ตอน 6 ขัดเกลา
คิดแล้วก็ละเหี่ยใจ... ในเมื่อเป็ราชโองการ ก็คงต้องมีผัวเป็ตัวเป็ตน นางร้ายผู้ไม่รักดีต้องแสร้งเป็แม่พระเอาใจสามี
"เสี่ยวอิง... เสี่ยวอิง... "
ยืนพูดคุยกับผู้ใหญ่อยู่นานสองนาน สายตาสองข้างชะเง้อชะแง้หาแต่ยอดขวัญใจ เขาเหลือบตามองเห็นนางนั่งเบื่อหน่ายในลานสวน ไม่วายจะเอ่ยปากขอปลีกตัวเข้าพบนางสักหน่อย
"เสี่ยวอิง... ในที่สุดข้าก็ได้พบเ้า... ข้าดีใจจริงๆ ข้าแทบไม่อยากข่มตาหลับ เพราะข้ากลัวว่าหากข้าหลับใหล ข้าจะไม่ตื่นมาแต่งกับเ้า!!" คำพูดของคนคลั่งรักหวานประหลาดจนชวนอ้วก
"กล่าวเกินไปแล้ว... ยังไงซะ ข้ายังต้องอยู่กับท่านไปชั่วชีวิต พรุ่งนี้เป็วันมงคลของเรา มันก็แค่เริ่มต้นเท่านั้น"
คำพูดดูแข็งกระด้าง แฝงเจตนาไล่แขก... สีหน้าที่บูดบึ้งถูกชักคว่ำหลายหน...
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ว่าที่สามีไม่มีทีท่าจะลดละหรือจากลา เื่ที่เขาชักชวนเสวนามีมากมายไม่สิ้นสุด หนุ่มสาวร่วมดื่มชาหมดหลายกาจนเวียนหัว แววตาที่เขามองนางนั่นคลั่งรักเกินคน เฮ่าฉินเปลี่ยนน้ำเสียงโทนเบา กลายเป็คนสุขุมนุ่มลึกเมื่ออยู่ใกล้กัน ต่างจากยอดรักที่เขาหมายตา ทีท่าของนางแสดงออกชัดเจนว่าสะอิดสะเอียนเต็มทน
"หรานเฮ่า... ข้าวิงเวียนนิดหน่อย... คงเป็เพราะตากลมนานเกินไป " วิธีไล่แขกของนางร้ายไม่เบา... แสร้งทิ้งตัวหมดสติ ต้องทำถึงขนาดนั้น เขาจึงยอมจากไป
รุ่งเช้า...
แสงอาทิตย์โผล่พ้นฟ้า หงส์ษาบินวน... นกน้อยในกรงทองเปล่งเสียงแจ้วขานร้องรับฤกษ์ดี
พิธีมงคลถูกจัดขึ้นที่จวนหราน
แม้ไม่้าสะใภ้คนนี้ เพื่อไม่ให้น้อยหน้า กลับตกแต่งซะใหญ่โต คนลือไปสิบลี้ร้อยบ้านว่าจวนหรานได้สะใภ้สำส่อน...
ทว่าข่าวคราวพวกนี้ะเืใจเขาั้แ่เมื่อไหร่... หรานเฮ่าคนคลั่งยังรักนางมากขึ้นทุกวัน ตามใจหนักมาก ดูแลทุกกระเบียดนิ้วประหนึ่งเป็องค์หญิงของจวน...
สองสามีภรรยาคำนับแขก คำนับบรรพบุรุษ ดับเทียนในห้องหอ... ร่วมรักคลายอารมณ์ สุขสมกันทั้งคืน... หรานเฮ่าฉินไม่ได้สนพรหมจรรย์ จังหวะที่ไฟดับมอด ลมเย็นพัดโชย ดั่งแววตามืดบอด ร่วมรักหลับนอนไม่ลืมหูลืมตา...
คืนเข้าหอหลังวิวาห์จบลงที่เตียงใหญ่ โล้รักโล้กายอย่างเร่าร้อน...
ทว่าเมียที่มากรักรู้สึกพึงใจอยู่บ้างแต่ไม่รู้จักพอ... ไหนเลยใครจะรู้... ซ่งอิงเว่ยแอบนัดพบกับชู้รัก... อยู่ทุกวันคืน...
"เ้า... เข้ามาปลดเปลื้องอาภรณ์ให้ข้าสิ " เรือนพักเล็กๆของบ่าว... ถูกจุดไฟตะเกียงรำไร... ส่องแ่สาดเงา นายหญิงยืนกางแขนอ้าให้เคลื่อนถอดชุด
อิงเว่ยแอบย้ำเท้าเหยียบดินไปที่นั่นโดยเฉพาะ เพียงเพราะมีใจชมชอบบ่าวหนุ่มร่างใหญ่ผิวเข้ม แผ่นอกหนา มันเย้ายวนเกินจะอดใจ...
"นายหญิงขอรับ เรือนพักของข้าเก่าซอมซ่อ ลำบากแล้วที่ท่านมาที่นี่ด้วยตัวเอง" ชายร่างใหญ่ผิวเข้ม คิ้วหนา ริมฝีปากบาง ร่างบากแผลเป็จากรอยแส้ เอ่ยถามด้วยความเจียมตัว...
"จะใไปไย เรือนข้าไม่สะดวกให้ไปหลายคืน ที่นี่เป็เหมือนรังรักของเรา วันนี้หรานเฮ่าไม่อยู่ข้าจึงมาหาเ้าได้... " นางพูดด้วยน้ำเสียงเย้ายวนช่วยเคลิ้ม
"ขอรับนายหญิง... "บ่าวผู้น่าสมเพชโอบหลังอิงไหล่ให้ซบ สูดหอมหลังหูเบาๆ มือทั้งสองพลางปลดเปลื้องอาภรณ์แสนงาม ให้เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า...
ฉากรักผิดผีเริ่มขึ้นโดยไร้ซึ่งความละอายใจ...
นายหญิงทอดกายให้บ่าว ทั้งที่รู้ดีว่าเป็ภรรยาสุดที่รักของหรานเฮ่า...
ทว่าความไม่รู้จักพอไม่เข้าใครออกใคร... ออกลายสำส่อนซ่อนเงื่อน ได้เสียกับชู้รักคนถ่อยที่เป็เพียงบ่าวรับใช้ในเรือน...
หลายครั้งหลายหนที่พวกเขาได้เสียกัน ถูกปิดมิดเป็ความลับ... กระทั่งชายชู้เริ่มหลงรักนายหญิงหัวปักหัวปำงุ่นง่านจนโงหัวไม่ขึ้น...
หลังจากได้เสียกันหลายชั่วยาม หนุ่มเนื้อเข้มร้องขอต่อนายหญิง...
"นายหญิงขอรับ... ข้าอยากเก็บท่านไว้ปรนนิบัติเพียงผู้เดียว ไม่้าให้ชายอื่นชายใดเข้าใกล้... "
"ท่านยินดีหนีไปกับข้าหรือไม่"
ทันทีที่คำพูดของเขาจบลง... อิงเว่ยเพียงชายตามอง ฉุกคิดในใจก็ได้คำตอบ
"บ่าวชั้นต่ำ... กล้านักนะที่จะชักชวนข้าไปลำบากนอกจวน... แม้เ้าจะให้ความสุขกับข้าถึงพริกถึงขิงกว่าสามี ยังไงซะเงินทองและยศศักดิ์ก็ยังเป็ของจำเป็ที่ข้าละทิ้งไม่ได้..."
คำพูดของนางเพียงไม่กี่ประโยคทิ่มแทงใจดำจนทะลวงบาดลึกเป็ร่องแผล
"เอาล่ะ... ล้มเลิกความคิดซะ เ้าก็แค่บ่าวที่มีหน้าที่ขัดเกลาบรรเทาความใคร่ให้ข้า!!" อิงเว่ยไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้อื่นยกเว้นเสียแต่ตัวเอง ก่อนหันหลังเดินจากนางโยนถุงเงินเพียงไม่กี่เฉียนลงตรงหน้าเขา เพื่อปลอบใจ
"นี่ท่าน!! ท่านดูถูกข้าไปแล้ว "เ้าบ่าวถ่อยรู้สึกต่ำต้อยเหยียดหยาม ลุกขึ้นกระชากปลายอาภรณ์ ฉุดดึงข้อแขน ยื่อหยุดกันนานโข มีปากเสียงดังคับเรือน... กระทั่งโทสะแรงบุรุษทำให้นางล้มหัวกระแทกขอบเตียงได้เื...
ยามห้าย เวลา 22.00 น.....
ม้าคู่กายถือจุงเข้าคอก... หูแว่วหรือไร หรานเฮ่าฉินได้ยินเต็มสองหู คล้ายว่าบุคคลสองคนกำลังมีปากเสียงรุนแรง ทว่า...เสียงนั้นกลับคล้ายคลึงกับภรรยาที่รัก
ผู้เป็สามีหวั่นใจ กลัวว่านางจะได้รับอันตราย รีบปรี่ตัวไปตามเสียง เห็นจะๆว่าเสียงด่าทอดังมาจากเรือนเล็กซอมซ่อที่พักของบ่าวในจวนซึ่งมีหน้าที่ดูแลม้า
เขาใช้สองมือผลักดันประตูให้เปิดออก เห็นภรรยานั่งยองกองเื
"ที่มันเกิดอะไรขึ้น" เขารีบเข้าไปประคองนางนั่งแนบอกด้วยความห่วงใย
"หึ... ท่านมาก็ดี วันนี้บ่าวมีเื่อยากจะร้องขอ" การปรากฏตัวของเขาในเวลานี้ช่างเหมาะเจาะ เข้าทางบ่าวเต็มประตู เขาไม่รอช้า คุกเข่าลง เล่าความจริง หวังให้นายใหญ่ไล่ภรรยาออกจากจวนด้วยใบหย่า ส่วนตัวเองนั้นจะได้เคียงเสียบ
"เ้าทำร้ายนาง ยังมีหน้าร้องขอ ไม่ละอายใจหรือไร!!" ฝ่ามือหนักๆหวดข้างหูกระทั่งเืกบปาก
"แท้จริงแล้ว... ความใคร่นี้ท่านสนองนางมิได้สาแก่ใจ ข้าจึงต้องคอยซ้ำให้หลายค่ำคืน อย่างไรนายหญิงน้อยจวนหรานก็คือเมียของข้าเช่นกัน!!" คำพูดบทนี้ของบ่าวต้อยต่ำ ทำให้หรานเฮ่าถึงขั้นปากชา ลิ้นเปลี้ย พูดไม่ออก
"เ้าคนเลี้ยงม้าชั่ว พูดเกินไปแล้ว เสียดายที่ข้าเอ็นดูเ้า!!" อิงเว่ยแสร้งชี้หน้า ร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดเืขาดเนื้อ
"หรานเฮ่า... เขาเป็คนลักพาตัวข้ามาที่นี่ ซ้ำแล้วยังขืนใจข้า ข้าอับอายนัก พยายามขัดขืน กระทั่งได้รับาเ็ปานนี้ ท่านยังจะฟังแค่บ่าวชั่วคนนี้งั้นเหรอ" คำออดอ้อนที่ใช้น้ำตาเข้าสู้ ชวนให้คนคลั่งรักลังเลใจ
ฟังจากคำพูดที่ไม่ตรงกัน เขาทำได้แค่ฟัง และครุ่นคิดนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พบว่าเื่นี้ดูมีลับลมคมในไม่น้อย
ร้อยคนคิด หนึ่งคนต่าง มากปรารถนา นำพามาซึ่งเื่อัปยศทั้งปวง ความเ็ปที่ก่อเกิดขึ้นในใจทำให้เขาฉุนเฉียวด่าทอแบบไม่เกรงใจคน ปากหมาขั้นสุด
"ข้าจะไม่เชื่ออะไรใครทั้งนั้น จนกว่าข้าจะสืบหาความจริงให้กระจ่างด้วยตัวเอง... เ้ากับข้า แยกเรือนกันอยู่!! " นี่ถือเป็คำขาดที่สามีสั่ง ไม่ว่าใครก็ยากจะขัด เมื่อจวนหรานมีเฮ่าฉินที่เป็นายใหญ่
หลังจากค่ำคืนนี้จบลง หรานเฮ่าฉินหัวใจสลาย ปวดใจอย่างหนัก สับสนปนเป ไม่อาจแน่ใจได้ว่าสิ่งไหนคือเื่จริง อีกทั้งข่าวลือที่ไม่ค่อยดีนักของนางชวนให้เขาหวั่นไหวไปทุกขณะ...
หรานเฮ่าเปลี่ยนไปเป็คนละคน เหมือนฟ้าสูงดิ่งลงเหว เขาร้ายกาจกับนางอย่างไร้ที่ติ
"ในเมื่อข้าเคยเป็เทพบุตรให้ เ้ากลับสร้างเื่บัดซบ หนนี้ถึงเวลาที่เ้าจะต้องได้เรียนรู้ด้านมืดของข้า!! " ดึกดื่นไม่ยอมนอน เอาแต่ชมจันทร์ยกชาดื่มหลายจอกไม่รู้อิ่ม... เตาผิงแม้จะอุ่นอังดังไฟขนาดไหน กายใจกลับหนาวเหน็บเหนือพรรณนา
ถึงขั้นว่าควานหา... เมียรองแต่งเข้าจวนกะทันหันเพื่อประชดอิงเว่ย จบรักสิบสามปีที่รอคอย ไม่สมกับความตั้งใจที่เขาบากบั่นเพื่อนางทุกขั้นตอน