ค่ำคืนนั้นในห้องอาหารส่วนพระองค์ของเ้าชายฟุมิโอะ
นัทสึมิในชุดราตรียาวเปิดไหล่ สวมสร้อยคอฝังเพชรระยิบระยับ หล่อนนั่งอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะอาหารทรงยาวปลายมนกลมโดยมีเ้าชายในชุดทักซิโดสีดำประทับอีกฝั่ง บนกลางโต๊ะมีเชิงเทียนตั้งอยู่ให้แสงไฟสลัว ชวนโรแมนติค เ้าชายหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นชูแล้วเชิญนัทสึมิที่กำลังถือแก้วไวน์เช่นกัน
“เชิญดื่มครับ”
“ดื่มค่ะ”
เมื่อจิบไวน์แล้ว เ้าชายก็ถามสาวนินจาว่า
“เมื่อกลางวันนี้ คุณคงจะเหนื่อยมากคุณอาจจะคิดว่าทำไมผมไม่ช่วยพวกคุณสู้กับปีศาจั้แ่แรก”
“ค่ะ ดิฉันกับพี่สาวเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็ทนได้ค่ะเพราะเราเคยได้รับการฝึกฝนมาอย่างลำบากยิ่งกว่านี้ แต่เื่ที่ท่านไม่ช่วยแต่แรกดิฉันไม่ทันได้คิดอะไรค่ะ”
“ตอนนั้นผมยังไม่อยากเปิดตัวว่าเป็เทพเ้าาและเห็นว่าพวกคุณยังสู้ไหว รอจนกมลซังใกล้จะเสียท่าตอนเอาตะเกียงทุ่มใส่ปีศาจผมจึงจุดไฟใส่ธนูยิงไป ยังไงก็ขอโทษด้วยครับ ที่ปล่อยให้คุณลำบาก”
“ไม่เป็ไรค่ะ มันเป็หน้าที่ของดิฉันอยู่แล้วค่ะ”
“ผมคิดว่าจอมมารคงไม่ยอมปล่อยให้พวกเราได้กุญแจเปิดสุสานไปง่าย ๆพวกมันต้องส่งคนมาเล่นงานเราอีกแน่ ขอให้เตรียมรับมือไว้ด้วย”
“ใช่ค่ะ ดิฉันก็คิดเช่นนั้น”
“แล้วคุณกับพี่สาวได้ฝึกวิชาอะไรมาบ้างล่ะ”
“ก็มีวิชานินจา การใช้อาวุธต่าง ๆ ทั้งดาบซามูไร อาวุธลับ ปืนวิชาล่องหนหายตัว ส่วนพี่สาวมีพลังจิตที่ติดตัวมาแต่เกิดสามารถสะกดจิตคนให้ทำตาม้าได้ แต่มันใช้ได้กับมนุษย์เท่านั้นใช้กับปีศาจไม่ได้ค่ะ และที่เมื่อวานดิฉันกับพี่สาวไม่ได้ล่องหนตอนสู้กับปีศาจโทโมเอะก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือมันใช้กับปีศาจไม่ได้นั่นเองค่ะ”
“อ๋อ เป็เช่นนี้เอง เื่พลังวิเศษนี่ ก็คล้าย ๆกับที่ผมมีพลังเทพติดตัวมาแต่เกิดเหมือนกัน เพียงแต่ผมไม่เปิดเผยให้คนทั่วไปรู้มีแต่คนในตระกูลกับองค์กร CRA ของเราเท่านั้นที่รู้มานานแล้ว”
พนักงานยกอาหารมาเสริฟเ้าชายและนัทสึมิคนละที่
“อาหารเรียกน้ำย่อยมาแล้ว ลองชิมดูนะครับ”
ณ ฐานลับของกามันดา
“บัดซบจริงมันโผล่มาช่วยได้ยังไงน่ะ ไอ้เ้าชายนั่น” จอมมารกระทืบเท้าขณะนั่งบนบัลลังก์
“เห็นว่ามันอวตารมาจากเทพเ้าาของญี่ปุ่นด้วยครับนายท่านมันเสกธนูมายิงใส่ปีศาจโทโมเอะจนไฟครอกตาย”
“แบบนี้ต้องปลุกผีซามูไรที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นขึ้นมาเรียกตัวมิยาโมโตะ มูซาชิ มาซิ” จอมมารออกคำสั่ง
“เบิกตัว มิยาโมโตะ มูซาชิ”สมุนกามันดาร้องทวนคำสั่ง
ทันใดก็มีปีศาจในชุดเกราะแบบนักรบโบราณของญี่ปุ่นสะพายดาบซามูไรเล่มยาว เดินมาคุกเข่าต่อหน้ากามันดา
“มูซาชิ ขอคารวะนายท่าน”
“ตามสบาย ข้ามีงานให้เ้าทำจงไปขัดขวางพวกCRA อย่าให้มันได้กุญแจไป ถึงมันได้ก็จงแย่งกุญแจมาเสียเข้าใจไหม”
“ทราบแล้วนายท่าน”ผีซามูไรก็ตบที่หน้าอกตัวเองเป็การยืนยัน
“ดีมาก แล้วก็เอาสมุนปีศาจจากขุมนรกไปด้วย500ตัว สมุนที่เป็คน500 คน เอาล่ะไปได้”
“ขอรับ”ว่าแล้วมูซาชิก็หายวับไป
หลายวันต่อมา ณ สวนเซ็น (仙巌園 Sengan-en ) เมืองคาโงชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะกิวชู ประเทศญี่ปุ่น
แสงแดดในวันที่อบอุ่นของปีสาดส่องไปต้องต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวขจีของสวนสวยมีก้อนหินรูปร่างแปลกประหลาดวางประดับไว้อย่างลงตัว
กมลกับฮาสุโกะและนัทสึมิต่างมายืนอยู่ในสวนแล้วมองไปรอบ ๆ บริเวณโดยมีูเาไฟซากุระจิมะตั้งตระหง่านเป็ฉากหลัง และมีทะเลสาบอันเงียบสงบกั้นขวางระหว่างสวนเซ็นกับูเาไฟ
“มันอยู่ที่ไหนล่ะกุญแจดอกที่สามน่ะแค่บอกว่าอยู่ในสวนเซ็น แต่สวนนี้มันไม่ใช่เล็ก ๆ จะหาเจอไหมล่ะเนี่ย” กมลบ่นอุบ
“พี่ก็ใจร้อนไม่หายเลยนะใจเย็น ๆ เดี๋ยวก็เจอเองแหละ ค่อย ๆ หาไป” ฮาสุโกะบอก
“เชิญดื่มน้ำชาก่อนนะคะทางโน้นเลยค่ะ” เ้าหน้าที่สาวผู้ดูแลสถานที่เชื้อเชิญทุกคนก็เดินตามไปที่อาคารชั้นเดียวแบบญี่ปุ่นซึ่งมีลานกว้างที่มีผืนทรายเป็ทรงคดโค้ง เปรียบเสมือนทะเลหรือมหาสมุทรและก้อนหินขนาดใหญ่ที่วางตรงกลาง แทนทวีปหรือผืนแผ่นดิน นี่คือการจำลองโลกหรือจักรวาลในคติของชินโตและปรัชญาของนิกายเซ็น
เมื่อกมลและสองสาวนั่งลงบนเบาะนั่งที่พื้นห้องชิมชาแล้วพนักงานก็ยกขนมมาเสริฟคนละชุด
“เชิญรับประทานขนมก่อนนะคะนี่เรียกว่าไดฟุกุค่ะ”
กมลก็หยิบขึ้นมาชิมแป้งชั้นนอกนุ่มเหนียว มีไส้ถั่วแดงข้างใน รสชาติหวานเล็กน้อย
“อืมนุ่มเหนียวคล้าย ๆ ขนมโคบ้านพี่เลย” หนุ่มพังงากล่าว
ผู้ชงชาก็ตักผงชาจากโถลงใส่ในถ้วยชาแล้วใช้กระบวยตักน้ำร้อนใส่ตามลงไปในถ้วย แล้วใช้อุปกรณ์คล้าย ๆ แปรง คนน้ำชาให้แตกตัวเป็ฟองก่อนจะยื่นถ้วยน้ำชาให้แขกแต่ละคน
“พี่กมลอย่าเพิ่งดื่ม ต้องทำแบบนี้ก่อนนะ วางถ้วยบนฝ่ามือซ้ายแบบนี้ แล้วใช้มือขวาค่อย ๆหมุนถ้วยตามเข็มนาฬิกาแบบนี้ แล้วค่อยดื่ม” ฮาสุโกะสาธิตวิธีดื่ม
“แล้วก็อย่าเพิ่งรีบดื่มหมดนะค่อย ๆ แบ่งจิบสักสองสามรอบ”
“ทำไมต้องหมุนถ้วยด้วยล่ะ”กมลสงสัย
“ก็พี่เห็นไหมล่ะนี่ด้านหน้าถ้วยมันมีลายสวยงาม เขาไม่อยากให้ถ้วยเลอะน้ำชาก็เลยต้องหมุนถ้วยมาดื่มจากอีกด้านไงล่ะ”
“อ๋อนึกว่าเขาแอบป้ายยาพิษไว้บนถ้วยด้านหนึ่ง”
“แหมพี่ก็ดูหนังญี่ปุ่นเยอะไปป่าว” ฮาสุโกะพูดแล้วก็ส่ายหน้า
นัทสึมิพูดกับฮาสุโกะประโยคหนึ่งแล้วสาวบัวก็บอกกมลว่า
“น้องสาวหนูบอกว่าให้บอกพี่กมลซังด้วยว่าพิธีชงชามีปรัชญาที่ลึกซึ้งดังวลีที่ว่า “อิจิโกะ อิจิเอะ” (一期一会) หมายความว่า การพบกันครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต เพราะทุก ๆครั้งที่คนเราได้พบกัน มันอาจเป็ครั้งเดียวที่ได้เจอกัน แล้วไม่เจอกันอีกเลยก็ได้ก็คือให้ความสำคัญกับเวลาปัจจุบัน คนปัจจุบันที่เราอยู่ด้วยให้มากที่สุดนั่นเอง”
“โห ลึกซึ้งเนอะปรัชญาชงชา” กมลรู้สึกทึ่ง
“ดื่มเสร็จแล้วใช่ไหมเอาผ้านี่เช็ดขอบถ้วยด้วย อย่าให้เลอะ แล้วหมุนถ้วยทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบวางลงแบบนี้ แล้วก็คำนับขอบคุณ โดโมะ อาริงาโตะโกไซมัส”ฮาสุโกะสาธิตวิธีปิดท้ายการดื่มชา
หลังจากดื่มด่ำกับการชิมชาแล้วทั้งสามคนก็หมดสติไป แล้วมารู้สึกตัวตื่นขึ้น เมื่อถูกจับมัดไว้ในห้องแคบ ๆห้องหนึ่ง
“เอ๊ะเรามาอยู่ในนี้ได้ไงเนี่ย” กมลใร้องถาม
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันใครจับเรามา หรือจะเป็ลูกน้องกามันดา” สาวบัวตอบ
นัทสึมิพูดกับพี่สาวเป็ภาษาญี่ปุ่น
“ในน้ำชามียานอนหลับน้องสาวหนูบอก”
“ฮ่าฮ่าพวกแกตื่นกันแล้วเหรอ ดีแล้ว เตรียมตัวตายกันซะ ข้าใจดีไหมล่ะ รอแกตื่นก่อนค่อยเผาพวกแกตอนยังตื่น ๆ นั่นแหละ สนุกดี เฮ้ย เตรียมไฟให้พร้อมเผามันพร้อมกระท่อมหลังนี้เลย” ชายแปลกหน้ากล่าว
ฮาสุโกะจึงจ้องตาเขาแล้วพยายามสะกดจิต แต่ไม่สำเร็จ ชายคนนั้นก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า
“แกจะใช้พลังจิตสะกดข้าเหรอไม่สำเร็จหรอก เพราะข้าไม่ใช่คน ข้าเป็ปีศาจ นังโง่ “ ว่าแล้วมันก็เผยร่างที่แท้จริงออกมาเป็ปีศาจผมยาว มีเขาสองข้าง แลบลิ้นยาว มีเขี้ยวโง้ง
“เผามันเลย”ปีศาจตนนั้นสั่ง แล้วก็หายตัวไป
เพลิงก็ลุกไหม้กระท่อมนั้นท่ามกลางความตื่นตระหนกของทั้งสามคน
ทันใดนั้นก็มีพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ไฟที่ลุกไหม้อยู่ มอดดับลงในทันที จากนั้นเ้าชายฟุมิโอะก็พังผนังห้องเข้ามา
“มินนะวะ โด้เดสก๊ะ”1 (ทุกคนเป็อย่างไรบ้าง) เ้าชายถามก่อนจะแก้มัดให้สายลับทั้งสาม
“โกเมนนาไซ,โอะสกคุนัตเตะ ชิไมมะชิตะ” 2 ( ขอโทษที่มาช้า)
“โดโมะอะริงาโต”ฮาสุโกะกล่าวขอบคุณ
เ้าชายยื่นดาบสามเล่มให้พวกกมลแล้วกล่าวว่า
“โคเระวะมะโฮโนะเคนเดส” 3
“นี่คือดาบวิเศษปราบปีศาจ”สาวบัวแปลให้กมลฟัง
หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็เดินออกมาที่ลานกว้างของสวนเซ็นแห่งนั้นก็มีพวกสมุนของกามันดาจำนวนมาก ทั้งคนทั้งปีศาจ มารุมล้อมพวกเขาไว้ทุกด้านดูจากจำนวนรวมกันเป็พันตน
“จุมบิวะ อี้เดสก๊ะ” 4 ( พร้อมหรือยัง)เ้าชายถามทุกคน
“ไฮ้” สองสาวตอบพร้อมกัน
“ว่าไงนะ” กมลหันมาถาม
“โย่ยโฉะ” 5 เ้าชายะโ
“ลุยเลย” ฮาสุโกะแปลให้ทันที
แล้วสองหนุ่มกับสองสาวก็เข้าไปตะลุมบอนต่อสู้กับเหล่าปีศาจและคนที่เป็ลูกสมุนของจอมมารกามันดาสร้างความอลหม่านละลานตาไปเต็มพื้นที่ริมทะเลสาบนั้นพวกเขาใช้ดาบวิเศษฟาดฟันทั้งผีทั้งคน จนผู้ปองร้ายลดจำนวนลง จากเรือนพันเหลือเพียง 20 คน พวกสมุนวายร้ายก็ครั่นคร้าม ถอยร่นไปด้วยความกลัว
“ไอ้พวกนี้ไม่ได้เื่เลยข้าต้องออกโรงเองซะแล้ว” เสียงนั่นเป็เสียงของปีศาจซามูไรนามว่า มิยาโมโตะ มูซาชิมันเหาะจากฟ้าลงมายืนอยู่ด้านหน้าของเหล่าสมุน ประจันหน้ากับพวกเ้าชาย
มูซาชิก็ชักดาบซามูไรออกจากฝักแล้วฟาดฟันใส่เ้าชาย ฝ่ายเ้าชายก็ใช้ดาบซามูไรตอบโต้ เสียงกระทบกันของดาบดังไปทั่วบริเวณเกิดประกายไฟกระเด็นออกมาตลอดเวลา
พวกของกมลก็วิ่งเข้าใส่พวกสมุนปีศาจแต่พวกนั้นหายตัวไปบ้าง วิ่งหนีไปบ้างจนไม่เหลือสักคนเดียวทิ้งให้ผีมูซาชิต่อสู้กับเ้าชายเพียงลำพัง
เมื่อต่อสู้กันครู่ใหญ่เห็นว่ายังเอาชนะเ้าชายไม่ได้ มูซาชิก็ถอยไปตั้งหลักที่ริมทะเลสาบก่อนจะขยายร่างจนใหญ่เท่าูเา ไล่เหยียบเ้าชายและพวกฝ่ายเ้าชายก็ร่ายมนต์ขยายร่างจนใหญ่เท่ากันแล้วทั้งสองก็ต่อสู้กันจนไปถึงเชิงูเาไฟซากุระชิมะ
เ้าชายในชุดเกราะนักรบแบบโบราณก็ใช้ดาบฟาดฟันจนดาบของปีศาจมูซาชิหักคามือแต่เ้าผีไม่ยอมแพ้ เปลี่ยนอาวุธเป็ง้าวด้ามยาวมาต่อกรเ้าชายก็เปลี่ยนอาวุธเป็ง้าวบ้าง ไล่ฟันไล่แทงกันพัลวัน จนพื้นดินสั่นะเืไล่ต้อนปีศาจจนลงไปยืนในทะเลสาบเ้าชายตวัดง้าวขึ้นสอยอาวุธของมูซาชิปลิวกระเด็นไปแล้วเปลี่ยนอาวุธเป็ธนูยิงศรใส่เ้าปีศาจ ลูกศรปักทะลุเสื้อเกราะของมันเข้ากลางอกมันร้องโหยหวน แล้วร่างก็สลายเป็ควันหายไป เ้าชายก็คลายมนต์กลับมายังร่างเดิม
ฮาสุโกะกับพวกก็วิ่งกรูเข้าไปรุมล้อมเ้าชายพร้อมปรบมืออย่างชื่นชม
“โย่สึเดสเน่ะ “ 6(เก่งจัง) นัทสึมิกล่าวชมเ้าชาย
“สุดยอดมากเ้าชาย”กมลยกนิ้วโป้งให้
หลังจากพักเหนื่อยกันแล้วฮาสุโกะก็เอ่ยขึ้นว่า
“พวกปีศาจที่มาขัดขวางเราก็ถูกปราบไปแล้วแต่เรายังหากุญแจไม่เจอเลย มันอยู่ที่ไหนกันนะ”
“นั่นน่ะสิหวังว่าคราวนี้คงไม่มาเสียเที่ยวนะ”
ทันใดนั้นก็มีกระต่ายขาวตัวหนึ่งมาวิ่งเล่นอยู่แถวนั้น นัทสึมิเห็นเข้าก็จะเข้าไปอุ้มมาเล่นแต่มันวิ่งหนีไปทางตะเกียงหินที่วางประดับสวนไว้ แม่สาวนินจาก็วิ่งตามไปกระต่ายนั้นก็ะโเข้าไปในช่องจุดไฟตะเกียงนัทสึมิวิ่งไปทันก็ล้วงมือเข้าไปหวังจะจับตัวกระต่ายแต่สิ่งที่ติดมือเธอออกมานั้นคือ
“คางิ !!! ” 7 (กุญแจ!!!)นัทสึมิร้องเสียงดัง
พวกกมลวิ่งตามมาดูต่างก็ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
“เจอแล้ว สุโค่ย”หนุ่มพังงาอุ้มฮาสุโกะแล้วหมุนตัวหนึ่งรอบ
เ้าชายฟุมิโอะก็ยิ้มด้วยความยินดี
ภารกิจในการหากุญแจเปิดสุสานก็สำเร็จลุล่วงแล้วเหลือแต่ปฏิบัติการเปิดสุสานนินโทกุ เพื่อหาเทวรูปสีม่วงตาม้า
พวกเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ติดตามดูกันต่อไป
ค่ำคืนนั้น ที่บ้านเนรมิตโภคา ประเทศไทย
กามันดาหงุดหงิดที่ขัดขวางพวกกมลไม่สำเร็จอีกก็มาระบายอารมณ์กับเพลินใจอีก แต่คราวนี้เขานอนค้างกับหล่อนจนรุ่งเช้า
“หา อาเภสันมานอนกับหนูได้ยังไง ถ้าแม่มาเห็นเข้าเกิดเื่ใหญ่แน่ ตื่น ๆ อาทำอะไรกับหนูน่ะ”เพลินใจใมากที่เห็นเภสันนอนอยู่ข้าง ๆ บนเตียงเดียวกัน
“ไม่ต้องใหรอกนี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ ที่ทำกับหนู” จอมมารก็เอื้อมมือไปลูบผมของเพลินใจ“ทำใจยอมรับเถิด ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว”
สาวนักเรียนนอกสะอื้นไห้เพราะเสียใจที่เสียตัวให้เภสันที่อายุแก่คราวน้องของพ่อทั้งที่หล่อนอยากจะเก็บเรือนกายไว้ให้หิรัญ ส่วนเื่พรหมจรรย์นั้นไม่ต้องเอ่ยถึงด้วยมันสังเวยให้หนุ่มฝรั่งเศสไปนานแล้วั้แ่สมัยเรียน
“ยังไงเสี่ยเริงศักดิ์ก็เปรียบเหมือนพ่อของเธอและเป็ลูกน้องของฉัน ครอบครัวของเธอขาดฉันไม่ได้หรอก จริงไหมล่ะเพราะฉะนั้นมันเป็บุญของเธอแล้ว ที่เป็เมียฉัน”เภสันว่าแล้วก็โอบตัวเพลินใจมาหอมแก้มหนึ่งที ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแต่งตัวแล้วออกไปจากห้อง ทิ้งให้เพลินใจนอนร้องไห้เงียบ ๆ คนเดียว
ณ ห้องบัญชาการของ CRA สาขาญี่ปุ่น
เ้าชายฟุมิโอะและทีมของกมล ฮาสุโกะและนัทสึมิ กำลังนั่งฟังบรรยายประกอบสไลด์จากนักวิชาการขององค์กร
“นี่คือเป้าหมายที่เราจะเข้าไปค้นหาเทวรูปศักดิ์สิทธิสีม่วงเป็หนึ่งในจำนวนเนินสุสานโบราณ 49 แห่ง ของกลุ่มสุสานมูสุ-ฟูรูอิจิในเมืองซาไกและฮาบิกิโนะ ฟูจิอิเดระ”
บนจอฉายสไลด์ภาพของสุสานโบราณรูปทรงคล้ายรูกุญแจที่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใบหญ้าจนเขียวครึ้ม ล้อมรอบด้วยคูน้ำสองชั้นแวดล้อมไปด้วยบ้านเรือนของชาวเมืองซาไก
“สุสานของจักรพรรดินินโทกุนี้นับเป็สุสานจักรพรรดิที่ใหญ่เป็อันดับสามของโลกรองจากปิรามิดกิซาแห่งอียิปต์และสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ของจีนสร้างขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 3 ในยุคโคฟุง (古墳時代 ตรงกับยุคราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์เหนือใต้ของจีนก่อนราชวงศ์สุย )ซึ่งเมืองโอซาก้าในขณะนั้นเป็เมืองท่าสำคัญที่ทำการค้าขายกับจีนเกาหลี หรือแม้กระทั่งเปอร์เซีย จึงได้รับอารยธรรมการสร้างสุสานที่ยิ่งใหญ๋มาจากประเทศเหล่านี้”
ทีมของกมลนั่งฟังอย่างตั้งใจ
“ขนาดของสุสานยาว486 เมตร กว้าง 34.8 เมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 15 ปี 8 เดือน ใช้แรงงานคนมากกว่า 2,000คน และใช้งบประมาณมหาศาล เนื่องจากยุคนั้นเศรษฐกิจการค้าของญี่ปุ่นรุ่งเรืองมากภายในสุสานอื่น ๆ เราได้พบตุ๊กตาดินเผาฮานิวะ เป็รูปคน ม้า อาวุธถูกจัดวางไว้จำนวนมาก เช่นเดียวกับชุดเกราะเหล็กและดาบสายรัดทำจากทองแดงชุบทองและอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ หยกและอื่น ๆ อีกมาก”
“แต่สำหรับสุสานจักรพรรดินินโทกุนี้นับแต่โบราณมายังไม่มีผู้ใดดำเนินการขุดค้นเข้าไปว่ามีพระบรมศพขององค์จักรพรรดิจริงหรือไม่เพราะไม่อยากไปรบกวนความสงบและ้าถวายเกียรติแด่พระองค์”
“อืมแล้วเทวรูปอยู่ในนั้นจริงหรือ แล้วอยู่ตรงส่วนไหน เราจะเข้าไปได้ยังไงมีทหารเฝ้าหรือไม่” กมลผู้ใจร้อน เริ่มอยากรู้ข้อมูลที่ชัดกว่านี้
“เื่นั้นเป็หน้าที่ของสายลับอย่างท่านที่นั่งในที่นี้แหละครับจะต้องไปค้นหาให้พบ ” ผู้บรรยายโยนเผือกร้อนมาให้หนุ่มพังงา
“โอเค เข้าใจแล้ว”กมลพยักหน้ารับ ในขณะที่พวกฮาสุโกะก็มองหน้ากัน
ค่ำคืนนั้นเหนือน่านฟ้าเมืองซาไก ( Sakai ) จังหวัดโอซาก้า (Osaka)
เฮลิคอปเตอร์ส่วนพระองค์ของเ้าชายฟุมิโอะบินมาลอยอยู่เหนือพื้นที่สุสานรูปรูกุญแจสีเขียวขนาดั์ก่อนจะค่อย ๆ ลดระดับลงเหนือคูน้ำชั้นใน แล้วฮาสุโกะก็ะโลงไปเป็คนแรก หล่อนเสกดอกบัวขนาดใหญ่ให้กลายเป็เสมือนแพยางรองรับตัวเองและเพื่อนๆ ที่จะโดดตามลงมา เ้าชาย นัทสึมิ และกมลก็โดดตามลงมาบนดอกบัวนั้นแล้วทั้งหมดก็ถูกพาไปขึ้นฝั่งได้เองโดยบัววิเศษเมื่อขึ้นฝั่งได้แล้วดอกบัวก็หายวับไป
บนฝั่งสุสานนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าปกคลุมจนมองไม่เห็นเนินสุสานที่จากภาพจำลองเดิมจะก่อขึ้นด้วยหินเป็ชั้นๆด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ทำเป็รูปคล้ายสามเหลี่ยมคางหมูซ้อนเป็ขั้นบันไดและส่วนทิศตะวันออกเฉียงเหนือทำเป็เนินกลมๆ ซ้อนเป็ขั้นบันไดขึ้นไป แต่ด้วยกาลเวลาผ่านมากว่า 1,500 ปีจึงกลายเป็ป่าอย่างที่เห็น
เ้าชายฟุมิโอะและนัทสึมิก็เสกดาบขึ้นมาคนละเล่มช่วยกันถากถางต้นไม้และเถาวัลย์ที่ปกคลุมด้านหน้าเนินสุสานฮาสุโกะกับกมลก็ช่วยกันขนเศษไม้นั้นออกไปทิ้งที่คูน้ำ จนกระทั่งได้พบ
“เจอแล้ว ประตู!!!”
บานประตูขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายแบบโบราณ วัสดุที่ทำน่าจะเป็โลหะจึงทนทานมาได้ขนาดนี้มีกุญแจตัวใหญ่คล้องไว้ เ้าชายยกขึ้นดูก็พบว่ามีรูกุญแจ 3 รูทรงรับสั่งกับฮาสุโกะให้ส่งกุญแจให้พระองค์ทีละดอก ทำการไขกุญแจนั้น เมื่อไขครบ 3ดอก ก็มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังเปรี้ยง จนทุกคนสะดุ้งใแต่เมื่อตั้งสติได้ก็นำตัวกุญแจออก แล้วค่อย ๆ เปิดบานประตูนั้น
หลังบานประตูที่ไม่เคยเปิดมา1,500 ปี พบเป็ทางเดินยาวเข้าไปประมาณ 50 เมตรผนังสองข้างเป็ภาพเขียนสีโบราณคล้ายกับยุคราชวงศ์ฮั่นของจีนบอกเื่ราวของชนเผ่ายามาโตะ ที่รวบรวมชนเผ่าอิสระต่าง ๆซึ่งเป็ต้นเค้าให้เกิดการรวมศูนย์อำนาจที่จักรพรรดิ จนภายหลังใน ปี ค.ศ. 645มีการปฏิรูปไทกะ ทำลายระบบนายทุนที่ดิน เปลี่ยนชื่อเรียกประเทศเป็นิฮง ( Nihon )
เมื่อเดินเข้าไปอีกก็พบกับห้องโถงมีหอกจำนวนมาก พุ่งออกจากรูข้างผนัง แต่พวกสายลับระวังตัวอยู่แล้วจึงใช้อาวุธปัดป้องไว้ได้ เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นมีทางเดินแยกไปอีกสองทางเ้าชายจึงบอกให้ฮาสุโกะพากมลไปอีกทางหนึ่ง ส่วนพระองค์กับนัทสึมิจะไปอีกทาง
ฮาสุโกะกับกมลเดินไปตามทางแคบๆ ที่คดไปเลี้ยวมา ก็ไปพบอีกห้องหนึ่ง ที่กลางห้องมีแท่นวางแจกันดินเผาไว้ใบหนึ่งกมลเห็นดังนั้นก็เดินไปหยิบขึ้นมาดู ทันใดนั้นผนังห้องสองฝั่งก็เปิดออกมีตัวประหลาดเดินออกมาหาพวกกมล
ตัวหนึ่งนั้นรูปร่างคล้ายตุ๊กตาดินเผาในยุคโจมงที่เรียกว่า ชะโกกิ โดงู (Shakoki Dogu) รูปร่างคล้ายมนุษย์อวกาศมีเข็มขัดคล้ายห่วงรัดเอวไว้ มีดวงตากลมใหญ่ หัวใหญ่ เอวคอด สะโพกใหญ่
อีกตัวหนึ่งคล้ายตุ๊กตามิมิซูกุโดงู ( Mimizuku Dogu ) แต่งกายคล้ายตัวแรกแต่มีหัวเป็แฉก ๆ
ทั้งสองตัวถือดาบสัมฤทธิ์เข้ามาไล่แทงไล่ฟันกมลกับฮาสุโกะกมลใช้ดาบปราบปีศาจที่เ้าชายให้มาเข้าต่อสู้ ฮาสุโกะก็เสกคทาที่ปลายเป็ดอกบัวตูมรับมือกับหุ่นดินเผาเดินได้ แต่ยิ่งสู้ตัวประหลาดดินเผาก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทางด้านเ้าชายฟุมิโอะกับนัทสึมิก็เผชิญชะตากรรมไม่ต่างจากพวกกมล เพียงแต่ตัวประหลาดที่พบเป็เครื่องปั้นดินเผาฮานิวะ ( Haniwa埴輪 )รูปทหารดินเผาในชุดเกราะกับรูปคนที่มีหัวเป็รูปหัวใจ ขี่ม้าดินเผาถือทวนโลหะไล่แทงทั้งสองคน แต่ทั้งคู่ก็ใช้ดาบรับมือเ้าดินเผาปีศาจซึ่งยิ่งสู้ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเช่นกัน
ฝ่ายฮาสุโกะเห็นว่าตุ๊กตาดินเผาไม่ลดจำนวนสักทีก็เสกะเิรูปดอกบัวตูมปาเข้าใส่พวกนั้นจนแตกกระจาย พวกมันจึงลดจำนวนลงเรื่อย ๆในที่สุดก็ถูกกำจัดจนหมด
กมลที่ฟาดฟันกับหุ่นดินเผาอยู่นานก็ถึงกับเหนื่อยหอบฮาสุโกะก็เช่นกันเมื่อหายเหนื่อยแล้วก็เดินต่อไปตามทางเดินในช่องประตูที่พวกตุ๊กตาโผล่มาเมื่อกี้
ฝั่งของเ้าชายก็แปลงร่างเป็เทพเ้าา ยิงธนูวิเศษดอกเดียวแต่แตกตัวเป็ร้อยดอกเข้าใส่พวกตุ๊กตาฮานิวะแตกกระจายเป็กลุ่มๆ นัทสึมิก็เสกมีดสั้นเล็ก ๆ พุ่งเข้าใส่กองทหารดินเผาแตกไปเป็กอง ๆ เช่นกันกระทั่งพวกหุ่นเฝ้าสุสานพินาศย่อยยับหมดแล้วทั้งสองคนก็เดินต่อไปตามช่องทางที่เปิดออก ตอนหุ่นเดินเผาโผล่มา
แล้วทั้งสี่คนก็ไปกันในห้องใหญ่อีกห้องหนึ่งโดยรอบห้องนั้น มีรูปปั้นนักรบโบราณขนาดใหญ่ 7 ตนในท่ายืน หน้าตาล้วนน่ากลัวทุกตนแล้วก็มีเสียงดังออกมาจากรูปนักรบตนที่ 1 จากซ้ายว่า
“พวกเ้ามาทำไมพวกข้าคือเหล่านักรบวาจิน (和人) แห่งยามาโตะ ถอยออกไปเดี๋ยวนี้ อย่าบังอาจล่วงล้ำสุสานของจักรพรรดิ”
เ้าชายฟุมิโอะจึงแปลงร่างเป็เทพเ้าฮาจิมังแล้วกล่าวว่า
“ข้าคือเทพแห่งามาที่นี่เพื่อนำเทวรูปสีม่วงไปคืนให้์ เพื่อป้องกันภัยพิบัติของสามโลกหากเทวรูปตกไปอยู่ในมือกามันดา แล้วพวกท่านจะรับผิดชอบไหวหรือ”
ิญญานักรบในรูปปั้นตนที่สองจึงว่า
“น้อมคารวะท่านเทพพวกข้าหาได้ขาดความเกรงใจต่อท่านไม่ แต่มันเป็หน้าที่ของเหล่าิญญานักรบอย่างข้าที่ต้องปกป้องสุสานองค์จักรพรรดิอันเป็ที่รักของปวงชนชาวโคฟุงจึงถวายสมญานามท่านว่านินโทกุ เทนโน (仁徳天皇 แปลว่า จักรพรรดิผู้เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา)”(พระนามเดิมเมื่อประสูติคือ โอโฮซาซากิ โนะ มิโกโตะ Ohosazaki no Mikoto 大鷦鷯尊 เป็โอรสองค์ที่สี่ของจักรพรรดิโอจิน)
“มันก็จริงอย่างท่านว่าแต่หากสามโลกนี้ไร้ซึ่งผู้คนจะอยู่แล้วไซร้ บรรดากฎเกณฑ์ต่าง ๆ จะมีไว้ใช้กับใครเล่าขอท่านจงตรองดูเถิด” เทพาฮาจิมังพยายามโน้มน้าวเหล่าอารักษ์ประจำสุสาน
เสียงจากรูปปั้นนักรบตนที่สามก็ดังมาว่า
“แต่ถึงแม้ท่านจะได้เทวรูปสีม่วงนี้ไปแล้วมีอะไรเป็หลักประกันว่าท่านจะได้เทวรูปองค์อื่นที่เหลือเล่าหากพวกท่านทำไม่สำเร็จ ความเสียสละในการละทิ้งหน้าที่ของพวกข้าจะไม่สูญเปล่าหรอกหรือ”
“ข้าขอใช้ตำแหน่งเทพเ้าาเป็เดิมพันหากพวกเข้าทำไม่สำเร็จ จะยอมมาเป็ข้ารับใช้พวกท่านไปตลอดกาล”
รูปนักรบตนที่สี่กล่าวว่า
“ข้าให้เ้าผ่านไปไม่ได้หรอกพวกข้าถูกสังหารมาเพื่อให้ิญญาเฝ้าสุสาน ก่อนตายจิตอยู่กับที่นี่จึงมีอารมณ์เดียว ไปเกิดใหม่ก็ไม่ได้ ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
รูปปั้นตนที่ห้าก็เสริมว่า
“ใช่ ๆข้าก็ไม่ยอมให้เ้าเข้าไปชั้นในของสุสานหรอก”
รูปปั้นที่เหลืออีกสองตนก็กล่าวพร้อมกัน
“ข้าก็ไม่ยอมให้ไปจงกลับออกไปเดี๋ยวนี้”
ครั้นแล้วรูปปั้นทั้ง7 ก็ก้าวลงมายืนขวางพวกเ้าชายไว้
เทพเ้าาเห็นว่าเจรจาไม่เป็ผลจึงว่า
“เห็นทีจะคุยกันดี ๆไม่ได้แล้ว ต้องใช้กำลัง ถ้ายังงั้นข้าไม่ออมมือละนะ” ว่าแล้วก็เตรียมเสกธนูขึ้นมาโก่งเพื่อเตรียมยิงใส่รูปปั้นเ่าั้
ทันใดนั้นก็มีสุรเสียงดังกังวานมาจากข้างในสุสานว่า
“พวกเ้ามาเอะอะอะไรในสุสานของข้า”ครั้นแล้วก็ปรากฏรูปกายของชายในชุดจักรพรรดิโบราณ ดูท่าทางสง่างามน่าเคารพยำเกรงมายืนต่อหน้าพวกเ้าชาย
“ข้าคือจักรพรรดินินโทกุที่เ้าผี7 ตนกล่าวถึงยังไงล่ะ พวกเ้ามาทำลายความสงบของข้าทำไม”
เ้าชายเห็นดังนั้นก็คุกเข่าลงกราบคารวะิญญาของจักรพรรดิพวกกมลและสองสาวก็ทำเช่นกัน
“ขอถวายบังคมองค์จักรพรรดิผู้เปี่ยมเมตตาพวกข้าพระองค์มาเพื่อจะกอบกู้โลกให้พ้นหายนะเพราะขณะนี้จอมมารกามันดากำลังก่อกรรมทำเข็ญกับผู้คนทั่วโลก ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติา การค้าอาวุธ ต้องมีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ข้าน้อยทั้งหลายทนเห็นต่อไปไม่ได้จำเป็ต้องรวบรวมเทวรูปให้ครบ 6 องค์ เพื่อคืนสู่์จะได้รักษาสมดุลของโลกและจักรวาล ไม่ให้กามันดามันโลกได้พระเ้าข้า”
“พวกเ้าไม่รู้หรือว่าพวกกามันดามันได้รับพรจากพระศิวะและพระพรหมว่าไม่มีผู้ใดจะฆ่ามันได้ไม่ว่าจะเป็มนุษย์ เทพ หรือสัตว์ ไม่ว่าจะเป็ครึ่งคนครึ่งเทพ ครึ่งคนครึ่งสัตว์หรือแม้ครึ่งเทพครึ่งสัตว์ก็ตาม ล้วนไม่มีใครฆ่ามันได้แล้วจะมีใครในสามโลกอีกเล่าที่จะสังหารมันได้ ข้ามองไม่เห็นเลยมิใช่ว่าข้าจะนิ่งดูดาย ไม่อยากช่วยโลกนี้ไว้ก็หามิได้”
องค์นินโทกุตรัสเหตุผลอย่างชัดเจนจนเทพฮาจิมังหรือเ้าชายฟุมิโอะนิ่งอึ้งไปอึดใจหนึ่ง แล้วก็กล่าวว่า
“ข้าน้อยเชื่อว่าต้องมีใครสักคนในอนาคตที่จะต้องสังหารมันลงได้เพียงแต่ตอนนี้ต้องยับยั้งมันไว้ไม่ให้ก่อกรรมไปมากกว่านี้พระเ้าข้า”
จักรพรรดิในสุสานยิ้มด้วยความเมตตา แล้วกล่าวว่า
“เอาเถอะ ในเมื่อเ้ามีเจตนาที่ดีในการปกป้องคุ้มกันชาวโลกจากภัยร้ายของจอมมารดังนั้นข้าจะมอบเทวรูปให้เ้าไปเก็บรักษาไว้ ขออวยพรให้พวกเ้ารวบรวมได้สำเร็จและได้พบวีรบุรุษที่จะมาปราบกามันดาได้โดยเร็วนะ” เมื่อทรงกล่าวจบก็โบกพระหัตถ์หนึ่งครั้ง แล้วผนังห้องด้านหลังของท่านก็เปิดออกเป็ช่องว่างมีแสงสว่างไสวภายในมีเทวรูปสีม่วง ตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นทองคำ
“เข้าไปเอาสิ” เ้าของสุสานเร่งด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เ้าชายฟุมิโอะก็เดินเข้าไปหยิบเทวรูปแล้วนำมายื่นให้ฮาสุโกะ ก่อนจะบอกว่า
“เธอจงเก็บรักษาไว้เถิด จะได้นำกลับไปประเทศไทย เพื่อรวบรวมให้ครบทั้ง 6องค์ ส่วนฉันกับนัทสึมิ ต้องอยู่ปกป้องประเทศญี่ปุ่นต่อไป”
“เพคะ” สาวบัวก็รับเทวรูปมาด้วยความนอบน้อม
แล้วทั้ง 4 คนก็โค้งคำนับองค์จักรพรรดิเป็การขอบคุณอีกครั้ง
“โชคดีนะ ข้าไปนอนต่อดีกว่า” แล้วองค์นินโทกุก็หายวับไป
เมื่อพวกเ้าชายเดินออกมาจากสุสานสาวบัวก็เสกดอกบัวแทนเรือข้ามคูน้ำทั้งสองชั้นออกมาถึงลานกว้างตรงทางเข้าสุสานแล้วยืนรอให้เฮลิคอปเตอร์มารับ
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือเป็เสียงของเด็กผู้หญิง
“ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย”
“เอ๊ะเสียงเด็กที่ไหน มาทำอะไรแถวนี้ตอนดึก ๆ “ กมลสงสัยก่อนจะวิ่งวุ่นค้นหาที่มาของเสียง
“ทางนี้ค่ะ”เสียงดังมาจากถนนหน้าสุสาน กมลก็วิ่งออกไปดู ก็เห็นเป็เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง แล้วชี้ขึ้นไปบนกิ่งไม้ พร้อมกล่าวว่า
“แมวของหนูมันหนีมาจากบ้านแล้ววิ่งขึ้นไปบนต้นไม้ ลงมาไม่ได้ คุณลุงช่วยแมวหนูด้วยค่ะ”
กมลได้ฟังและเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า
“โธ่ นึกว่าอะไรแค่แมวตัวนึง ได้ ๆ เดี๋ยวลุงจะช่วยนะ” ว่าแล้วหนุ่มพังงาก็ปีนป่ายขึ้นไปบนต้นไม้แล้วร้องเรียกเมี้ยว ๆ กับแมว แต่แมวก็ยิ่งหนีขึ้นไปกิ่งที่สูงขึ้นอีก
“เฮ้ยลงมา เร็ว ๆกลับบ้าน แม่หนูของเ้ารออยู่ เร็ว เมี้ยว ๆ”
แต่แล้ว แมวตัวนั้นก็กลายร่างเป็ปีศาจเช่นเดียวกับหนูน้อยเ้าของแมวเมื่อครู่ ก็เผยตัวตนแท้จริงออกมาเป็ภูตผีอีกตัวเข้ากอดรัดกมลไว้ เขาก็ดิ้นรนอย่างแรง แต่ก็ไม่หลุด
“เฮ้ยปล่อย ๆไม่ต้องมารักข้าขนาดนี้ก็ได้ จะกอดอะไรนักหนาพันพรื้อ”
และแล้วก็มีดอกบัวตูมสองดอกพุ่งเข้าใส่ปีศาจทั้งสองตนจนมันร้องโอ้ยแล้วปล่อยตัวกมลทันที
เ้าชายกับนัทสึมิก็เสกมีดบินพุ่งเข้าใส่ผีสองตนนั้นจนร่างสลายไปกลายเป็ไอ
“ทีหลังอย่าไปไว้ใจใครนะพวกปีศาจมันปลอมตัวเก่ง เราโดนมาหลายที ทั้งที่งานชงชา เกือบโดนเผาตายทั้งเป็แล้วนี่ยังมาปลอมเป็เด็กอีก พวกนี้มันมายาเยอะ” ฮาสุโกะเตือนกมล แล้วหันไปบอกนัทสึมิ
“พวกเรารีบกลับกันเถอะเฮลิคอปเตอร์มารับโน่นแล้ว”
แล้วทุกคนก็วิ่งไปขึ้นฮ.ส่วนตัวของเ้าชายกลับฐานที่มั่น
วันรุ่งขึ้น ที่สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว
เ้าชายฟุมิโอะกับนัทสึมิ มาส่งฮาสุโกะและกมล เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทย
“เดินทางปลอดภัยนะขอให้ทำงานสำเร็จ เอาชนะพวกกามันดาให้ได้ แล้วว่าง ๆ ก็กลับมาเยี่ยมพวกเราอีกนะ”เ้าชายกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่นัทสึมิก็โอบกอดพี่สาวด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น
“โนงัดสึ” ( 逃すคิดถึงนะคะ)” สาวนินจาผู้น้องกล่าว
สาวบัวกับกมลก็โค้งคำนับเ้าชายแล้วกล่าวพร้อมกันว่า
“ซาโยนะระ,มาตะไอมะโชว์” ( さよう なら、また会いましょうลาก่อนแล้วพบกันใหม่)
เ้าชายกับนัทสึมิก็โค้งคำนับตอบก่อนที่หนุ่มพังงากับสาวบัวจะเดินเข้าไปห้องรับรองผู้โดยสารขาออก
ณ ห้องผู้โดยสารขาออก
ขณะรอเครื่องบินฮาสุโกะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาญี่ปุ่น ”โยมิอุริชิมบุน ( 讀賣新聞หนังสือพิมพ์เก่าแก่ของญี่ปุ่น ตีพิมพ์จำหน่ายมาแล้วกว่า 149 ปี )แล้วก็บอกกมลว่า
“เห็นข่าวาในลาวกับเวียดนามแล้วอดเป็ห่วงเพื่อน ๆ ที่ไปค้นหาเทวรูปที่นั่นไม่ได้ พี่คทาวุธกับพี่พรเทพพี่สังข์ชัย จะเป็ยังไงบ้างนะ”
“อืมได้ข่าวว่าอเมริกามันไปทิ้งะเิทุกวัน ทั้งวันทั้งคืน นับแสน ๆ ล้าน ๆ ลูกเลยนะแล้วชาวบ้านแถวชายแดนสองประเทศเขาจะอยู่ยังไงล่ะ ไหนจะฝนเหลืองอีกล่ะเอาสารพิษไปโปรยใส่ป่า ใส่แหล่งน้ำ คงเป็ฝีมือไอ้พวกกามันดาอีกสินะที่ไปก่อาเพื่อขายอาวุธเหล่านี้”
จบตอนที่ 10 โปรดติดตามตอนที่ 11 แองห์ อิว แอม สาวเวียดนาม
เชิงอรรถ
1 “みんなはどうですか?”
2 “ごめんなさい、遅くなってしまいました。”
3 “これは魔法の剣です。” ( นี่คือดาบวิเศษปราบปีศาจ)
4 “準備はいいですか?”
5 “よいしょ!!!! ” ( ลุยเลย , เอาเลย)
6 “上手 じょうずですね “
7 “鍵 Kagi ”