จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่32 ปีศาจทมิฬ

    ปีศาจภายใต้การสะกดหมด ได้ตระโกนลั้นพร้อมกันอีกครั้ง“ฆ่าปีศาจที่ไม่มีผ้าคลุมหัว!!” การสะกดของเขามีจำกัดเช่นกัน ทั้งปีศาจและสัตว์อสูร รวมๆแล้วก็ครึ่งร้อยตน เป็นขีดจำกัดที่เรียกเกินพอเลยทีเดียวปีศาจผู้คุมพลันสะบัดมือ จนปรากฏอาวุธหลากหลายชนิดออกมาจากแหวนมิติ ทุกคนไม่ลังเลที่จะหยิบมันขึ้นมา กระโจนไปสู่เป้าหมายไกล้ตัว ปีศาจบริวารจักรพรรดิแห่งความตาย ต่างสับสนลนลาน ผู้ฝึกตนมนุษย์หลักพัน ต่างใช้ท่วงท่าวิชาตัวเบาพุ่งเข้าใส่พร้อมอาวุธในมือ มนุษย์ที่ถูกคุมขังนั้น มีปราณบ่มเพาะระดับขอบเขตปราณปฐพีประมาณสี่สิบคน ซึ่งเพียงพอสำหรับการต่อกรกับพวกปีศาจขอบเขตปราณปฐพี นับสิบตนวิธีออกล่าของปีศาจ หากมีมนุษย์ขอบเขตระดับสูง จะนำกองกำลังที่มากกว่ากลุ้มรุมจำนวนที่น้อยกว่า และใช้พลังที่มากกว่าจับผู้ที่อ่อนแอกว่า แผนการได้ถูกดำเนินไปหลายปี จำนวนมนุษย์ที่ตกตายไปมีจำนวนมหาศาล ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโดนปีศาจจับตัวและถูงสังหาร ส่วนมากมีความคิดว่าออกมาทำภารกิจและเสียท่าตกตายลง“เกิดอันใดขึ้น!!” ปีศาจทมิฬกำลังดูดกลืนพลังชีวิตอยู่นั้น พลันตวาดขึ้นอย่างตกตลึงหมิงหลงปรากฏตัวอยู่บนหัวตะขาบยักษ์ กำลังไต่ผนังถ้ำอย่างว่องไว ทั้งนายทั้งบ่าวต่างมีผ้าคลุมหัวที่กำลังโบกสบัดไปตามสายลม ขานับพันมุ่งตรงไปที่เป้าหมายหลัก ปีศาจทมิฬ !!ขณะทั้งสองมุ่งตรงไปนั้น ทั่งมนุษย์และปีศาจได้เริ่มต้นการปะทะขึ้น แรงปะทะสั่นสะเทือนไปทั่วถ้ำ ไอสวรรค์ปฐพีปริแตกผันผวนในอากาศอารมณ์ที่สิ้นหวังสุดก้นบึ้งของจิตใจได้แปรเปลี่ยนเป็นความอาฆาตแค้น ถูกกระทำราวสัตว์ไม่มีหัวใจ ในแววตาอันแข็งกร้าวพร้อมที่จะฆ่าศัตรูที่ขวางหน้า หมิงหลงได้สั่งปีศาจหุ้นเชิด ในขอบเขตปราณปฐพีทั่ง ยี่สิบตน ติดตามเขามาพร้อมที่จะโจมตีปีศาจทมิฬ ปีศาจหุ่นเชิดทั้งยี่สิบตนต่าง เคลื่อนกายอย่างรวดเร็ว ล้อมรอบปีศาจทมิฬ ปีศาจหุ่นเชิดที่เหลือ ต่างคอยกันไม่ให้ผู้ใดสามารถผ่านเข้ามาช่วยปีศาจทมิฬได้ “พวกแก นี้มันหมายความว่ายังไง” ปีศาจทมิฬยังไม่ทันหายสับสนต่อเหตุการณ์กลหล และยังมีปีศาจที่ดูมีท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อตัวมันอีกคมอาวุธของปีศาจหุ่นเชิดชี้มุ่งไปที่มันอย่างชัดเจนและได้ตอบในสิ่งที่มันสงสัย “พวกแกกล้า!!” ปีศาจทมิฬได้ถามย้ำอีกครั้งด้วยท่าทีเหลือเชื่อ ว่ามันเกิดขึ้นได้เช่นไร เหตุผลอันใดถึงช่วยพวกมนุษย์ที่เป็นศัตรูของเผ่าพันธุ์“พวกแกกล้าทรยศ จักรพรรดิแห่งความตาย ความตายเท่านั้นคือบทลงโทษของพวกแก” มันตวาดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว “วันนี้เป็นวันตายของพวกแกปีศาจ ทวีปมนุษย์ไม่ใช่ที่ ที่พวกแกสามารถมาทำตามอำเภอใจได้” หมิงหลงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก ถึงแม้หมิงหลงจะไม่รู้จักบรรดามนุษย์ที่อยู่ที่นี่ ทว่าในอนาคตคนพวกนี้ก็นับเป็นมือเป็นเท้าให้ทวีปมนุษย์ ให้พ้นจากการถูกคุกคามอย่างหนักหน่วง ผู้คนมีเป้าหมายเสมอ แม้เป้าหมายจะไม่แน่ชัดแต่สิ่งที่หมิงหลงกระทำมันอยู่ใต้จิตสำนึก ว่าสมควรช่วยเหลือแม้จะไม่ข้องเกี่ยวกับเขา แต่หากไม่แล้วผลกระทบในอนาคตอาจจะมาถึงหมิงหลงได้สลัดคลาบปีศาจออก เปิดเผยตัวตนโดยไม่มีความเกรงกลัวแต่อย่างใด“ทุกคนฟัง!! สังหารปีศาจที่ไม่มีผ้าคลุมหัวให้หมด” หมิงหลงได้ลอยเหนือพื้นปฐพี ราวกับตัวตนขอบเขตหยิบยืมปราณธรรมชาติ (ขอบเขตปราณระดับ7-8) ยังคงปรากฏผ้าเก่าๆปกปิดใบหน้าเช่นเคยจักพรรดิ์มนุษย์ !!! ทุกคนต่างเอ่ยพร้อมเพรียงกันเฮ!!! เฮ!!!“พวกเราลุย มีจักรพรรดิ์มาช่วยเราแล้ว” ทุกคนต่างเห็นบุรุษมนุษย์ลอยคว้างบนอากาศ ซึ่งตัวตนที่สามารถทำได้นั้นมีเพียงผู้ฝึกตนในขอบเขตหยิบยืมปราณธรรมชาติเท่านั่น หรืออีกชื่อคือจักรพรรดิ หมิงหลงถึงกับอึ้ง การกระทำของเชาทำให้ทุกคนเข้าใจผิด แต่มันก็เป็นผลดีทีเดียว มันได้มอบความฮึกเหิมให้พวกมนุษย์และมอบความหวาดกลัวให้บรรดาปีศาจทั้งหลายเด็กหนุ่มได้มุ่งความสนใจไปที่ปีศาจทมิฬอีกครั้งโจมตีได้!!หมิงหลงได้ออกคำสั่งผ่านจิตทันที ปีศาจทั้งสิบห้า พุ่งเข้าโจมในทันที ทั้งคมเขี้ยว กงเล็บ ต่างสาดใส่ปีศาจทมิฬไม่หยุดยั้งตูม ตูม!!กลุ่มควันลอยคลุ้งทั่วบริเวณที่ปีศาจทมิฬถูกพลังสาดใส่ ประกายแสงสีแดงได้เรืองแสงวาบภายใต้หมอกควัน พร้อมเสียงหึ่ง สร้างแรงสั่นสะเทือนชั้นอากาศธาตุ กลุ่มควันพลันเริ่มม้วนตัวเป็นเกลียวหนุม จนพัดพาหมอกสลายหายไปในชั่วพริบตาเบื้องหน้าปรากฏมงกุฏสีแดงขยายใหญ่ขึ้น หมุนควงเพื่อป้องกันการโจมตี ร่างกายของมันไร้ร่องรอยขีดข่วยแม้ปลายขนทราย หมิงหลงลอบมองร่างกายที่ดำทมิฬได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ บนใบหน้าแสดงถึงความเย้ยหยันในสายตาที่แสดงออก บนนิ้วชี้ของมันมีมงกฏที่ลดขนาดลง ยังคงหมุนควงอยู่ตลอดไม่ใช่ร่างกายที่ไร้รอยขีดข่วนของมันที่ทำให้หมิงหลงตื่นตนกไปชั่วขณะ แต่เป็นอาวุธที่สามารถใช้ได้เฉพาะในขอบเขตปราณปล่อยพลัง(ระดับปราณ5ถึง6) มันยังคงอยู่ใน ครึ่งก้าวสู่ขอบเขตปราณนภา ( ขั้น4ครึ่งก้าวสู่ขั้น5 ) เหตุใดถึงสามารถใช้พลังในขอบเขตถัดไปได้“ จำนวนที่มากกว่าของพวกเจ้าไม่มีค่าพอที่จะเอาชนะข้าได้ มันไร้ประโยชน์เมื่อยืนต่อหน้าข้า!! ” มือของมันได้เริ่มขยับไปมาราวกับกำลังควบคุมมงกุฏไปในทิศทางที่ต้องการอย่างอิสระ มงกุฏถูกขยายขนาดใหญ่ขึ้น ลอยหยักแหลมคมของมงกุฏเริ่มบิดงอจนหักโค่งราวคมเขียวอสูรชิ้ง ชิ้ง!! เสียงฟันอันแหลมคมเข้ากระทบกัน