สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างจัง ดวงตากลมใสเป็นประกายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมสีนิลราวกับต้องมนต์สะกด ชีวาจ้องนิ่งที่ดวงตากลมโตคู่งามนั้นก่อนจะเลื่อนสายตามาที่ริมฝีปากบางสีชมพูตามธรรมชาติ เหมือนมนต์สะกดจะได้ผล ชีวาพลิกร่างบางไปไว้ข้างล่าง ร่างแกร่งของเขาคร่อมร่างงามไว้ “คุณจะทานอะไรในตอนเช้าคะ” หญิงสาวมือไม้สั่น หัวใจเต้นตุบตับเมื่อปลายนิ้วมือของชีวากดริมฝีปากล่างของเธอ “ตอนนี้ไม่หิว ผมอยากได้ยินคำพูดที่เมื่อคืนคุณสารภาพในห้องนั้น “ นาเดียมองชายหนึ่งแว็บหนึ่งหลุบเปลือกตามองดูหัวไหล่ของเขา “พูดไปแล้วค่ะ” นาเดียย่นจมูก เบะปากเล็กน้อย “อีตาบ้าจะทำอะไรนะ” นาเดียต่อว่าเขาในใจ ชีวาจ้องหน้าเธออย่างไม่กระพริบตาราวจะกินเธอทั้งร่าง “นี่คุณโกหกผมใช่ไหม” ชีวาถอนหายใจ ลุกขึ้นนั่งตัวตรง เสยเส้นผมขึ้น “เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้โกหกคุณ” นาเดียลุกขึ้นนั่งใกล้ร่างสูง
ชีวาเปลี่ยนเรื่องทันที “เราต้องกลับก่อนเที่ยง ผมจะอาบน้ำ คุณช่วยทำแซนวิทไข่ให้ผม” นาเดียรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อร่างสูงเข้าห้องน้ำ “ทำแซนวิทไข่” หญิงสาวเตือนตัวเองก้มเก็บหมอนเล็กใหญ่ จัดแจงปูผ้าที่นอนใหม่ จัดห้องนอนให้เรียบร้อย
ในยามที่ดวงตะวันลอยขึ้นส่องแสงสีทองเข้าหาท้องน้ำ นาเดียตะลึงในภูมิทัศน์ที่สวยงามจับตาของท้องทะเลที่นานแล้วเธอไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้ ฝูงปลาโลมาว่ายวนรอบเรือ ทำให้นาเดียตื่นเต้นวิ่งลงไปนั่งบนบันไดขั้นสุดท้าย
เสียงโทรศัพท์ของชีวาดังหลายครั้ง ชายหนุ่มรับสายโทรศัพท์ เดินวนไปมาหน้าระเบียงเล็กๆ ขณะที่หล่อนกำลังเคลิบเคลิ้มมองดูปลาเล็กปลาน้อยว่ายวนรบเรือยอร์ช หย่อนปลายเท้าสัมผัสผิวน้ำทะเล “อยากดูประการังไหม” ชีวาโยนหน้ากากดำน้ำมีท่อหายใจลงตรงหน้าของเธอ นาเดียตกใจมองไปที่หน้ากากดำน้ำลอยไปลอยมาตรงหน้าของเธอ ชีวาวางโทรศัพท์บนโต๊ะอาหาร ถอดเสื้อยืดทิ้งลงพื้น เขาปีนบันไดขึ้นบนระเบียงชั้นบนของเรือยอร์ช นาเดียลุกขึ้นยืนมองร่างสูงเผยให้เห็นมัดกล้ามบนแผงอกกว้างกระโดดพุ่งหลาวลงไปในน้ำทะเล “ตู้มมมมม” ร่างของเขาดำดิ่งลงสู่เบื่องล่างหายไปทันที ฝูงปลาเล็กแตกตื่นแหวกว่ายหนีคนละทิศคนละทาง “หายไปไหนแล้ว” นาเดียเดินวนไปมาท้ายเรือ ชะโงกหน้ามองหาร่างสูงอย่างตกใจ “คุณชีวา คุณชีวา” เธอตัดสินใจถอดรองเท้าแตะ ก้าวยืนบนระเบียงท้ายเรือ “น้ำเย็นเปล่าหรือก็ไม่รู้” ร่างงามกระโดดลงอย่างไม่ได้คิดนาน “ตูมมม”
“วู้วว น้ำเย็นจังเลย” นาเดียห่อไหล่เลี้ยงตัวในทะเล ว่ายไปจับหน้ากากดำน้ำ ชูขึ้น “ทำไมมีอันเดียว” เธอว่ายน้ำไปรอบเรือยอร์ช “คุณชีวา!!!” สิ้นเสียงของเธอ “ผมอยู่นี่” ชีวาว่ายน้ำอ้อมมาด้านหลังของเธอสอดมือรวบเอวบางดันแผ่นหลังของเธอแนบสัมผัสเนื้อของเขา จุมพิตซอกคอขาวนวล สองมือสอดเข้าใต้เสื้อยืดบาง ค่อยๆรูดตัวเสื้อขึ้น ถอดออกจากร่างงาม คงเหลือเพียงเสื้อชั้นในสีเนื้อ หมุนร่างของเธอเผชิญหน้ากับเขา “น้ำเย็นแบบนี้ กอดผมดีกว่า” สองมือของเธอคล้องลำคอของเขาไว้แน่น “ฉัน....” เธอเกาะลำตัวของเขาแน่น ใบหน้าหญิงสาวซบลงบนซอกคอหนา “ฉันรักคุณค่ะ” ชีวายิ้มอย่างมีความสุข “ผมเจอปาการังสวยมาก บริเวณนั้นไม่มีแมงกระพรุนด้วย” ชีวาสวมหน้ากากดำน้ำให้เธอ “หนึ่ง สอง สาม” ร่างทั้งสองดำลงใต้ผิวน้ำทันที
โลกใต้น้ำดึงดูดความสนใจของนาเดียไปจนหมด เธอปล่อยมือจากมือหนา แววตาส่งประกายตื่นเต้นที่พบความสวยงามของหินประการัง ฝูงปลาตัวเล็กว่ายวนไปมา นาเดียแปลกใจเธอเหมือนสิ่งเเปลกปลอมสำหรับโลกใต้น้ำ แต่ทำไมฝูงปลาไม่มีทีท่าตกใจแต่อย่างใด ร่างของเธอเหมือนปลาตัวใหญ่ ว่ายเข้าใกล้ฝูงอย่างสนิทสนม
เมื่อนาเดียได้สติเหลียวมองซ้ายขวา ในใจคิดถึงชีวาที่ว่ายคู่กับเธอหายไปไหน แต่ทว่าเขาว่ายพุ่งขึ้นบนผิวน้ำเพื่อแลกเปลี่ยนอากาศภายในปอด เวลาผ่านไปเพียงเสี้ยวนาที นาเดียโผเข้าหาร่างสูง ชีวาดึงแขนของเธอให้โผขึ้น “อ๊าาาา” นาเดียแสบจมูกส่ายหน้าไปมา “ฮ่าๆๆ ดำน้ำยังไม่คล่องเท่าไหร่ แต่คุณใจกล้ามาก ผมชอบ” ชีวายื่นเครื่องช่วยหายใจให้เธอ “ข้างล่างสวยมากค่ะ ขอลงไปอีกได้ไหมคะ” ชีวาส่ายหน้าไม่ให้เธอลงไปอีก “เราออกมาไกลเกินไป เข้าเขตต้องห้ามครับ” นาเดียหันหน้าเข้าหาฝั่ง เธอและเขาอยู่ห่างจากเรือยอร์ชไกลมากจริงๆ ร่างงามคว้าลำคอของเขาทันที ส่งสายตามองลงในน้ำทะเลรอบตัวเอง “ม...มีฉลามอยู่แถวนี้ไหมคะ” สีหน้าซีดตกใจกลัวของเธอทำให้ชีวาเลิกคิ้วสูงปนหัวเราะ “มีครับ เมื่อกี้เห็นตัวหนึ่ง” นาเดียกอดรัดลำตัวของเขาแน่นกว่าเดิม “คุณหัวเราะแสดงว่าไม่มี”
“งั้นว่ายหรือดำคนเดียว ผมจะกลับไปที่เรือ” หญิงสาวไม่วายกลัวฉลามอย่างที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเตือนเธอไว้แล้ว นาเดียตะครุบบ่าทั้งสองของเขาไว้แน่น “รอฉันด้วยค่ะ” ชีวาอ้าแขนออกดึงมือของเธอให้ร่างงามอยู่ตรงหน้าของเขา “งั้นเกาะไหล่ผมไว้ก่อน”
เรือยอร์ชพุ่งทะยานออกสู่ทะเลมิชิแกน ชีวายืนจิบน้ำชาร้อน บังคับพวงมาลัยให้เรือแล่นไปทางทิศตะวันออก “นาเดีย ผมขอแซนวิทอีกครับ” นาเดียยื่นจานแซนวิทให้ชายหนุ่ม “อีกนานไหมคะ เราจะถึงฝั่ง” ชีวาชี้ไปที่เกาะที่ไกลลิบตา “เราจะไม่ไปที่ท่าเรือ ผมจะพาคุณไปพบคุณป้าของผมที่เกาะเเห่งนั้นครับ” นาเดียก้มหน้ามองสภาพเครื่องแต่งกายของเธอ “ในสภาพเเบบนี้เหรอค่ะ” ชีวาพยักหน้ามองเธอ “ทำไมครับ ก็ดูดีออก” หญิงสาวขมวดคิ้วย่นเข้าหากัน “ชุดชั้นในเปียก เส้นผมมีกลิ่นเหม็นและไม่ได้อาบน้ำดีๆ ไม่เข้าไปได้ไหมคะ” ใบหน้างามแสดงความกังวล “เจอคุณป้าของผมก่อน แล้วค่อยปฏิเสธ”
เกาะอานีดาริ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเกาะมาดีน่า เจ้าของเกาะคือพี่สาวของอนินท์ ไวศานย์ เรือยอร์ชหมายเลยยี่สิบเก้าเข้าจอดเทียบท่าส่วนตัวของเกาะมาดีน่า ทางเดินคอนกรีตยาวท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น ทั้งคู่เดินคู่กันมา “คุณชีวากลับมาแล้วค่ะ” เสียงของหญิงแม่บ้านในชุดเดสสีน้ำเงินพร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาวหันหน้าบอกนายหญิงที่สนใจการถักเสื้อโครเชต์ในมือมากว่าที่จะเงยหน้ามองร่างสูงเดินลงมาจากเรือกับใคร “เตรียมอาหารเที่ยงให้หลานชายของฉันด้วย” แม่บ้านผิวสีสองคนมองหน้ากันเเละกัน “คุณชีวามากับใครไม่ทราบค่ะ” มาดีน่าก้มหน้ายิ้มอย่างเดียว “ผู้หญิงคนใหม่ใช่ไหม ผิวขาว สวย หุ่นดี คนที่เท่าไหร่แล้ว แคทธารีน ดาน่า พวกเธออย่าตกใจไปเลย”