ผมอาจจะบรรยายการต่อสู้ไม่เก่งนะครับ ขอโทษท่านผู้อ่านด้วย แต่จะพัฒนาครับ
***
"ข้าขอประกาศให้การแข่งขันรอบที่ 1 สิ้นสุด!!" เฮ้!
เสียงะโดีใจหลายๆ คนดังขึ้น ขณะที่ชนชั้นสูงได้แต่ยักไหล่มองอย่างเวทนา เนื่องจากมันง่ายเกินไป
"การแข่งขันต่อไปคือการประลองฝีมือ! จะจับสุ่มชื่อออกมาประลองกัน จำไว้! หนึ่งคนมีสิทธิ์การต่อสู้ทั้งหมด 5 ครั้งและหากชนะไม่ถึง 2 จะถูกตัดสิทธิ์ทันที"
ผู้คุมสอบกล่าวเสร็จลานกว้างก็ะเื ไม่นานลานประลองทั้งหมด 100 แห่งก็ปรากฏ ซึ่งกว้าง 100 เมตรทรงวงกลม สูงเหนือพื้นหนึ่งเมตรทำจากอิฐสีขาวสวยแข็งแกร่ง
"ลานประลองที่ 1 : ถางชวี่อี้ หยิงฉง"
"ลานประลองที่ 2 : หยวนฉุ่ย ฮันชัง"
.
.
เสียงประกาศรายชื่อผู้เข้าแข่งทำให้คนโดยรอบนั่งลงหมุนเวียนลมปราณตนเองให้ดีขึ้นไม่ต่างจากจางเซียน เพราะเขาไม่รู้ว่าตนเองจะประลองเมื่อไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมมองคู่แข่งเพื่อเรียนรู้ด้วย
"หวังว่าจะมีอะไรให้ข้าศึกษาได้บ้างนะ"
ชายหนุ่มเบิกเนตรมรกต กรีดยิ้มราวปีศาจ และหมุนเวียนลมปราณในเวลาเดียวกัน
ณ ลานประลองที่ 7
"ขอคาระวะท่านพี่เซียนอี้หลี่" ชายชุดฟ้ากล่าวอย่างอ่อนน้อม ยิ้มขมๆ
"เช่นกันน้องเซียนซี"
ทั้งสองเป็คนในสำนักเดียวกัน ไม่รู้เป็เพราะโชคร้ายหรือโชคดีกันแน่ที่ทำให้เขาอยู่เช่นนี้
"ข้าไม่คิดเลยว่าการประลองแรกของข้าจะเป็ศิษย์พี่" ชายนภาลอบถอนหายใจ
"อย่าคิดมาก เ้ายังเหลืออีก 4 คราด้วยกัน ฉะนั้นเอาหน้ามาให้ได้..."
พริบตาบรรยายกาศของเซียนอี้หลี่ก็เย็นะเื ไม่ต่างจากศิษย์น้องที่ชักดาบออกมาจากแผ่นหลังมองอย่างไม่ละสายตา ทำให้การประลองครั้งนี้เริ่มมีคนสนใจมากขึ้น
"นั่น! นั้นมัน...เซียนอี้หลี่แห่งสำนักไร้เงา อัจฉริยะอันดับ 1 ที่มีพลังกายสร้างลมปราณ ระดับ 1 ขั้นสูง ฉายา [เซียนไร้พ่าย] ผู้สยบสัตว์อสูรระดับ 1 ขั้นต่ำนี่นา" เสียงกระแสหนึ่งดังขึ้น ทำให้เกิดความตะลึงในหมู่ผู้เข้าแข่งขัน
อัจฉริยะอันดับ 1 ของสำนัก
สัตว์อสูรระดับ 1
จางเซียนที่ได้ยินก็หันมาสนใจ , แน่นอนคำว่าสัตว์อสูรนั้นเป็ฝันร้ายสำหรับหลายๆ คนแน่ เพราะมันมีพลังมากกว่ามนุษย์ถึง 1 ระดับ หากชายคนนี่สามารถสังหารอสูรระดับดังกล่าวได้ แสดงว่าก็ฆ่ายอดยุทธระดับ 2 ของกายสร้างลมปราณได้เช่นกัน
"แข็งแกร่งยิ่งนัก" จางเซียนทำหน้าคิดหนัก
ขณะเดียวกันบนลานประลอง
"ข้าขอเสียมารยาทศิษย์พี่"
"เช่นนั้นก็เข้ามาเลย..."
ตุม! สายลมหนาวเหน็บปรากฏด้านหลังเซียนอี้หลี่ ชายหนุ่มไม่หันมองแต่โจมตีกลับไปด้วยหมัดของตน
"หมัดเหล็กคงกระพัน"
เปรี้ยง! คลื่น
ร่างสีฟ้ากระเด็นออกมาทิ้งออร่าบางอย่างบนฝ่ามือชายหนุ่ม ขณะที่เซียนอี้หลี่นิ่งอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหว
"เบ่งบาน" บึม!!
ะเิปราณปรากฏบนหมัดชายหนุ่มแต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้สร้างแผลอันใด ทำให้เซียนซีเคร่งเครียด เขาไม่คิดเลยว่าความต่างจะมากขนาดนี้
"ย่างก้าวไร้เงา"
ฟุม เซียนซีหายไปพร้อมบรรยากาศหนาวเหน็บอีกครั้ง ก่อนปรากฏด้านหลังเซียนหลี่
"กระบวนท่าที่ 1 : ใบดาบพาดนภา"
ตัวดาบเปร่งประกายแสงสีฟ้าออกมาก่อนจะฟันเฉียงใส่เซียนหลี่อย่างแรง
"อ่อนไปนักศิษย์น้อง...เขตแดนลงทัณฑ์"
เพ๊ง! ปราณทั้งหมดหายไปในพริบตาก่อนที่เซียนซีจะพบกับน้ำหนักกำปั้นที่กระแทกหน้าตัวเอง
ผัวะ ตูม!
"อัก"
"ลานประลองที่ 7 เซียนอี้หลี่เป็ฝ่ายชนะ!" เสียงประกาศดังลั่นเมื่อเวลาผ่านไม่ถึง 1 นาทีนั้นทำให้เกิดความสนใจของฝูงชนมากขึ้น เป็เวลาเดียวกันที่จางเซียนขมวดคิ้วใส่
"แปลกตายิ่งนัก" ด้วยเนตรมรกตเขา จางเซียนสังเกตุการทำงานของเขตแดนลงทัณฑ์ได้สบาย
"วิชานี้ไม่สมควรอยู่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้จริงๆ" ด้วยการทำงานของมันที่โจมตีในรูปแบบวงกว้างทุกซอกทุกมุมอย่างเป็ระบบ หากเจอจุดอ่อนแอจะรวมตัวและทำลายจุดนั้นจุดเดียว ซึ่งมันไม่ต่างจากการโจมตีทำลายทักษะ นั่นนับว่าเป็ความสามารถที่หาได้ยากยิ่ง
"น่าสนใจยิ่งนัก" ชายหนุ่มลอบยิ้มในใจ ดูเหมือนเขาจะมีทักษะใหม่ๆ ใช้แล้ว แต่! ตอนนี้เขาต้องศึกษามันเสียก่อน หากไม่เช่นนั้นเขาคงพลาดท่าแน่
"ลานประลองที่ 7 จางเซียน เซียนซี"
เสียงประกาศดังลั่นทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
'เวรแท้...เหตุใดต้องมาถึงตาข้าด้วย'
เซียนอี้หลี่ที่ลงจากลานประลองสำเร็จก็ลอบมองศิษย์น้องเขาเชิงให้กำลังใจ แม้ตนเองจะทำให้อีกฝ่ายาเ็ภายในก็ตาม แต่เขาก็ไม่อยากให้ศัตรูเห็นไพ่ตายตัวเองมากนักไม่งั้นคงส่งผลเสียต่อตนเองและสำนักได้
"ท่านคือจางเซียนงั้นเหรอ?" ขึ้นไปไม่ถึงครึ่งตัวเซียนซีก็ถาม
"ใช่แล้ว ข้าเอง" พริบตาสายตาเซียนซีก็ปรากฏความดูแคลนขณะมองชายชุดสีน้ำตาลอย่างเหยียดหยามทำให้จางเซียนรู้สึกไม่พอใจ
'ดูท่าต้องสั่งสอนไอ้เด็กนี้เสียแล้ว ไม่สิ...ต้องฆ่ามันเลยต่างหาก!!'
ณ สนามผู้เข้าชม โซนเ้าสำนัก
ในเวลานี้มีชายแก่สองคนนั่งมองภาพเบื้องล่างอย่างสนุกสนาน ต่างจากชายแก่ชุดม่วงที่ขมวดคิ้วหน้ายู่ เขาคนนี้ไม่ใช่ใครนอกจาก 'เซียนสิง' จ้าวสำนักไร้เงา และเป็ผู้าุโแห่งัโลหิตแอบแฝง
"เซียนสิง เหตุใดใบหน้าเ้าเป็เช่นนั้น ข้าขออภัยด้วยหากการสุ่มครั้งนี้ทำให้เซียนซีของเ้าได้าเ็ภายใน และมีโอกาสพ่ายแพ้ครั้งที่ 2" ชายแก่ชุดสีแดงรูปัด้านหลังกล่าวขึ้น
"ไม่ ข้าไม่ได้กังวลเื่นี้" เซียนสิงกุมมือมองอย่างพินิจ
"แล้วมีสิ่งใดที่เ้ากังวลอีก?" จ้าวสำนักัโลหิตถาม
"การประลองครั้งมีมีกฏไหม?" ชายแก่ชุดแดงส่ายหน้า
"ไม่มีกฏใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ก็ถือว่าผ่าน ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม"
เซียนสิงพยักหน้าถามต่อ
"และหากถ้ามีเจตนาฆ่าละ ข้าสามารถหยุดได้หรือไม่..." แววตาที่จริงจังของเซียนสิงทำให้ชายแก่หรี่ตาลงมองเวทีดังกล่าว พบว่ามีชายสองคน คนนึงคือเซียนซี อีกคนคือชายชุดน้ำตาลน่าสงสาร
"หากเ้า้าเช่นนั้นก็ย่อมได้ แต่เ้าต้องเล่ามาก่อนเหตุใดถึงกังวลเกี่ยวกับเซียนซีมากนักล่ะ?"
จ้าวสำนักไร้เงาถอนหายใจตอบคำถาม
"ข้าไม่ได้กังวลอะไร ข้าแค่รู้สึกไม่ดีเท่านั้นเอง"
ชายแก่ชุดแดงพยักหน้า
"ก็ขอให้เป็เช่นนั้น"
แววตาชายแก่ประกายวูบวาบ