17 - ความจริงของทุกสิ่ง
“ฮ้าว...” หาววอดๆ บิดขี้เกียจเล็กน้อย ลุกขึ้นแกว่งแขน กระโดดตบวอร์มร่างกายเตรียมพร้อมเดินทางอีกครั้ง อาการเหนื่อยเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง ถึงร่างกายจะแข็งแรง แต่จิตใจยังคงสับสนอยู่ไม่น้อย“เอาล่ะ...” จ้องประตูสู่ชั้นสุดท้าย กลืนน้ำลายอึกใหญ่ให้ถอยหลังจากลงมา 9 ชั้นแล้วคงเป็นไปไม่ได้ มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป ทว่า...บันไดทรุดไม่มีทางลงไป ข้างล่างมืดสนิทมองไม่เห็นพื้นจนต้องสร้างบอลแสงโยนลงไปข้างล่างจนเจอซากบันได ทางออกคือกระโดดลงไป พอจะถึงพื้นก็ใช้เวทย์ลม ทำให้ลอยลงพื้นโดยไม่มีปัญหาอะไร รอบข้างคือบันไดที่ทรุดตัวลงและซากลิฟต์ที่พังตกลงมาชั้นสุดท้ายนี้ “....ชั้นนี้ไม่มีมอนสเตอร์สินะ ค่อยยังชั่ว”ประตูชั้นสุดท้ายเปิดไม่ออกเนื่องจากขึ้นสนิมจำเป็นต้องใช้ [เสริมแรงกาย] ในการเปิด แอ๊ด... เปิดมาเจอห้องเล็กที่เต็มไปด้วยตู้ล็อกเกอร์ ม้านั่งเก่าๆ คล้ายห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เคยเห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นทั่วไป ข้างในยังคงมีเสื้อผ้าไว้สำหรับเปลี่ยน แต่แทบทุกล็อกเกอร์มีเพียง 2 ชุดเหมือนๆกันคือเสื้อกาวน์และชุดสูทป้องกันสารพิษประตูกระจกที่อยู่ใจกลางห้องคล้ายกับเป็นที่ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าไปภายใน อุโมงค์ทางเดินทอดยาวมีประตูหลายบาน แต่ละบานมีชื่อเขียนไว้ สีหน้าเริ่มไม่สู้ดีนักจนตัดสินใจเดินเข้าไปในประตูบานแรกที่เจอภายในเต็มไปด้วยโต๊ะเก้าอี้และเครื่องจักรมากมาย บนโต๊ะมีพวกเครื่องแก้ววิทยาศาสตร์วางเรียงรายเต็มไปหมด ทั้งเครื่องกลั่น ที่กรองสุญญากาศที่เคยเห็นมาก่อนตอนเรียน บนกำแพงเต็มไปด้วยลิ้นชักระบุชื่อสายพันธุ์สัตว์ต่างๆ จนไปเจอบันทึกเก่าว่าด้วยเรื่องพันธุกรรมของมนุษย์ที่นำมารวมกับสัตว์ บนกำแพงมีบอร์ดเขียนระบุชื่อโปรเจคงานทดลองไว้ว่า...“แผงผังสร้างสวรรค์...บนนรก...?”ไม่เข้าใจว่านรกที่เขาหมายถึงคืออะไร แต่ชื่อของมันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อยจนกระทั่งห้องถัดมาที่ทำเอาเริ่มเครียดหนักกว่าเดิม... เมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเครื่องจักรที่เชื่อมกับ หลอดแก้วขนาดใหญ่ ที่แตกจนเกือบหมดและบนพื้นเต็มไปด้วยมัมมี่หรือกระดูกสัตว์มัมมี่ที่มีหูยาวล้มลงมาจากหลอดแก้วชื่อว่า เอลฟ์ มัมมี่ของเด็กที่มีหางเป็นปลาจากหลอดแก้วชื่อว่า นางเงือกโครงกระดูกของอาร์เนทูล่า ฮอร์นบอร์ แจคกาโลป และสัตว์อื่นๆที่เธอเคยจัดการหรือเดฟไกส์จับมาฝากเธอ “นี่มัน... หมายความว่ายังไงกันแน่...” หรือสิ่งที่อยู่บนโลกใบนี้ พวกนักวิทยาศาสตร์จะเป็นผู้สร้างขึ้นมา...ห้องต่อมาอ่านชื่อไม่ออกเพราะสภาพมันทรุดโทรมจนต้อง [ฟื้นฟู] ให้“โฮ...โฮมัน..?”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: มันคือห้องสำหรับเลี้ยงพวกโฮมุนครุส“โฮมุนครุส? มันคืออะไรน่ะไนกี...?” ระหว่างถามก็เปิดประตูเข้าไปข้างใน เป็นห้องกว้างที่เต็มไปด้วยเบาะขาดๆมีทั้งแบบกลม แบบหัวใจ ตัวพื้นปูด้วยยางนิ่มรูปร่างคล้ายจิ๊กซอว์หลากสีเรียงต่อกันเป็นผืนใหญ่ ของเล่นเด็กเล็กกองระเกะระกะเต็มไปหมดแต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ....ซากมัมมี่ของเด็กที่นอนพิงเบาะและนอนกองอยู่บนพื้น ผมของพวกเขามีสีเงินยาวและสวมปลอกคอ> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: โฮมุนครุส คือมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากการเล่นแร่แปรธาตุหรือจากการทดลองในหลอดแก้วที่ทำจากปรอท โดยโฮมุนครุสนั้นจะมีความรู้ทุกประการตั้งแต่แรกเกิด และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว แต่มันสามารถอาศัยอยู่ได้แค่ในหลอดแก้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม...จากการทดลองในอดีตมนุษย์สามารถสร้างโฮมุนครุสและสามารถให้พวกเขามีชีวิตอยู่นอกหลอดแก้วได้“....หมายความว่า เด็กพวกนี้คือโฮมุนครุสสินะ”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ถูกแล้ว เด็กพวกนี้คือโฮมุนครุส เดิมทีเด็กพวกนี้มีทั้งหมด 10 คน และเด็กทุกคนมีลักษณะเหมือนกัน “? ลักษณะเหมือนกัน?”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ......ท่านไม่คิดรึ... ว่าคล้ายกับใคร“อือ....”นั่งยองๆจ้องมัมมี่เด็กพวกนั้นทีละคน นับศพได้ร่วม 9 ชีวิตด้วยกัน ปลอกคอของเด็กแต่ละคน นำหน้าด้วย HG ตามด้วยเลขสามตัวด้วยกัน 001-009 ในเมื่อมีแค่ 9 ร่างแสดงว่าต้องมีโฮมุสครุสอีกคนเหลือรอดอยู่ในที่แห่งนี้ ผมของพวกเขายาวและมีสีเงิน จากสภาพดูเหมือนจะเป็นเด็กผู้หญิง...“เด็กผู้หญิง... ผมสีขาวออกเงิน...” ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จนนึกขึ้นได้ว่าเด็กพวกนี้มีลักษณะคล้ายกับ...> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ถูกแล้ว... เด็กพวกนี้เหมือนท่าน ท่านคือโฮมุนครุสที่เหลือรอดคนสุดท้าย หมายเลข HG000 ต้นฉบับดั้งเดิมของเหล่าโฮมุนครุสตัวอื่นๆ“!!!!!!”
*****************
“ยังไม่กลับมาอีกเหรอเนี่ยยัยนั่น?” ฟีเรยืนมองบ้านของพริสทีนที่ไม่มีใครอยู่ “เห็นชิอินะบอกว่าไปสำรวจอะไรบางอย่างที่เขตต้องห้ามน่ะ” ไลรอนแบกตะกร้าเตรียมออกไปล่าสัตว์เหมือนทุกที “จำได้ว่าเคยแอบไปแถวนั้นตอนเด็ก แต่เจอพวกมอนระดับสูงจนไม่กล้าไปเหยียบอีกเลยล่ะนะ”“หา? นี่แกเคยแอบไปที่นั้นคนเดียวเหรอวะ!!!”“ชี่!! เบาๆหน่อยสิ! ข้าไม่เคยบอกแบบนี้กับใครเลยนะ...!”“ให้ตายสิ ลาพิสก็ไม่รู้?”“ก็ข้าไม่อยากให้เด็กคนนั้นเป็นห่วงนี่ เอาเถอะมันก็เป็นเรื่องสมัยก่อน ตอนนี้ไม่กล้าแล้วล่ะ จะว่าไป....วันนี้ไปซ้อมต่อสู้อีกเถอะ อยากฝึกพวกเวทย์ที่พริสทีนสอนต่อด้วย!”“เออๆ ได้อยู่แล้ว ข้าเอง....ก็อยากแข็งแกร่งขึ้นจนยัยนั่นตกใจเหมือนกัน”“...ฮั่นแน่ อยากให้พริสทีนดีใจล่ะสิ~”“!!! จะๆๆๆๆ จะบ้ารึไง! ไม่ใช่เพื่อยัยนั่นสักหน่อย!!!!!”ทั้งที่ปฏิเสธแต่หน้าแดงเถือก หูกับหางสะบัดไปมาไม่หยุดจนต้องรีบวิ่งเข้าป่าไป ทำเอาไลรอนอดขำปฏิกิริยาเพื่อนไม่ได้ โดยไม่รู้ว่าประโยคสนทนาเมื่อครู่ถูกแอบฟังโดยเดฟไกส์ที่นั่งอยู่บนต้นไม้สูงแถวนั้น สายตายังคงมองทั้งคู่จนลับสายตาไป“ถึงว่าทำไมไม่อยู่บ้าน ที่แท้ก็ไปที่นั่นรึเนี่ย...”วิ้ว... สายลมรวมตัวกันอยู่ข้างกายเด็กหนุ่มปรากฏร่างของเทียร่า“เด็ก 2 คนนั้นน่ารักดีนะ เวลาจะเก็บผักหรือจับสัตว์ก็ขออนุญาตแทบตลอดเลย” ยิ้มหวาน“ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนพวกอ่อนแอแบบนั้นน่ะ”“ตายจริง... ไม่เคยเห็นท่านต่อว่าคนอื่นอ่อนแอแบบนั้นมาก่อนเลย อารมณ์เสียที่เด็กพวกนั้นบอกว่าจะแข็งแกร่งเพื่อเด็กสาวคนนั้นสินะ~”“! ใครบอกว่าข้าอารมณ์เสียกัน!” โวยกลับแล้วรีบไปจากตรงนั้นก่อนจะโดนเทียร่ารู้ทันไปมากกว่านี้
*****************
“ฉะ..ฉัน.... คือโฮมุนครุส....คนสุดท้าย.....”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านคือผู้ถูกรับเลือกจากพระเจ้าและผู้สร้างพวกเรา“ผู้สร้าง? ผู้สร้างที่ว่าพวกนักวิทยาศาสตร์พวกนั้นใช่ไหม!? แล้วพระเจ้าล่ะ เขาเหมือนฉันรึเปล่า!?”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: คำตอบนั้นอยู่ห้องสุดท้าย“!!!”พอได้ยินอย่างนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องนี้ตรงไปยังห้องสุดท้ายตรงทางเดิน วิ่งตาลีตาเหลือกไม่สนใจห้องอื่นแม้แต่น้อย ปึง! “!!!!” เป็นอันต้องผงะอีกครั้ง สิ่งแรกที่เห็นคือหลอดแก้วขนาดใหญ่ยักษ์ตั้งใจกลางห้องล้อมด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์และจอภาพนับสิบบนกำแพง ซากมัมมี่ที่นั่งอยู่บนโต๊ะดูหลับอย่างสงบพร้อมสมุดบันทึกอีกเล่ม เดินรอบหลอดแก้วที่แตกนั่นจนเห็นรหัส “HG...000”ซ่า... หน้าจอทั้งหมดบนกำแพงจู่ๆก็ติดขึ้นทั้งที่เครื่องจักรทั้งหมดหยุดใช้งานจนเธอสะดุ้ง ภาพบนหน้าจอในตอนแรกเป็นคลื่นซ่าก่อนค่อยๆปรากฏร่างของใครบางคน แต่ภาพไม่ชัดจนมองไม่ออกว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ เห็นเพียงแค่ปากของอีกฝ่ายเท่านั้น‘ข้าดีใจที่เจ้าตัดสินใจมาที่นี่ นึกว่าการที่ข้าเข้าฝันเจ้าจะไม่มีผลเสียแล้ว’“ท่าน...คือพระเจ้า?”‘ปิ๊งป่อง~ อ๊ะ แต่ข้าไม่ใช่โปรแกรมหรือโฮมุนครุสอะไรนั่นหรอกนะ’“ถ้าท่านไม่ใช่ แล้วท่านเป็นใครกันแน่!? โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมของพวกนี้ถึงอยู่ที่นี่ได้! ละ... แล้วทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ถูกสร้างขึ้นงั้นเหรอ!?”‘เฮ้ๆ ใจเย็นๆก่อนสิยัยหนู ไม่สิ... วิญญาณเจ้าไม่ใช่คุณหนูนี่นะ เรื่องที่เจ้าเจอที่นี่ถูกครึ่งหนึ่งล่ะนะ’“ครึ่งหนึ่ง?”‘ถ้าจะให้เล่ามันก็ค่อนข้างจะนาน จะฟังไหม?’“ค่ะ! ถึงนานจนกินเวลาไป 10 วันก็จะขอฟัง... ฉันอยากรู้ ความจริงของทุกอย่าง”พระเจ้ายกยิ้ม ‘งั้นก็เตรียมใช้เพื่อนของเจ้าบันทึกสิ่งที่ข้าพูดให้ดีล่ะ’“ค่ะ!!”เงียบไปสักพักใหญ่เขาก็เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งหมดในอดีต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น สิ่งที่ทำให้เรี่ยวแรงทั้งหมดหายไปจนเธอทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นเมื่อรู้ว่าโลกที่ตนอยู่ตอนนี้แท้จริงแล้ว... คือโลกเดิมของเธอ‘หลังจากเจ้าเสียไปราว 300 ปีโลกเกิดภัยพิบัติขึ้นมากมายซึ่งผลของมันมาจากการกระทำของมนุษย์ ตัดไม้ทำลายป่า เผ่าขยะทิ้งขยะลงทะเล ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน จนในที่สุด...โลกใบนี้ก็ได้ตายลง มนุษย์หลายต่อหลายคนค่อยๆตายจากไปด้วยความอดอยาก โรคภัยไข้เจ็บ อาหารก็ค่อยๆหมดลง...ผู้อาศัยอยู่ข้างบนไม่ต่างจากฆาตกรที่แก่งแย่งชิงอาหารเพื่อเอาตัวรอด... ทำให้พระเจ้าดั้งเดิมของโลกใบนี้มอบให้แก่ข้า พระเจ้าที่ดูแลดาวดวงอื่นมารับไปแทน แม้ว่าในตอนแรกข้าคิดจะช่วย แต่พวกมนุษย์ทุกคนต่างก็เห็นแก่ตัว เพียงแค่ลองฟื้นฟูทุกอย่างให้ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้งจนข้าเมินเฉยไม่ทำอะไรทว่า...ในความน่ากลัวเหมือนนรกนั่นนักวิทยาศาสตร์ที่เหลือรอดอยู่ได้ใช้ชั้นใต้ดินที่ไว้ใช้วิจัยพวกนิวเคลียร์หรือทดลองสิ่งต่างๆมาแปลงเป็นที่อยู่อาศัย หรือก็คือสถานที่แห่งนี้อย่างที่เจ้าเห็นในชั้นที่ 7 มีคนเคยอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างสงบสุขมาก่อน ทุกคนตื่นเช้ามาเดินทางไปทำงานด้วยลิฟต์ขึ้นไปยังห้องเครื่องจักรชั้น 6 หรือลงมาชั้น 8-10 อาหารส่วนใหญ่ที่พวกเขากินคืออาหารกระป๋อง และผักที่พยายามปลูกด้วยแสงไฟถึงจะดูสงบสุข แต่ใครก็ตามที่อยากลองดีขึ้นไปข้างบนจะไม่มีวันได้กลับมาอีกจากมลพิษและจากพวกอันตราย ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์พวกนั้นจึงทำการวางโปรเจค สวรรค์บนนรก นั่นเอง’“....นั่นคือ...สาเหตุที่ตั้งชื่อแบบนั้นสินะ....”‘มันยากจะทำใจได้แต่ก็คือความจริง พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องน้ำที่ขุดขึ้นมาเองจึงสามารถนำมาทดสอบได้ พวกที่จะขึ้นไปหาอุปกรณ์ทดลองต้องใช้สูทป้องกันที่เจ้าเห็นนั่นแหล่ะ สำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถและจำเป็นต้องทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ การทดลองย่อมไม่ประสบความสำเร็จเป็นนธรรมดา แต่ทุกคนต้องการที่จะมีชีวิตใหม่จึงพยายามทดลองให้สำเร็จ ในระหว่างนั้นมนุษย์ที่อาศัยอยู่ข้างบนก็ไม่เหลือแล้ว... แต่ในที่สุดความพยายามทั้งหมดร่วม 120 ปีก็สำเร็จ พวกเขาสามารถสร้างโฮมุนครุสที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องกังวลว่าจะตายก่อนเวลาหรือตายเพราะออกจากหลอดแก้วโดยใช้รหัสย่อว่า HG000... และนั่นก็คือเจ้ายังไงล่ะ’“ฉันคือโฮมุนครุสสมบูรณ์แบบคนแรก... และเป็นคนเหลือรอดคนสุดท้าย.... มันจะช็อกเกินไปแล้ว” ถอนหายใจ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยซักนิด‘ถูกต้อง แต่ทั้งอย่างนั้นตัวเจ้ากลับเป็นภาชนะที่ว่างเปล่าไร้วิญญาณบรรจุ ไม่มีความจำเป็นต่อ คงเพราะว่าเจ้าเป็นตัวทดลองที่สมบูรณ์แบบเป็นตัวแรกจึงถูกเก็บเอาไว้ โดยนำโฮมุนครุสตัวอื่นๆที่ตายมาสลายและใส่ให้กับเจ้า และยังได้รับสิทธิ์พิเศษให้มีโปรแกรมส่วนตัวในการจัดการทักษะต่างๆอย่างไนกีไงล่ะ’“....เอ๋!? ไนกีเป็นโปรแกรมที่พวกเขาสร้างเพื่อฉันเหรอ!?”‘ใช่แล้ว~ แต่ว่านะ ข้าทำการปรับปรุงอะไรนิดหน่อยจนทำให้เขาเหมือนมีชีวิตและคิดได้เองนะ แต่จะเล่าทีหลัง มาต่อกันเลย’ กระแอมไอทำหน้าซีเรียส... ‘การสร้างเจ้าขึ้นมาได้ถือเป็นก้าวแรงของมนุษยชาติในตอนนั้นเพราะผู้คนในชั้น 7 เริ่มติดโรคที่ได้รับมาจากมลพิษทางอากาศก่อนลงมาชั้นใต้ดิน... ถึงจะมีลูกหลานพวกเขาก็จะป่วยด้วยโรคนี้เช่นกัน ผู้คนก็ล้มหายตายจากไปทีละคน พวกนักวิทยาศาสตร์เริ่มทดลองสร้างยาปฏิชีวนะแต่ก็ใช้ป้องกันอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย และแล้วสุดพวกเขาก็เริ่มตาย ผู้คนเริ่มควบคุมสติไม่ได้ทำการชกต่อยฆ่าฟันกันไม่ต่างจากนรกบนดิน...ในที่สุดลูกหลานของผู้ที่สร้างเมืองใต้ดินนี้ที่นอนหลับอย่างสงบบนเก้าอี้ตรงหน้าเจ้าก็ตัดสินใจช่วยเหลือเจ้า พาขึ้นไปข้างบน’“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าข้างบนเต็มไปด้วยมลพิษเหรอ ถ้าเกิดพาฉันขึ้นไปข้างบนไม่ใช่ว่าจะตายได้เหรอคะ?”‘ใช่ ยังคงมีมลพิษอยู่ แต่นางก็เสียสละชุดสูทของตนมอบให้แก่เจ้า แอบลอบพาขึ้นมาใส่ไว้ในโพรงของต้นไม้ใหญ่ที่ๆเจ้าอยู่ ซึ่งตอนนั้นมันเป็นต้นไม้ที่แห้งตายแล้วโดยหวังไว้ว่าในอนาคตจะมีใครบางคนสามารถทำให้เจ้ามีชีวิตขึ้นมาได้ ก่อนนางจะกลับลงมาชั้นใต้ดินเหมือนเดิม น่าแปลกที่เพียงแค่ 3 ชั่วโมงที่ขึ้นไปข้างบน พอกลับลงมา...ทุกคนต่างก็ล้มหายตายจากไปหมดเหลือแค่นางเพียงคนเดียว...ด้วยอายุ 50 ปีร่วมกับโรคจากมลพิษนั่นคงอยู่ได้ไม่ถึงสิบปี นางก็พยายามทำงานด้วยตัวคนเดียว จริงอยู่ที่นางสามารถสร้างโฮมุนครุสตัวอื่นได้แต่ก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน สุดท้ายเธอจึงใช้ความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมดในการสร้างสัตว์ทดลอง สัตว์ในตำนานที่เธอฝันและได้อ่านมาจากนิทานปรัมปราอย่าง มังกร...’“มังกร!?”‘จนถึงตอนนี้พวกมันยังคงมีชีวิตอยู่ในฐานะผู้แข็งแกร่งเหนือมังกรทั้งปวง มังกรที่ทุกคนต่างให้ความหวาดกลัว กลับมาเรื่องเดิม ไม่นานนางก็ตายจากไปด้วยโรค มังกรทุกตัวถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น แต่พวกมันก็ยังคงนอนเฝ้าร่างไร้ศพของเจ้านายตนที่พวกมันรักมาก แต่นางทำให้ข้าใจอ่อนจริงๆนั่นแหล่ะ ทั้งที่เหลือรอดคนสุดท้ายก็ไม่เคยทำหน้าเศร้า ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา สุดท้าย...ข้ายอมช่วยโลกใบนี้อีกครั้ง ด้วยการสร้างประเทศต่างๆ สร้างมนุษย์ เอลฟ์ ปีศาจ ผู้รับใช้ข้าอย่างพวกเทพทั่วไปกับไลแคน และสิ่งมีชีวิตอื่นๆให้เหมือนกับในนิทานหรือเรื่องเล่าในฝันของนาง รวมถึงเวทยมนต์ แต่ถ้าหากมีคนเข้ามาที่นี่และสำรวจสถานที่แห่งนี้อาจจะเกิดปัญหาได้ ข้าเลยกางอาณาเขตไว้ให้แค่เจ้าสามารถเข้ามาได้ อ้อ รวมไปถึงการดัดแปลงร่างกายเจ้าด้วยนะ’“? ฉันเหรอคะ?”‘ใช่ เดิมทีไนกีเป็นแค่โปรแกรม ในเมื่อการทำงานต่างๆดับลงก็ไม่น่าจะใช้ได้ ข้าเลยเปลี่ยนให้มีชีวิตอยู่ในร่างของเจ้า สามารถพูดคุยโต้ตอบได้ ส่วนสาเหตุที่เจ้ามีความรู้สึกเหมือนเด็กก็เพราะฝีมือข้าอีกเช่นกัน มันคงจะไม่ดีหากคนอายุจะ 90 อย่างเจ้าที่มีแต่เรื่องเครียดแล้วมาเจอเรื่องที่เหนือธรรมชาติอีก เพราะงั้นข้าเลยตั้งใจจะให้เจ้าสนุกสนานกับโลกใหม่ ชีวิตใหม่ให้เต็มที่ ความทรงจำแย่ๆก็อยากให้ลืมไป มีความสุขไปตามประสาเด็กๆไงล่ะ แล้วก็เรื่องทักษะความสามารถต่างๆเดิมทีนางตั้งค่าไว้แบบนั้นอยู่แล้วเพราะเจ้าเป็นลูกรักของนางนี่นะ’ ขำเล็กๆ ‘ขนาดนางจะตายแล้วยังเล่าเรื่องเจ้าให้พวกมังกรฟังตลอดเลยล่ะ ...? นี่ เป็นอะไรรึเปล่า ได้ยินข้าไหม?’พริสทีนนิ่งเงียบไปไม่ยอมตอบ “....พอคิดดูดีๆ...ก็พอจะนึกออกแล้วล่ะ...” น้ำตาไหลอาบหน้าหยดลงพื้น ร้องไห้ไร้เสียงด้วยความเจ็บปวด ก่อนคลานเข้าไปใกล้มัมมี่ตนนั้น จับมือที่เหี่ยวย่นและเปียกมาแนบแก้มอย่างไม่รังเกียจ ภาพที่แล่นเข้ามาในสมองคือภาพของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกาวน์ ผมสั้นประบ่าและตามีสีดำ แววตาของเธอจ้องมองยังหลอดแก้วอ่อนโยนตลอดเวลา มักเรียกเธอว่า ‘ลูก’“ขอโทษนะคะ... ขอโทษ... ที่ไม่ได้เรียกคุณว่าแม่... ขอโทษค่ะ... ฮึก...”พริสทีนร้องห่มร้องไห้อยู่นาน พระเจ้าเองก็ปล่อยให้ร้องจนกว่าจะพอใจถึงเริ่มพูดอีกครั้ง ‘...เจ้าเนี่ย เป็นคนดีจริงๆนะ โชคดีที่ข้าสุ่มมาไม่ผิด’ปาดน้ำตา “สุ่มเหรอคะ...?”‘ก็นะ อย่างที่ข้าบอก ร่างของเจ้าเป็นเพียงภาชนะไร้วิญญาณ ข้าจึงสุ่มดวงวิญญาณมาจากเหล่าดวงวิญญาณที่น่าสงสาร ซึ่งข้าจับได้เจ้าล่ะนะ’“สรุปที่ฉันมาอยู่ที่นี่เพราะสุ่มเหรอคะเนี่ย!?”‘เอาน่าๆ อย่าคิดมากเลย เอาเป็นว่า...ชีวิตหลังจากนี้ข้าขอให้มีความสุขล่ะ ลืมเรื่องที่ว่าโลกใบนี้เคยเป็นอะไรแล้วสนุกสนานไปกับมันให้เต็มที่ อย่าลืม ว่าตอนนี้เจ้ามีชีวิตใหม่แล้ว ไม่ใช่ตัวเจ้าในอดีตที่มีแต่ความเศร้าและความเจ็บปวดอีก ถ้าหากเจ้าต้องการปรึกษาข้าเมื่อไหร่ก็ให้ติดต่อผ่านไนกีละกันนะ งั้น...ลาก่---’“เดี๋ยวค่ะ!” ไม่ทันที่ภาพจะดับเธอรีบพูดขึ้นมาก่อน‘มีอะไรรึเปล่า?’“คือ...แค่อยากจะบอกขอบคุณน่ะค่ะ สำหรับชีวิตใหม่นี้”พระเจ้าไม่ตอบอะไรแค่ยิ้มบางให้ก่อนที่หน้าจอจะดับลง ก่อนที่จะทำการขึ้นไปข้างบน พริสทีนเลือกที่จะนำกองมัมมี่ทั้งหมดมากองรวมกัน ทำการเผาและอธิษฐานให้พวกเขาหลับอย่างสงบสุขยกเว้นนักวิทยศาสตร์ที่เธอนับเป็นแม่ที่จะพาร่างขึ้นไปข้างบน ฝังไว้หน้าต้นไม้ สถานที่เริ่มต้นของทุกสิ่ง ที่ที่แม่เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอไว้แม้ไม่อยากทำแต่ดูเหมือนว่าเธอต้องทำลายที่นี่ทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนจากที่อื่นลอบเข้ามาแม้รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ตาม แต่ก็มั่นใจไม่ได้ว่าในอนาคตเขตป้องกันจะโดนรุกล้ำหรือไม่ ดังนั้นต้องรีบเก็บข้าวของที่จำเป็นที่สุดไปอย่างพวกหนังสือที่คัดเลือกอย่างรวดเร็วด้วย [ตาทิพย์] เมื่อเรียบร้อยก็กลับขึ้นไปชั้นบนโดยไม่หันกลับมามองเมืองใต้ดินที่ถูกทำลายทิ้งอีก สาเหตุที่ใครหลายคนไม่รับรู้ว่าเกิดการพังทลายเพราะเธอกางเขตป้องกันไว้ จนออกมาจากโพรงถ้ำใต้น้ำที่เริ่มถล่ม...> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: สภาพจิตใจของท่านตอนนี้กลับมาเป็นปกติ แต่ก็อดห่วงไม่ได้ ท่านสบายดีหรือไม่“อืม... ถึงจะยังทำใจไม่ค่อยได้พอรู้ว่าที่นี่คือโลกเดียวกัน... แต่ก็ดีใจ ที่ได้มีชีวิตใหม่”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ...ข้าจะอยู่ข้างกายท่าน “เรื่องนั้นก็แน่นอนอยู่แล้วล่ะ พวกเราจะอยู่ด้วยกัน จนกว่าจะถึงวันที่ฉันตายและไม่ได้คุยกันอีกนั่นแหล่ะ” คลี่ยิ้มกว้าง “ยังไง... ก็ฝากตัวอีกครั้งนะไนกี”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ด้วยความยินดี... ข้าจะปกป้องท่านตลอดไป นายของข้า…