ตอนที่ 4
ั้แ่เวลา่สี่โมงเย็น ตามถนนหนทางที่แน่นเอี้ยดไปด้วยรถยนต์แต่ละคันก็ต่างเร่งรีบเพื่อจะเดินทางกลับไปยังที่พักของตนเอง...ไม่เว้นแม้แต่ผู้คนที่เบียดเสียดอยู่ตามป้ายรถเมล์ ต่างก็ยืนรอบ้าง นั่งรอบ้าง รอเพื่อจะขึ้นไปยืนแออัดอยู่บนรถเมล์ในแต่ละคัน
แต่สำหรับสบันงา...นับว่าเป็ความโชคดี ที่ไม่ต้องฝ่าการจราจรติดขัดแบบนั้นเพราะการเดินทางของเธอเป็ไปอย่างสบาย เมื่อเธอเลือกที่จะไปกลับด้วยรถไฟฟ้า แค่สองป้ายรถไฟฟ้าเท่านั้น
เธอกลับมาถึงห้องเพียงครึ่งชั่วโมงหลังออกจากออฟฟิศเมื่อตอนห้าโมงเย็น กลับมาถึงก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงทั้งชุดทำงานอย่างนั้น เพียงแต่ถอดเสื้อคลุมสีสดตัวนอกพาดไว้กับเก้าอี้แล้วดึงชายเสื้อที่สอดอยู่ภายในกระโปรง...เธอนอนหลับตาเพียงคิดว่าจะพักสายตาเท่านั้นแต่เมื่อหัวถึงหมอน ก็ไม่รู้ตัวว่าม่อยหลับไปด้วยความเพลียตอนไหน
ทันทีที่ดวงความคิดกำลังเริ่มหลับใหลภาพของเข้มขาลก็ลอยล่องปรากฏ มารบกวนจิตใจเธอแม้ในยามหลับ...
ในมิติที่เธอกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น...เธอก็พบว่าตัวเองกำลังยืนกอดอกปั้นหน้าถมึนทึงอย่างที่ตัวเธอเองแน่ใจ ว่าชาตินี้เธอยังไม่เคยตีหน้าั์แบบนั้นกับใคร...และเมื่อเขาคนนั้นหันหน้ามาเธอก็หยิบสิ่งของที่เธอคิดว่าใกล้มือที่สุด มาเป็อาวุธทำร้ายชายตรงหน้าทั้งแจกันดอกไม้ ทั้งกรอบรูป ทั้งกองนิตยสารที่วางทับซ้อนอยู่หลายเล่ม ล้วนถูกเธอหยิบมันขึ้นมาขว้างใส่ไปที่ลำตัวและใบหน้าของชายหนุ่ม แม้มันจะถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง เพราะสองมือของเขาที่ยกขึ้นมาปัดป้องตนเอง
สักประเดี๋ยว ท่าทางโกรธเกรี้ยวสุดแสนจะบรรยายในตัวเธอก็ยิ่งเพิ่มหนักขึ้นเมื่อชายคนนั้นเข้ามาประชิดร่างเธอไว้ และบีบข้อมือของเธอไว้ทั้งสองข้างเขากำไว้แน่นจนเธอยากที่จะแกะออก...และในที่สุดเธอก็หมดแรงที่จะโวยวายต่อต้าน
มีเพียงเสียงร้องไห้คร่ำครวญเป็ระยะสลับกับเสียงสะอื้น
สบันงากำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงหัวคิ้วย่นเข้าหากันจนเป็ร่องลึกเรียงเป็เส้น เปลือกตายังปิดสนิทแต่คล้ายกำลังกดหัวตาลงหน่วงไว้ทั้งสองข้างมือทั้งสองข้างเผลอกำผ้าปูเตียงไว้แน่น มีเหงื่อผุดเม็ดจนเปียกชื้น
แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นเมื่อภาพในฝัน ระหว่างที่เธอกำลังอ่อนแรง เพราะชายคนนั้นกำลังนอนกดทับไปบนร่างของเธอจมูกโด่งคมสันกำลังไล้ไปที่ใบหน้าเรียวซีกข้างแก้ม ริมฝีปากสากสั่นกำลังเลื่อนต่ำลงมาหยุด...หยุดอยู่ที่ริมฝีปากเธอ จนเธอต้องเม้มปากสนิท ก่อนจะกรีดร้องเสียงแผดลั่นไปทั่วสถานที่แห่งนั้น
สบันงากางสองมือตบกระพุ้งแก้มสลับไปมาคล้ายเรียกสติ...ก่อนจะสำรวจร่างกายตนเองว่ายังอยู่ดี ไม่มีสึกหรอ...
เธอใช้นิ้วมือลูบปากตัวเองไปมา...อย่างกับว่าภาพเมื่อสักครู่มันเกิดขึ้นจริง
นั่นเท่ากับว่าชายคนนั้นมาขโมยจูบแรกของเธอไป...แม้มันยังจะเป็รอยจูบครึ่งๆกลางๆ...ถึงแม้มันจะเป็แค่ภาพแห่งความฝันก็ตาม
อายุที่ยังคงเดินหน้าไม่หยุด...ซึ่งสวนทางกับเื่ ‘พรรค์นั้น’ สำหรับคนอ่อนประสบการณ์อย่างเธอ ยังไม่เคยได้รับการเริ่มต้นจากชายใด...แต่จู่ๆก็เก็บมาฝันเป็ตุเป็ตะ
มันช่างน่าขันยิ่งนัก...หรือว่าเธอกำลังหมกมุ่นเื่ของเข้มขาลมากเกินไป
เมื่อนึกถึงชื่อเข้มขาล หน้านั้นก็ลอยมาปรากฏเด่นชัดมันเป็ใบหน้าเดียวกันกับผู้ชายในฝันเมื่อสักครู่ แม้มันจะเห็นเป็รางๆ แต่เธอก็จำมันได้ดี
สบันงาลุกขึ้นไปเปิดสวิตซ์ไฟนีออนกลางห้องก็พบว่าหมอนหนุน หมอนข้างสองสามใบรวมทั้งผ้านวมลงไปกองอยู่ที่พื้น...เธอจึงก้มตัวลงไปเก็บหมอนขึ้นมาปัดฝุ่นป้าบก่อนจะโยนไปไว้ที่เดิม...แล้วก็พบว่าหนังสือเล่มหนาปกแข็งสีน้ำตาลยับเยิน ก็ลงไปกองรวมอยู่กับพื้นเช่นกัน
เหมือนมีมนต์สะกด ให้เธอก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาแล้วนั่งลงบนขอบเตียงด้านหนึ่ง ก่อนจะพลิกเปิดเข้าไปด้านในอีกครั้ง...
เธออ่านทวนชื่อหนังสือในหน้าแรก แล้วทำท่าจะปิดหนังสือลง...แต่มือเธอก็เหมือนมีสวิตซ์เปิดเองโดยอัตโนมัติ...หน้าหนังสือพลิกไปยังหน้าถัดไป...เธอไล่สายตามายังข้อความข้างต้นว่า...กลเม็ดที่หนึ่ง...
แล้วก็ต้องตาค้างอยู่อย่างนั้น...นับหนึ่งถึงสิบในใจ...ก่อนจะพลิกกลับมาหน้าเดิมอีกรอบ “มันอะไรกันเนี่ย...” เธอเผลออุทานเกือบดัง
จะไม่ให้ใได้อย่างไร ในเมื่อหน้าหนังสือที่เธออ่านเมื่อวานตรงบรรทัดรอยไข่ปลามันยังเป็เพียงความว่างเปล่า...แต่ในตอนนี้ กลับปรากฏข้อความขึ้นใหม่สี่บรรทัดซึ่งข้อความนั้นสร้างความฉงนให้แก่เธอยิ่งนัก
ก็เพราะข้อความนั้นเป็ลายมือของเธอ...มันคล้ายลายมือของเธอมากแต่เธอก็มั่นใจว่าั้แ่เมื่อวานก่อนนอนจนถึงตอนนี้ เธอยังไม่มีโอกาสได้เขียนตัวหนังสือใดๆลงไปในเล่มอย่างแน่นอนแต่ทำไมมันถึงปรากฏลายมือของเธอขึ้นได้
ข้อความนั้นปรากฏว่า...
‘วันนี้เป็วันที่รู้สึกเหนื่อย...และมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นหลายอย่างั้แ่ได้พบหน้าเ้านายคนใหม่...ทั้งการลาออกกะทันหันของคุณประสิทธิ์...ทั้งเื่ราววุ่นวายที่รับฟังมาจากกิรดา...และยังต้องถูกเขม่นจากผู้หญิงที่ชื่อไคริกานั่นอีก...เพราะเขาคนเดียว...นายเสือยิ้มยาก’
นี่เธอแอบไปเขียนบันทึกไว้ั้แ่เมื่อไหร่?
หญิงสาวได้แต่เก็บความฉงนไว้ในใจ...แต่เมื่อไล่สายตาลงมายังข้อความล่างสุดที่พึ่งอ่านไว้เมื่อวาน ประโยคคำถามนั้นกลับปรากฏคำตอบอยู่ใต้บรรทัดถัดมา
‘เข้มขาล’
ชื่อนี้ตามมาหลอกหลอนอีกแล้ว...ด้วยลายมือของตัวเอง
เธออ่านทวนประโยคคำถามอีกครั้ง ก่อนจะมีเสียงชื่อเข้มขาลลอดมาเบาๆจากปากเธอ...ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าข้อความนั้นระบุชื่อนายเข้มขาลว่าเธอเลือกเป็แฟนอย่างนั้นเหรอ?
ความสับสนระคนความประหลาดใจ...มันช่างยากเย็นเหลือเกินที่เธอจะรวบรวมความคิดว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น
ในขณะที่ความงงงันยังสิงสู่อยู่ในดวงความคิดนั้น...ลมเบื้องนอกก็ม้วนตัวเบาๆพัดเข้ามาพาความเย็นยะเยียบผาดผ่านิัของเธอจนขนเกือบลุกไปทั่วตัว
ลมเย็นนั้นยังพัดพาหน้ากระดาษให้พลิกไปเองยังหน้าถัดไป...
กลเม็ดที่สอง:
คุณคงได้คำตอบในใจแล้วว่าใครที่คุณกำลังจะเลือกเข้ามาคบหาเป็แฟน...คนๆนั้นจะเป็ที่จดจำแก่คุณไม่ว่าจะเป็รูปลักษณ์ ทั้งภายในและภายนอก...รวมไปถึงชื่อนั้นมักจะคอยวนเวียนอยู่รอบข้างคุณเสมอจนเรียกได้ว่าได้ยินทุกลมหายใจ...แม้กระทั่งเสียงของคนๆนั้นก็จะวนเวียน อยู่ข้างหูคุณแทบจะตลอดเวลา...นั่นไม่ใช่จิตฟุ้งซ่านใดๆ...แต่ขอให้คุณจงเชื่อว่าคนๆนั้นเป็คนที่คุณกำลังเลือก...
คุณรู้จักอะไรในตัวคนนั้นบ้าง?
คุณจำเป็ต้องรู้เื่พื้นฐานในชีวิตประจำวันของคนนั้นอาทิ ชอบสีอะไร...ชอบทานอะไร...เกิดวันที่เท่าไหร่...เป็ต้น
เื่ง่ายๆเหล่านี้ คุณจงไปค้นหาคำตอบ...
มีสิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้ ก็คือ...คนๆนั้นเขามีสถานะแบบใด?
1.แต่งงานแล้ว 2.มีแฟนแล้ว 3.โสด
ถ้าคนๆนั้นอยู่ในเกณฑ์ข้อ1.คุณจงเลือกคนใหม่ แต่ถ้าอยู่ในเกณฑ์ข้อ 2.และ3. นั่นหมายถึงทางสะดวก