ปลายทางเดินปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
หลิงเทียนหยุดเท้า
ทางเดินแคบทอดตัวไปยังห้องสี่เหลี่ยมที่อยู่ลึกเข้าไปเพดานต่ำจนต้องก้มศีรษะเล็กน้อยผนังสองข้างชื้นจนมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามร่องหิน
สิ่งแรกที่เขาได้กลิ่นไม่ใช่กลิ่นอับ
แต่เป็กลิ่นเื
จางมาก
เก่ามาก
แต่ไม่เคยหายไป
มู่ชิงหลัวเดินมาหยุดข้างเขานางสูดลมหายใจเพียงเล็กน้อยก่อนขมวดคิ้ว
“กลิ่นนี้...”
“เ้ารู้จัก?”
“ไม่”
นางตอบทันที
“แต่ข้าเคยได้กลิ่นคล้ายกัน”
หลิงเทียนมองเข้าไปในความมืด
“ที่ใด?”
มู่ชิงหลัวไม่ได้ตอบในทันที
“สถานที่ที่คนจำนวนมากตายโดยไม่มีใครฝัง”
คำตอบนั้นทำให้หลิงเทียนไม่ถามต่อ
ทั้งสองก้าวเข้าไปพร้อมกัน
ภายในห้องไม่มีศพ
ไม่มีอาวุธ
ไม่มีร่องรอยการต่อสู้
มีเพียงแท่นหินเตี้ยๆตั้งอยู่กลางห้อง
บนแท่นมีภาชนะสำริดห้าใบเรียงเป็วง
ท่อทองแดงจากผนังทั้งสี่ด้านเชื่อมเข้าหาภาชนะเ่าั้
ของเหลวสีดำหยดลงมาจากปลายท่อ
หยดหนึ่ง
แล้วอีกหยด
เสียงเบาๆดังสะท้อนอยู่ในห้อง
ติ๋ง...
ติ๋ง...
หลิงเทียนมองของเหลวนั้น
บางอย่างในใจบอกเขาว่า
เขาเคยเห็นมันมาก่อน
แต่ยังไม่ทันนึกออก—
เกล็ดัในอกเสื้อพลันสั่น
หลิงเทียนชะงัก
ความร้อนแล่นผ่านกลางอก
คราวนี้ไม่ใช่ความร้อนแบบครั้งก่อน
มันเหมือนบางสิ่งกำลังเคาะจากด้านใน
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง
สามครั้ง
เขายกมือกุมอก
“อีกแล้ว...”
มู่ชิงหลัวหันมามอง
“เกล็ด?”
หลิงเทียนพยักหน้า
แต่ทันใดนั้น—
ตึง!
เสียงบางอย่างดังขึ้นจากใต้พื้น
ทั้งห้องสั่นะเืเล็กน้อย
ของเหลวในภาชนะทั้งห้ากระเพื่อมพร้อมกัน
มู่ชิงหลัวก้มลงแตะพื้น
สีหน้าของนางเปลี่ยนไป
“มันยังอยู่”
หลิงเทียนมองนาง
“อะไร?”
“สิ่งที่กำลังทำให้พื้นสั่น”
ทั้งสองเงียบ
ตึง...
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม
มันไม่ได้เหมือนแผ่นดินไหว
มันเหมือน—
หัวใจ
หัวใจขนาดมหึมาที่เต้นอยู่ใตู้เา
เกล็ดัร้อนขึ้นอีกครั้ง
หลิงเทียนหลับตา
แล้วภาพหนึ่งก็ไหลเข้ามาในหัว
ไม่ใช่ความทรงจำ
ไม่ใช่ความฝัน
และไม่ใช่สิ่งที่ดวงตาของเขามองเห็น
มันเหมือนมีใครบางคนเปิดประตูเข้าไปในจิตของเขาเพียงชั่วขณะ
พื้นดินสีดำ
รอยแยกขนาดมหึมา
ท่อทองแดงนับสิบเส้นแทงลงไปใต้ผืนดิน
ของเหลวสีทองหยดผ่านท่อ
ไหลลงสู่ความมืด
จากนั้น—
บางสิ่งขยับ
เกล็ดสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยวหนึ่ง
ใหญ่เกินกว่าที่สายตาจะประเมินได้
หลิงเทียนเห็นเพียงส่วนหนึ่งของร่าง
เห็นโซ่
เห็นท่อ
เห็นเืสีทอง
และเห็นดวงตาข้างหนึ่ง
ดวงตานั้นเปิดขึ้น
มันไม่ได้มองเขา
แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับพุ่งทะลุภาพนั้นเข้ามา
เ็ป
ไม่ใช่ความเจ็บของเขา
แต่เป็ความเจ็บของสิ่งที่ถูกตรึงไว้
จากนั้นภาพทั้งหมดก็แตกกระจาย
หลิงเทียนทรุดลง
เข่ากระแทกพื้น
“หลิงเทียน!”
มู่ชิงหลัวประคองเขาไว้
“เ้ามองเห็นอะไร?”
หลิงเทียนหอบหายใจ
เขาพยายามเรียบเรียงสิ่งที่เห็น
“บางสิ่ง...อยู่ใต้ดิน”
“อะไร?”
เขานิ่งไป
“ข้าไม่รู้”
คำตอบนั้นทำให้มู่ชิงหลัวมองเขาอย่างประหลาดใจ
“เ้ามั่นใจหรือ?”
“ข้าเห็นเพียงเกล็ด”
หลิงเทียนกุมหน้าอก
“และดวงตา”
เขาไม่ได้พูดคำว่าั
เพราะเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ
เสียงปรบมือดังขึ้นจากด้านในสุดของห้อง
แปะ...แปะ...แปะ...
ชายชุดแดงก้าวออกมาจากความมืด
หน้ากากสีดำปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง
เขายืนอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว
แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้ามาั้แ่เมื่อใด
หลิงเทียนมองตะเกียงสามดวงข้างเท้าเขา
ไส้ตะเกียงถูกจุดจนไหม้ไปเกือบครึ่ง
ชายผู้นี้ไม่ได้เพิ่งมาถึง
เขารออยู่ที่นี่มานานแล้ว
“เด็กหนุ่มตระกูลหลิง”
เสียงนั้นเรียบเฉย
“ในที่สุดเ้าก็มา”
หลิงเทียนไม่ได้ตอบคำทัก
เขามองชายตรงหน้าแล้วมองทางเดินด้านหลัง
“ข้าคิดว่าข้ากำลังหนี”
ชายหน้ากากหัวเราะเบาๆ
“แล้วตอนนี้?”
หลิงเทียนมองภาชนะสำริด
“ข้ากำลังสงสัยว่า...พวกมัน้าให้ข้ามาที่นี่ั้แ่แรกหรือไม่”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ
ชายหน้ากากไม่ตอบ
เพียงเท่านี้หลิงเทียนก็รู้คำตอบแล้ว
เขาคิดถูก
“เ้ารู้จักข้า?”
ชายหน้ากากถาม
“ไม่”
“แล้วรู้ได้อย่างไรว่าข้าตามเ้า?”
“ข้าไม่ได้รู้”
หลิงเทียนยิ้มบาง
“ข้าแค่รู้ว่าคนที่ฉลาดพอจะตามเราได้ถึงที่นี่คงไม่ปล่อยให้เราหลุดออกมาโดยไม่มีเหตุผล”
มู่ชิงหลัวเหลือบมองเขา
ชายหน้ากากหัวเราะ
“เ้าเปลี่ยนไป”
“ข้าเพิ่งสัญญากับคนผู้หนึ่งว่าจะไม่เป็หมากของใคร”
ชายหน้ากากนิ่งไป
จากนั้นสายตาของเขาเลื่อนไปยังอกเสื้อของหลิงเทียน
“เช่นนั้นเ้าควรระวังให้มาก”
“ระวังอะไร?”
“บางครั้งหมากก็ไม่ได้รู้ว่าตัวเองเป็หมาก”
หลิงเทียนไม่ตอบ
ชายหน้ากากชี้ไปยังภาชนะสำริด
“เ้าคิดว่ามันกำลังเรียกเ้า?”
หลิงเทียนมองเกล็ดในอก
“ท่านรู้?”
“ข้ารู้เพียงว่ามันไม่เคยตอบสนองต่อใครมาก่อน”
“แล้วทำไมวันนี้ถึงตอบสนอง?”
ชายหน้ากากเงียบ
ก่อนกล่าวว่า
“เพราะเ้ามีบางอย่างที่มัน้า”
“อะไร?”
“ข้าไม่รู้”
คำตอบนั้นทำให้หลิงเทียนหรี่ตา
ชายหน้ากากกล่าวต่อ
“และนั่นคือเหตุผลที่ข้ายังอยู่ที่นี่”
มู่ชิงหลัวเดินไปยังแท่นหิน
นางไม่แตะภาชนะเพียงก้มมองรอยคราบใต้ท่อ
“ของเหลวนี้ไม่ใช่พิษโลหิตมาร”
ชายหน้ากากมองนาง
“แล้วคืออะไร?”
“ข้ากำลังจะถามท่าน”
ชายหน้ากากหัวเราะ
“ดี”
“อะไรดี?”
“อย่างน้อยเ้าก็ไม่ทำเหมือนรู้ทั้งที่ไม่รู้”
มู่ชิงหลัวไม่สนใจคำพูดนั้น
นางใช้นิ้วแตะพื้น
มีคราบสีแดงดำติดปลายนิ้ว
“นี่คือเื”
หลิงเทียนหันมอง
“ของมนุษย์?”
มู่ชิงหลัวส่ายหน้า
“ไม่”
นางสูดกลิ่น
สีหน้าค่อยๆเปลี่ยน
“ข้าไม่รู้ว่าเป็ของอะไร”
ตึง!
เสียงใต้พื้นดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้แรงกว่าเดิม
ของเหลวในภาชนะทั้งห้ากระเพื่อมจนล้นออกมา
เกล็ดัในอกของหลิงเทียนร้อนจัด
แต่คราวนี้—
มันไม่ได้ดึงเขาเข้าไป
มันกำลังพยายามถอยหนี
หลิงเทียนชะงัก
“มันกลัว”
ชายหน้ากากพูดขึ้น
หลิงเทียนหันไปมอง
“เกล็ดของเ้าไม่ได้กำลังเรียกสิ่งนั้น”
ชายหน้ากากมองพื้น
“มันกำลังเตือนเ้าว่า...สิ่งนั้นกำลังตื่น”
เสียงแตกดังขึ้น
เปรี๊ยะ!
ภาชนะใบแรกมีรอยร้าว
ของเหลวสีดำไหลออกมา
ตามด้วยใบที่สอง
ใบที่สาม
ใบที่สี่—
ก่อนใบที่ห้าจะสั่นจนเกิดเสียงโลหะกระทบกัน
กัง!
ทันใดนั้นพื้นทั้งห้องก็สั่นะเื
ฝุ่นหินร่วงลงจากเพดาน
มู่ชิงหลัวถอยหนึ่งก้าว
“ต้องออกไป”
ชายหน้ากากไม่ขยับ
หลิงเทียนมองเขา
“ท่านไม่ไป?”
“ข้ายังไปไม่ได้”
“เพราะอะไร?”
ชายหน้ากากมองลงไปใต้พื้น
“ข้ายังมีหนี้ต้องชำระ”
หลิงเทียนขมวดคิ้ว
“หนี้อะไร?”
ชายหน้ากากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
“เื”
คำเดียว
แต่ทำให้หลิงเทียนรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาที่แผ่นหลัง
เสียงบางอย่างดังมาจากบันไดด้านหลัง
ครืด...
ทั้งหลิงเทียนและมู่ชิงหลัวหันกลับ
เงาดำที่เคยอยู่บนบันไดเมื่อก่อนหน้านี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้มันไม่ได้ถามว่าใครอนุญาตให้พวกเขาลงมา
มันเพียงยืนอยู่ตรงนั้น
นิ่งสนิท
ชายหน้ากากมองมัน
เป็ครั้งแรกที่สีหน้าของเขาเปลี่ยน
ไม่ใช่ความกลัว
แต่เป็ความระวัง
“มันไม่ควรออกมาเร็วขนาดนี้”
หลิงเทียนได้ยิน
“ท่านรู้จักมัน?”
“ไม่”
ชายหน้ากากตอบ
“แต่ข้ารู้ว่า...มันไม่ใช่สิ่งที่เราควรพบ”
เงาดำนั้นขยับศีรษะ
ราวกับกำลังมองหลิงเทียน
จากนั้นเสียงแหบแห้งก็ดังขึ้น
“เ้า...”
มันหยุด
“...กลับมาแล้ว”
หลิงเทียนนิ่ง
“เราเคยพบกันหรือ?”
เงานั้นไม่ตอบ
เพียงหัวเราะ
เสียงหัวเราะเบามาก
แต่ทำให้เกล็ดัในอกของหลิงเทียนเย็นวาบ
ชายหน้ากากหันมามองเขา
“เ้าได้ยินเหมือนข้าหรือไม่?”
หลิงเทียนไม่ตอบ
เพราะในวินาทีนั้นเอง—
เขาได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่ง
เสียงที่ไม่ได้ดังจากห้อง
ไม่ได้ดังจากบันได
แต่ดังขึ้นในหัวของเขา
“อย่าให้มันรู้ว่าเ้ายังจำได้...”
หลิงเทียนเบิกตา
เขาจำไม่ได้ว่าเสียงนั้นเป็ของใคร
แต่ร่างกายของเขา—
จำได้
“ไป!”
มู่ชิงหลัวคว้าข้อมือเขา
ทั้งสองวิ่งออกจากห้อง
ด้านหลังเสียงหินถล่มดังสนั่น
ชายหน้ากากไม่ได้ตามมา
เงาดำก็ไม่ได้ไล่
แต่หลิงเทียนกลับรู้สึกว่า—
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ได้อยู่ข้างหลัง
มันอยู่ข้างหน้า
ทางเดินทอดยาวไปในความมืด
มู่ชิงหลัวหอบหายใจ
“เ้ารู้อะไร?”
“ไม่รู้”
“แต่เ้าทำหน้าเหมือนรู้”
“ข้ากำลังพยายามนึก”
“นึกอะไร?”
หลิงเทียนหยุด
เกล็ดัในอกเสื้อของเขาสั่นเบาๆ
คราวนี้มันไม่ได้ชี้ไปยังห้องด้านหลัง
มันกำลังชี้ไปยังผนังด้านซ้าย
ผนังที่ไม่มีประตู
ไม่มีรอยต่อ
ไม่มีทางเดิน
หลิงเทียนยื่นมือไปแตะ
ก๊อก
เสียงเคาะตอบกลับจากอีกด้าน
หนึ่งครั้ง
เว้น่
สองครั้ง
มู่ชิงหลัวหน้าซีด
“เสียงนั้น...”
หลิงเทียนมองนาง
“เ้าเคยได้ยิน?”
นางพยักหน้า
เสียงกระซิบลอดผ่านผนัง
แห้งผาก
เบาจนแทบเป็เพียงลม
“เลือกเสีย...”
หลิงเทียนนิ่ง
เสียงนั้นกล่าวต่อ
“...หรือให้สิ่งอื่นเลือกแทน”
เกล็ดัในอกของเขาดับลง
พร้อมกับ—
รอยร้าวเส้นหนึ่งที่ปรากฏขึ้นบนผนัง
หลิงเทียนมองมัน
มู่ชิงหลัวมองเขา
ไม่มีใครพูด
เพราะทั้งคู่รู้แล้วว่า—
ทางที่สามที่พวกเขาสร้างขึ้นในคืนนี้อาจไม่ใช่ทางที่สามเลย
มันอาจเป็ทางที่ใครบางคนเตรียมไว้ให้พวกเขาั้แ่ต้น