"ฉันก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะเ้าหนู รู้ไว้ด้วย แต่นี่มันเป็งาน" เฉินตงรู้สึกกระดากอายกับคำโกหกที่ออกจากปากตัวเอง
ลู่อันเลิกคิ้ว "งาน?...คุณเป็นักสืบหรือไง?"
"ใช่" เฉินตงยืดอกอย่างภูมิใจ
ลู่อันถึงกับส่ายหน้าให้กับความหน้าไม่อายของชายวัยสามสิบต้น ๆ คนนี้
เฉินตงถอดแว่นตา จัดลุคตัวเองให้ดูภูมิฐานอีกครั้ง "ฉันไม่ได้คิดจะก่อกวน แต่เพราะมีเด็กดื้อบางคนทำให้พี่สาวต้องเป็ห่วง ไหนจะเลิกกับแฟนอีก..."
"นี่ตามผมมาั้แ่เมื่อวานเลยหรือครับ?"
เฉินตงทำเป็ไม่ได้ยิน
"พี่สาวนายเป็ห่วง กลัวว่านายจะคิดสั้น ฉันเลยต้องอดหลับอดนอนคอยจับตาดูไม่ให้เด็กดื้ออย่างนายทำอะไรโง่ ๆ"
"ผมไม่ทำเื่โง่ ๆ หรอกครับ สบายใจได้" ลู่อันดูเบื่อหน่ายที่ต้องพูดถึงเื่ของแฟนเก่า "ดังนั้นคุณก็กลับไปได้แล้ว ไหนบอกไม่ได้นอนทั้งคืน...?"
ต้องยอมรับเลยว่าคำพูดของลู่อันเกือบจะโน้มน้าวเฉินตงได้แล้ว ดีที่สมองของเขายังทำงานอยู่เหนือร่างกาย
"ถึงจะอายุเยอะแล้ว แต่ฉันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นนะเ้าหนู!"
"..."
สายตาของลู่อันเหมือนกับใบมีดแหลมคมทิ่มแทงจิตใจผู้ใหญ่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยกลางคน
"ฉันไม่คิดจะทำร้ายหรือทำเื่ไม่ดีกับนาย สัญญาว่าจะไม่ก่อกวนนาย โอเคไหม? จะไม่ชวนคุยด้วย...นายก็ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนไปเลย นายคงเข้าใจคนที่ต้องทำงานหาเงินใช่ไหม...บางครั้งเราก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก มันเป็ความหวังเดียวในการทำให้ฝันเป็จริง"
"ความหวังเดียว..." ลู่อันพึมพำ
ประโยคนั้นกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างภายในจิตใจของลู่อัน ความรู้สึกที่มักจะทำให้เขาใจอ่อน
เด็กหนุ่มหลับตา รู้ดีว่าปฏิเสธแทบตายอย่างไรเฉินตงก็คงไม่ยอมแพ้ และยังตามเขาต่อไปจนกว่าลู่ซูลี่จะสั่งยกเลิก
"ห้ามก่อกวนหรือยุ่งเื่ส่วนตัวของผมเด็ดขาด" ลู่อันยื่นข้อเสนอ
"สบายมาก" เฉินตงก็ไม่ได้อยากยุ่งอะไรกับเด็กหนุ่มหน้านิ่งคนนี้อยู่แล้ว
"แล้วก็...ห้ามส่งบัตรเครดิตหรือความช่วยเหลืออะไรให้ผมด้วย ผมไม่ชอบการเป็หนี้บุญคุณคนอื่น"
"อา..."
"สุดท้าย..."
"ยังมีอีก?"
ลู่อันเลื่อนแก้วน้ำที่อุดมไปด้วยเครื่องดื่มสุขภาพให้เฉินตง
ของเหลวสีเขียวส่งกลิ่นฉุนของสมุนไพร จนเฉินตงต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกและขอคำอธิบายจากคนที่ยกมันมาเสิร์ฟ
ลู่อันยิ้ม "น้ำผัก...ของดีของทางร้าน ดื่มให้หมดนะครับ"
"หา?" เฉินตงเหงื่อตก "แต่ฉันไม่ได้..."
เขารู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้คือใบเบิกทางสำหรับเื่ของลู่อัน ถึงจะไม่ชอบ แต่ถือเสียว่ามันเป็การลงโทษที่เขาทำตัวเป็โรคจิตแอบถ่ายรูปคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
เฉินตงกลั้นใจ ยกน้ำผักขึ้นดื่มรวดเดียวหมด รสขมและกลิ่นที่เป็เอกลักษณ์ทำเอาความง่วงงุนที่สั่งสมมาทั้งคืนมลายหายไปจนหมดสิ้น
"อร่อยใช่ไหมครับ?" ลู่อันยิ้ม "คุณลุงคุณป้าที่มาร้านชอบสั่งเมนูนี้ เลยคิดว่าคุณน่าจะชอบ"
นี่ไม่ต่างจากด่าว่าเฉินตงเป็ตาแก่เลย
"อายุฉันยังเลขสามอยู่เลยนะ..."
เฉินตงมีประสบการณ์ชีวิตมามากกว่าเด็กนี่ เขาไม่มีทางยอมแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้แน่! (เฉินตงแค่เบียวไปเอง)
ชายหนุ่มยิ้มหวาน เขางัดไม้ตายในการหว่านเสน่ห์ที่เรียนรู้มาตลอดสามสิบปีออกมาใช้ ใบหน้ารูปหล่อและรอยยิ้มละมุนละไมทำเอาลูกค้าและพนักงานคนอื่น ๆ ในร้านต่างพากันหน้าแดงเป็แถบ ไม่เว้นแม้แต่เถ้าแก่เ้าของร้าน
"อร่อยครับ" น้ำเสียงของเขาทำเอาคนในร้านแทบละลาย
แต่เสน่ห์อันล้นหลามนั่นกลับทำอะไรลู่อันไม่ได้
เด็กหนุ่มกลับไปทำงานของตัวเอง ทิ้งให้เฉินตงยิ้มเจื่อน ๆ อยู่กับแก้วน้ำผักสุดมหัศจรรย์
เฉินตงพบว่าลู่อันนั้นทำงานพิเศษหลายที่ เขาทำงานอยู่แทบจะตลอดทั้งวัน ทำงานมากกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนดไว้เสียอีก
หลังจากทำงานที่ร้านอาหารในตอนเช้า เขายังไปทำงานที่ร้านขายของชำ่บ่าย และตบท้ายด้วยงานพิเศษส่งของใน่เย็น
ลู่อันเรียนสาขาบริหาร ซึ่งการทำงานเหล่านี้อาจเป็การหาประสบการณ์อย่างหนึ่งของเขาก็ได้
เฉินตงคอยสังเกตท่าทางและรอยยิ้มที่เด็กหนุ่มคนนั้นแสดงออกกับลูกค้า คิดว่าถ้าลู่อันพูดกับเขาด้วยท่าทางน่าเอ็นดูแบบนั้น เขาคงจะลดอคติที่มีกับเด็กหนุ่มคนนี้ลงได้บ้าง
กว่าลู่อันจะเสร็จงานพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปเป็ที่เรียบร้อย อากาศในเมืองเทียนเหมินเริ่มจะเย็นลงอีกแล้ว
ลู่อันกำลังจะปั่นจักรยานกลับบ้าน แต่ก็พบเฉินตงพิงประตูรถหรูอยู่หน้าสามแยก
ลู่อันปั่นจักรยานไปจอดเทียบข้าง ๆ รถของเฉินตง "้าอะไรครับ"
"ไปกินข้าวกัน"
"..."
"นี่ รู้นะว่าทำงานเก่ง แต่ถึงขนาดไม่กินข้าวเที่ยงนี่มันก็ออกจะเกินไปหน่อย" เฉินตงกอดอกทำท่าไม่พอใจ ราวกับตนเป็คุณแม่ลูกหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น "ขึ้นรถ...ฉันเลี้ยงเอง"
"ผมไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร อีกอย่างที่ผมไม่ได้กินมื้อเที่ยงเพราะวันนี้งานเร่งมากก็เท่านั้น ปกติผมดูแลตัวเองดีมาก..."
"บุญคุณ?...นี่เป็การไถ่โทษที่ฉันตามนายตลอดทั้งวันต่างหาก ไปเร็ว...แล้วอย่ามาบอกนะว่าไม่กินมื้อเย็นเพราะรักษาหุ่นอะไรนั่นน่ะ ถ้าผอมกว่านี้นายได้เป็ไม้เสียบผีจริง ๆ แน่"
"..." ลู่อันยังคงนิ่งเฉย
"มัวทำอะไรอยู่?"
"แล้วจักรยานผมล่ะ"
"โยนขึ้นหลังรถเลย"
ต่อให้รถของเฉินตงจะไม่ใช่รถกระบะหรือรถบรรทุก แต่ภายในก็กว้างพอจะยัดรถจักรยานทั้งคันเข้าไปได้
"ไม่คิดว่ามีวิธีการแก้ปัญหาง่าย ๆ แบบนี้อยู่ด้วย" ลู่อันประชด
"ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น" เฉินตงกัดฟันพูด "แล้ว...อยากกินอะไรล่ะ?"
"ให้ผมเลือกหรือครับ?"
"ใช่...ปลอบใจคนอกหักไง" เฉินตงไม่ควรพูดแบบนั้น เพราะมันยิ่งทำให้รังสีความเ็าของลู่อันรุนแรงกว่าเดิม "เออ ๆ รู้แล้ว ๆ ขอโทษ ฉันใช้คำผิดเองแหละ!"
ลู่อันมองออกไปนอกกระจก ั์ตาเหม่อลอยไร้สิ้นสุด เฉินตงคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้คงกินแต่อาหารร้านสะดวกซื้อ ไม่รู้จักสารอาหารอย่างอื่นเป็แน่
ขับไปได้สักพักคนที่เอาแต่นิ่งเงียบกลับชี้นิ้วแล้วพูดว่า "ร้านนั้น"
เฉินตงชะลอรถ ข้างทางเป็ร้านสตรีทฟู้ดเก่า ๆ แถมยังไม่ค่อยมีคน
...คนน้อยเท่ากับไม่อร่อย...เฉินตงยึดถือคตินี้ในการเลือกสรรร้านอาหารเสมอ
"นี่...แน่ใจนะว่า..." พอหันไปเห็นั์ตาเป็ประกายของลู่อัน เฉินตงก็ได้แต่ถอนหายใจ ขับวนหาที่จอดรถแต่โดยดี
เด็กหนุ่มลงจากรถด้วยความกระตือรือร้น
"เฮ้อ~" เฉินตงปลดเข็มขัดนิรภัย ลงจากรถ เดินตามลู่อันไปติด ๆ "ฉันผิดเองแหละที่ให้นายเลือกร้าน"