บทที่ 34 การต่อรอง
เสี่ยวซื่อเบ้ปากด้วยความไม่พอใจนี่มันความคิดอะไรกันช่างเป็นความคิดที่เหม็นหืนเสียจริง เฉินเฉิงเยี่ยยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทางภูมิใจยิ่งนัก
“ใช่แล้ว! ตอนแรกนางรับปากว่าตัวเองบริสุทธิ์ หากคุณชายหลี่ซื่อหัวพิสูจน์ได้ว่านางไม่บริสุทธิ์แล้ว ชาวบ้านก็จะจับนางไปโยนลงบึงน้ำแน่นอน เช่นนี้ไม่ว่าจะความแค้นใดก็จะได้ชำระแล้ว” หลี่ซื่อหัวพยักหน้าเห็นด้วย
“หญิงสาวคนนั้นช่างไม่รู้จักบุญคุณจริง ๆ ปล่อยให้นางได้รู้ซึ่งบ้างก็ไม่เลว” เฉินเฉิงเยี่ยยังอยากกล่าวอะไรต่ออีกแต่หลี่ซื่อหัวก็ยกถ้วยชาขึ้นมาอย่างไม่สนใจพลางกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้ากล่าวสิ่งที่อยากกล่าวจบแล้ว ก็รีบออกไปเถิด ข้าอยากพักผ่อนแล้ว”
เฉินเฉิงเยี่ยได้สิ่งที่ต้องการแล้วจึงไม่คิดอะไรมากก้มหัวเดินออกไปเหมือนสุนัขเชื่อง ๆ และยังช่วยปิดประตูให้หลี่ซื่อหัวด้วย เสี่ยวซื่อตั้งใจจะลุกไปปิดประตู แต่กลับโดนแย่งหน้าที่ไปเสียแล้ว
“คุณชาย เจ้าคนนี้ช่างไร้ยางอายจริง ๆ กล้าใช้วิธีแบบนี้ใส่ร้ายหญิง สาวช่างโหดร้ายเหลือเกิน” หลี่ซื่อหัวกลับส่งเสียงฮึดฮัดออกมา
“ในใจเจ้าคิดว่าข้าก็ไร้ยางอายเช่นกันสินะ ถึงได้เห็นด้วยที่จะซ้ำเติมนาง” เสี่ยวซื่อรีบก้มหัวประจบประแจงว่า
“คุณชายหลี่ซื่อหัวย่อมไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน เสี่ยวซื่อเคารพในตัวคุณชายมาโดยตลอด แค่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านถึงตกลงกับเขา” หลี่ซื่อหัวถอนหายใจอย่างครุ่นคิด
“ดูเหมือนสถานการณ์ของหญิงสาวคนนั้นจะคล้ายกับข้าเลยนะ แต่หญิงสาวคนนั้นกลับไม่ยอมฟังคำสั่งสอน กลับมาแว้งกัดข้าเสียได้”
“เจ้าว่าถ้านางยอมฟังคำสั่งของข้าดี ๆ ข้าจัดเตรียมทางออกที่ดีให้นางไม่ดีกว่าหรือ แต่นางกลับดื้อดึงจะกลับมาที่หมู่บ้านเซินหนี่แห่งนี้ เพื่อโดนใส่ร้ายต่อ”
“แต่ตอนนั้นนางไม่รู้นี่ขอรับ ว่าคุณชายมีเจตนาดีนะข้าเดาว่าหญิงทั่วไปที่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข พอได้ยินชื่อเสียงของคุณชายหลี่ซื่อหัว คงอยากหนีให้ไกลเสียมากกว่า” หลี่ซื่อหัวโกรธจนหน้าแดงเตะเสี่ยวซื่อไปทีหนึ่ง
“เจ้าช่างเป็นเด็กหนุ่มเจ้าเล่ห์ เมื่อกี้ยังบอกว่าเคารพข้า แต่ตอนนี้กลับมาว่าข้ามีชื่อเสียงไม่ดี” เสี่ยวซื่อรีบขอความเมตตา
“คุณชายหลี่ไว้ชีวิตด้วย ข้าจะไม่กล้าทำอีกแล้ว” หลี่ซื่อหัวไม่ได้ตั้งใจจะโกรธจริงจังอันใดกับข้ารับใช้ผู้นี้ จึงเดินหนีแล้วหันมาถือถ้วยชามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบสงบ แล้วก็ตกอยู่ในห้วงความคิด แต่ในตอนนั้นเองหลินชุนฮวาก็แอบเคาะประตูห้องเบา ๆ
เสี่ยวซื่อรู้สึกรำคาญใจแต่เขาเป็นแค่คนใช้จึงจำต้องเดินไปเปิดประตูเมื่อเห็นว่าที่หน้าประตูเป็นหญิงวัยกลางคนที่ยังคงมีเสน่ห์เย้ายวน เขาก็รู้สึกระแวงขึ้นมาทันที
“เจ้าเป็นใคร มาที่นี่เพื่อสิ่งใด?” หลี่ซื่อหัวหันหน้ามาถามด้วยว่า
“เสี่ยวซื่อ ใครหรือ?” หลินชุนฮวาอาศัยที่ตัวเองเป็นหญิง เสี่ยวซื่อจึงไม่กล้าผลักไสแทรกตัวเข้ามาทางช่องประตู หลี่ซื่อหัวจำได้ทันทีว่าหญิงคนนี้เป็นใคร
นี่ไม่ใช่คนที่ตกลงกับมารดาเลี้ยงข้าว่าจะส่งบุตรสาวเข้ามาหรอกหรือ แล้วยังเป็นมารดาเลี้ยงของเด็กสาวคนนั้นด้วย
“คุณชายหลี่ซื่อหัว ข้าเองเจ้าค่ะ ข้าคือมารดาของเด็กสาวไร้ความกตัญญูที่หนีออกจากจวนของท่านไป” หลี่ซื่อหัวหมุนถ้วยชาในมือสายตามองต่ำ พึมพำออกมาเบา ๆ แล้วก็ไม่กล่าวอะไรอีก
“คุณชายหลี่ซื่อหัว ท่านก็เห็นโฉมหน้าของเด็กสาวคนนั้นแล้ว สาวน้อยงดงามเพียงนั้น ท่านไม่อยากได้ตัวหรือ?”
หลี่ซื่อหัวหัวเราะเยาะในใจ หญิงคนนี้คิดว่าข้าเป็นคนหื่นกระหายขนาดนั้นเชียวหรือ? แต่พอนึกถึงการแสร้งทำของตัวเองที่ผ่านมา เขาก็ยิ้มหวานตอบรับออกไป
“อืม นังนั่นหน้าตาไม่เลวเลยนะ ทั้งยังดีกว่าพวกผู้หญิงที่มีแต่น้ำตาเสียอีก ทำให้ข้าอยากจะทำให้เชื่องซะหน่อยแต่ก็ไร้หนทาง นังนั่นคงไม่ทางยอมจนตาย ไม่เช่นนั้นก็คงไม่หนีออกไปหรอก”
หลินชุนฮวาได้ยินก็รู้ว่าเป็นคุณชายน้อยที่ยังไม่ละความพยายามกับนังนั่น ยิ่งเป็นการดีไม่น้อย
“ถ้าคุณชายอยากได้ตัวหญิงผู้นั้นย่อมมีทางอยู่แล้ว ตอนนี้ชื่อเสียงของหญิงนั่นในหมู่บ้านเหม็นไปหมด คุณชายหลี่แค่ยอมรับต่อหน้าผู้อื่นว่ามีความสัมพันธ์กับหญิงนั่น หญิงนั่นก็จะถูกส่งไออยู่ใต้ผืนน้ำทันที ถึงตอนนั้นถ้าท่านอาสาช่วยนางไว้ บางทีนังนั่นอาจจะยอมติดตามคุณชายหลี่ด้วยความเต็มใจก็ได้นะเจ้าคะ”
“ถึงตอนนั้น คุณชายหลี่ก็แค่ออกหน้ารับนางไว้ ให้เป็นอนุในจวนของท่านนี่ก็ถือว่าช่วยชีวิตหญิงผู้นั้นไว้แล้ว ทำให้ความเมตตาของข้าสำเร็จลุล่วง และยังทำให้คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหลี่ได้หญิงนั่นดั่งใจหมาย”
หลี่ซื่อหัวมองชาวบ้านในหมู่บ้านเล็ก ๆ นี้อย่างแปลกใจไม่น้อยก็แค่ชาวบ้านหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ในใจกลับวางแผนและต่อสู้ราวกับอยู่ในวังหลวงหรือจวนใหญ่ ถึงแม้เขาจะอยากโยนหญิงคนนี้ทิ้งไป แต่ก็ยังต้องอดทนเอาไว้
“เป็นวิธีที่ดีนะ เจ้าส่งลูกสาวให้ข้าแล้วอยากได้อันใดเล่า? ให้บุตรชายเจ้าไปศึกษาที่ตระกูลหลี่ก็แล้วกัน แต่บุตรชายเจ้าถูกอาจารย์หลินไล่ออกไปแล้วนี่”
หลินชุนฮวาร้อนใจ รีบถามว่า “อาจารย์หลินไม่ใช่คนที่ตระกูลหลี่เชิญมาเองหรอกหรือ? พวกท่านให้เขาสอนใคร เขาก็ต้องสอนคนนั้นไม่ใช่หรืออย่างไร?”
หลี่ซื่อหัวหัวเราะอย่างเย็นชา
“อาจารย์หลินไม่ใช่คนธรรมดา เขาคือผู้สอบจวี้เหรินพวกเราถึงจะเชิญเขามาได้แต่ก็ไม่มีหน้าพอจะให้เขาสอนผู้ที่มีชื่อเสียงเสียหายหรอกนะ” หลินชุนฮวาได้ยินที่หลี่ซื่อหัวกล่าวเช่นนี้ก็ยิ่งเกลียดเฉินเถียนเถียนมากขึ้น
ถ้านังนั่นอยู่กับตระกูลหลี่อย่างเรียบร้อยบุตรชายนางจะเสียชื่อเสียงได้เยี่ยงไร อาจารย์หลินก็มีความสามรถใมการมองคนต่ำมาก บุตรชายข้าเป็นคนเก่งถึงเพียงนี้ไม่มีทางศึกษาเล่าเรียนไม่ได้หรอก แต่ในเมื่ออาจารย์หลินไม่เต็มใจ ก็ต้องมีผู้อื่นที่มีสายตาเฉียบแหลมอยู่แล้ว
“อาจารย์หลินไม่เต็มใจพวกเราก็ไม่อาจบังคับได้ แต่ถึงจะแค่ยกลูกสาวให้ไปการรับของหมั้นก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว ที่บ้านเดิมทีก็ไม่ค่อยสะดวกคุณชายหลี่ว่าเช่นไรเล่า?” หลี่ซื่อหัวหัวเราะอย่างเย็นชาอีกครา
“บุตรสาวที่เสียชื่อเสียงไปแล้ว ไม่ต้องให้เจ้าส่งสินเดิมก็พอแล้ว เจ้ายังจะมารับของหมั้นอีกหรือ?” หลินชุนฮวาชะงักไม่คิดว่าคุณชายหลี่จะเปลี่ยนใจง่ายเพียงนี้ เมื่อครู่ยังบอกจะให้ค่าชดเชย เพียงอึดใจก็กลับคำที่ว่าแม้แต่ของหมั้นก็ไม่มีให้
“คุณชายกล่าวอะไรของท่าน เถียนเถียนยังบริสุทธิ์อยู่แน่นอนคุณชายเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือ?” หลี่ซื่อหัวพลันหมดความอดทนที่จะต่อปากต่อคำกับหญิงใจร้ายผู้นี้อีกต่อไป
ในใจเขาหญิงตรงหน้านี้ดูน่าชังไม่ต่างอะไรกับแม่เลี้ยงในบ้านของตนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะเฉินผิงอันโง่เขลาเหมือนกับพ่อของตนไม่มีผิด
“พอแล้วข้าจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของข้าเองดึกแล้ว ถ้าชื่อเสียงของหญิงที่แต่งงานแล้วถูกข้าทำลายไปอีกคน ข้าคงรับผิดชอบไม่ไหวหรอก”หลินชุนฮวาหน้าแดง เอาเถอะถึงจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรแต่ได้ไล่นังนั่นออกไป เอาสินเดิมของแม่นังนั่นมาก็ถือว่าไม่เสียหายอันใดแล้ว
หลินชุนฮวาจากไปอย่างสะใจ ทิ้งให้หลี่ซื่อหัวรู้สึกเห็นอกเห็นใจหญิงสาวที่เจอกันเพียงครั้งเดียวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เสี่ยวซื่อยิ่งรู้สึกรังเกียจหลินชุนฮวาจึงถ่มน้ำลายไล่หลังนางไปหนึ่งที
