บทที่ 31
ภามเปิดโกดัง มองไปยังมุมที่มีฟางแห้งถูกมัดวางไว้เป็นกองๆ แล้วก็รู้สึกหนักใจอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเมื่อวานถาดเพาะเมล็ดถูกใช้หมดแล้ว และเขายังเหลือเมล็ดที่ยังไม่ได้เพาะอีก 4,000 เมล็ด จึงตั้งใจจะเพาะลงแปลงปลูกและใช้ฟางคลุมหน้าดินเหมือนที่แล้วๆ มา แต่หากนำฟางพวกนี้แบ่งไปใช้คลุมปากหลุมปุ๋ย ส่วนที่เหลือคงพอจะนำไปใช้คลุมหน้าแปลงผักได้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว “มีงานต้องทำเพิ่มแล้วสินะ” ภามพึมพำกับตัวเอง เมื่อคิดว่าต้องหาเวลาไปเอาหญ้ามาทำฟางเพิ่มแล้ว ภามขนฟางจากโกดังมาวางไว้ข้างหลุมปุ๋ยอยู่สี่ห้ารอบ คนอื่นๆ ก็หาไม้มาวางพาดปากหลุมเสร็จพอดี ภามจึงให้เมมี่เข้าไปเตรียมอาหารกลางวันง่ายๆ ก่อน ส่วนเขาและอลันก็ช่วยกันเอาฟางคลุมปากหลุมต่อ เนื่องจากช่วงเช้าใช้พลังงานกันไปมาก อาหารกลางวันมื้อนี้จึงไม่มีใครพูดอะไรกันมากนัก หลังทานอาหารกันเรียบร้อย ภามก็ให้ทุกคนพักผ่อนกันก่อน โดยบอกให้เด็กๆ นอนพักช่วงบ่าย ไม่ต้องไปช่วยทำงานก็ได้ “น้าอลัน เมื่อวานปุ๋ยในโรงเรือนยังพอมีเหลืออยู่หรือไม่” ภามถามขึ้นในขณะที่นั่งพักอยู่ในห้องนั่งเล่นกับทุกคน“ยังเหลืออีกหลายกระสอบขอรับ”“งั้นก็ดี ข้าจะเอาปุ๋ยไปใส่แปลงผักที่ปลูกไปแล้วสักหน่อย” ภามปล่อยให้ทุกคนนั่งพัก ส่วนเขาเดินออกจากบ้านไปเอาปุ๋ยมาใส่แปลงมันฝรั่ง แครอท ผักกาดขาว และกะหล่ำปลี ที่ปลูกเอาไว้ก่อนหน้านี้ “ข้าน้อยช่วยเองขอรับ” อลันที่เดินตามภามออกมากล่าวอาสา พร้อมกับเข้าไปช่วยภามแบกถุงปุ๋ยออกมาจากโรงเรือน“เจ้าไปพักก่อนเถิด เดี๋ยวตอนบ่ายต้องใช้แรงงานอีกมาก ตรงนี้ข้าจัดการเอง” ภามบอก เมื่ออลันวางถุงปุ๋ยลงข้างๆ แปลงผักเรียบร้อยแล้ว“จะให้ท่านทำงานคนเดียวได้อย่างไรกันขอรับ ไม่ต้องห่วง งานใช้แรงงานเช่นนี้ข้าชินแล้ว งานก่อสร้างที่ข้าเคยทำมา ล้วนหนักมากกว่านี้อีกขอรับ” อลันอธิบาย พลางช่วยภามตัดปุ๋ยใส่แปลงผักต่อไป หลังจากใส่ปุ๋ยกันจนเสร็จแล้ว ภามจึงให้อลันพักอีกสักเล็กน้อย เมมี่ที่เห็นทั้งสองเดินกลับเข้ามาพักในบ้าน ก็รีบไปรินน้ำมาให้ดื่ม ก่อนจะไปหาผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาใช้ทั้งสองเช็ดหน้าเช็ดตาให้สดชื่น “แดดยามบ่ายนี่ร้อนจริงๆ พวกเจ้ายังไหวอยู่หรือไม่” ภามถามขึ้น หลังจากพักจนหายเหนื่อยแล้ว“สบายมากขอรับ/เจ้าค่ะ” อลันกับเมมี่ตอบ ส่วนเด็กสองคนน่าจะเพลียจนหลับคาโซฟาไปเรียบร้อยแล้ว ช่วงบ่าย ภามพาอลันและเมมี่พลิกหน้าดินขุดแปลงเพาะปลูก ไว้สำหรับปลูกเมล็ดพันธุ์ที่เหลืออีก 4,000 เมล็ด ทั้งสามขุดทำแปลงกับไปเรื่อยๆ ไม่นานเด็กๆ ก็ตื่นออกมาช่วยขุด เมื่อภามเห็นว่าขุดแปลงได้ใกล้จะครบตามที่ตั้งใจไว้แล้ว จึงปล่อยให้เมมี่กับเด็กๆ ช่วยกันขุดต่อ และเรียกให้อลันไปช่วยเขาขุดหลุมตื้นๆ ขนาดประมาณ 10x10 เมตร ลึก 20 เซนติเมตร ไว้สำหรับทำนาปลูกข้าว ในขณะที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินจนใกล้จะเสร็จอยู่แล้วนั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงคำรามดังขึ้น ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงคำรามที่ดังมาจากในป่า แต่เสียงมันดังมาจากจุดที่ใกล้กว่านั้นมาก อามินกับแอนเน่รีบวิ่งไปหลบหลังแม่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อลันรีบวิ่งกลับไปยืนบังหน้าภรรยาไว้ทันที พร้อมกับยกจอบขึ้นมากระชับไว้ในมือในท่าเตรียมพร้อม ส่วนภามเองก็มองไปรอบๆ ที่ดินเพื่อหาที่มาของเสียงทันที ไกลออกไปทางทิศที่พวกเขาไปขุดหลุมหมักปุ๋ยเมื่อเช้า มีมอนสเตอร์สองตัว รูปร่างคล้ายหมูป่า แต่หัวเหมือนสิงโต มีฟันแหลมยื่นออกมารอบปาก กำลังวิ่งตรงมาทางพวกเขา พร้อมกับอ้าปากคำรามเสียงดัง มองจากสายตาแล้ว พวกมันน่าจะสูงเกือบถึงสะโพกของภามเลยทีเดียว แถมดูจากกล้ามเนื้อบนลำตัวของมันแล้ว ดูท่าทางพวกมันน่าจะมีกำลังอยู่ไม่น้อย “พวกเจ้ารีบเข้าไปหลบในบ้านกันก่อน!” ภามหันไปสั่งคนที่เหลือ“ข้าจะอยู่ช่วยท่านเอง” อลันร้องบอกกลับมา“ไม่ต้อง! เจ้าพาครอบครัวของเจ้าเข้าบ้านไป ทำตามที่ข้าสั่ง เร็วๆ เข้า! ไป!!” ภามรีบตะโกนสั่งย้ำอีกครั้ง พร้อมเร่งให้ทุกคนหนีเข้าไปหลบในบ้านก่อน เมื่อเห็นว่ามอนสเตอร์สองตัวนั้นยังไม่มีท่าทีจะหยุดวิ่งตรงเข้ามา“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนสะดุ้งเบาๆ เนื่องจากไม่เคยเห็นภามตะโกนเช่นนี้มาก่อน ก่อนจะรีบตอบรับ และวิ่งกลับไปทางตัวบ้านทันที เมื่อเห็นว่าทุกคนวิ่งกลับเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว ภามมองมอนสเตอร์ที่วิ่งตรงเข้ามาหาเขาอย่างไม่ลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะหันไปรอบๆ ตัว เมื่อมองหาสิ่งที่พอจะนำมาใช้เป็นอาวุธได้บ้าง แต่ก็ไม่พบอะไรนอกจากจอบและเสียม ที่เอามาใช้ต่อสู้ได้ไม่ถนัดมือนัก สุดท้ายเข้าจึงเอาไล่เก็บไม้ปลายแหลมที่ใช้ปักตำแหน่งขุดแปลงมารวมไว้ในมือ เขากำไม้ไว้ข้างละสามถึงสี่แท่ง ก่อนจะวิ่งเข้าหามอนสเตอร์ที่กระโจมเข้ามาเขาเช่นกัน ภามมองมอนสเตอร์ตัวแรกที่กระโจนเข้ามา จึงหยุดฝีเท้ากะทันหัน พร้อมกับเบี่ยงตัวไปด้านข้างเล็กน้อย ก่อนจะใช้เท้าถีบกลางลำตัวของมันให้กระเด็นไปโดนอีกตัวที่วิ่งตามมา เมื่อเห็นพวกมันชนกันจนเสียหลัก ภามก็รีบวิ่งเข้าไป ใช้แรงส่งจากการกระโดดไม้ปลายแหลมที่กำอยู่ในมือทั้งสองลงไปที่ข้างลำคอของมอนสเตอร์ตัวที่ล้มอยู่ใกล้ที่สุด มันพยายามดิ้นรน พร้อมกับส่งเสียงร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด อีกตัวที่เห็นเพื่อนถูกทำร้าย เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็กระโจนใส่ภามทันที ภามยังคงออกกดไม้ในมือ จนรู้สึกได้ว่าไม้เสียบทะลุคอมอนสเตอร์ตรงหน้าจนปักลงไปในดิน มอนสเตอร์อีกตัวที่กระโจนมา ผลักภามกลิ้งลงไปนอนบนพื้น อุ้มเท้าตะปบอยู่บนบ่า อ้าปากยื่นหน้าลงมา หมายจะขะย่ำเหยื่อตรงหน้า ภามจึงรีบยกเท้าขึ้นถีบกลางลำตัวของมัน จนร่างมันกระเด็นออกไปไกล เขาเข้าไปกระชากกำไม้แหลมออกจากคอมอนสเตอร์ตัวแรกที่นอนขาดใจตายไปแล้วขึ้นมาถือไว้ พุ่งเข้าไปหาอีกตัวที่เขาถีบไปเมื่อครู่ จากแรงถีบที่ท้อง และแรงกระแทกจากการล่วงลงมา ทำให้มันลุกขึ้นมายืนกะเผฺลกเหมือนขาหลังจะหัก มันคำราม พร้อมกับค่อยๆ ขยับตัวถอยหลัง ภามที่พุ่งเข้ามา เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้มีท่าทีจะสู้ต่อ จึงชะงักฝีเท้า หนึ่งคน หนึ่งมอนสเตอร์ จ้องหน้ากันอยู่สักพัก ก่อนที่มอนสเตอร์ที่บาดเจ็บจะเป็นฝ่ายยอมล่าถอยไป