“ยังมีอีกเื่ครับน้องบุญ เ้าหญิงเทย่าทรงขอเพิ่มนักท่องเที่ยวที่จะไปกับพวกเราพรุ่งนี้อีกสามคนครับ ไม่ทราบว่าทางบริษัททัวร์ของน้องบุญจะขัดข้องหรือไม่? โดยทางเรายินดีจ่ายเงินเพิ่มให้ครับ”
การุณบอกเธอตามที่เ้าหญิงเทย่าได้สั่งการมา
“เดี๋ยวฉันจะโทรแจ้งบริษัทให้ค่ะ ปกติก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้วเพราะรถตู้ที่เราเตรียมมาให้ยังนั่งได้อีกหลายคนนะคะ จะได้มาช่วยกันตามหาท่านเทพธิดากันเยอะๆ แล้วฉันก็จะพาพวกคุณทั้งหกคนไปปล่อยรอบๆ เมืองเชียงใหม่จุดละหนึ่งคนกระจายกันช่วยค้นหาดีมั๊ยคะ?”
เธอพูดเล่นแล้วยิ้มให้ แต่ทั้งสามค้อนเธอเป็ตาเดียว
“แหะๆ ก็แปลว่าไม่ดีสินะ…ฉันก็แค่พูดเล่นน่ะค่ะ ขืนทำแบบนั้นพวกคุณก็คงจะหลงทางกันแย่เลย ส่วนฉันก็คงโดนบริษัทหักเงินด้วยน่ะสิคะ”
ทั้งสามหนุ่มจึงได้ยิ้มให้กับความน่ารักของเธอ
“น้องบุญพูดเื่นี้ทำให้ผมนึกขึ้นได้ เราจะใช้วิธีไหนในการตามหาท่านเทพธิดากันดีครับ? ในเมื่อดูจากวันเกิดก็คงไม่ได้แล้ว เพราะเพื่อนน้องบุญบอกว่าในทะเบียนราษฎร์ไม่มีคนเมืองเชียงใหม่ที่เกิดวันเดียวกันกับท่านเทพธิดาอาศัยอยู่”
การุณถามความเห็นบุญ เธอนั่งคิดอยู่พักนึงแล้วจึงเสนอวิธีขึ้นมา
“ถ้าเราตัดเื่วันเกิดเธอออกไป เราก็ยังเหลือรูปแม่ของเธอ และความจริงที่ว่าเธอเป็เทพธิดาแห่งโชค ที่สามารถใช้ทดสอบหญิงสาวคนที่เราสงสัยได้ค่ะ ยกตัวอย่างเช่นแทนที่คุณการุณจะขอดูบัตรประชาชนของฉันในตอนแรกที่สงสัยฉัน ก็เปลี่ยนเป็ถามฉันว่า ‘เคยเห็นคนที่คล้ายคนในรูปหรือไม่?’ ถ้าคนในรูปเหมือนแม่ ฉันก็จะตอบว่า ‘เคยเห็นค่ะ เหมือนแม่ฉันเอง’ ก็เป็ไปได้ว่าฉันคือเทพธิดาแห่งโชค แล้วคุณค่อยทดสอบว่าฉันทำให้คุณมีโชคได้จริงหรือไม่? แต่ถ้าฉันตอบว่า ‘ไม่เคยเห็นคนที่หน้าคล้ายคนในรูปเลยค่ะ’ ก็แปลว่าฉันไม่ใช่เทพธิดาค่ะ เข้าใจรึเปล่าคะ?”
ทั้งสามหนุ่มพยักหน้าเข้าใจและเห็นด้วยกับเธอ แต่การุณมีสีหน้าเหมือนยังคงข้องใจอะไรอยู่
“คุณการุณมีอะไรอีกรึเปล่าคะ?”
บุญถามการุณเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของเขา
“ไม่ทราบสิครับ เหมือนมีอะไรแปลกๆ อยู่นะครับ แต่ผมนึกไม่ออก”
การุณพูดไปก็คิดไปแต่ก็นึกไม่ออก
“ถ้าเช่นนั้นเราไปกันก่อนเถอะค่ะ คุณการุณนึกออกเมื่อไหร่ค่อยบอกก็ได้ เดี๋ยวฉันโทรบอกทางบริษัทเื่เพิ่มลูกทัวร์อีกสามคนพรุ่งนี้ให้นะคะ”
บุญพูดแล้วจึงลุกขึ้นเดินนำพวกเขาไปขึ้นรถตู้ โดยในระหว่างที่ออกจากประตูโรงแรมบุญรีบเปิดประตูให้การุณได้ทันก่อนที่เขาจะเดินไปชนอีก พนักงานต้อนรับหน้าประตูคนเดิมจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ทั้งสี่คนแวะเดินตามชุมชนและตลาดรอบเมืองเชียงใหม่ จนถึงเวลาเที่ยงตรง ก็ยังไม่พบว่ามีใครเคยเห็นหญิงสาวที่มีใบหน้าคล้ายกับผู้หญิงในรูป และหลายคนกลับบอกว่าหญิงในรูปมีหน้าตาคล้ายกับบุญ ทั้งสี่จึงไปนั่งทานข้าวซอยในร้านแห่งหนึ่งซึ่งมีข้าวซอยเจที่บุญสั่งมาทานได้เพราะเธอทานเฉพาะอาหารมังสวิรัต
“ฉันขอตัวไปห้องน้ำแป๊ปนึงนะคะ”
บุญบอกทั้งสามหนุ่มหลังจากที่ทานอาหารเสร็จ แล้วลุกเดินไปทางหลังร้าน การุณมองเธอแล้วพูดกับชัทชาทและสิโรท
“พวกนายคิดเหมือนข้ามั๊ย?”
“ข้าว่าข้าก็เริ่มคิดเหมือนนายแล้วล่ะ”
ชัทชาทบอกการุณอย่างเห็นด้วย
“ผมก็คิดเช่นกันขอรับ”
สิโรทก็เห็นด้วยกับทั้งสอง
“ผมก็คิดเหมือนกันครับ”
ชายผู้หนึ่งก็เห็นด้วย หนุ่มทั้งสามจึงหันไปทางเ้าของเสียงเป็ตาเดียว
“เธอช่างเป็หญิงสาวที่สวยเหลือเกิน ผมไม่เคยเห็นใครงามเท่าเธอเลยครับ”
พนักงานเสิร์ฟในร้านแสดงความเห็นด้วยขณะที่เดินผ่านมาทางโต๊ะที่สามหนุ่มนั่งอยู่
“พวกเราไม่ได้คิดเื่นั้นกันนะครับ”
การุณบอกพนักงานด้วยสายตาตำหนิเขา
“อ้าว เหรอครับ? ขอโทษครับ”
เขาพูดอย่างเขินๆ แล้วเดินจากไป
แต่หลังจากนั้นไม่ทันไร สิโรทก็ทำน้ำหกท่วมเต็มโต๊ะ ชัทชาทเอื้อมมือไปจะหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดแต่ก็ทำถ้วยเครื่องปรุงข้าวซอยหกเลอะเทอะ
“เห็นหรือเปล่าล่ะว่าเป็อย่างที่ข้าคิดไว้เลย”
การุณบอกเพื่อนๆ
“นั่นน่ะสิขอรับ เวลาคุณอัจฉราไม่อยู่เราก็จะเจอเื่โชคร้ายอยู่เหมือนเดิม”
สิโรทตั้งข้อสังเกต
“งั้นก็หมายความว่าที่พวกข้ายังประสบกับเื่ร้ายที่โรงแรมก็ไม่ใช่เพราะว่ามีสิ่งที่ชั่วร้ายแฝงอยู่ แต่เป็เพราะน้องบุญกลับไปแล้วหรอกรึ?”
ชัทชาทก็ตั้งข้อสังเกตมาสนับสนุน
“ข้านึกออกแล้วล่ะว่าเมื่อเช้าข้ารู้สึกแปลกๆ เื่อะไร”
การุณทำท่านึกขึ้นได้และพูดเสียงเบาๆ
ทั้งชัทชาทและสิโรทมีท่าทางตั้งใจฟังสิ่งที่การุณกำลังจะพูด
“เื่แรก ตอนแรกที่เราตัดน้องบุญออกเพราะว่าเธอไม่ได้เกิดวันที่ 7 เมษายน แต่ตอนนี้เราพบว่าจะใช้วันเกิดมาพิสูจน์หาคนที่เป็เทพธิดาไม่ได้แล้ว นั่นก็แสดงว่า เรายังตัดน้องบุญออกไม่ได้ จริงมั๊ย?”
สองหนุ่มต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เื่ที่สอง เมื่อเช้าน้องบุญบอกว่า หากเป็ไปได้ว่าเธอคือเทพธิดาแห่งโชค พวกเราก็ค่อยทดสอบว่าเธอทำให้พวกเรามีโชคได้จริงหรือไม่ และที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าพวกเราจะโชคดีตลอดเวลาที่เธออยู่ด้วย และโชคร้ายเหมือนเดิมในเวลาที่เธอไม่อยู่”
อีกสองหนุ่มพยักหน้าทันทีว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งในเื่นี้
“และเื่ที่สาม น้องบุญยังบอกอีกว่า ถ้าเธอตอบว่าเธอไม่เคยเห็นคนที่หน้าคล้ายคนในรูป ก็แปลว่าเธอไม่ใช่เทพธิดา แต่เธอก็ไม่เคยบอกพวกเราว่าเธอไม่เคยเห็นหญิงในรูปเลยนะ ในทางตรงข้าม ตอนพวกเราอยู่ที่ดอยปุย เธอกลับเคยพูดอย่างชัดเจนว่าเธอเคยเห็น เพียงแต่เธอไม่แน่ใจ และตลอดเช้านี้ก็มีชาวบ้านหลายคนที่รู้สึกเหมือนกับข้าว่า น้องบุญมีหน้าตาคล้ายกับคนในรูปนี้”
สิ่งที่พวกเขาทั้งสามพบ ทำให้ต่างขนลุกที่รู้สึกว่า ได้ใกล้ความจริงเื่เทพธิดาเข้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว