“เอาจริงดิ่ยายแก่ นี่มันฉีกออกไปจากทุกคนเลยน่ะ”
ดอนถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เพราะความแหวกของชื่อที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับใครในครอบครัวเลย
โซเฟีย~
“เห็นมั้ยจ๊ะ แม่หนูน้อยของย่ายังชอบเลย”
เมื่อเป็เ้าตัวน้อยพูดชื่อตัวเอง คุณแม่จึงพูดพร้อมแสดงสีหน้าที่บอกเป็นัยว่า ‘แม่จะเอาชื่อนี้ ห้ามเปลี่ยน’ แถมเ้าตัวเองก็ดูชอบเหมือนกันในตอนที่คุณย่าของเธอเรียกด้วยชื่อนี้
“ได้ๆ โซเฟียก็โซเฟีย”
ดอนถึงกับเอามือก่ายหน้าผากเพราะความเอาแต่ใจของคุณแม่ และทางคุณพ่อเองก็ได้แต่ทำหน้ายิ้มๆเหมือนจะบอกว่า ‘พ่อก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกันลูกเอ๊ย’
“อ่าจริงสิ่ พ่อพึ่งส่งอาวุธใหม่ไปให้นะ สนับมือคู่เดียวมันไม่น่าจะไปรอด”
คุณพูดออกมาโดยใช้เสียงสูงตรงประโยคสุดท้าย
“แล้วจะมาถึงเมื่อไหร่ล่ะตาแก่ จากที่นั่นมาที่นี่มันก็ไกลเอาเื่อยู่นะ”
“จากที่พ่อคำนวณดูแล้วก็เอิ่ม… อีกสามวิ”
ปึก! ปึก! ปึก!
หลังจากถูกลูกชายถามของเวลาที่ของจะมาถึง เขาก็ทำท่านับนิ้วเหมือนกันคำนวณอะไรบางอย่างที่เข้าใจอยู่คนเดียว และภายในสามวินาที หอกสามเล่มก็พุ่งลงมาปักพื้นในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน แต่ที่ที่มันตกลงไปเนี่ยสิ่ หนึ่งเล่มเฉียดหัวของลูซ อีกหนึ่งเล่มเฉียดคอของลูซ และเล่มสุดท้ายก็เฉียดเป้าของลูซ
“ศัตรู! แอ๊ก!”
“ไม่ได้ยินรึไงไอ้ง่าว เมื่อกี้พ่อหัวหน้าก็บอกอยู่ว่าส่งอาวุธมาให้”
และลูซที่แหกปากดังลั่นเพราะคิดว่าศัตรูมาโจมตีก็โดนเออซัสตบจนหัวทิ่มดิน แต่ก่อนหน้านี้ไม่นานลูซได้ขยับตัวนิดหน่อยทำให้ท่าทางการนั่งเปลี่ยนไป หรือให้พูดก็คือถ้าไม่ขยับป่านนี้คงกลายเป็ตุ๊กแกเสียบไม้ไปแล้ว ไม่รู้จะบอกว่าไอ้หมอนี่โชคดีหรือคุณพ่อคำนวณเผื่อไว้แล้วกันแน่
“หอกงั้นหรอ ไม่เคยสอนใช้หอกเลยไม่ใช่รึไง?”
ดอนเดินไปดึงหอกทั้งสามที่มันปักพื้นออกมาแล้วเดินกลับไปหาภรรยาทั้งสองและลูกสาวดังเดิม ปล่อยให้กลุ่มลิซาร์ดแมนอยู่ด้วยกันไป โดยทั่วหอกทั้งเล่มมันเต็มไปด้วยอักษรรูน เขาลองเอานิ้วถูๆดูแล้วแต่ดูเหมือนว่าตัวอักษรมันจะกลายเป็หนึ่งเดียวกับหอกไปแล้ว
“ว่าแต่แม่หนูแซนนี่อายุเท่าไหร่หรอจ๊ะ”
“พรุ่งนี้ก็24แล้วค่ะ”
ทิ้งให้คุยกันได้ไม่นาน คุณแม่ก็ตีสนิทกับลูกสะใภ้ได้ไวกว่าความเร็วเสียง ถึงแม้คนนึงจะเรียกว่าลูกสะใภ้ได้อย่างไม่เต็มปาก แต่มีลูกด้วยกันก็คงเรียกได้อยู่มั้ง?
“เรียกแม่ว่าพี่สาวก็ได้นะจ๊ะ”
“ไม่ดีกว่าค่ะคุณแม่”
แซนนี่ที่ถึงแม้จะได้รู้แล้วว่าคุณแม่อายุเท่าไหร่ แต่เธอเลือกที่จะเรียกว่าคุณแม่มากกว่า ไม่อย่างนั้นมันจะดูเหมือนว่าดอนไปได้กับน้องสาวแม่ตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
“ส่วนดอนน่าก็ดูแลลูกชายกับหลานสาวแม่ให้ดีด้วยนะ”
“ค่ะ”
ดอนน่าได้เพียงแค่ตอบกลับสั้นๆ เธอรู้สึกไม่อยากมีปากมีเสียงกับครอบครัวนี้เสียเท่าไหร่ ลูกชายก็บ้าพลัง แม่ก็มีรังสีอำมหิตที่น่าสยดสยอง พ่อก็สร้างอาร์ติแฟกต์ได้ง่ายยิ่งกว่าแม่ทำอาหารอร่อย อยู่เลี้ยงโซเฟียแบบเงียบๆไปน่าจะเป็ทางเลือกที่ดี่ที่สุดเท่าที่เธอจะคิดได้
“เลิกเปล่งรังสีอำมหิตออกมาซะทีเถอะน่ายายแก่ ไอ้คนหนึ่งก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาว อีกคนนั่นก็ระแวงจนหัวจะหดเข้าไปในคอได้อยู่แล้ว ไม่มีใครแย่งลูกชายคนนี้ไปหรอกน่า”
“จ้าดอนของแม่”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ดอนพูด รังสีอำมหิตก็แปลเปลี่ยนเป็ออร่าสีชมพูสดใสจนให้ความรู้สึกต่างกันราวกับเป็คนละคน
“มีอะไรจะพูดกันอีกมั้ย มันเปลืองพลังเวทย์”
ดอนที่เหลือพลังเวทย์อยู่ไม่มากก็อยากปิดการใช้งานผลึกแก้วแล้ว เขาจึงถามทั้งที่สี่คนเผื่อใครจะพูดอะไรก่อนเขาจะปิดการเชื่อมต่อ
“ถ้าอย่างนั้นก็รักษาตัวด้วยนะจ๊ะ”
คุณแม่พูดด้วยความเป็ห่วง เธอรู้ดีว่าไอ้ลูกชายบ้าพลังของเธอวันนึงมันจะทำอะไรบ้าง ก่อนปิดการเชื่อมต่อด้วยตัวของเธอเอง
“ให้มาตั้งสามเล่ม จะให้ใช้ท่าไหนวะเนี่ย”
ความสงสัยเริ่มก่อตัว เขาไม่เคยเรียนวิธีใช้หอกมาก่อน แถมพ่อกับแม่ก็ไม่เคยสอนให้ด้วย เขาจึงลองหยิบขึ้นมาหนึ่งเล่มแล้วเริ่มวาดลวดลายตามสัญชาตญาณราวกับการร่ายรำที่แสนอันตราย
แปะๆๆ
“ดูเป็ไง”
“เท่สุดๆเลยลูกพี่!”ลูซ
“ลื่นไหลมากเลยค่ะ”แซนนี่
“ไม่เคยใช้จริงดิ่”เดเวน
“มือเ้ามันว่างอยู่ข้างนึง ไม่ของใช้อีกเล่มไปพร้อมๆกันดูล่ะ”ดอนน่า
เสียงปรบมือดังขึ้นหลังการรำมั่วๆของดอนสิ้นสุดลง เ้าตัวจึงหันไปถามความเห็นจากผู้ชม เมื่อได้ยินความเห็นที่หลากหลายแล้วเขาก็ลองหยิบหอกขึ้นมาอีกหนึ่งเล่ม ท่าทางการโจมตีเมื่อใช้สองเล่มพร้อมกันนั้นต่างจากการใช้เพียงเล่มเดียวอยู่ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือช่องว่างของการโจมตีเหลือน้อยลง และมีต้นไม้แถวนั้นล้มไปสองสามต้นจากการเหวี่ยงคมหอกไปโดนโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เห็นความคมของหอกได้เป็อย่างดี
“ไม่ดีกว่า”
เมื่อได้ลองจนพอใจแล้วสายตาก็เหลือบไปมองหอกเล่มสุดท้ายก่อนจะส่ายหน้า ‘ใครมันจะไปใช้หอกสามเล่มพร้อมกัน’ ก่อนจะเดินไปฉกหมูหมักสมุนไพรย่างจากวงลิซาร์ดแมนมาสี่ไม้
“กินมั้ยโซเฟีย”
ฟุดฟิดๆ ง่ำ!
เขายื่นมันไปใกล้ๆจมูกของโซเฟียที่กำลังนอนอิงแอบอยู่กับแม่ของเธอ เมื่อกลิ่นหอมของเนื้อกับสมุนไพรลอยเข้ามาในจมูก เดรกน้อยจึงดมกลิ่นของมันก่อนจะเขมิบเข้าไปไม่ต่างจากพ่อของเธอ
“เฮ้อ~ พ่อกินอย่างไงลูกก็กินอย่างงั้น”
ดอนน่าถึงกับถอนหายใจเมื่อเป็ท่าทางของโซเฟียที่มันแทบไม่ต่างจากดอนเลย มันทำให้เธออดที่จะกังวลไม่ได้ว่าเมื่อโซเฟียโตขึ้นแล้วจะบ้าประสาทกลับเหมือนดอนรึป่าว ถ้ามันเป็อย่างนั้นจริงเธอก็คงจะอกแตกตาย
“จะว่าไปคุณดอนน่าย่อขนาดตัวได้มั้ยคะ? ฉันเกรงว่าถ้าเราเดินทางออกไปกันแล้วมันจะเป็เป้าสายตาน่ะค่ะ”
แซนนี่ที่กังวลเื่การเดินทางเพราะขนาดตัวที่ใหญ่โตจนสดุดตาของดอนน่า ทำให้เธอถามไปแบบนั้นเพราะมันไม่เคยมีบันทึกไหนเลยที่มีการจดบันทึกว่าัสามารถย่อขนาดร่างกายได้หรือไม่
“ข้าทำไม่ได้ พลังเวทย์ของข้ามีน้อยเกินกว่าที่จะทำแบบนั้นได้”
ดอนน่าตอบปฏิเสธพร้อมส่ายหน้า
“ถ้าพลังเวทย์ฉันกลับคืนมาแล้วจะส่งให้ก็แล้วกัน”
ดอนพูดออกมาในขณะที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่เต็มปาก
“ทำได้ด้วยหรอ?”
ดอนน่าถามออกมาด้วยความสงสัย ถึงแม้ว่าเขาจะส่งพลังเวทย์ให้ไข่ัได้ก็จริง แต่นั้นก็เพราะลูกั้าพลังเวทย์
แบบใดก็ได้ ต่างจากคนปกติที่ต้องมีคลื่นพลังเวทย์ที่ตรงกันถึงจะส่งต่อให้กันได้
“เอ๊า ทำได้ดิ่ แม่ฉันเป็จอมเวทย์นะ”