เสียงกรีดร้องโหยหวนของท่านแม่ที่ดังมาจากเรือนด้านในยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของหลินชิงเหยา มันเป็เสียงที่เต็มไปด้วยความเ็ป ความหวาดกลัว และความสิ้นหวังที่ยากจะลืมเลือน เสียงนั้นดังะเืไปทั่วจวนในยามเช้าตรู่ที่ควรจะเงียบสงบ ทำลายความสุขสงบที่เคยมีในบ้านหลังนี้ให้แหลกสลาย กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วจวน ผสมผsanกับกลิ่นควันไฟที่เริ่มลอยเข้ามาทางช่องว่างเล็กๆ ใต้แท่นบูชา แสงสีแดงฉานของเปลวเพลิงที่สะท้อนเข้ามาทางรอยแตกของไม้ บ่งบอกถึงหายนะที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก
ชิงเหยาหดตัวอยู่ในช่องลับใต้แท่นบูชา ร่างกายเล็กของนางสั่นะเืด้วยความกลัวและความเศร้าโศก หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะะเิ ลมหายใจของนางตื้นและเร็ว ราวกับกำลังจมน้ำ มือเล็กๆ ของนางกำแน่นจนเล็บฝังลึกเข้าไปในฝ่ามือ ทำให้เืซึมออกมาเล็กน้อย แต่นางไม่รู้สึกเจ็บ ความเ็ปทางกายภาพนั้นไม่มีทางเทียบได้กับความเ็ปที่กัดกินอยู่ในหัวใจของนาง
"ชิงเหยา! หนีไป!" เสียงะโของท่านพ่อยังคงดังก้องอยู่ในหูของนาง มันเป็คำสั่งสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย ก่อนที่ท่านพ่อจะผลักนางเข้าไปในช่องลับใต้แท่นบูชาอย่างรวดเร็ว "ห้ามออกมา! และจดจำทุกอย่างที่เ้าเห็นไว้!" ชิงเหยาพยักหน้าทั้งน้ำตาที่คลอเบ้า ก่อนที่ช่องลับจะปิดลงอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางอยู่เพียงลำพังในความมืดมิดและความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว มีเพียงเสียงกรีดร้องและเสียงเพลิงที่ยังคงดังระงมไปทั่วจวน
ในความมืดมิดของช่องลับ ชิงเหยารู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่ง ทุกวินาทีที่ผ่านไปดูเหมือนจะยาวนานเป็ชั่วนิรันดร์ กลิ่นไม้เก่าและฝุ่นผงในช่องลับทำให้นางแทบหายใจไม่ออก แต่นางก็ยังคงอดทนและเงียบงัน ตามคำสั่งของท่านพ่อ นางกดหูแนบกับรอยแตกของไม้ เพื่อฟังเสียงที่เกิดขึ้นข้างนอกอย่างตั้งใจ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นในห้องอักษร เป็เสียงของบุคคลหลายคนที่เดินเข้ามาอย่างมั่นใจ ไม่มีความรีบร้อนหรือความกังวลใดๆ ราวกับว่าพวกเขาเป็เ้าของสถานที่แห่งนี้ เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเป็ระยะ บ่งบอกว่าพวกเขาถืออาวุธติดตัว เสียงเหล่านี้ทำให้ชิงเหยารู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น แต่นางก็ยังคงอยู่นิ่งๆ และตั้งใจฟัง
ผ่านรอยแตกของไม้ที่ผุพัง ชิงเหยาเห็นเงาร่างของบุรุษสามคนเดินเข้ามาในห้องอักษรอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับว่าพวกเขาเป็เ้าของสถานที่แห่งนี้ แสงเทียนที่ริบหรี่ในห้องส่องกระทบใบหน้าของพวกเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มเ็าและดวงตาที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย บุรุษคนแรกมีรูปร่างสูงใหญ่ กำยำ ิัสีคล้ำและแผลเป็เล็กๆ บนใบหน้า บ่งบอกถึงประสบการณ์การต่อสู้ที่มากมาย มือของเขาถือดาบวงพระจันทร์ที่สะท้อนแสงไฟวูบวาบ ใบดาบโค้งงามแต่แฝงไปด้วยความอันตราย มีคราบเืแห้งติดอยู่ที่ปลายดาบ
เขาก้าวเข้าไปหาท่านพ่อที่ล้มลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ท่านพ่อพยายามจะลุกขึ้น แต่แผลที่หน้าอกทำให้ท่านอ่อนแรงลง เืไหลออกมาจากมุมปากของท่าน ท่านมองขึ้นไปยังบุรุษผู้นั้นด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่ก็ไม่มีความกลัว ท่านยังคงรักษาศักดิ์ศรีของตนไว้จนถึงวินาทีสุดท้าย
"หลินเสนาบดี…" บุรุษผู้นั้นเอ่ยด้วยเสียงที่เ็าและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย "ท่านคิดว่าจะซ่อนความลับไว้ได้นานแค่ไหน? บันทึกหงส์อัคคีนั้นอยู่ที่ไหน?"
ท่านพ่อไม่ตอบ แต่กลับยิ้มเย็นๆ ด้วยเืที่ไหลออกมาจากมุมปาก "เ้า… จะไม่มีวันได้มัน…"
บุรุษผู้นั้นหัวเราะเสียงแหบแห้ง แล้วฟันดาบลงไปที่อกของท่านพ่ออย่างโเี้ เสียงเนื้อถูกกรีดและกระดูกถูกบดขยี้ดังขึ้นพร้อมกับเืที่พุ่งกระฉูด ท่านพ่อครางเสียงแ่เบา ก่อนที่ร่างกายจะหยุดนิ่ง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นบัดนี้จ้องมองไปที่ความว่างเปล่า ชิงเหยาเบิกตากว้าง ภาพนั้นถูกบันทึกไว้ในความทรงจำ "คันฉ่องเงา" ของนางอย่างชัดเจนทุกรายละเอียด ทุกหยดเื ทุกเส้นแสงที่สะท้อนบนใบดาบ และทุกรายละเอียดของใบหน้าที่โหดร้าย
บุรุษคนที่สองมีท่าทางสุขุมกว่า รูปร่างปานกลาง แต่ดวงตาเฉียบคมและเต็มไปด้วยความชาญฉลาด เขาสวมเสื้อผ้าสีเข้มที่ดูมีราคา และมีตรานกกระเรียนหยกที่เอว ส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงเพลิงที่ลุกโชน ตราดังกล่าวแกะสลักอย่างประณีต แสดงถึงฝีมือช่างที่เชี่ยวชาญ แต่ก็แฝงไปด้วยความเย็นเยียบ เขาเดินเข้าไปหยิบบันทึกหงส์อัคคีที่ท่านพ่อเคยให้ชิงเหยาจดจำขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด
เขาพลิกดูหน้ากระดาษต่างๆ อย่างช้าๆ และระมัดระวัง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นเนื้อหาภายใน "ในที่สุดก็ได้มาแล้ว…" เขากระซิบแ่เบา ก่อนจะเก็บมันไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง แววตาของเขาเต็ไปด้วยความเยือกเย็นและไร้ความรู้สึกใดๆ ราวกับว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็เพียงกิจวัตรประจำวัน การฆ่าคนและการปล้นสะดมเป็เื่ธรรมดาสำหรับเขา
และคนสุดท้ายที่สวมปลอกดาบหนังเสือดาว เขาเป็ผู้ที่ดูมีอำนาจที่สุดในกลุ่ม รูปร่างแข็งแรงและใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็ บ่งบอกถึงการต่อสู้มากมายในอดีต ดวงตาของเขาเ็าและไร้ความเมตตา ปลอกดาบหนังเสือดาวที่เขาสวมมีลวดลายสวยงาม แต่ก็แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว เขายืนอยู่ตรงกลางห้องราวกับเป็ผู้นำของกลุ่ม
"ตรวจค้นให้ทั่วถึง" เขาสั่งด้วยเสียงที่เ็าและเด็ดขาด "อย่าให้มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่ และจุดไฟเผาจวนทิ้งเสีย อย่าให้เหลือร่องรอย!" คำสั่งของเขาดังก้องไปทั่วห้องอักษร เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและความโเี้ บุรุษทั้งสองคนอื่นพยักหน้ารับคำสั่งแล้วเริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเป็ระบบ
พวกเขาเริ่มค้นหาในห้องอักษรอย่างละเอียด พลิกโต๊ะ เปิดลิ้นชัก และทำลายชั้นหนังสือ หนังสือและเอกสารต่างๆ ถูกโยนกระจัดกระจายไปทั่วพื้น เสียงกระดาษฉีกขาดและไม้แตกหักดังระงมไปทั่วห้อง ชิงเหยามองดูทุกอย่างผ่านรอยแตกเล็กๆ หัวใจของนางเต้นแรงด้วยความโกรธและความเศร้าโศก นี่คือห้องที่นางใช้เวลาร่วมกับท่านพ่อมาตลอด ห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันมีค่า บัดนี้กำลังถูกทำลายอย่างไร้ความเมตตา
บุรุษคนแรกเดินไปที่ชั้นหนังสือด้านขวา เขาใช้ดาบวงพระจันทร์ฟาดไปที่หนังสือต่างๆ ทำให้หนังสือโบราณที่มีค่าตกกระจัดกระจาย หน้ากระดาษบางๆ ปลิวไปตามลม บางเล่มถูกดาบฟาดจนขาดเป็ชิ้นๆ เขาหัวเราะเสียงแหบแห้งเมื่อเห็นหนังสือเ่าั้ถูกทำลาย ราวกับว่าการทำลายความรู้และภูมิปัญญาเป็เื่สนุกสนานสำหรับเขา
"ไม่มีอะไรที่นี่" เขาบอกกับผู้นำ "เพียงหนังสือเก่าๆ ที่ไร้ค่า"
บุรุษคนที่สองกำลังตรวจสอบโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ที่ท่านพ่อใช้ทำงาน เขาเปิดลิ้นชักทุกใบอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่อยู่ข้างใน แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่น่าสนใจ เขาเก็บเอกสารบางฉบับที่ดูสำคัญไว้ ก่อนจะเผาที่เหลือทิ้ง เปลวไฟเล็กๆ เริ่มลุกขึ้นจากกองเอกสาร ควันบางๆ เริ่มลอยขึ้นสู่เพดาน
ผู้นำยืนอยู่ตรงกลางห้อง สำรวจดูทุกซอกทุกมุมด้วยดวงตาที่เฉียบคม เขาเดินไปมาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังคิดหาสิ่งที่อาจจะซ่อนอยู่ ดวงตาของเขาหยุดอยู่ที่แท่นบูชาที่อยู่มุมห้อง แท่นบูชาที่ชิงเหยาซ่อนอยู่ข้างใต้
"ตรวจดูแท่นบูชานั่นด้วย" เขาสั่งด้วยเสียงเ็า "อาจจะมีช่องลับซ่อนอยู่"
ชิงเหยารู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เืในร่างกายเย็นเยียบไปหมด นางกดตัวแนบกับผนังของช่องลับมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามทำให้ตัวเองเล็กที่สุด ลมหายใจของนางตื้นและเบา กลัวว่าเสียงหายใจจะดังเกินไปจนถูกค้นพบ
บุรุษคนแรกเดินเข้าไปหาแท่นบูชา เขาใช้มือััไปตามผิวไม้ ตรวจหารอยแตกหรือช่องว่างที่ผิดปกติ เขาเคาะไม้เบาๆ ฟังเสียงที่ดังขึ้น เพื่อดูว่ามีช่องว่างข้างใต้หรือไม่ เสียงเคาะนั้นดังก้องไปในช่องลับ ทำให้ชิงเหยาสั่นะเื
"มีเสียงแปลกๆ" เขาบอกกับผู้อื่น "ดูเหมือนจะมีช่องว่างข้างใต้"
ผู้นำเดินเข้ามาใกล้ เขาคุกเข่าลงและใช้มือััไปตามขอบแท่นบูชาอย่างละเอียด ดวงตาเฉียบคมของเขาไม่พลาดรายละเอียดใดๆ เขาพบรอยแตกเล็กๆ ที่ขอบแท่นบูชา ซึ่งเป็ทางเข้าของช่องลับ
"พบแล้ว" เขากล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ "มีช่องลับอยู่ข้างใต้นี่"
ชิงเหยารู้สึกเหมือนโลกกำลังจะพังทลายลงมาทับนาง นางปิดตาแน่น พยายามเตรียมใจสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่แล้วเสียงเท้าวิ่งและเสียงะโก็ดังขึ้นจากข้างนอก
"ไฟไหม้! ไฟไหม้!" เสียงะโของคนรับใช้ดังมาจากภายนอกจวน "จวนเสนาบดีไฟไหม้!"
เสียงเท้าวิ่งและเสียงโวยวายดังขึ้นจากทุกทิศทาง ดูเหมือนว่าคนในละแวกใกล้เคียงจะเริ่มสังเกตเห็นเปลวไฟและควันที่ลอยขึ้นจากจวน ผู้นำหยุดการค้นหาช่องลับ เขายืนขึ้นและมองไปทางหน้าต่าง
"เวลาหมดแล้ว" เขากล่าวด้วยเสียงเ็า "จุดไฟเผาทั้งหมด เราต้องไปแล้ว"
บุรุษคนที่สองหยิบคบเพลิงขึ้นมา เขาจุดไฟที่ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และหนังสือที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เปลวไฟสีแดงฉานเริ่มลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง มันลามเลียไปทั่วทุกซอกมุมของห้อง เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า กลิ่นควันเข้มข้นเริ่มแทรกเข้ามาในช่องลับ ทำให้ชิงเหยาแทบหายใจไม่ออก
ชิงเหยามองเห็นรอยยิ้มอัปยศและแววตาอำมหิตของพวกมันอย่างชัดเจนผ่านเปลวไฟที่กำลังโหมกระหน่ำ ใบหน้าของพวกเขาส่องประกายด้วยแสงไฟ ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น พวกเขาไม่มีความเสียใจหรือความลังเลใดๆ ต่อการกระทำอันโหดร้ายของตน ความทรงจำคันฉ่องเงาบันทึกภาพเ่าั้ไว้ทั้งหมดอย่างไม่มีวันลืมเลือน มันเป็ภาพที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของนางราวกับรอยสักที่ไม่มีวันจางหาย
"ไปกันเถอะ" ผู้นำสั่ง "งานเสร็จแล้ว"
บุรุษทั้งสามคนเดินออกจากห้องอักษรอย่างสงบเสงี่ยม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงฝีเท้าของพวกเขาค่อยๆ จางหายไป ทิ้งให้มีเพียงเสียงเปลวไฟที่ลุกโชนและเสียงไม้แตกหัก
ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของท่านแม่ที่ถูกลากออกไปจากเรือนด้านใน เสียงที่ขาดหายไปในเปลวเพลิง ชิงเหยากัดริมฝีปากจนเืนอง รสชาติเค็มของเืแทรกเข้ามาในปาก แต่นางไม่สนใจ นางไม่ได้ร้องไห้ นางไม่สามารถร้องไห้ได้ในตอนนี้ น้ำตาของนางแห้งเหือดไปหมดแล้ว มีเพียงความเ็ปและความแค้นที่กัดกินอยู่ในจิตใจ
ดวงตาของเด็กสาววัยสิบห้ากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง มันเป็แววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอันตราย แววตาที่ไม่ควรจะมีในเด็กวัยนี้ มันเป็แววตาของผู้ที่ได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้น นางจะจดจำใบหน้าของพวกมันไว้ทุกรายละเอียด ทุกรอยแผลเป็ ทุกแววตา และทุกเสียงหัวเราะโหดร้าย
นางจะจำดาบวงพระจันทร์ที่เปื้อนเืของท่านพ่อ นางจะจำตรานกกระเรียนหยกที่ส่องประกายภายใต้แสงไฟ นางจะจำปลอกดาบหนังเสือดาวที่แสดงถึงอำนาจและความโหดร้าย และนางจะกลับมาทวงคืนทุกอย่างด้วยความเ็ปที่มากกว่าร้อยเท่า
ความแค้นที่ฝังลึกในจิตใจของนางได้ถือกำเนิดขึ้นในคืนแห่งความพินาศนี้เอง มันเป็ความแค้นที่จะขับเคลื่อนชีวิตของนางนับจากนี้ไป เป็เปลวไฟที่จะไม่มีวันดับ จนกว่าจะได้รับการชำระแค้นอย่างสาสม นางจะทำให้พวกมันต้องจ่ายราคาสำหรับทุกหยดเืที่พวกมันทำให้ไหล สำหรับทุกน้ำตาที่พวกมันทำให้ร่วง และสำหรับทุกความเ็ปที่พวกมันก่อให้เกิด
นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งการล้างแค้นของหลินชิงเหยา เส้นทางที่จะเต็มไปด้วยความมืดมิด ความเ็ป และเื แต่นางจะไม่ยอมแพ้ นางจะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมี รวมถึงพร์คันฉ่องเงาที่ท่านพ่อให้ไว้ เพื่อทำลายล้างศัตรูของนางให้สิ้นซาก