“มึงดูปากกูนะไอ้เกลือ กูซื้อมาสำหรับตัวกูเองโว๊ย เพราะฉะนั้นมึงจะกินได้หรือไม่ได้ มันก็เื่ของมึง”
อัคราเน้นคำพูดทุกคำให้เพื่อนฟังอย่างชัดๆ
สุปวีย์จึงได้แต่ทำหน้ามุ่ยพร้อมกับส่งสายตาค้อนเพื่อนเอาขวับๆ และเมื่อเพื่อนไปหยิบจานชามและช้อนมา เด็กสาวก็รีบเปิดอาหารใส่จานแล้วลงมือทานด้วยความหิว
และเพียงครู่เดียว อาหารทั้งหมดที่อัคราซื้อมาก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
“โอ้โห นี่ขนาดไม่ใช่ของชอบนะ มึงยังกินหมดเกลี้ยงเลย กูได้กินแค่ไม่กี่คำเอง”
อัคราบ่นกึ่งต่อว่า ในขณะที่อีกฝ่ายยิ้มเขินๆพร้อมกับเอาหลังมือเช็ดปากก่อนจะพูด
“เออ น่า มึงรับปากยายแล้วไง ว่าจะดูแลกูให้ดีๆ มึงก็ต้องทำตามคำพูดสิว่ะ”
อัคราถอนใจเฮือกๆ พูดอะไรไม่ออก
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ฐานะทางบ้านของสุปวีย์ไม่ถือว่าดีเท่าไหร่นัก เธออาศัยอยู่กับยายที่เลี้ยงดูเธอมาั้แ่เกิด แม่กับพ่อของเธอเลิกกันั้แ่เธออายุเพียงสี่ขวบ แล้วพ่อก็หายไปไม่ติดต่ออะไรมาอีก ส่วนแม่ก็มีสามีใหม่ในเวลาต่อมาแล้วก็ปลูกบ้านใหม่อยู่ใกล้ๆบ้านของยายนั้นเอง แม่มีลูกกับสามีใหม่อีกสองคน สามีใหม่ของแม่ทำงานเป็ภารโรงของโรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบล ส่วนแม่ก็เปิดร้านขายของชำเล็กๆ เรียกว่ารายได้แทบจะไม่เพียงพอกับภาระที่ต้องแบกรับ ดั่งนั้นอะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องช่วยกันประหยัด
สุปวีย์เป็คนที่เรียนเก่งในระดับหนึ่ง จึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพได้ ตอนแรกแม่กับพ่อใหม่ก็ไม่อยากให้เธอเรียนต่อเพราะกลัวแบกรับภาระไม่ไหว เพราะยังมีน้องอีกสองคนที่ต้องส่งเสีย เด็กสาวจึงบอกว่าจะหางานทำในระหว่างเรียนไปด้วยเพื่อหารายได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และยายที่ปลูกผักสวนครัวเล็กๆส่งขายตามร้านค้าต่างๆในหมู่บ้านก็บอกว่าจะช่วยส่งเสียด้วยอีกแรงหนึ่ง เด็กสาวจึงได้รับอนุญาตให้เข้ามาเรียนในกรุงเทพในที่สุด
ดั่งนั้นเด็กสาวจึงมีห้องพักเป็ห้องเล็กๆค่าเช่าถูกๆไม่ใช่ในคอนโดหรูๆแบบอัครา
“ความจริงพักกับกูเลยก็จบ”
อัคราบ่นกระปอดกระแปดขณะพาเพื่อนสาวนั่งแท๊กซี่ไปห้องพักของเ้าหล่อนเองหลังกินอาหารเสร็จ
“ไม่ได้เว๊ย มึงเป็ผู้ชาย กูเป็ผู้หญิง จะพักอยู่ห้องเดียวกันไม่ได้”
เด็กสาวโวยวาย วางท่าเหมือนเป็ผู้ใหญ่เสียเต็มประดา
“ทำไมว่ะ”
อัคราหน้านิ้วคิ้วขมวด หงุดหงิดกับความยุ่งยากอะไรบ้างก็ไม่รู้ แต่เขาก็ต้องมาแบกรับ
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยายบอกมาอย่างนั้น”
สุปวีย์ตอบง่ายๆเพราะี้เีหาคำอธิบายอันซับซ้อน
“โธ่เอ๊ย”
อัคราผลักหัวเพื่อนแรงจนหน้าคะมำ
“เห้ย”