บทที่ 54
“ท่านแนนซี่ขอรับ พวกข้าคือคนของท่านฌอนขอรับ... ส่วนนี่คือจดหมายท่านฌอนฝากมาถึงท่านขอรับ” คิริวกล่าวพร้อมกับหยิบยื่นจดหมายให้กับแนนซี่“อย่างนั้นรึ... ไหนดูซิว่าท่านฌอนจะเอาปัญหาอะไรมาให้กับข้าอีก” แนนซี่เปิดจดหมายออกมาอย่างช้า เธอค่อยๆไล่เรียงอ่านในใจอย่างบรรจงทุกตัวอักษร ก่อนที่เธอจะแช่แข็งจดหมายนั้นสลายหายไป“ข้าเข้าใจแล้ว.. พวกเจ้าก็รอข้าอยู่ตรงนี้สักครู่ก็แล้วกัน ข้าขอเก็บของๆข้าก่อน” เธอเปิดประตู จากนั้นก็เดินเข้าไปข้างในเพื่อเก็บของ จากนั้นเธอก็เดินออกมา ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าทหารที่ทำหน้าที่องครักษ์ ตัวหัวหน้ากลุ่มจึงเอ่ยถามกับแนนซี่ว่า“ต้องขออนุญาตเสียมารยาทแล้วขอรับ ท่านแนนซี่ ไม่ทราบว่าดึกๆเช่นนี้ท่านจะเดินทางไปที่แห่งหนใดขอรับ” พวกเขาเองก็ทำหน้าที่นี้มาหลายชั่วโมงแล้ว และถ้าเธอจะออกไปเที่ยวไหนต่อไหนอีก พวกเขาจะได้กลับบ้านพักผ่อนได้เมื่อใดกัน“จริงซิ พวกเจ้าจะกลับไปก่อนก็ได้นะ ข้าดูแลตัวเองได้ พวกเจ้าไม่รู้หรือยังไง.. ว่าแต่พวกเจ้าพอจะรู้จักโรงแรมดีๆสักแห่งที่ยังพอมีห้องว่างอยู่หรือไม่” แนนซี่กล่าวออกไปอย่างจนใจ พวกเขาไม่รู้หรือแกล้งโง่ไม่รู้หรือยังไงว่าเธอน่ะเก่งมาก แล้วอย่างนี้เธอจะไปหลอกเอาเงินจากใครได้ล่ะ แต่เธอก็ไม่ลืมถามเรื่องโรงแรมที่ท่านฌอนได้ไหว้วานมา“ไม่เป็นอะไรขอรับท่านแนนซี่.. ส่วนเรื่องของโรงแรมข้าก็พอจะรู้จักอยู่บ้าง เชิญทางนี้เลยขอรับ” ทหารเดินนำหน้าไปยังโรงแรมที่ไม่ได้อยู่ไกลจากที่แห่งนี้เลย มันห่างออกไปเพียงแค่7-8ร้อยเมตรจากตัวร้าน เมื่อมาถึงแนนซี่ก็บ่นกับตัวเองเล็กน้อย เดินผ่านมันมาหลายวัน แต่ทำไมไม่เคยสังเกตเห็นมันเลยนะ ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปข้างใน เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะให้ทั้งสามได้พักผ่อนกันในคืนนี้หลังจากคุยกันได้ไม่นาน โรงแรมเหลือห้องให้เพียงหนึ่งห้องสำหรับ 2 เหรียญเงินต่อหนึ่งคืน แต่หากจะเข้าพัก 3 คน ทางโรงแรมขออนุญาตคิดเงินที่ 2 เหรียญเงิน 500 เหรียญทองแดง ซึ่งแนนซี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร และตกลงจ่ายเงินให้ไปในทันที จากนั้นแนนซี่ก็หันไปเอ่ยกับพวกคิริวทั้งสามคนว่า“ท่านฌอนสั่งให้พวกเจ้าทั้งสามคนมาทำงานที่ร้านของท่าน และในวันนี้พรุ่งนี้จะต้องหาที่เช่าใหม่ ซึ่งข้าจะเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด พวกเจ้ายังมีภารกิจที่จะต้องทำ แต่ท่านฌอนอยากให้เป็นอีก 3 วันข้างหน้าเพื่อทำตามเป้าหมายของท่านให้บรรลุก่อน พวกเจ้าเข้าใจใช่หรือไม่”แนนซี่กล่าวออกมา คนอื่นๆที่อยู่ด้วยพวกเขาก็คิดเพียงแค่ว่ามันเป็นบทสนทนาทั่วๆไป จึงไม่ได้สนใจอะไรมาก ก่อนที่ทั้งสามจะตอบรับเหมือนกับทหารในยุคปัจจุบัน“ทราบ”พวกเขายกมือวันทยาหัตถ์ ทำความเคารพแก่แนนซี่ แนนซี่ที่ได้เห็นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะรับความคารพ และเดินจากโรงแรมไปพร้อมกับทหารอารักษ์ขา ส่วนพวกของอินทรีย์ขาวก็ขึ้นมายังห้องนอนของพวกเขา เหตุที่พวกเขาสามารถนอนร่วมกันได้ โดยที่ไม่เกี่ยงชายหญิง เพราะพวกเขาผ่านอะไรมาด้วยกันหลายต่อหลายเหตุการณ์แล้ว จะมาคิดทำไมกับเรื่องเพียงแค่นี้ทางด้านของฌอนที่กำลังจะเข้านอนที่เต้นท์นอนของเขา เครื่องรับ-ส่งรหัสมอสก็ดังขึ้นมา คนที่สามารถส่งข้อความหาเขาได้โดยตรงมีไม่กี่คน และทั้งหมดจะต้องทราบดีอยู่แล้วว่าถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนห้ามติดต่อมาเวลานี้ แต่เมื่อเขาเปิดข้อความขึ้นมาเขาก็ยิ้ม และพอใจในระดับหนึ่งเลยทีเดียว“ภารกิจของหน่วยหมาป่าขาว คือ สังหาร และกวาดล้างกองโจรผ้าแดงที่มีสมาชิก 10000 คน ภารกิจนี้จะต้องขอแรงสนับสนุนเป็น กระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตรเพิ่มอีกจำนวน 8000 นัด ส่วนภารกิจของหน่วยฉลามขาว คือ สังหาร และกวาดล้างกองโจรสลัดที่มีสมาชิก 6000 คน ภารกิจในครั้งนี้จะต้องขอแรงสนับสนุนกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรเพิ่ม จำนวน 4000 นัด และอาจจะใช้เวลาถึง 15 วัน เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ เพราะกลุ่มโจรนี้อยู่กระจัดกระจายกันทั้งหมด 14 เกาะย่อย 1 เกาะฐานที่มั่น”มันเป็นข้อความของโมนาร์ทที่ส่งตรงเข้ามาหาฌอนโดยตรง ซึ่งเขาพอใจมากกับการเลือกรับภารกิจของทั้งสองหน่วย และเขาก็คิดว่าไหนๆก็ไหนๆเขาจะสนับสนุนทุกๆทางที่จะสามารถทำให้การทำภารกิจในครั้งนี้มันกลายเป็นตำนาน“เจ้าพวกนั้นลงทุนกันเกินไปหรือเปล่านะ เล่นใหญ่จัดใหญ่เสียจริง คนแค่นั้นจะไปฆ่าคนเป็นพัน สงสัยจะต้องมีของสัมมนาคุณครั้งใหญ่แล้ว”ฌอนเอ่ยออกมา และในใจคิดว่าจะชื้อพวกระเบิดมือให้คนละ 2 ลูก รวมทั้ง 48 ลูก และยังจะให้เอาไว้ทดสอบอีกสักสองลูกเผื่อเอาไว้ และยังไม่พอ เขายังจะส่งที่เก็บเสียงของปืนทั้งปืนสั้นปืนยาวให้กับพวกเขาเหล่านี้ด้วย แต่มันก็ต้องหลังจากที่เขากลับเข้าเมืองได้ในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เขาได้แต่จดในสิ่งที่เขาจะชื้อแล้วหักเงินจากหน่วยต่างๆทีหลัง จากนั้นเขาก็บ่นออกมาว่า“ว่าแต่พวกอินทรีย์ตอนนี้ก็น่าจะเข้าเมืองได้แล้วล่ะมั้ง ช่วยไปตั้งขนาดนั้นแล้ว ถ้ายังไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี”ฌอนที่นั่งนึกถึงแผนการของตัวเอง ที่จะให้ลูกน้องทั้งสามคนของเขามีตัวมีตนในเมืองมาลีนแห่งนี้ แต่ตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นจะต้องลอบเข้าไปในเมืองให้ได้ก่อน แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ปัญหาในตอนนี้ สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือนอน และหลับให้ฝันดีก็พอแล้ว แต่ยังไม่ทันที่หัวของเขาจะถึงหมอน ข้อความจากเครื่องรหัสมอสก็ร้องแจ้งเตือนอีกครั้งหนึ่ง“หน่วยอินทรีย์ขาวได้เดินทางเข้าเมืองอย่างสวัสดิ์ภาพแล้วขอรับ... ภารกิจที่หน่วยเลือกที่จะรับทำ คือ สังหารเจ้าชายราชอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอนพร้อมคณะผู้ติดตามขอรับ”เมื่อฌอนได้เห็นข้อความนี้เขาก็ตกใจ สังหารเจ้าชายเลยอย่างนั้นเหรอ แต่เขาก็วางใจได้ในระดับ มันอาจจะเป็นเพราะว่าเขาได้กำชับกับศูนย์รับภารกิจว่า อย่ารับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการคงอยู่ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีผลเสียต่ออาณาจักรดีไวท์โดยตรงเขาคิดว่ามันน่าจะไม่เป็นปัญหาใดๆ แล้วเขาก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจก่อนจะล้มตัวนอนลงไปอีกครั้งหนึ่ง แต่เขาจะรู้ไหมว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เขาต้องพบเจอกับเรื่องที่ชวนให้ปวดหัวอย่างขีดสุด ทุกอย่างในคืนวันนี้มันก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วไม่มีอะไรเกิดขึ้นมา จนเช้าวันใหม่ฌอนเดินทางด้วยเท้าออกจากป่าหลังจากเก็บของส่วนตัวของเขาเรียบร้อยแล้ว เช้านี้เขาตั้งใจว่าจะไม่เรื่องมากที่จะใช้สิทธิพิเศษในการเข้าเมือง เพราะว่าเขามีธุระที่ต้องจัดการอีกมากมายนัก แต่เมื่อเขาเดินมาถึงโซนหน้าประตูเมืองเท่านั้นแหละ เขาถึงกับตกใจจนจะทำอะไรหรือพูดอะไรก็ทำไม่เป็นทั้งนั้น เขายืนตัวแข็งมองไปยังป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเมือง ว่า.....