ตอนที่ 23 ถูกหมายหัว
หลังจากเด็กชายหินเข้าไปพบภายในสำนักตามคำสั่งเด็กทั้งสามต่างมีปากเสียงเถียงกันอย่างไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะลู่เฉียว กับหงส์เยี่ยจะมีก็แต่ลู่ชางที่ปกติสงวนคำพูดเห็นทั้งสองเริ่มต่อล้อต่อเถียงกันต้องส่ายหัวอย่างระอาเดินเลี่ยงไปหาที่นั่งอย่างสบายอารมณ์
“เ้าอ้วน สัตว์อสูรเ่าั้เราต้องจัดการแยกชิ้นส่วนก่อน หากขายไปอย่างนั้นมีแต่ขาดทุน”หงส์เยี่ยเป็ฝ่ายดูแลผลึก์ขั้นต่ำเห็นเด็กอ้วนลู่เฉียวหลังจากเก็บสัตว์อสูรทั้งหมดไปก็ไม่เห็นทำอะไรต้องเท้าสะเอวบ่นออกมา
“นี่เจ๊อ้วน เื่นี้ผมรู้หลอกน่า แต่ผมถามที่ร้านต่างๆในเมืองแล้วหากขายเป็ตัวเค้าให้มากกว่านะ” เด็ก อ้วนลู่เฉียวเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
“นี่ รู้หรือเปล่า ในตัวสัตว์อสูรที่แพงสุดเป็เืของมันโดยเฉพาะเืที่หัวใจ พลัง์มากมายกว่าที่อื่น หากเราหาขวดเก็บเอาไว้ก่อนแล้วนำไปขายที่อื่นภายหลังก็ได้ หรือหากสกัดทำยาร้อยโลหิตมูลค่าจะยิ่งสูงกว่าเดิมมาก มากกว่าขายเป็ตัวมากเลยนะ”
“โหย ทำเป็รู้ดีใครจะสกัดกัน ที่เมืองเรามีนักปรุงยาระดับอาจารย์หรือไรตอนนี้ขายไปก่อนได้ผลึก์มาเท่าใดก็รีบเร่งฝึกฝนให้ข้ามระดับชั้นเมื่อนั้นย่อมมีโอกาสดีที่จะหาได้อีกมากมาย”
“เ้าอ้วนนนน.... เดี๋ยวนี้กล้าเถียงเหรอสงสัยลืมฝ่ามือพิฆาตของแม่เสียแล้ว”เด็กหญิงอ้วนหงส์เยี่ยเดินส่ายอาดๆเข้าหาอย่างเอาเื่ปากกล่าวต่ออีกว่า “ต่อให้ขายเอาผลึก์ขั้นต่ำมาพวกเราสามคนแบ่งกันยังไงก็ข้ามขั้นเล็กได้สองสามขั้นเท่านั้น สู้เก็บเืเ่าั้ไว้หากได้ยาร้อยโลหิตมาแค่หนึ่งเม็ดเราทั้งสามสามารถข้ามระดับได้อย่างแน่นอน”
“ยาร้อยโลหิต มีค่าเพียงนั้น”เด็กชายอ้วนทำหน้าขลาดเขลาเมื่อเห็นเด็กหญิงอ้วนเดินเข้ามาอย่างเอาเื่แต่ปากยังอดกล่าวไม่ได้
“เหอ... พวกปัญญานิ่ม ยาร้อยโลหิตมีค่าเท่ากับผลึก์ขั้นกลางหนึ่งก้อนเลยนะหรือเท่ากับหกหมื่นก้อนผลึก์ขั้นต่ำ จำใส่หัวเ้าไว้ด้วย”เด็กหญิงเดินมาถึงตบเพี้ยะเข้าหน้าผากเด็กชายอ้วนลู่เฉียวจนหน่าหงายไป ใบหน้าเหยเกต้องบ่นอุบอิบในลำคอไม่กล้าส่งเสียงดังอีก
“ยาร้อยโลหิตรึ น่าสนใจ” เสียงเด็กชายหินดังออกมาพร้อมกับประตูสำนักเปิดออกมา
“พี่ใหญ่ ท่านเ้าสำนักขี้เซา เรียกท่านเข้าไปทำอะไรอะ”เด็กชายอ้วนรีบวิ่งมากล่าวถามอย่างใคร่สนใจแต่แรก
“ไม่มีอะไร ก็แค่ให้ไปที่หอคอยผู้หยั่งรู้ก็เท่านั้น”เด็กชายหินตอบอมยิ้ม
“แค่นี้หรือ?...” เด็กหญิงอ้วนหงส์เยี่ยไม่ยินยอมเชื่อ
“เถอะน่า มาพูดถึงยาร้อยโลหิตดีกว่า น่าสนใจ”เด็กชายตอบเลี่ยงไป
“สนใจก็เท่านั้น เมืองเราไม่มีนักปรุงยาระดับสูงสักคนพี่ใหญ่เก่งกาจปานนั้นเดี๋ยวหาสัตว์อสูรระดับสี่อีกหลายตัวเท่านั้นพวกเราก็จะได้ผลึก์ขั้นต่ำมากมายเพียงพอจะข้ามระดับสู่กำเนิดพลังได้ก่อนสิบขวบ เมื่อนั้นเราจะได้เข้าโถงศาตราต่อไปจึงได้สิทธิเข้าสำนักทั้งยี่สิบ ยิ่งหากได้เข้าร่วมสำนักชั้นในแล้วละก็...พวกเราจะกลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ของดินแดนหอคอยเทพแล้ว”เด็กชายอ้วนเงยหน้ามองบนฟ้าราวกับกำลังฝันถึงอนาคตที่สดใสรออยู่
“พร์ระดับต่ำอย่างพวกเรานะเหรอ... เ้าอ้วนฝันเฟื่องแล้ว”เด็กหญิงหงส์เยี่ยเดินเข้ามาตบแก้มอวบๆของลู่เฉียวราวกับจะปลุกให้ตื่นอย่างหน่ายๆ
“ผู้ยิ่งใหญ่? ทำไมพวกเ้าถึงอยากเป็นัก ไม่เห็นน่าสนุกสักนิด”
“พี่ใหญ่ มาจากมุมใหนของโลกกัน ยิ่งพวกเราก้าวสูงเท่าใดบ้านเราทางโลกโน้นก็จะยิ่งได้รับเงินมากขึ้นเท่านั้นอีกอย่างโลกเทวะใบนี้บูชาผู้เข้มแข็ง กดขี่ผู้อ่อนแอหากเราไม่อาจก้าวหน้าก็เป็ขยะให้ทุกคนเยียบย่ำ”เด็กชายลู่เฉียวหันมามองอย่างประหลาดใจ
“มาเถอะ พวกเ้ายังเด็ก...เื่บางเื่ก็อย่าได้รู้จะดีกว่า”เด็กชายกล่าวราวกับเป็ผู้ผ่านโลกมามากมาย “โลหิตสัตว์อสูรมีค่ามหาศาลควรเก็บดั่งน้องรอง(หงส์เยี่ย)บอก เ้าสามเ้าสี่ช่วยกันแยกชิ้นส่วนเก็บหัวใจกับโลหิตให้ดีแต่กระดูกสัตว์อสูรทั้งหมดเก็บรวบรวมให้ด้วยส่วนอสูรมือทองเป็อสูรหายากในเมืองเริ่มต้นมีเพียงมุกอสูรที่ควรค่าเก็บไว้ที่เหลือพวกเ้านำไปแลกผลึก์มาฝึกฝนน่าจะได้มากมายอยู่ ”เด็กชายหินกล่าวพลางเดินนำพี่น้องทั้งสามมุ่งหน้าสู่เมืองเริ่มต้น
“กระดูกเก็บเอาไว้ทำอะไรได้” เด็กชายผอมลู่ชางถามอย่างสงสัยปกติในเมืองเริ่มต้นหรือแม้แต่เมืองใหญ่ต่างๆยังไม่เคยมีคนใช้ประโยชน์จากกระดูกสัตว์อสูรมาก่อน
“ความลับ เอาเป็ว่าเก็บเอาไว้ให้พี่ใหญ่คนนี้แล้วกัน” เด็กชายหินยิ้มอย่างมีเลสนัย
ก่อนถึงเมืองเริ่มต้นทั้งหมดหยุดลงที่ป่านอกเมืองจัดการชำแหละสัตว์อสูรระดับสามอสูรหลังเต่าแยกหัวใจกับโลหิตเก็บรักษากระดูกเก็บแยกให้เด็กชายหินไป ส่วนอสูรมือทองสัตว์อสูรระดับสี่ที่หายากเด็กชายหินเพียงเก็บกระดูกกับมุกอสูรส่วนหัวใจและโลหิตของอสูรระดับสี่ไม่อาจเก็บรวมกับสัตว์อสูรระดับสามได้อีกทั้งการจะใช้ประโยชน์ยิ่งยากยิ่งกว่า จึงตัดสินใจนำไปขาย
หลังจากเตรียมการเสร็จ ทั้งหมดเข้าเมืองเริ่มต้นมุ่งหน้าไปตามร้านอาหาร ร้านสมุนไพรตัวยา รวมถึงเหล่าตระกูลต่างๆเพื่อขายของออกไปเมื่อชาวเมืองรู้ว่าเด็กชายหินนำสัตว์อสูรระดับสี่มาขายต่างเรียกความสนใจแก่ผู้คนจำนวนมาก ส่วนใหญ่กล่าวยกย่อง นับถือเด็กชายอย่างมากจนเด็กชายหินยังอดหน้าแดงไม่ได้เพียงไม่นานสัตว์อสูรระดับสาม ระดับสี่ถูกขายไปจนหมดรวมเป็มูลค่าถึงหนึ่งหมื่นห้าพันก้อนผลึก์ขั้นต่ำซึ่งราคาที่ได้ยังมากกว่าที่คาดไว้ถึงสองพันก้อนซึ่งต้องยกความชอบให้กับชื่อเสียงในอดีตของตระกูลเฮง
ขณะเด็กทั้งสี่กำลังปรีดากับของที่ได้ที่ห่างไปเป็ประตูหน้าของตระกูลโง้ว ซึ่งเป็หนึ่งในตระกูลใหญ่สุดของเมืองเริ่มต้นมีเด็กชายวัยสิบเอ็ดปีผู้หนึ่งใช้สายตาประสงค์ร้ายมองดูเด็กชายหินแต่ไกล
“มันข้ามมาได้? เหอะ...ไอ้สวะตระกูลเฮง”เด็กชายแค่นเสียงในลำคออย่างไม่พอใจกับการที่ชาวเมืองเชิดชูเด็กชายหิน
“คุณชายลู่หาน ได้ยินข่าวลือว่าเด็กแซ่เฮงนั้นมีพลังฝึกปรือเหนือธรรมดาอาจอยู่ถึงระดับกำเนิดพลังขั้นสองสามารถสังหารอสูรมือทองสัตว์อสูรระดับสี่ได้ด้วยตนเองอีกด้วย”ชายกลางคนในชุดรัดกุมสีดำกล่าวอย่างนอบน้อม
“ผู้ใดเชื่อก็แปลกแล้ว จากโลกฝั่งโน้นมันเป็เพียงขยะผู้หนึ่งพร์ทางกายรึจะเทียบกับเรานายน้อยที่มีกายราชันย์ได้” เด็กชายผู้นี้คือโง้วลู่หานที่เดินทางมาพร้อมกับเด็กชายหินนั่นเอง“เรานายน้อยยังเพิ่งอยู่ระดับกำเนิดพลังขั้นหนึ่ง อีกครึ่งก็จะข้ามขั้นได้แล้วคนอย่างมันจะอยู่ขั้นสองกำเนิดพลังได้อย่างไร”
“นายน้อยกล่าวถูกแล้ว” ชายกลางคนรีบกล่าวสนับสนุนทันที“หรือเื่นี้ต้องมีผู้หลอกล่วงผู้คน แต่ที่เคยได้ฟังมาเมื่อสามร้อยปีก่อนเฮงัเีก็เป็ขยะเช่นนี้เองแต่ไม่นานกลับขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของเมืองเริ่มต้นได้”
“เฮงัเีส่วนเฮงัเี ส่วนเด็กนั่นก็ส่วนของมันหาคนไปทดสอบดู เอาเป็เด็กมู่เจิ้งอันแล้วกัน ตอนนี้หน้าจะอยู่ระดับครึ่งก้าวกำเนิดพลังแล้วน่าจะหยั่งดูฝีมือได้”
“ขอรับคุณชาย” ชายกลางคนรีบรับคำสั่ง ถอยหลังหายไปในตัวตึกทันที
“ขอดูหน่อยว่าตระกูลเฮง จะเฮงสมชื่อหรือเปล่า”เด็กชายโง้วลู่หานเดินเลี่ยงมาเลือกที่นั่งชั้นบนในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่สามารถมองเห็นได้ทั่วลานหน้าสระ์ เพื่อเตรียมชมดูความสนุกสนานที่จะเกิดขึ้น
..................