หลี่เจี่ยหลิงมองไปยังร่างท่อนบนที่มองเห็นผ่านชุดตัวในที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อของเขาแล้วรู้สึกไม่พอใจไม่พอใจอย่างยิ่ง
จ้าวห่าวหลินไม่ได้สนใจมองว่าใครมาเยือนโรงตีเหล็กเขายังคงมุ่งมั่นอยู่กับการตีเหล็กไม่สนใจสิ่งรอบด้านทำให้ตาเฒ่าหวางที่ยืนมองอยู่ตลอดกอดอกมองดูเขาอย่างพึงพอใจอย่างมาก
พอมองรูปร่างของเหล็กก็รู้สึกว่าการตีขึ้นรูปทำได้ดีและคล่องแคล่วนักเสียอย่างเดียวคือเจ้าหนุ่มนี่แรงน้อยไปเสียหน่อย
หากร่างกายบึกบึนกำยำสมชายชาตรีมากกว่านี้ก็คงดี!
จ้าวห่าวหลินหลอมแล้วตีหลอมแล้วตีอยู่นานจนมีดสั้นขึ้นรูปได้สำเร็จ ส่วนที่หนาก็หนาส่วนที่บางก็บางเขาชุบน้ำให้เหล็กคลายตัวลงเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเอาเหล็กขึ้นมาพักให้คลายความร้อนก่อนหลังจากนี้ค่อยตะไบคมก็จะได้มีดสั้นอย่างที่ต้องการ
“เป็นไงบ้างตาเฒ่า”จ้าวห่าวหลินใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผากมองไปทางตาเฒ่าหวางด้วยแววตาได้ใจยิ่งราวกับต้องการบอกว่า ดูสิตาเฒ่าข้าเก่งกาจเพียงนี้เจ้ายังไม่รับข้าเป็นศิษย์อีกหรือ เร็วเข้ารับข้าเร็วเข้า
ตาเฒ่ารู้สึกชอบพอฝีมือเจ้าหนุ่มนี่มากแต่นิสัยของเจ้าหนุ่มนี่เหมือนจะเกินสั่งสอนไปสักหน่อย
เอาเถอะ...เหล็กดีต้องผ่านการหลอมและตี
“ข้ายอมรับว่าเจ้ามีฝีมือใช้ได้พรุ่งนี้มาหาข้ายามเฉิน อย่าสายละ”
จ้าวห่าวหลินพยักหน้ารู้สึกเมื่อยล้าไปทั่วตัว“ได้ พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าพวกนี้มาด้วย”
ตาเฒ่าหันไปมองเจ้าพวกลูกสมุนทั้งสี่อย่างไม่พอใจนักเขาพ่นลมไม่พอใจยิ่งกว่า “เอามาด้วย เอามาทำไม ไม่ต้อง!”
ลูกสมุนไพรทั้งสี่พากันจับหน้าอกพ่นลมออกอย่างโล่งใจ
“เจ้าพวกนี้มันติดหนี้ข้าวันวันก็เอาแต่เดินเตร่ไปมาไม่ยอมทำงานทำการอย่างน้อยมาอยู่ที่นี่ช่วยท่านยกของเติมฟืนในเตา ดูหน้าร้านไม่ดีกว่าหรอกหรือ?เอาน่า... เจ้าพวกนี้ไม่คิดค่าจ้าง” ลดแลกแจกแถมขนาดนี้ท่านไม่คิดดูจริงหรือ
พวกเฉินเช่อคิ้วกระตุกมองหน้ากันไปมาพี่ใหญ่พวกข้ายังอยู่ตรงนี้ท่านจะขายพวกข้าเช่นนี้ไม่ได้
ตาเฒ่าลูบเคราครุ่นคิดจนหน้ายู่ก่อนจะพยักหน้า“ได้ พาพวกมันมาทำงานด้วยแล้วกัน” แรงงานที่ไม่ต้องเสียค่าจ้างชั้นดีขนาดนี้หากปฏิเสธไปก็คงถูกคนก่นด่าว่าโง่
ทั้งสี่คนแทบอยากจะร้องไห้มองจ้าวห่าวหลินอย่างอ้อนว้อน
จ้าวห่าวหลินเพิ่งสังเกตเห็นว่าหลี่เจี่ยหลิงมาถึงแล้วเขาไม่สนใจเจ้าลูกสมุนทั้งสี่แต่เดินไปหานางแทน“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”
หลี่เจี่ยหลิงพ่นลมหายใจหนักไม่พอใจมองร่างเขาที่เต็มไปด้วยเหงื่อ “ถอดเสื้อ!”
ตาเฒ่าและลูกสมุนทั้งสี่หันขวับไปมองหลี่เจี่ยหลิงพร้อมกัน...แม่นางเจ้าช่างกล้า พวกข้ายังอยู่ เจ้ากลับไปเปลื้องกันที่บ้านได้หรือไม่?
เมื่อเห็นว่าจ้าวห่าวหลินไม่ยอมถอดนางก็ตรงเข้ามาถอดเสื้อตัวในของเขาออกด้วยตัวเองพร้อมเอ่ยบ่นไปด้วย“ข้าบอกให้เจ้าอยู่บ้านนิ่ง ๆ อย่าได้ทำงานหนัก เจ้าจะวิ่งโร่มาตีเหล็กถึงหมู่บ้านนี่เพื่อสิ่งใดหรือว่าข้าเลี้ยงดูเจ้าไม่ดีพอ”
จ้าวห่าวหลินรู้ว่าตอนนี้นางโกรธมากแล้วจึงไม่กล้าโต้ตอบมั่วซั่วปล่อยให้นางถอดเสื้อตัวในของเขาออกต่อหน้าทุกคนนางรับผ้าเช็ดหน้าจากชุนเชียงและเช็ดเหงื่อให้เขาก่อนจะเอาเสื้อตัวใหม่ที่เก็บไว้ออกมาช่วยเขาสวมแทนตัวเก่า
“เอามา!”สายตาดุดันสายมองเฉินเฟิงที่กอดเสื้อตัวนอกกับเข็มขัดจ้าวห่าวหลินแน่น
เฉินเฟิงเป็นคนขี้ขลาดพอโดนตวาดก็กลัวจนหัวหดรีบส่งเสื้อผ้าของจ้าวห่าวหลินคืนหลี่เจี่ยหลิงสหายอีกสามคนตบบ่าเขาปลอบใจเป็นเชิงบอกว่า ‘ข้าเข้าใจเจ้า’
หลี่เจี่ยหลิงช่วยเขาแต่งตัวเสร็จก็เงยหน้ามองสบเขา“บอกข้ามา เจ้าต้องการทำสิ่งใดกันแน่”
ตั้งแต่ต้นจนจบตาเฒ่าหวางไม่เอ่ยสักคำเขามองดูหนุ่มสาวสองคนนี้ด้วยความสนใจตอนแรกที่เขาเห็นเจ้าหนุ่มร่างบางผู้นี้เข้ามาที่โรงตีเหล็กก็นึกว่าเป็นคุณชายสูงศักดิ์ที่เชิดหน้าหยิ่งทะนงเหมือนพวกคุณชายในตัวเมืองที่เขาเคยเจอแม้ว่าจะมีมาดผู้ดีติดตัว แต่ไม่ได้หยิ่งทะนงและวางตัวสูงส่ง
มองออกไปทั่วต้าโจวแห่งนี้สิมีบุรุษสักกี่คนที่ยอมยืนให้สตรีด่าทอและสั่งสอนเช่นเขาเพียงแค่มองดูก็รู้ว่าเจ้าหนุ่มนี่ตามใจเมียมากแค่ไหน
ดูเหมือนข้าจะได้หยกชั้นเลิศเข้ามือเสียแล้ว
จ้าวห่าวหลินลูบมือของนางให้คลายโทสะลงรอยยิ้มอ่อนโยนและดูตามใจอยู่หลายส่วนทำให้ใจที่เดือดดาลของนางเบาบางลง
“ข้าเพียงแค่อยากเรียนตีเหล็กเท่านั้น”
หลี่เจี่ยหลิงขมวดคิ้วนางไม่เห็นรู้มาก่อนว่าชายหนุ่มสนใจเรื่องการตีเหล็กด้วย “เจ้าพูดจริง?”
จ้าวห่าวหลินกุมมือบางพยักหน้า“ข้าสนใจการตีเหล็กมานานแล้ว แต่เจ้าก็รู้ว่าร่างกายของข้า...”เขาไม่พูดแต่เว้นให้นางคิดต่อเอง
หลี่เจี่ยหลิงมีแววตาหม่นลงนางเข้าใจทันที
ร่างกายของจ้าวห่าวหลินต้องพิษตั้งแต่เด็กไม่เพียงแต่ฝึกวรยุทธ์ไม่ได้แต่ร่างกายอ่อนแออย่างมากจนไม่อาจใช้ชีวิตดังเด็กคนอื่นได้ด้วยซ้ำตอนนี้เขาเหลือเวลาน้อยลงมากแล้ว คงอยากทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน
นางหลับตาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเปิดตาขึ้นมองสบเขา “เช่นนั้นก็ทำตามที่เจ้าต้องการแต่ว่าห้ามหักโหมเด็ดขาด”
พูดจบนางก็มองไปหาตาเฒ่าด้านหลังอย่างเอาเรื่อง“ท่านได้ยินแล้วหรือไม่?”
ตาเฒ่าหวางสะดุ้งไม่คิดว่านางหนูผู้นี้จะแว้งมากัดเขาด้วยแต่พอมองเห็นสายตาหยอกล้อกวนประสาทของเจ้าลูกศิษย์คนใหม่ คิ้วของเขาก็กระตุกเจ้าสองคนนี้ช่างเป็นภรรยาร้องสามีรับกันดีจริง ๆ
“แม่หนูหากเจ้าไม่เชื่อใจข้า ก็พาสามีเจ้ากลับไปเถิด” ตาเฒ่าหวางเชิดหน้าปัดมือไล่
เหอะ...เรื่องอะไรข้าจะต้องยอมพวกเจ้าด้วยข้าเป็นอาจารย์เจ้าเป็นศิษย์ มีอาจารย์ที่ไหนเชื่อฟังเมียลูกศิษย์บ้างขายหน้าตายชัก!
“หากเจ้าไม่ฟังข้าข้าจะพังร้านของเจ้า”
ตาเฒ่ามองหลี่เจี่ยหลิงอย่างไม่อยากเชื่อชี้หน้านางขึ้นลง “เจ้า! มีเหตุผลเช่นไรกัน สามีเจ้ามากราบขอร้องข้าเป็นศิษย์แต่เจ้ากลับจะมารื้อร้านของข้า ดียิ่ง!”ตาเฒ่าชี้มาทางจ้าวห่าวหลิน “เจ้าลูกศิษย์เหตุใดเจ้าไม่รู้จักสั่งสอนเมียเจ้าบ้าง”
จ้าวห่าวหลินถอยหลังออกไปยืนกองกับลูกสมุนทั้งสี่อย่างสงบเสงี่ยมยกมือขึ้นสองข้าง“บ้านข้าเมียใหญ่สุด”
หลี่เจี่ยหลิงร้องเหอะทีหนึ่งเดินเข้าไปหาตาเฒ่าหวาง“ได้ยินแล้วใช่ไหม?”
ตาเฒ่าหวางมีสีหน้าดำคล้ำ...เจ้าศิษย์คนนี้เหลวไหลไปกันใหญ่แล้ว มีอย่างที่ไหนให้สตรีควบคุมสตรีจะไปทำอันใดได้นอกจากให้กำเนิดบุตร ไร้สาระสิ้นดี
“ทำไมเจ้าคิดว่าข้าไม่อาจพังร้านเจ้าได้?” หลี่เจี่ยหลิงหันไป “ชุนเชียงจัดการ”
ตึ้ม!
“เอ๋! แข็งแรงกว่าที่คิดงั้นอีกรอบแล้วกัน” เสียงแปลกใจดังมาจากชุนเชียง
“พอ! เข้าใจแล้วข้าจะดูแลสามีเจ้าอย่างดีพอใจหรือยัง?”
“ดีหากข้ารู้เจ้าผิดคำพูด ใช้งานสามีข้าเยี่ยงทาส ข้าจะมารื้อร้านท่าน”หลี่เจี่ยหลิงหันหลังไปคว้ามือของจ้าวห่าวหลินขึ้นม้าก่อนจะไปนางไม่วายพูดทิ้งท้ายไว้อีกครั้ง “พรุ่งนี้ข้าจะพาสามีมาส่งเจ้า”
ไม่ต้องมาแล้วก็ได้ข้าว่าสามีเจ้ามาเองได้กระมัง...
แม้ว่าตาเฒ่าหวางจะคิดเช่นนั้นแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยออกไปได้แต่ฮึดฮัดขัดใจมองตามหลังม้าสองตัวจากไป
“เอ๋! พี่ใหญ่พี่สะใภ้พวกท่านลืมพวกข้าแล้ว”เจ้าลูกสมุนทั้งสี่เพิ่งนึกได้รีบวิ่งไล่ตามหลังมาไปอย่างรวดเร็ว
ตาเฒ่าหวางส่ายหัวไปมาดูเหมือนวันเวลาแสนสงบของเขาคงจะจบลงเช่นนี้แล้ว
ข้าคิดถูกคิดผิดกันที่รับเจ้าหนุ่มนั่นเป็นศิษย์
จ้าวห่าวหลินเกาะเอวบางของหลี่เจี่ยหลิงความเหนื่อยล้าจากการตีเหล็กเป็นเวลานานทำให้รู้สึกง่วงเล็กน้อย
“หากเจ้าง่วงก็เอนซบข้าก่อนเถอะ”หลี่เจี่ยหลิงรับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้าของชายหนุ่มด้านหลังจึงเอ่ยบอกก่อนจะเร่งม้าให้เร็วขึ้น “วันนี้ให้ชุนเชียงทำอาหารเถอะ เดี๋ยวข้าจะเตรียมน้ำสมุนไพรให้เจ้าอาบระงับพิษและคลายความเมื่อยล้าสักหน่อย”
“อืม”เขาพูดเพียงเท่านั้นก็ขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวมากขึ้นกอดให้นางเอนซบแอบอิงบนตัวเขาส่วนเขาก็กอดเอวนางซบหัวลงบนไหล่มนกลิ่นกายหอมสมุนไพรอันเป็นเอกลักษณ์ของนางทำให้เขาผ่อนคลายจนเคลิ้มเล็กน้อยแต่ไม่ได้หลับ
หลี่เจี่ยหลิงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะได้เอนหลังอิงแอบกับชายหนุ่มได้สบายยิ่งขึ้นก่อนจะเอ่ยว่า“วันนี้เจ้าไปก่อเรื่องมาอีกแล้ว”
นอกจากข้าจะหนีมาตีเหล็กข้ายังจะไปทำสิ่งใดได้อีก
หลี่เจี่ยหลิงพ่นลมออกด้วยความขบขัน“คนเป็นถึงสาวงามอันดับหนึ่งของหมู่บ้านยอมกระโดดลงไปในลำธารเย็นเฉียบเพียงเพื่อเจ้าแต่สุดท้ายเจ้ากลับไปด่าว่านางสกปรกเสียได้ ช่างใจดำนัก”
“หรือว่าเจ้าต้องการให้ข้าช่วยนาง?”
“หากเจ้ากล้าข้าจะทำให้อาวุธเจ้าไม่ทำงานอีกเลยตลอดชีวิตที่เหลือ”เสียงของหญิงสาวเข้มขึ้นตามแรงอารมณ์
จ้าวห่าวหลินหัวเราะอารมณ์ดีไม่ได้ใส่ใจ“หากข้าใช้งานไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าก็ไร้ทายาทและขาดความสุขในชีวิตที่เหลือไปนะสิ”
“หน้าหนานัก!”นับวันนางยิ่งรู้สึกว่ารับมือกับความหน้าหนาของเขายากขึ้นทุกที“เหตุใดเจ้าถึงได้บอกว่านางสกปรก แล้วถึงคิดว่าข้าไม่สกปรก”
นี่ต่างหากที่นางสงสัยตอนที่เจอเขาครั้งแรกนางก็พาเขากลับบ้าน อีกทั้งเพื่อสยบพิษยวนยางในร่างของเขานางกับเขาก็กระทำเรื่องความสำราญของปลาและน้ำ[1]ด้วยกันจนกระทั่งเช้าเหตุใดเขาถึงคิดว่านางไม่สกปรกแต่หลิงซีนางนั้นถึงได้สกปรกกัน?
“หากว่าเจ้าต้องการร่างกายข้าจริงเจ้าไม่ต้องถามความเห็นของข้าหรอก ด้วยรูปร่างหน้าตาข้าและฤทธิ์ยากำหนัดที่ข้าโดนเจ้าจะมัดข้าและทำสิ่งใดก็ได้ตามต้องการ แต่เจ้ากลับถามความเห็นของข้าอย่างใจกว้างหลิงเอ๋อร์ ข้าไม่สนว่าในอดีตของคนคนหนึ่งเป็นเช่นไรแต่ที่ข้าสนคือพวกเขาทำอย่างไรกับข้ามากกว่า สำหรับข้าไม่มีใครสะอาดไปมากกว่าเจ้า”
“ปากเจ้าช่างหวานหูเสียจริงต่อไปข้าคงต้องรับมือกับหญิงสาวมากหน้าหลายตาที่หมายจะเข้าใกล้เจ้าใช่หรือไม่”
“แม้จะมีคนมากมายเข้าหาข้าตัวข้าก็จะเข้าหาเพียงเจ้า ไม่พอหรือ?”
หลี่เจี่ยหลิงอมยิ้มมีความสุข“ไม่พอ ข้าต้องการครอบครองตัวเจ้าเพียงผู้เดียว”
จะบอกว่านางเป็นคนขี้อิจฉาริษยาก็ได้แต่การให้สามีมีสามภรรยาสี่อนุเป็นเรื่องที่นางรับไม่ได้ที่สุด
“วางใจเถอะปณิธานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าไม่ใช่การครอบครองหญิงงามทั่วใต้หล้าเพียงเจ้าคนเดียวก็เพียงพอแล้วสำหรับข้า ต่อให้ใต้หล้ายิ่งใหญ่เพียงใดเจ้าคือหญิงงามเพียงผู้เดียวที่ครอบครองข้าผู้นี้”
“ผู้ชายมักพูดจาไปได้เรื่อยเปื่อยเมื่อเบื่อและหมดความตื่นเต้นแล้วก็มองหาสิ่งใหม่ได้เสมอ”
จ้าวห่าวหลินกระชับอ้อมแขนอย่างไม่พอใจยื่นหน้าเข้าไปแนบแก้มของนาง “หลี่เจี่ยหลิง ตั้งแต่ต้นจนจบภรรยาของข้ามีเพียงเจ้า”
น้ำเสียงหนักแน่นจริงจังของเขาช่างสั่นไหวจิตใจของนางยิ่งนัก
“เข้าใจหรือไม่?”เขาเอ่ยย้ำอีกครั้งราวกับต้องการตอกย้ำให้นางจำให้ขึ้นใจ
“เข้าใจแล้ว”
“ดียิ่ง”
.......
หลังจากนั้นทุกวันยามเฉินจ้าวห่าวหลินก็จะเดินไปหมู่บ้านเฟิงเพื่อเรียนตีเหล็กและกลับช่วงยามเซินส่วนหลี่เจี่ยหลิงเองก็ต้องออกไปหาสมุนไพรสำหรับปรุงยาถอนพิษที่ข้างนอกและบางครั้งก็เดินทางสองสามวันเพื่อไปยังหุบเขาสมุนไพรเพื่อขอให้หวังชุนเค่อช่วยตามหาสมุนไพรด้วยเช่นกัน
เพราะบางครั้งหลี่เจี่ยหลิงไม่ได้กลับบ้านหลายวันจ้าวห่าวหลินก็จะใช้จังหวะที่หญิงสาวไม่อยู่บ้านอยู่บ้านของตาเฒ่าหวางในหมู่บ้านเฟิงติดต่อกันหลายวันเพื่อตีขึ้นรูปชิ้นส่วนที่ต้องการ
แม้คุณภาพเหล็กจะไม่ได้ดีมากนักแต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการหลอมขึ้นรูปชิ้นส่วนสำหรับทำเครื่องเรียงพิมพ์ที่เขาต้องการ
หลี่เจี่ยหลิงเพิ่งกลับมาจากหุบเขาสมุนไพรยามเซินนางไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันย่อมเป็นกังวลถึงสามีที่อยู่เรือนตามลำพังวันนี้ได้กลับมาแล้วจึงตั้งใจจะกลับมากินข้าวพร้อมกับเขา
...แต่พบว่าบ้านของนางเงียบเหงาอย่างยิ่งและเหมือนจะไม่มีใครอยู่มาสักพักใหญ่ สามีหายไป!
“เหมือนว่าท่านเขยจะยังไม่กลับมานะ”นางยู่หน้าไม่ได้กินข้าวฝีมือของท่านเขยมานานหลายวันเพียงนี้กระเพาะนางรู้สึกไม่ชินยิ่งนัก
แม้ว่าช่วงหลังมานี้ท่านเขยเหนื่อยจากการเรียนตีเหล็กหลี่เจี่ยหลิงจึงไม่ค่อยให้เข้าทำมื้อเย็นนักแต่อย่างน้อยก็ยังได้กินบ้างเป็นบางครั้ง
“อืม...เจ้าไปทำอาหารเย็นเถอะ ข้าจะไปหาพี่สะใภ้หลินเสียหน่อย”
ชุนเชียงถอนหายใจเสียดายดูเหมือนว่าวันนี้ก็คงไม่ได้กินอาหารฝีมือท่านเขยอีกแล้ว
หลี่เจี่ยหลิงไม่สนใจชุนเชียงนางเดินไปยังบ้านของเฉินเหลียง
“พี่สะใภ้เจ้าคะ”
หลินซื่อกำลังเตรียมกินมื้อเย็นกับเฉินเหลียงได้ยินเสียงเรียกก็รีบออกมาจากในเรือนเห็นหลี่เจี่ยหลิงก็ยิ้มหวานดีใจ
“ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียทีเสี่ยวหลินออกไปสี่วันแล้วยังไม่กลับมา ข้าเป็นกังวลนักแต่ว่าพี่เฉินของเจ้ายังเดินไปมาไม่คล่องข้าเองก็ไม่วางใจทิ้งเขาไปหาเสี่ยวหลินด้วยเจ้าไปดูเสียหน่อยดีหรือไม่ อย่างน้อยรับกลับมาอยู่บ้านสักช่วงเถอะ”
นางเป็นกังวลว่าจ้าวห่าวหลินจะทำงานเกินตัวปกติยามอยู่ที่เรือนก็ทำนู่นทำนี่ไม่หยุดมืออยู่แล้วยามนี้ได้ตีเหล็กก็เหมือนคนจะทุ่มเทจนลืมเวลา ดูเอาเถอะถึงขนาดไม่กลับบ้านกลับช่องตั้งหลายวันคงมีเพียงต้องให้ท่านหมอขี่ม้าไปรับกลับมาแล้วละ ไม่อย่างนั้นคนคงนอนที่โรงตีเหล็กจนลืมบ้านตนเองไปแล้ว
หลี่เจี่ยหลิงยิ้มแห้ง“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวไปตามห่าวหลินกลับมาก่อน”
หลินซื่อพยักหน้าเข้าใจ“ไปเถอะ”
หลี่เจี่ยหลิงควบม้ามุ่งตรงไปยังโรงตีเหล็กหมู่บ้านเฟิงทันทีเมื่อมาถึงโรงตีเหล็กนางก็มองเห็นชายหนุ่มเปลือยท่อนบนกำลังตีเหล็กอย่างตั้งใจจนเหงื่อโทรมกายอยู่ตามลำพังนางแย้มยิ้มเตรียมเคลื่อนม้าเข้าไปใกล้มากขึ้น
“ต๊าย! หล่อเช่นนี้ ดูสิ...ผิวขาวนุ่มราวกับทารกเชียว”
“คิกๆ หากได้เป็นสามีข้า ข้ายินดีมอบค่ำคืนที่ดีที่สุดให้คุณชายหลินทุกคืนเชียว”
“ฮ่าๆๆเจ้าพูดได้อีกหรือ หน้าตาอย่างเจ้า คุณชายหลินมีหรือจะมอง”
เพียงไม่กี่วันหมู่บ้านเฟิงก็ได้รู้กันทั่วว่าตาเฒ่าหวางรับลูกศิษย์คนใหม่อีกทั้งหน้าตาดีผิวขาวสะอาด ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ในหมู่บ้านรอบด้านต่างพากันแวะเวียนมายังโรงตีเหล็กตระกูลหวางไม่ขาดสายเพื่อแวะเวียนมาดู‘คุณชายหลิน’
ใบหน้าของหลี่เจี่ยหลิงดำคล้ำขึ้นมาทันทีควบม้าไปหยุดหน้าโรงตีเหล็กปลดปล่อยกลิ่นอายสังหารออกมาอย่างรุนแรงจนบรรดาหญิงสาวที่แอบมองสามีนางสะดุ้งกันเป็นแถบ
จ้าวห่าวหลินรับรู้ได้ถึงคนมาใหม่พอเห็นเป็นหลี่เจี่ยหลิงเขาก็ยิ้มทักทาย “กลับมาแล้วหรือ?”
“กลับบ้าน!”
ไม่ต้องอยู่มันแล้วโรงตีเหล็กเนี่ยแม่จะทุบทิ้ง!!!
-------------------------------------
[1] กระทำเรื่องความสำราญของปลาและน้ำหมายถึงการร่วมรักระหว่างชายหญิง