำปงนึกถึงลางร้ายขึ้นมาทันที
“บ่ได่ ๆ ต้องบอกท้าวเทศ เพิ่น”
ห่มสไบใยต้นปอ นางไม่รีรอจะไปแจ้งต่อท้าวเทศ
ก้าวเร็วเท่าความคิด เดินลงบันไดมีลูกชายวิ่งตามติด
พลันจังหวะเสือหาญ วิ่งมาถึงพอดีตรงหน้าบ้าน
“เป็นหยังหลายบ่หล่ะ? นางเจ่า”
ถ้อยประโยคทัก ด้วยอาการที่เก็บไว้ไม่มิด
รู้สึกแปลกอยู่เหมือนกันกับคำถาม แต่ไม่มีเวลามาเอะใจ
“ฟ้าวไปเฮือนท้าวเทศ ก่อนเถาะ”
พูดได้เท่านั้น คำปงเร่งรีบสาวเท้าวิ่งฝ่าความมืด
ลายสือนึกขึ้นได้ แกะห่อผ้าที่หุ้มแหวนออกให้แสงสว่างนำทาง
ถลาตามหลังแม่ของมัน มีเสือหาญรวมอีกคน
จริงดั่งนึกสังหรณ์ เรือนท้าวเทศก็ไม่เว้นโดนเปรตถล่ม
เสาโยกสะเทือน หลังคาคุ้มกะลาหัวถูกแขนยาว ๆ ของเปรตเขย่ากวาดทั้งแถบ
อันมองด้วยตาเปล่า เหมือนลมพายุซัดจนบ้านพัง
นอกจากผู้มีวิชาอาคม พอจะดูออกในวิปริตอาเพศแปรปรวน
“ฮิมาหาญ พวกเฮาซอยกัน”
ภาพตรงหน้าเป็นตาลุน เป่าร่ายมนต์ต่อสู้กับบรรดาที่รุมทึ้งเรือนทั้งหลัง
หันมาพูดชวนเสือหาญให้รวมพลัง งัดฝีมือต้านความบรรลัย
มีสองคนไหวตัวทัน ตาลุนกับเสือหาญซึ่งยึดเอางานเป็นเวรยามเฝ้าเคหสถาน
คืนคุณแก่บุคคลที่อุปการะให้อาศัย ภายใต้บารมีท้าวเทศ
ข้าวแดงแกงร้อน เลี้ยงดูไม่เสียเปล่า บัดนี้สนองตอบเจ้าบ้าน
ผนึกกำลังแหวนวิเศษ ฝูงเปรตแตกกระเจิงแทบลืมหลุม
...สะดุ้งลุกตื่นจากนั่งบริกรรมคาถา มังคลาเจ็บใจที่ทำอะไรฝั่งตรงข้ามไม่ได้
อุตส่าห์เข้าหาพวกเปรต ถิ่นผีข้างป่าช้าร้างอันยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด
สื่อวิญญาณบอกแหล่งบุญให้ เผื่ออาศัยเกาะกินพลังงาน
เจตนาหมายยืมมือทำลาย สุดท้ายโดนปราบซะราบคาบ ด้วยคาถาหัวใจเปรต ทุสะนะโส
ใช้สำหรับสวดโปรดเปรต ยามประสบเภทภัยในสิ่งลี้ลับ
ลูกศิษย์ฤาษีอมตะ ตาลุนกับเสือหาญร่วมมือกันขับไล่
อีกแสงอภินิหารจากธำมรงค์ ที่สาดใส่บรรดาท้าทายเกือบตายรอบสอง
“พวกมึง เฮ็ดให้กูเคียดแฮง”
มังคลาสถบด่าลำพังคนเดียว ในความล้มเหลวเสียท่า
หนำซ้ำรู้อีกอย่างเกี่ยวกับข้อมูลใหม่ที่ได้จากบักโผน
“เฒ่าพ่อ อย่าเพิ่งสูน”
ผีกุมารทอง ซึ่งถูกใช้สอยให้เฝ้าดูผลงานของเปรต
กลับมารายงานความคืบหน้า เล่าถึงในส่วนเสียหาย
“เฮือนชานพินาศ หลายหลังอยู่เด้อ”
อย่างน้อยก็สร้างความเดือดร้อนให้ พอก่อกวนเชิงสั่งสอน
ฟังคำกระซิบของบักโผน ทางมังคลายิ้มออก
“มันสิได่ฮู้ อย่าริจองหองกับกู”
ประมวลศาสตร์ดำซึ่งตนศึกษา เอื้อต่อการสรรหาพวกพ้องกองทัพภูตเถื่อน
ยกโขยงช่วยรุกรานทุกด้าน ให้อยู่ไม่เป็นสุข
อีกคิดแผนกำจัดจามรเทวี กะจะฆ่าทั้งแม่ทั้งลูกในท้องให้ตายพร้อมกัน
“แนวกูให้ไปสืบ ได่ควมว่าจังได๋บักโผน”
เอ่ยถามเรื่องที่มอบให้เป็นธุระ มังคลาหวังใช้แรงพญาปอปอีกทาง
“*ห่าก้อม นั่นเบาะ อีพ่อ”
กุมารทองรับประกัน“วันศีลหน้า จังสิออกหากิน ข้าน้อยสิล่อมาให้ได่”
สมกับที่ใคร่ศึกษามนตราสกปรก แต่ก่อนต้องหลบซ่อน
ยังเกรงต่อบิดา ซึ่งดำรงตำแหน่งปุโรหิตหัวหน้าคณะพราหมณ์
อาจรู้ถึงความอัปยศ อันขัดต่อภาพพจน์ผู้ทรงธรรม
เมื่อผู้พ่อสิ้นบุญ มังคลาสืบทอดหน้าที่ตามยศศักดิ์ดั่งปูทางไว้ให้
นับตั้งแต่นั้น ก็ยึดไสยเวทเป็นหลัก ไม่จำเป็นปิดบังตัวตน
ค้นเอาเงาด้านมืด นำมานับถือเพื่อใช้เป็นทางลัดหนุนสู่ความยิ่งใหญ่
ง่ายกว่าสร้างคุณความดีไหน ๆ ที่ต้องอาศัยระยะเวลา
ตรรกะยังด้อยวาสนา บารมีไม่ถึงจึงถูกมองข้าม
กระตุ้นให้กระหายในอำนาจ มังคลาตัดสินใจเลือกวิธีนี้
ประกอบได้คัมภีร์ลึกลับมาครอบครอง ยิ่งลำพองมีอสูรกายเป็นแนวร่วม
ขนาดคิดตั้งตนบุกเบิกลัทธิซาตาน ปลุกสะดมผู้คนหันมาบูชายัญกันเลยทีเดียว
...ท้าวรณชัยอยู่ในระยะพักฟื้นร่างกาย ให้กลับมาแข็งแรง
ต้องลดค่าวางตัวเงียบ ๆ ต่อหน้าองค์เลอสรวง
ประมาณรักษาทิศทางปลอดภัย ไม่ยุ่งเกี่ยวการบริหารใด
เป็นโอกาสให้ไม่โดนระแวง เนื่องพ้นวาระอ้างอายุขัยเป็นอุปสรรค
แต่หาไม่ กักความแค้นไว้เต็มอัตรา รอวันของตนบ้าง
“ฮู้จัก กูน่อยไปแล้ว บักพราหมณ์นอกรีต”
รู้เต็มอก คนทำให้ตนหมดสง่าราศีร ตกอยู่ในอาการโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า
ว่าราชการไม่ได้ เสมือนริดรอนบทบาทสำคัญ
ด้านความร้ายกาจสมัยยังรุ่งโรจน์ ท้าวรณชัยเองไม่ใช่ย่อย
คบค้าสมาคมกับพวกหมอผี ทั้งทรชนคนไม่ดีมวลอันธพาลป่วน
เลี้ยงโจร ซ่องสุมจำนวนเสือชั่วมีคดีติดตัวไว้หลายเหล่า
ถึงคราวทวงบุญคุณ เรียกเข้ามาใช้งานสังหารใครสักคน
ประการเสริมอันตระกูลเก่าแก่ ได้หยั่งรากลึกแผ่ขยายอิทธิพล ครอบคลุมทั่วตามหัวเมืองต่าง ๆ
“มึงเว้ามาให้เหมิด บักสาก”
อยู่บ้านเฉย ๆ ท้าวรณชัยไม่ปล่อยให้ว่าง สั่งสายสืบสอดแนม
บักสากคาบข่าวมาบอก สิ่งประหลาดเกิดขึ้นหลายอย่าง
ชิ้นล่าสุดจามรเทวีมีครรภ์ แพร่งพรายโดยอีปุน
มันสงสารนายหญิงทั้งที่ตั้งท้อง ยังกินเหล้าเมาทุกวัน จึงระบายเล่าสู่กันเป็นทอด
พอท้าวรณชัยได้ฟังเรื่องราว พลอยเจ็บช้ำใจในกรณีจามรเทวีทุกข์ทน.
*นิกายเถรวาท คือพุทธศาสนาแบบดั้งเดิมที่ยึดถือคำสอนและพระวินัย
ตามที่พระอรหันตสาวก 500 รูปได้ทำสังคายนาครั้งแรก (ปฐมสังคายนา)
อย่างเคร่งครัด เน้นพระไตรปิฎกภาษาบาลี มุ่งเน้นการปฏิบัติตน
เพื่อหลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ด้วยตนเอง (อรหันตภูมิ) เป็นหลัก
นับถือแพร่หลายในไทย พม่า ลาว ศรีลังกา และกัมพูชา
เถรวาทเปรียบเสมือน รักษาหลักการเดิมไว้ตั้งแต่ยุคพุทธกาล
*ปรทัตตูปชีวีเปรต
อีสานมีตำนานพื้นบ้าน ที่เล่าขานถึงปรทัตตูปชีวีเปรต
รูปร่างที่สูงใหญ่ขนาดต้นตาล ปากเท่ารูเข็ม กินได้แต่ของสกปรก
ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการที่เปรตเหล่านั้นทำบาปหนักในชาติก่อน
ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยรูปลักษณ์ที่ผอมสูงน่ากลัว
และมักปรากฏกายให้เห็น ใกล้ช่วงเทศกาลบุญต่าง ๆ
โดยเฉพาะในสารทเดือนสิบ เทศกาลชิงเปรต
พิธีกรรมที่ผู้คนจะเซ่นไหว้ ทั้งแย่งชิงอาหารจากเปรต
กุศโลบายเพื่อความเป็นสิริมงคล แม้ว่าประเพณีชิงเปรตจะเด่นชัดที่ภาคใต้
แต่ความเชื่อเรื่องเปรตก็มีในอีสาน และทุกภาคด้วยเช่นกัน
ลักษณะเปรตตัวสูงนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อ เรื่องบาปบุญ คุณโทษ
ที่เล่าถ่ายทอดกันมาตั้งแต่กาลโบราณ จวบปัจจุบัน
*ห่าก้อมตามตำนาน เป็นพญาผีปอบที่มีอำนาจเหนือปอบทั่วไป
แม้แต่ผีด้วยกันก็ต้องเกรงกลัว เพราะสะสมอิทธิฤทธิ์ชั่วร้ายไว้มาก
ที่มาจากผู้ฝึกอาคมจนแก่กล้า แต่ผิดศีลผิดครู
จนกลายเป็นผีปอบที่แข็งแกร่ง แรงอำมหิตน่ากลัว
พฤติกรรมจะสิงสู่กินของสด ทำให้คนในหมู่บ้านตายอย่างสยดสยอง
(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)