โจวอวิ๋นเฉินดวงตาเป็ประกาย สองมือสั่นระริก ใบหน้าเผยความโลภโมโทสันออกมา “ทุกคนย่อมรู้ว่าผู้ใดที่ได้แผนที่หงส์เพลิง คนคู่นั้นย่อมได้ปกครองใต้หล้า แล้วเ้าคิดว่ากว่าเหรินจะ้ามันไปเพื่ออะไรล่ะ? มันคือแผนที่ที่นำไปสู่ขุมสมบัติ มันคือสิ่งที่จะนำพาความร่ำรวยและอำนาจมาให้ เ้าจงบอกกว่าเหรินมา เ้าซ่อนมันไว้ที่ใด? ขอเพียงเ้านำมันออกมามอบให้กว่าเหริน ไม่เพียงกว่าเหรินจะไว้ชีวิตพวกเ้า แต่จะยังทำให้พวกเ้าได้เสวยสุขกับความมั่งคั่งร่ำรวยไปชั่วชีวิต!”
เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาพี่ชายและพี่สาวของนางต่างก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินเข้ามารุมล้อมนางพลางขอร้องอ้อนวอนร่ำไห้กันอย่างน่าสงสาร
“น้องหญิง เ้ารีบนำมันออกมาเถอะ ชีวิตคนสำคัญกว่าสิ่งใด สิ่งอื่นล้วนเป็ของนอกกาย พี่ชายยังไม่อยากตาย!”
“อวิ๋นหวง ชีวิตพวกเราอยู่ในมือเ้าแล้ว เ้ารีบนำมันออกมาเร็วเข้าเถอะ!”
…
อวิ๋นหวงมองดูเหล่าพี่ชายและพี่สาวที่พากันร่ำไห้ขอร้องอย่างน่าเวทนา จิตใจพลันสับสนวุ่นวายขึ้นมาเหมือนด้ายที่พันกัน
การช่วยชีวิตคนเป็สิ่งสำคัญ นางย่อมเข้าใจหลักการนี้เป็อย่างดี
หากนางรู้จริง ๆ ว่าแผนที่หงส์เพลิงอยู่ที่ใด นางคงนำมันออกมาเพื่อช่วยพี่ชายพี่สาวของนางไปนานแล้ว
แต่ว่ากันอีกที ถึงแม้นางจะนำมันออกมาจริง ๆ โจวอวิ๋นเฉินก็คงไม่รักษาสัญญา และชีวิตของพวกเขาก็น่าจะรักษาไว้ไม่ได้อยู่ดี
เมื่อเห็นอวิ๋นหวงนิ่งเงียบไป ความผิดหวังของเหล่าพี่ชายและพี่สาวจึงแปรเปลี่ยนเป็ความสิ้นหวังและกลายเป็ความโกรธเคือง แต่ละคนทำสีหน้าย่ำแย่ไปตาม ๆ กัน
ในเวลานี้ เฉินซินอี๋ก็เติมเชื้อไฟเข้าไปอีก “พวกเ้าไม่ต้องไปขอร้องนางหรอก นางเก็บแผนที่สมบัติไปซ่อนไว้เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองคนเดียว ไม่สนใจความเป็ความตายของพวกเ้าหรอก!”
คำพูดนี้กระพือความโกรธแค้นของเหล่าพี่ชายและพี่สาวของนางขึ้นมาทันที พวกเขาด่าทอนางอย่างหยาบคายเท่าที่จะคิดคำออก พร้อมรุมทึ้งทุบตีอวิ๋นหวงด้วยความเกลียดชังอย่างล้ำลึก ราวกับว่านางเป็ศัตรูที่พวกเขาโกรธแค้นมานาน
“เ้ามันคนต่ำช้าอกตัญญู แผนที่หงส์เพลิงเป็สมบัติของแคว้นต้าเฉิน ไยเ้าถึงมันไว้คนเดียว!”
“เสด็จพ่อทรงลำเอียง มีอะไรก็ไม่เคยบอกให้พวกเรารู้ กลับมอบแผนที่สมบัติให้เ้าคนเดียว นี่มันถูกต้องแล้วหรือ!”
“เ้าคิดที่จะเก็บมันไว้คนเดียวสินะ ไม่สนใจแม้กระทั่งความเป็ความตายของพวกเรา เ้ามันจิตใจโฉดชั่วดั่งสัตว์เดรัจฉาน!”
…
พวกเขารุมทุบตีอวิ๋นหวงจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ผมเผ้าของนางถูกดึงทึ้งจนยุ่งเหยิง เสื้อผ้าถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่น ทุกพื้นที่บนร่างกายล้วนถูกทุบตีจนเ็ปอย่างแสนสาหัส
อวิ๋นหวงทำได้เพียงใช้แขนป้องกันใบหน้า ไม่อธิบายแก้ต่างให้ตนเองแต่อย่างใด อดทนต่อความเ็ปอย่างเงียบงัน
นางรู้ดีว่า ไม่ว่านางจะพูดอะไรออกไป พวกเขาล้วนไม่เชื่อ
อา~ ดูท่าวันนี้นางคงจะออกจากประตูนี้ไปไม่ได้เสียแล้ว ต่อให้นางไม่ถูกโจวอวิ๋นเฉินสังหาร ก็คงถูกพวกพี่ชายพี่สาวรุมทุบตีจนตาย!
ใจของอวิ๋นหวงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความขมขื่น ทว่านางไร้เรี่ยวแรงที่จะหลบหนีออกจากสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่
ซูอวี้เจ๋อที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ ในใจปวดร้าวราวกับถูกเฆี่ยนตี แต่เขาทำได้เพียงอดทน
โจวอวิ๋นเฉินกุมอำนาจชี้เป็ชี้ตาย ถึงเขาจะเป็องค์รัชทายาท แต่แท้จริงก็เป็เพียงหมากตัวหนึ่งของโจวอวิ๋นเฉินเท่านั้น
หากเขาหุนหันออกหน้าในตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยอวิ๋นหวงไม่ได้ ทว่าเขายังจะผลักให้ตัวเองและอวิ๋นหวงตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายอีกด้วย
ยามนี้ซูอวี้เจ๋อเชื่อแล้วว่าอวิ๋นหวงไม่รู้จริง ๆ ว่าแผนที่หงส์เพลิงคืออะไร อย่างไรก็ตาม ในวันนั้นที่วัดกูหลง ก่อนที่เฉินหลงฮ่องเต้จะสิ้นใจ เขาพูดถึงแผนที่หงส์เพลิงกับอวิ๋นหวงอย่างชัดเจน
ซูอวี้เจ๋อพยายามแสร้งทำเป็เยือกเย็น ทว่าความจริงแล้วเขากระวนกระวายใจยิ่งนัก
“พอแล้ว! ทะเลาะอะไรกันนักหนา! เฉินอวิ๋นหวง เ้าจะส่งมันมาหรือไม่!”
โจวอวิ๋นเฉินย่างสามขุมเข้ามาราวกับภูติผีปีศาจร้าย บรรดาองครักษ์ข้างกายเขาชักกระบี่ออกจากฝัก คมกระบี่เย็นเยียบสะท้อนแสงแวววาว
เหล่าอดีตองค์หญิงกอดกันกลมด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น ส่วนเหล่าอดีตองค์ชายที่ไม่เอาไหนต่างหมอบคลานอยู่บนพื้น พลางร้องขอความเมตตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“กว่าเหรินกล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ หากเ้าไม่พูด กว่าเหรินจะสังหารจนกว่าเ้าจะพูด!” โจวอวิ๋นเฉินกล่าวพลางชี้ไปที่องค์ชายรอง
องครักษ์ก้าวไปข้างหน้า เงื้อกระบี่แล้วตวัดหนึ่งครา คอขององค์ชายรองเฉินจิ่นหลินเกิดเป็แผลทางยาว เืสด ๆ ไหลทะลักออกมาจากาแ
ไม่นาน องค์ชายรองที่ชักกระตุกก็สิ้นลมหายใจ
การถูกข่มขู่กับการได้เห็นความตายที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดด้วยสองตาของตนเองนั้น เป็ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ความรักตัวกลัวตายเป็สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ทุกคน เพียงแต่สถานการณ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน บรรดาผู้กล้าที่ยอมสละชีวิตเพื่อความถูกต้องในประวัติศาสตร์นั้นน่ายกย่อง เพราะพวกเขายินดีที่จะตายเพื่ออุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ ดับความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยตนเอง
จิติญญาเช่นนี้ย่อมไม่มีให้เห็นในตัวบรรดาองค์ชายและองค์หญิงที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีเหล่านี้
พวกเขาหวาดกลัวจนแทบบ้า ร้องโวยวายสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น ทำทุกวิถีทางที่จะสามารถทำร้ายอวิ๋นหวงได้ ทั้งก่นด่า ทั้งทุบตี ไม่มีความปรานีเลยแม้แต่น้อย!
ราวกับว่าคนที่ทำลายแคว้นของพวกเขา และเป็ต้นเหตุของโชคร้ายทั้งหมด ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็อวิ๋นหวง
เมื่อเห็นคนที่นางรักอยู่ในสภาพเช่นนี้ ความโศกเศร้าแสนสาหัสก็ถาโถมเข้ามาราวกับน้ำหลากที่ไหลบ่า อวิ๋นหวงได้แต่กัดฟันอดทนต่อความอัปยศอดสู รวมทั้งอาการาเ็ทุกรูปแบบจากฝีมือพี่น้องของนาง ด้วยความสิ้นหวังอย่างที่สุด
“เ้าจะส่งมาหรือไม่?”
โจวอวิ๋นเฉินดึงคอเสื้อขององค์ชายสามเฉินเฉิงหย่วนขึ้น และเหวี่ยงเขาไปอีกด้านหนึ่ง
เฉินเฉิงหย่วนใกลัวจนแทบจะสิ้นสติ ปัสสาวะราด ตัวสั่นพูดไม่เป็ภาษา “อวิ๋นหวง...เ้า…เ้า...เร็วเข้า…ช่วยข้าด้วย...”
อวิ๋นหวงร้องไห้อย่างขมขื่น “เสด็จพี่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่ช่วย แต่ข้าไม่มีจริง ๆ”
โจวอวิ๋นเฉินแค่นเสียงหัวเราะอย่างเ็า กระบี่ขององครักษ์พุ่งตรงเข้ามา และเฉินเฉิงหย่วนก็ถูกแทงทะลุหัวใจ!
เมื่อเห็นองค์ชายรองและองค์ชายสามสิ้นใจอยู่ตรงหน้า เหล่าองค์ชายที่เหลือก็ยิ่งดูสติแตกมากขึ้นไปอีก อวิ๋นหวงถูกรุมล้อม ทำให้สถานการณ์ของนางอันตรายยิ่งขึ้น
ในที่สุดซูอวี้เจ๋อก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาก้าวไปข้างหน้าและยืนบังอยู่เบื้องหน้าอวิ๋นหวง “เสด็จพ่อ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลูกไม่เคยได้ยินองค์หญิงเก้าพูดถึงแผนที่หงส์เพลิงเลยจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ บางทีอาจมีเื่ราวเื้ัซ่อนอยู่ โปรดให้ลูกได้ลองตรวจสอบเื่นี้ให้กระจ่างเสียก่อน…”
ซูอวี้เจ๋อยังพูดไม่ทันจบ โจวอวิ๋นเฉินก็เอ่ยขัดจังหวะ “มีเื่ราวเื้ัซ่อนอยู่? จะมีเื่ราวเื้ัอะไรกัน? กว่าเหรินค้นหาทั่วทั้งวังหลวงแล้วก็ยังไม่พบแผนที่หงส์เพลิง มีพยานยืนยันว่าตอนที่เฉินหลงยังมีชีวิตอยู่ ได้มอบแผนที่หงส์เพลิงให้กับองค์หญิงเก้าก่อนจะสิ้นใจจริง ๆ ในเมื่อนางยอมตายเสียดีกว่าที่จะมอบมันออกมา กว่าเหรินก็จะช่วยให้นางสมปรารถนา!”
พูดจบ โจวอวิ๋นเฉินก็เปล่งเสียงคำรามดังก้อง “ทหาร!”
มีทหารหาญมากกว่าสิบนายหลั่งไหลเข้ามาจากนอกท้องพระโรง แต่ละคนแผ่ไอสังหารและความเผด็จกาจออกมา
โจวอวิ๋นเฉินชี้ไปที่องค์หญิงหกและองค์หญิงแปดที่กำลังจับตัวอวิ๋นหวงไว้ไม่ยอมปล่อย แล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “พวกเ้าต่อสู้อย่างกล้าหาญเยี่ยงวีรบุรุษ นักโทษสองคนนี้ กว่าเหรินยกให้พวกเ้าเป็รางวัล”
“อย่า อย่านะ!” องค์หญิงแปดหน้าถอดสี พลันร่ำไห้เสียงหลง
“ทุกอย่างเป็ความผิดของแก! ไปลงนรกซะ!” องค์หญิงหกเปลี่ยนความกลัวทั้งหมดให้กลายเป็ความโกรธแค้น ทันใดนั้นนางก็ยกมือขึ้นข่วนไปที่ใบหน้าของอวิ๋นหวง!
อวิ๋นหวงเบี่ยงตัวหลบ แต่หลังใบหูของนางกลับถูกข่วนเป็รอยเืสามเส้น เืสด ๆ ค่อย ๆ ไหลลงมาที่ลำคอ!
เหล่าทหารที่อดกลั้นไม่ไหวแล้ว ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งความยินดี พวกเขาเดินหน้าเข้าไปฉุดกระชากลากตัวองค์หญิงหกและองค์หญิงแปดออกไป แต่ละคนเริ่มลงมือกับร่างกายของพวกนาง เพียงพริบตา เสื้อผ้าของอดีตองค์หญิงทั้งสองก็ถูกฉีกเป็ชิ้น ๆ...
เสียงร้องไห้อันน่าเวทนาและเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งดังก้องไปทั่วท้องพระโรง สภาพที่เกิดขึ้นนั้นไม่อาจทนมองได้จริง ๆ
ใจของซูอวี้เจ๋อแขวนค้างอยู่กลางอากาศ แม้ว่าเขาจะพยายามซ่อนมันไว้อย่างสุดกำลัง แต่ก็อดที่จะหันมองไปทางอวิ๋นหวงไม่ได้
อวิ๋นหวงนั่งอยู่อย่างนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ดูเหมือนนางจะไม่ได้ยินทุกสรรพเสียงไปแล้ว
ความแค้นอันใหญ่หลวงและความอับจนหนทางกำลังบีบคั้นนาง ในฐานะสตรีอ่อนแอผู้หนึ่ง นางควรตอบโต้เื่น่าสยดสยองทั้งหมดนี้อย่างไร?
“เฉินอวิ๋นหวง เ้าจะส่งมันมาหรือไม่? ไม่เช่นนั้น คนต่อไปก็คือเ้า”
เสียงทุ้มต่ำของโจวอวิ๋นเฉินที่ไม่เร่งร้อนดังก้องขึ้น
ทันใดนั้นอวิ๋นหวงก็เงยหน้าขึ้น และสบเข้ากับสายตาของซูอวี้เจ๋อที่กำลังมองนางอยู่ ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “ซูอวี้เจ๋อ ท่านบอกว่าหากข้ามอบแผนที่หงส์เพลิงให้ท่านแล้ว ท่านจะปกป้องข้าไปตลอดชีวิต ไยท่านถึงปล่อยให้เขาทำร้ายข้าเช่นนี้?”
คำพูดของอวิ๋นหวง ทำให้ทั้งโจวอวิ๋นเฉินและซูอวี้เจ๋อต่างนิ่งงันไป
ซูอวี้เจ๋อคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นหวงจะคิดแผนการโยนความผิดมาให้เขาได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดดูอีกครั้ง การกระทำเช่นนี้ของนางก็สมเหตุสมผล
ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกิดจากเขาที่พาคนไปซุ่มโจมตี ลอบสังหารเสด็จพ่อเสด็จแม่ของนางถึงในวัด เป็เขาที่นำตัวนางกลับมา จับนางขังคุก และสุดท้ายก็พานางมาที่นี่
นอกจากนี้ เขาเองก็คงไม่คาดคิดเช่นกันว่า โจวอวิ๋นเฉินจะสั่งให้คนนำเนื้อเสด็จพ่อเสด็จแม่และเหล่าทหารองครักษ์มาปรุงเป็อาหาร ให้นางและพี่น้องของนางกิน
การดูิ่เหยียดหยามและการทำร้ายกันเช่นนี้ เป็เื่ที่เกินกว่าจะรับได้จริง ๆ
เขาเกลียดตัวเองที่ไร้ความสามารถ ทว่าตอนนี้ เขายังไม่มีอิสระที่จะทำตามใจนึกได้ จำเป็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้อื่นและรักษาชีวิตตนเองเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยหาโอกาส หากถึงคราวจำเป็ เขาก็จะทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อช่วยอวิ๋นหวงให้ได้
เพราะว่ากลยุทธ์ของอวิ๋นหวงในครั้งนี้ทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน ชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้จะรับมืออย่างไร ซึ่งอดไม่ได้ที่จะหันไปมองโจวอวิ๋นเฉินอย่างหวาดหวั่น
โจวอวิ๋นเฉินหรี่ตามองเขานิ่ง ั์ตาเผยประกายความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
ซูอวี้เจ๋อแอบคร่ำครวญในใจ อวิ๋นหวงเกลียดชังเขาถึงเพียงนี้ นางไม่ลังเลที่จะพาทุกคนพังพินาศไปพร้อมกัน แล้วเขาจะอดทนกับพายุครั้งนี้ได้อย่างไร?
โจวอวิ๋นเฉินแต่เดิมก็เป็คนขี้ระแวงและโเี้เืเย็นอยู่แล้ว ดังนั้นเื่นี้จึงยากที่จะจบลงด้วยดี
ซูอวี้เจ๋อขบคิดในใจหลายตลบ เม้มริมฝีปากแน่น และไม่ได้อธิบายในทันที
โจวอวิ๋นเฉินมองซูอวี้เจ๋ออย่างลึกซึ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันกลับมาย่อตัวลงบีบคางของอวิ๋นหวง “เ้าบอกว่าเ้ามอบแผนที่หงส์เพลิงให้อวี้เจ๋อไปแล้ว เื่เกิดขึ้นั้แ่เมื่อใด?”
อวิ๋นหวงทุ่มสุดตัว “ก่อนที่เขาจะพาคนมาสังหารเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ของข้า เขาพาข้าขึ้นไปบนต้นไม้ ขอร้องข้า และสัญญาว่าจะปกป้องข้าไปตลอดชีวิต”
“นั่นคือต้นไม้ชนิดใด?” โจวอวิ๋นเฉินเอ่ยถาม
“ต้นอู๋ถง หากท่านไม่เชื่อข้า ท่านสามารถถามเหล่าทหารที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นได้ ซูอวี้เจ๋อพาข้าขึ้นไปอยู่บนต้นไม้นานพอสมควร” อวิ๋นหวงตอบกลับ
โจวอวิ๋นเฉินปล่อยอวิ๋นหวง ยืนขึ้นแล้วลุกขึ้นหันไปหาซูอวี้เจ๋อ ใบหน้านั้นเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร “เ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่?”
ซูอวี้เจ๋อปรับลมหายใจ ใคร่ครวญถ้อยคำอย่างรอบคอบ “ทูลเสด็จพ่อ ลูกไม่รู้ว่าแผนที่หงส์เพลิงคือสิ่งใด อีกทั้งยังไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยพ่ะย่ะค่ะ”
โจวอวิ๋นเฉินกล่าว “เ้ากำลังจะบอกว่า นางพูดจาเหลวไหลอย่างนั้นรึ?”
.
.
.