ถึงจะธรรมดาแต่เขามีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่าง!
นับั้แ่เกิดจนลืมตาดูโลก และผ่านเหตุการณ์นับไม่ถ้วน เซียนพิรุณไม่เคยพบเจอผู้ใดเลย ที่ทําให้เขาประหลาดใจได้ ไม่ว่าจะเป็ร่างกายพิเศษ หรือพร์ระดับมหัศจรรย์ก็ตาม
ต่อหน้าเขาแล้วสิ่งเหล่านี้มันก็เป็ได้เพียงบางสิ่งบางอย่างที่แสนธรรมดา
อย่างไรก็ตามชายหนุ่มตรงหน้าเขากลับตรงกันข้าม อีกฝ่ายธรรมดาอย่างยิ่ง ทว่าในความธรรมดานั้นกลับแฝงให้เห็นถึงบางสิ่งบางอย่างเอาไว้
ความรู้สึกที่แตกต่างและยากจะมีผู้ใดทัดเทียม!
เซียนพิรุณประหลาดใจกับมันเป็อย่างมาก แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะไม่กล่าวอันใด
จางเจิ้นก็ดูราวกับจะไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เลย
เวลาผ่านไป…
หลังจากนั้นไม่นานเซียนพิรุณก็ได้ฟังเื่ราวที่ชายหนุ่ม้าให้ช่วย ท้ายที่สุดเขาก็เลิกคิ้วขึ้น
“ความรักอย่างนั้นหรือ?” แววตาของเซียนพิรุณฉายให้เห็นถึงความครุ่นคิดและหวนนึกถึง
“ขอรับ’’ จางเจิ้นพยักหน้า ตอนนี้ความประหม่าของเขาได้หายไปหมดแล้ว มีเพียงความตื่นเต้นเท่านั้นที่ยังคงอยู่
ดังนั้นหลังจากที่ได้เล่าเื่ราวทั้งหมดเกี่ยวกับต้วนหยาง และสิ่งที่ตัวเขาเผชิญหน้าอยู่ออกไป เขาก็รู้สึกโล่งอกขึ้นเยอะเลยทีเดียว
“ท่านเซียน เื่นี้ท่านสามารถหาทางออกให้แก่พวกข้าได้หรือไม่?’’ ด้วยความตื่นเต้น เขาถามออกไป
เซียนพิรุณไม่ได้ตอบในทันที เขานิ่งเงียบก่อนเผยความซับซ้อนออกมาบนใบหน้าอันเหี่ยวย่นของเขา
ท้ายที่สุดเขากล่าว
“หลายคนมองว่าเซียนจําเป็ต้องตัดขาดจากโลก และมีความเข้าในสรรพสิ่ง แน่นอนว่าเื่นี้มีส่วนมากที่พวกเขาคิดถูก เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดเลย มันก็มีอยู่…’’
“สิ่งนั้นคือ?’’ แววตาของจางเจิ้นเปล่งประกาย รอคอยคําตอบอย่างตื่นเต้น
“ความรู้สึกของตัวเอง’’ เซียนพิรุณตอบด้วยท่าทีลึกซึ้ง ยามนี้เขาดูราวกับเซียนผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
“ความรู้สึกของตัวเอง’’ จางเจิ้นประหลาดใจ
ไม่ใช่ความรักหรอกเหรอ?
เซียนพิรุณพยักหน้าก่อนอธิบาย
“ถูกต้อง มนุษย์เราหลังจากที่เข้าสู่เส้นทางแห่งการบําเพ็ญเพียรแล้ว พวกเขาไม่อาจโป้ปดจิติญญาของตัวเองได้ จึงต้องแสวงหาสิ่งสําคัญและค้นหาเส้นทางที่แท้จริงของตน ดังนั้นเมื่อทุกอย่างสําเร็จตามที่้าแล้ว พวกเขาจึงจะกลายเป็เซียนในที่สุด...แต่แน่นอนว่าแม้จะเป็เซียนและตัดขาดจากโลกแล้ว พวกเขาก็ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจลบล้างหรือทําให้มันหายไปได้ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ...ความรู้สึกของตัวเอง!’’
“ตราบใดที่ยังไม่สูญสิ้นลมหายใจ และยังคงไม่ปล่อยวาง สิ่งนี้ย่อมไม่อาจดับให้สนิทได้!’’ นํ้าเสียงของชายชราเริ่มลึกลํ้าขึ้น “ดังนั้นไม่ว่าจะเป็เซียนหรือเทพ ตราบที่ยังคงอยู่ พวกเขาจะมิสามารถโป้ปดต่อความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้...ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม!’’
“สิ่งที่ท่านเซียนจะสื่อก็คือ?’’ หลังจากที่ได้ฟัง จางเจิ้นก็เริ่มจะเข้าถึงบางอย่างและตะหนักได้ ว่าแม้อีกฝ่ายจะเป็เซียน แต่เขาก็ไม่ได้ต่างไปจากคนธรรมดาทั่วไป
เป็ไปได้ไหมว่าสิ่งที่อีกฝ่ายจะสื่อคือ…
“เป็ไปอย่างที่เ้าคิด สิ่งที่ข้าจะสื่อก็คือ ไม่ว่าจะเป็อะไรก็ตาม ตราบใดที่เกิดมาแล้ว และมีจิติญญา ความรู้สึกของตัวเองจึงสําคัญเป็ที่สุด หากละทิ้งไปซึ่งมันแล้ว บางสิ่งบางอย่างย่อมขาดหายไป และไม่มีโอกาสทําให้มันกลับไปสมบูรณ์ได้อีก’’
“ดังนั้นเ้าและสหายของเ้า จงทําตามสิ่งที่หัวใจของตัวเองปรารถนาเถิด’’
เซียนพิรุณชี้แนะ ั์ตาเผยความลังเลขึ้นมาครู่หนึ่ง
เขาอยากจะกล่าวในบางสิ่งบางอย่างเพิ่มเติม แต่ดูเหมือนว่าหากเขากล่าวออกไปแล้ว มันอาจทําให้การตัดสินใจของชายหนุ่มเปลี่ยนไปตลอดกาล
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่กล่าวมัน แม้จะเป็สิ่งสําคัญที่ช่วยให้อีกฝ่ายตัดสินใจได้ก็ตาม!
กล่าวได้ว่าใน่ชีวิตของเซียนพิรุณ เขาได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์มากมาย สิ่งเหล่านี้จึงเป็ส่วนหนึ่งที่ผ่านเข้ามา ดังนั้นเขาจึงเข้าใจดี ว่าหากพลาดโอกาสไปแล้ว มันจะเป็เช่นไร
ทางด้านของจางเจิ้นที่ได้รับการชี้แนะ ก็ดูราวกับจะถูกเปลี่ยนโลกทัศน์ไปอีกครั้ง เขาในเวลานี้จึงเริ่มเข้าใจได้ ว่าแม้จะเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่เหมือนกัน แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
บอกได้ว่าแม้ชายหนุ่มจะถูกฉุนหลีซินบอกเลิก และพบเจอฉากที่ยากจะทําใจ แต่ว่าในความทรงจําของเขา เขาไม่เคยมีความรู้สึกดีๆ หรือความประทับใจต่อเธอเลย
ดังนั้นนี่จึงเป็เหตุผลที่ว่าแม้เขาจะถูกบอกเลิกและเสียความรู้สึก ทว่าความรู้สึกจริงๆของตัวเองแล้ว กลับไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักนิด
นี่จึงเป็สาเหตุที่ทําให้เขาตัดขาดจากเธอได้อย่างรวดเร็ว!
กลับกัน ลั่วหลี่มีความรู้สึกดีๆและผูกพันกับต้วนหยางมานาน ความรักของคนทั้งสองสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงเป็สิ่งที่ยืนยันได้เป็อย่างดี ว่าความรู้สึกของพวกเขาเป็ของจริง
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกของตัวเอง!
เพราะลั่วหลี่ แม้จะรักต้วนหยางเอามากๆ แต่สุดท้ายความรู้สึกของตัวเองที่มีให้กับครอบครัวก็มากกว่า เธอจึงเลือกที่จะทําตามใจของเธอ และตามไปอยู่กับครอบครัว
มันจึงเป็สิ่งที่ทําให้ความรักเหล่านี้พังทลายลง และทั้งสองคนก็ต้องเลิกจากกันไป
ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนก็ยังคงมีความรู้สึกรักและคิดถึงให้กัน ไม่อย่างนั้นแล้วพวกเขาคงจะไม่เกิดความเสียใจตอนแยกจากกันเหมือนกับจางเจิ้นและฉุนหลีซิน เพราะชายหนุ่มหลังจากที่ถูกบอกเลิก แม้จะเสียความรู้สึก ทว่าเขาไม่ได้เสียใจอะไรมากมาย กลับกัน เขารู้สึกยินดีเป็อย่างมากด้วยซํ้า
ยินดีเป็อย่างยิ่งที่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์แย่ๆ!
“ข้าเข้าใจแล้ว’’ พริบตา สีหน้าของจางเจิ้นก็ปราฏความลึกซึ้งขึ้นมา ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเขาควรจะช่วยเหลือเพื่อนของเขาอย่างไรดี
“ดี ในเมื่อเ้าเข้าใจแล้ว เ้าก็คงทราบแล้วว่าเ้าควรทําเช่นไรเพื่อช่วยเหลือสหายของเ้า’’ เซียนพิรุณที่ได้ยินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขารู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นการช่วยเหลือของเขาประสบความสําเร็จ
“ขอรับ ข้าต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากท่านจริงๆ’’ จางเจิ้นขอบคุณอย่างจริงใจ เกรงว่าถ้าไม่ได้อีกฝ่ายช่วยเหลือ เขาที่ไม่มีประสบการณ์เื่พวกนี้ คงไม่มีทางเข้าใจมันได้อย่างแน่นอน
เขาจึงพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า “ดังนั้นในการลงวิดีโอครั้งต่อไป ข้าจะช่วยท่านโปรโมทช่องของท่าน’’
เดิมทีแล้วจางเจิ้นมองว่าระบบเพิ่มเพื่อนไม่ได้มีประโยชน์สักเท่าไหร่ แต่ว่าตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว ว่ามันมีประโยชน์มากมาย เขาจึงมองว่าหากเซียนพิรุณสามารถมีระบบเพิ่มเพื่อนได้ ภายภาคหน้าหากอีกฝ่ายติดปัญหาอะไร การเพิ่มเพื่อนและส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ คงช่วยอีกฝ่ายได้เป็อย่างมาก
เซียนพิรุณยิ้มโดยไม่ได้ปฏิเสธ เขาไม่ใช่คนโง่ จึงมองออก ว่าช่องของเขาไม่ค่อยได้รับความสนใจสักเท่าไหร่ การได้คนโปรโมทและได้ผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้น จึงดีไม่น้อย และนั่นจะทําให้เขาได้ปลดล็อกระบบต่างๆ เพื่อมาศึกษา กระทั่งค้นหาความลับของมันได้
กล่าวได้ว่าแม้จะเป็ผู้ที่ตัดขาดจากทางโลก แต่เขาก็ยังคงเป็เช่นเดียวกันกับคนทั่วไป มีความสนใจในเทคโนโลยีลํ้ายุคเหล่านี้ โดยเฉพาะ เครือข่ายวิดีโอนานาจักรวาล!
สิ่งนี้หากใครไม่สนใจก็คงจะแปลก!
เวลาผ่านไป หลังจากที่ได้แก้ปัญของตัวเองเรียบร้อย จางเจิ้นและเซียนพิรุณก็ได้พูดคุยเื่ต่างๆ ดูราวกับเพื่อนที่กําลังคุยอย่างสนุกสนานอย่างไรอย่างนั้น
แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะคุยกันเกี่ยวกับนทีแห่งความละเอียดอ่อน ดังนั้นเมื่อการพูดคุยจบลง เซียนพิรุณจึงอําลาและเตรียมจากไป ทว่าก่อนที่เขาจะวางสาย เขาฉุกคิดถึงบางอย่างได้ จึงมองชายหนุ่มด้วยแววตาลึกลํ้า
ท้ายที่สุด เขาเอ่ย “ถึงเ้าจะเป็คนธรรมดา แต่จงภูมิใจในตัวเองเข้าไว้เถิด เพราะบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเ้ามี แม้จะเป็เซียนหรือเทพ กระทั่งสิ่งใดๆก็ตาม ไม่มีอะไรที่ทัดเทียมกับสิ่งนั้นของเ้าได้...’’
สิ้นเสียง ภาพของชายชราก็ได้หายไป และแทนที่ด้วยความว่างเปล่าแทน
บางสิ่งบางอย่าง!
จางเจิ้นผงะไปและรู้สึกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ตัวเขานี่นะที่มีบางสิ่งบางอย่างที่แม้แต่เทพก็ไม่สามารถเทียบได้?
จางเจิ้นไม่เชื่อแน่ๆว่าเซียนพิรุณจะหลอกเขาเล่น เพราะจากการสนทนาที่ผ่านมา ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนประเภทนั้น แท้จริงแล้วไอ้สิ่งที่ว่านี้มันคืออะไร?
ขณะที่เขากําลังครุ่นคิดหาคําตอบอยู่…
ติ๊ง
“ปัญญาประดิษฐ์ A.R.O.N ได้ส่งคําขอเพิ่มเพื่อนมาถึงคุณ!’’
คําขอเพิ่มเพื่อน!
จางเจิ้นใ แต่เมื่อได้ยินชื่อของคนที่ส่งคําขอมาแล้ว เขาก็ต้องขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ปัญญาประดิษฐ์ A.R.O.N ?’’
เด็กชายตัวน้อยนั่นส่งคําขอเพิ่มเพื่อนมาหาเขาทําไม?