เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง พับ พับ พับ ก้องสะท้อนไปทั่วห้องนอนกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากอิตาลี แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องลงมากระทบผิวขาวเนียนละเอียดของ 'พิม' ภรรยาของผม ที่ตอนนี้กำลังถูกผมจับกระแทกกระทั้นอย่างไม่ปรานีปราศรัย ร่างกายเปลือยเปล่าของเธอสั่นคลอนไปตามแรงส่งจากเอวของผมที่โหมกระหน่ำใส่เธอราวกับพายุบ้าคลั่ง
"อ๊ะ... อ๊าาา... พี่ภานุ... แรงอีก... อื้อออ... แรงอีกค่ะ!"
เสียงครางกระเส่าของพิมดังระงมไปทั่วห้อง ใบหน้าสวยหวานที่เคยเป็ถึงอดีตนางแบบแถวหน้าของวงการบัดนี้แดงซ่านไปด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาคู่สวยของเธอปรือฉ่ำปริ่มน้ำตาแห่งความสุขสม ริมฝีปากอวบอิ่มเผยออ้าส่งเสียงร้องครวญครางไม่ขาดสาย ผมมองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งความหลงใหลในเรือนร่างของเมียตัวเองและความ้าทางเพศที่พุ่งพล่าน
ผมกดสะโพกสอบของตัวเองกระแทกท่อนเนื้อแข็งขึงเข้าไปในร่องหลืบสีสดของเธอจนสุดความยาว ความคับแน่นของ 'หี' เมียผมยังคงยอดเยี่ยมไม่เคยเปลี่ยน แม้เราจะแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว แต่พิมก็ยังดูแลตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ผนังเนื้อนุ่มหยุ่นภายในตอดรัด 'ควย' ของผมตุบๆ ทุกจังหวะที่ผมกระแทกเข้าไป มันให้ความรู้สึกดีเสียจนผมแทบอยากจะคำรามออกมา
"ซี๊ดดด... พิม... หีคุณนี่มัน... แน่นชิบหาย..."
ผมสบถออกมาอย่างหยาบโลนข้างหูเธอ พร้อมกับขยำหน้าอกคู่สวยที่กระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก ยอดอกสีชมพูระเรื่อชูชันล่อตาล่อใจ ผมไม่รอช้าที่จะก้มลงไปฉกชิมความหวานนั้น ลิ้นสากของผมตวัดเลียวนรอบปานนม ก่อนจะดูดดึงอย่างรุนแรงจนเกิดเสียง จ๊วบ จ๊วบ พิมแอ่นอกรับััอย่างเต็มใจ มือเรียวสวยของเธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของผม ระบายความเสียวซ่านที่ได้รับ
"อ๊าาา... พี่ภานุขา... เสียว... พิมเสียว... อู้ววว..."
ผมผละใบหน้าออกจากอกอิ่ม เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านของภรรยา ผมชอบมองเวลาที่เธอควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกถึง 'อำนาจ' ที่ผมมีเหนือเธอ ผมจับขาเรียวสวยทั้งสองข้างของเธอพาดบ่า แบะอ้าความสาวให้เปิดกว้างยิ่งขึ้น เผยให้เห็นร่องเนื้อสีชมพูฉ่ำเยิ้มที่กำลังกลืนกินท่อนเนื้อของผมเข้าออกอย่างตะกละตะกลาม น้ำหล่อลื่นใสๆ ไหลเยิ้มออกมาเคลือบความมันวาว ทำให้ทุกจังหวะการเสียดสีเต็มไปด้วยเสียงเฉอะแฉะที่น่าฟังที่สุดสำหรับผู้ชาย
แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ!
เสียงแห่งกามารมณ์ดังกึกก้อง ผมเร่งจังหวะเอวให้เร็วยิ่งขึ้น กระแทกกระทั้นเน้นๆ เข้าไปที่จุดกระสันภายในของเธอโดยเฉพาะ ผมรู้ดีว่าพิมชอบแบบไหน เธอชอบความรุนแรง เธอชอบให้ผมทำเหมือนเธอเป็แค่ที่ระบายความใคร่ แม้ภายนอกเธอจะดูเป็กุลสตรีที่เพียบพร้อม สง่างามสมกับเป็ภรรยาเ้าของธุรกิจร้อยล้าน แต่เมื่ออยู่บนเตียง เธอคืออีตัวชั้นดีที่พร้อมจะสนองตัณหาของผมทุกรูปแบบ
"โอ้ววว... พิม... จะแตกแล้ว... ผมจะแตกแล้ว..."
"แตกเลยค่ะ... แตกใส่หีพิมเลย... อ๊าาา... พิมก็ไม่ไหวแล้ว... กรี๊ดดด..."
พิมกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อเธอแตะขอบ์ ช่องทางรักตอดรัดท่อนเอ็นของผมถี่รัวจนผมแทบคลั่ง ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ผมคำรามลั่นในลำคอ เร่งซอยสะโพกยิกๆ อีกไม่กี่ครั้ง ก่อนจะกดแช่ท่อนลำมหึมาเข้าไปจนลึกสุดโคน ปลดปล่อยลาวาสีขาวขุ่นข้นพุ่งทะลักเข้าไปในโพรงมดลูกของเธอทุกหยาดหยด
"อ๊ากกกกกก!!"
ผมกดแช่ค้างไว้อย่างนั้น ปล่อยให้ร่างกายสูบฉีดน้ำเชื้อพันธุ์ดีเข้าไปเติมเต็มความว่างเปล่าภายในตัวเธอ พิมนอนหอบหายใจรวยริน อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง ดวงตาของเธอลอยคว้าง ร่างกายกระตุกเกร็งเป็ระยะๆ จากอาฟเตอร์ช็อก ผมก้มลงมองดูผลงานของตัวเอง น้ำกามสีขาวขุ่นบางส่วนไหลย้อนออกมาจากปากทางรัก ปนเปไปกับน้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มเปรอะเปื้อนที่นอนราคาแพง
ภาพตรงหน้าควรจะเป็ภาพแห่งความสุขสม ภาพของสามีภรรยาที่รักกันปานจะกลืนกิน ภาพของเซ็กส์ที่เร่าร้อนและถึงใจที่สุด แต่ทว่า... ทันทีที่ความเสียวซ่านจางหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับเป็ความรู้สึกที่คุ้นเคย
ความว่างเปล่า
มันเหมือนกับหลุมดำขนาดใหญ่ที่อยู่กลางอกผม มันดูดกลืนความสุขสมเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความรู้สึกโหวงเหวงที่อธิบายไม่ถูก ผมค่อยๆ ถอนแก่นกายที่เริ่มอ่อนตัวออกจากร่างของพิม เสียง บลุ่บ เบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับน้ำรักที่ไหลทะลักตามออกมามากขึ้น ผมทิ้งตัวลงนอนหงายข้างๆ เธอ ยกท่อนแขนก่ายหน้าผาก พยายามปรับลมหายใจให้เป็ปกติ
"มีความสุขจังเลยค่ะพี่ภานุ..."
พิมขยับตัวเข้ามากอดผม ซบหน้าลงกับอกกว้างที่ชื้นเหงื่อ นิ้วมือเรียวไล้ไปตามแผงอกของผมอย่างรักใคร่ "พี่เก่งที่สุดเลย รู้ไหมคะว่าพิมรักพี่มากแค่ไหน"
ผมลูบผมเธอเบาๆ ตามสัญชาตญาณ "ผมก็รักคุณครับพิม"
คำพูดนั้นหลุดออกจากปากผมอย่างราบรื่น มันไม่ได้เป็คำโกหก ผมรักเธอจริงๆ พิมคือผู้หญิงที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอ เธอสวย เก่ง วางตัวดี เป็หน้าเป็ตาให้ผมได้ในสังคมธุรกิจ และที่สำคัญ เธอบูชาผมราวกับผมเป็พระเ้า เธอไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยงอแง และเื่บนเตียงเธอก็ยอมผมทุกอย่าง
แต่ทำไม... ทำไมผมถึงยังรู้สึกว่ามัน "ไม่พอ"?
ผมนอนมองเพดานห้องที่ตกแต่งด้วยลวดลายวิจิตร แต่ในหัวกลับว่างเปล่าอย่างน่าประหลาด ความสุขสมจากการได้ 'เย็ด' เมียสาวสวยระดับนางแบบเมื่อกี้ มันเหมือนเป็แค่การเกาให้หายคัน เป็แค่กิจวัตรทางกายภาพที่ต้องทำ แต่จิติญญาของผมกลับด้านชา มันไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีเืสูบฉีดที่ทำให้หัวใจเต้นแรงแบบที่ผมโหยหา
ผมเคยคิดว่าตัวเองอาจจะเบื่อเมีย เคยลองคิดเล่นๆ ว่าจะไปหาอีหนูข้างนอก หรือเลี้ยงเด็กไซด์ไลน์เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ เหมือนที่เพื่อนนักธุรกิจหลายคนทำกัน แต่พอเอาเข้าจริง แค่จินตนาการภาพตัวเองไปเอากับผู้หญิงอื่น ผมกลับรู้สึกเฉยชา มันก็แค่เปลี่ยน 'รู' ที่จะเอา 'ควย' ยัดเข้าไป เปลี่ยนหน้าผู้หญิงที่ครางใต้ร่าง แต่มันก็ยังเป็กระบวนการเดิมๆ จีบ จ่ายเงิน หรือเลี้ยงดู แล้วก็จบลงบนเตียง
มันไม่ใช่เื่ของเซ็กส์... หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่แค่เื่เซ็กส์เพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ผม้ามันลึกซึ้งและดำมืดกว่านั้น มันคือความกระหายในบางสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น บางสิ่งที่ผิดศีลธรรม บางสิ่งที่อันตราย...
ผมเหลือบมองพิมที่ตอนนี้เริ่มเคลิ้มหลับไปแล้ว ลมหายใจสม่ำเสมอของเธอบ่งบอกว่าเธอหลับลึกด้วยความเหนื่อยอ่อน ใบหน้ายามหลับของเธอดูไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้า ผิวพรรณขาวผ่องตัดกับรอยแดงจางๆ ตามตัวที่เกิดจากฝีมือผมเมื่อครู่
ความสมบูรณ์แบบนี้แหละ... คือกรงขังของผม
ชีวิตของ 'ภานุ' ถูกขีดเขียนไว้ด้วยความสำเร็จมาั้แ่ต้น เรียนจบมหาลัยชั้นนำ เริ่มทำธุรกิจจนร่ำรวย มีบ้านหลังโต มีรถสปอร์ตหรู มีภรรยาที่ใครๆ ก็หมายปอง ผมเป็ผู้ควบคุมทุกอย่าง เป็ Mastermind ในชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง ทุกอย่างอยู่ในกำมือ ทุกอย่างเป็ระเบียบ เป็ระบบ คาดเดาได้
และมันน่าเบื่อชิบหาย
ผมถอนหายใจยาว พลิกตัวตะแคงหันหลังให้พิม พยายามข่มตาหลับเพื่อให้ผ่านพ้นคืนนี้ไป อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นไปสวมหน้ากากท่านประธานผู้ทรงเกียรติ ไปนั่งเซ็นเอกสาร ไปประชุมวางแผนกลยุทธ์ ไปยิ้มแย้มให้กับสังคมจอมปลอม วนเวียนอยู่แบบนี้ไม่จบสิ้น
"เฮ้อ..."
เสียงถอนหายใจของผมหายไปในความมืด ผมหลับตาลง พยายามไล่ความรู้สึกฟุ้งซ่านนี้ออกไป แต่ลึกๆ ในใจผมรู้ดีว่า พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจของผม ความเงียบสงบนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้น... จุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่จะนำไปสู่ความพินาศที่หอมหวานที่สุดที่ผมจะจินตนาการได้
และผมหารู้ไม่ว่า... คำตอบของความว่างเปล่านี้ กำลังรอผมอยู่ในวันพรุ่งนี้... ในรูปแบบที่ผมคาดไม่ถึง
ความเงียบสงัดยามค่ำคืนกลับมาปกคลุมห้องนอนใหญ่อีกครั้ง หลังจากพายุอารมณ์เมื่อครู่พัดผ่านไป เสียงเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ทำงานเงียบกริบจนแทบไม่ได้ยินเสียง ปล่อยไอเย็นฉ่ำออกมารักษาระดับอุณหภูมิที่ 23 องศาเซลเซียสอย่างแม่นยำ ผมนอนเอามือก่ายหน้าผาก ดวงตายังคงเบิกโพลงมองฝ้าเพดานหลุมที่ซ่อนไฟ LED ไว้อย่างแเี แสงสีวอร์มไวท์นวลตาที่ถูกออกแบบโดยอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ชื่อดังไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ฟุ้งซ่านของผมสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย
ข้างกายผม 'พิม' นอนหลับสนิทไปแล้ว ลมหายใจสม่ำเสมอของเธอเป็เครื่องยืนยันว่าบทรักเมื่อครู่สูบพลังงานเธอไปมากแค่ไหน ผมหันไปมองเธออีกครั้ง แสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาตกกระทบลงบนผิวขาวเนียนของเธอราวกับสปอร์ตไลท์ที่ส่องนางเอกในละครฉากสำคัญ พิมสวย... สวยแบบไม่มีที่ติ ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งรั้น รับกับริมฝีปากกระจับที่ตอนนี้เผยอขึ้นเล็กน้อย เรือนร่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนหนานั้นคือผลงานศิลปะชั้นเลิศที่ผ่านการดูแลอย่างประณีต สมกับที่เธอเคยเป็ถึงนางแบบแถวหน้าที่ค่าตัวแพงระยับ
ผมยื่นมือไปลูบแก้มเนียนใสนั้นเบาๆ เธอขยับตัวเล็กน้อยครางฮือในลำคออย่างน่าเอ็นดูก่อนจะซุกหน้าเข้าหาฝ่ามือผมเหมือนลูกแมวขี้อ้อน ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็ผู้หญิงคนนี้คือความสมบูรณ์แบบที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝัน การได้เธอคือถ้วยรางวัลสูงสุดที่ประกาศศักดาว่าผมคือ 'ผู้ชนะ' ในเกมชีวิต
ใช่... ผมคือผู้ชนะ
ถ้ากางประวัติชีวิตของ 'ภานุ' ออกมาดู มันคงดูเหมือนบทละครที่เขียนมาเพื่ออวยพระเอกจนน่าหมั่นไส้ อายุ 38 ปี เป็เ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริษัทนำเข้าวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ผมสร้างทุกอย่างมาด้วยสมองและสองมือ จากบริษัทรับเหมาเล็กๆ ขยายอาณาจักรจนกลายเป็มหาชน ตัวเลขในบัญชีธนาคารมีศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนผมเลิกนับไปนานแล้ว
บ้านหลังนี้... คฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่บนที่ดินกว่า 2 ไร่ในย่านที่ราคาที่ดินแพงหูฉีก ก็เป็หนึ่งในหลักฐานความสำเร็จนั้น โรงรถด้านล่างจอดเรียงรายไปด้วยซูเปอร์คาร์ที่ผมซื้อมาจอดไว้เพียงเพื่อสนองกิเลสชั่ววูบ บางคันแทบไม่ได้แตะต้องด้วยซ้ำ
ผมมีอำนาจ... เพียงแค่กระดิกนิ้วสั่ง หรือเซ็นลายเซ็นเดียวบนเอกสาร ผมสามารถชี้เป็ชี้ตายอนาคตของพนักงานนับพันคน หรือเปลี่ยนทิศทางของโครงการมูลค่ามหาศาลได้ ทุกที่ที่ผมไปมีแต่คนก้มหัวให้ มีแต่คนพินอบพิเทา อยากจะเข้าหา อยากจะประจบสอพลอเพื่อหวังเศษเสี้ยวผลประโยชน์จากผม
ชีวิตผมมัน 'Perfect' จนน่าสะอิดสะเอียน
ผมถอนหายใจยาว พลิกตัวนอนตะแคง สายตาเหม่อมองออกไปที่ระเบียงห้องนอน ความรู้สึกโหวงเหวงที่กลางอกมันขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับหลุมดำที่ไม่มีวันเต็ม
ทำไมกันนะ? ทำไมผมถึงไม่มีความสุข?
หลายคนอาจจะบอกว่าผมโลภมาก ได้ดีแล้วไม่รู้จักพอ หรืออาจจะบอกว่าผมกำลังเจอวิกฤตวัยกลางคน (Midlife Crisis) แต่ผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่เื่ตื้นเขินพรรค์นั้น ผมไม่ได้้ารถคันใหม่ ไม่ได้อยากได้นาฬิกาเรือนละสิบล้านเพิ่ม และผมก็มั่นใจว่าสมรรถภาพทางเพศของผมยังฟิตปั๋งชนิดที่เด็กหนุ่มวัยยี่สิบยังต้องอาย หลักฐานก็คือรอยรักแดงเถือกตามตัวของพิมและคราบน้ำกามที่ยังเฉอะแฉะอยู่ที่หว่างขาเธอ
ความเบื่อหน่ายของผมมันเกิดจากความ 'คาดเดาได้'
ชีวิตผมเหมือนถูกเขียนสคริปต์ไว้หมดแล้ว ตื่นเช้า เมียทำอาหาร ไปทำงาน ประชุม สั่งงานลูกน้อง รับคำชม กลับบ้าน เย็ดเมีย นอน วนเวียนอยู่แบบนี้ มันราบรื่นเกินไป มันไม่มีความท้าทาย ไม่มีคลื่นลม ไม่มีรสชาติของความเสี่ยง
เคยมี่หนึ่งที่ผมคิดจะหาทางออกง่ายๆ แบบที่ผู้ชายรวยๆ เขาทำกัน... 'การมีเมียน้อย'
ผมเคยลองจินตนาการดูเล่นๆ ว่าถ้าผมเลี้ยงเด็กสักคน หาคอนโดหรูๆ ให้ เช่ารถให้ขับ เดือนๆ หนึ่งโอนเงินให้แลกกับการไปหาอาทิตย์ละครั้งสองครั้งเพื่อระบายความใคร่ มันจะช่วยแก้เบื่อได้ไหม?
คำตอบที่ผมได้คือ... 'น่าเบื่อยิ่งกว่าเดิม'
การมีเมียน้อยในสังคมระดับผม มันก็เหมือนการซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง มันเป็ธุรกรรมแลกเปลี่ยนที่ตรงไปตรงมา เงินแลกเซ็กส์ เงินแลกการเอาอกเอาใจ ผู้หญิงพวกนั้นเข้าหาผมเพราะเงิน พวกเธอจะแสร้งทำเป็รัก แสร้งทำเป็ร้องครวญครางเวลาโดนผมกระแทก เพื่อให้แน่ใจว่าเช็คใบต่อไปจะยังถูกเซ็นให้
มันไม่มี 'ของจริง' อยู่ในสมการนั้นเลย
และที่สำคัญ มัน 'ง่าย' เกินไป สำหรับคนอย่างภานุ การจะได้ใครสักคนมานอนแก้ผ้าให้เย็ดไม่ใช่เื่ท้าทายเลยสักนิด แค่ผมเดินเข้าไปในเลาจน์หรูๆ หรือส่งสัญญาณให้เลขาฯ จัดการ ผมก็สามารถมีนางแบบ ดาราหน้าใหม่ หรือพริตตี้ระดับท็อปมารออยู่ที่ห้องได้ภายในหนึ่งชั่วโมง
ผม้าอะไรที่มันมากกว่านั้น... อะไรที่มันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบที่หลับใหลอยู่ลึกๆ ให้ตื่นขึ้น อะไรที่มันทำให้เืในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าว อะไรที่มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมกำลัง 'เล่นกับไฟ'
สายตาของผมเลื่อนกลับมาจับจ้องที่ร่างของพิมอีกครั้ง
ภรรยาผู้แสนดี... แม่บ้านที่เพียบพร้อม... ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพงของผม
เธอดีเกินไป บริสุทธิ์เกินไป และนั่นแหละคือปัญหา พิมเปรียบเสมือนผ้าขาวที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยในตู้โชว์ เธอทำหน้าที่ของเธอได้สมบูรณ์แบบจนผมไม่กล้าแม้แต่จะทำรอยยับย่นใส่ เวลาเราร่วมรักกัน แม้ผมจะรุนแรงแค่ไหน เธอก็ยังคงความงดงามเลอค่าไว้เสมอ เธอไม่เคยหยาบคาย ไม่เคยมีความคิดสกปรก ไม่เคยหลุดจากกรอบของกุลสตรี
แต่ลึกๆ แล้ว... ผมอยากเห็นอะไรที่มันฉีกกระชากภาพลักษณ์นั้น
ความคิดวิปลาสบางอย่างแวบเข้ามาในหัว เป็ความคิดชั่ววูบที่ผมเคยพยายามปัดมันทิ้งไปหลายครั้งแต่มันก็ยังวนเวียนกลับมาหลอกหลอน
ถ้าผ้าขาวผืนนี้ถูกทำเลอะด้วยโคลนตมสกปรก... มันจะเป็ยังไงนะ? ถ้าเรือนร่างที่ผมทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน ถูกมือหยาบกระด้างของคนอื่นจับต้อง... ถูกท่อนเอ็นสกปรกของชายอื่นกระแทกกระทั้น... พิมจะทำหน้ายังไง?
ภาพจินตนาการบ้าๆ ผุดขึ้นมาในหัว เป็ภาพของพิมกำลังถูกผู้ชายที่ไม่ใช่ผม... ผู้ชายที่ต่ำต้อยกว่าผม... อาจจะเป็คนขับรถ หรือคนสวน กำลังคร่อมร่างเธออยู่ เหงื่อกาฬสกปรกหยดลงบนผิวขาวผ่องของเธอ เสียงเนื้อกระทบเนื้อหยาบโลน เสียงครางที่ไม่ใช่เสียงแห่งความรักแต่เป็เสียงแห่งความกำหนัดล้วนๆ
"อึก..."
จู่ๆ ผมก็รู้สึกร้อนวูบที่ท้องน้อย ท่อนเนื้อที่เพิ่งสงบลงไปเริ่มกระตุกตุบๆ ขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาด เพียงแค่จินตนาการถึงภาพนั้น... ภาพที่ภรรยาของตัวเองกำลังโดนคนอื่นย่ำยี มันกลับปลุกเร้าอารมณ์ของผมได้มากกว่าการที่ผมเป็คนทำเองเสียอีก
ผมรีบสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าบอนั้นออกไป
"มึงเป็บ้าอะไรวะภานุ..." ผมสบถด่าตัวเองในใจเบาๆ "นั่นเมียมึงนะเว้ย เมียที่มึงรัก"
ผมพยายามข่มตาหลับ พยายามดึงสติกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง โลกที่ผมเป็สามีที่ดี เป็นักธุรกิจที่น่านับถือ แต่ยิ่งพยายามข่มตา ภาพเ่าั้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ความย้อนแย้งในใจตีกันยุ่งเหยิง ด้านหนึ่งคือความหวงแหนในฐานะเ้าของ แต่อีกด้านหนึ่งคือความอยากรู้อยากเห็นที่วิปริต
ความปรารถนาใน "ความตื่นเต้นที่อันตราย" (Thrill of the Forbidden) มันเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ เหมือนเชื้อไฟที่รอวันปะทุ ผมไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็ยังไง แต่ผมรู้แค่ว่า ความสมบูรณ์แบบที่ผมมีอยู่ตอนนี้... มันกำลังจะฆ่าผมให้ตายทั้งเป็ด้วยความเบื่อหน่าย
ผมพลิกตัวอีกครั้ง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ให้พิม ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนจ้องมองความมืด หวังว่าการนอนหลับจะช่วยล้างสมองของผมให้กลับมาเป็ปกติได้ในวันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว... เดี๋ยวตื่นมาเจอเื่งานยุ่งๆ ผมก็คงลืมเื่ไร้สาระพวกนี้ไปเอง
ผมบอกตัวเองอย่างนั้น ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะค่อยๆ เลือนหายไป ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า... วันพรุ่งนี้จะเป็วันที่เปลี่ยนแปลงชีวิตอันแสนสมบูรณ์แบบของผมไปตลอดกาล และความคิดวิปลาสที่ผมพยายามกดทับไว้นั้น กำลังจะได้เจอกับกุญแจดอกสำคัญที่จะไขมันออกมาสู่โลกแห่งความจริง